น้ำใจธรรม.เนต

สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: เสรี ลพยิ้ม ที่ พฤษภาคม 26, 2013, 06:54:48 am

หัวข้อ: ศรัทธา - หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
เริ่มหัวข้อโดย: เสรี ลพยิ้ม ที่ พฤษภาคม 26, 2013, 06:54:48 am
ศรัทธา - หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

การที่อินทรีย์แก่กล้าหรือศรัทธาพละแก่กล้าก็จะต้องอาศัยเรานี่แหละทำ
ไม่ใช่แก่กล้ามาแต่ก่อนล้าเราจะไม่ทำเลยอย่างนั้นเป็นไปไม่ได้
แก่กล้าแล้วมันต้องรีบเร่งขยันหมั่นเพียรประกอบ
พยายามจนสำเร็จมรรคผลนิพพาน อย่างพระพุทธเจ้าของเราเป็นต้น
ท่านบำเพ็ญบารมีมามากมาย ถึงขนาดนั้นแล้ว
พระองค์ยังบำเพ็ญทุกกิริยาอยู่ตั้ง ๖ พรรษากว่าจะสำเร็จมรรคผลนิพพาน
นับประสาอะไรกับพวกเรา ไม่รู้ว่าบำเพ็ญมากี่มากน้อย
หรือไม่ได้บำเพ็ญมาเลยก็ไม่ทราบ
แต่เข้าใจว่าคงจะบำเพ็ญกันมาบ้างแล้วทุก ๆ คน
จึงค่อยมีศรัทธาเลื่อมใสและตั้งใจปฏิบัติ
จงรีบเร่งทำเข้าชีวิตไม่คอยท่า กาลเวลาไม่ค่อยใคร หมดไป ๆ
วันหนึ่ง ๆ ชีวิตมันกัดกร่อนกินไปทุกวัน หมดไป ๆ ทุกวัน


ศรัทธาที่จะกล่าวถึงนี้ ท่านเรียกว่า สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฐํ
ศรัทธา เป็นทรัพย์อันประเสริฐของมนุษย์ท่าน
จึงได้เรียกว่าพลัง หรืออินทรีย์ ก็อันเดียวกันศรัทธาอันหนึ่ง ปสาทะอันหนึ่ง
เราเรียกควบคู่กันไปว่า “ ศรัทธาปสาทะ ” ความเชื่อความเลื่อมใส
มีแต่ศรัทธาแต่ปสาทะไม่มี หรือมีปสาทะ แต่ไม่มีศรัทธาก็มี


ศรัทธา คือ ความเชื่อมั่นในใจของตนว่าทำสิ่งนี้ถูกต้องแล้ว
ทำสิ่งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่ เป็นไปเพื่อความหลุดพ้น
เป็นความเชื่อมั่นในใจของตนเรียก ศรัทธา
ส่วนปสาทะนั้นกล่าวถึงวัตถุสิ่งของ อย่างเห็นพระพุทธรูป
เห็นเจดีย์ เกิดเลื่อมใส หรือเห็นพระภิกษุที่มีศีลธรรม
มีสัมมาอาจารวัตรเกิดเลื่อมใส นั้นเรียกปสาทะ แต่ว่าไม่เกิดศรัทธา


มีหลายเรื่องหลายอย่างที่กล่าวถึงศรัทธา
เช่น กล่าวว่า สทฺธาย ตรติ โอฆํ
จะ ข้ามพ้นมหารรณพภพสาสารได้ก็เพราะศรัทธา
ศรัทธาเป็นของภายใน มีเฉพาะจิตใจของทุก ๆ คน
ศรัทธามีแล้ว วิริยะมันก็ไปด้วยกัน
อย่างเชื่อมั่นว่าขุดน้ำที่ตรงนี้มันจะต้องมีน้ำแน่นอนก็ขุดลงไป
การขุดนี้เรียกว่าวิริยะ ความเพียร ขุดจนไปถึงน้ำ
ศรัทธาเชื่อมั่นว่าหาเงินอย่างนี้มันจะรวยก็ตั้งใจพยายามหา
เช่น ซื้อบัตรเบอร์ ซื้อจนหมด เชื่อว่าจะได้อยู่ร่ำไป
อันความเชื่อย่างนั้นแหละพยายามหาเงินหาทองมาซื้อ นั่นก็เป็นวิริยะ
นี่แหละความเชื่อภายใน แต่ก็ความเชื่อนี่อีกแหละ
ที่ทำให้เหลวไหลผิดลู่ผิดทางนอกลู่นอกทางไป
ก็ศรัทธานี่แลหะทำให้เชื่องมงายในสิ่งที่ไร้เหตุไร้ผล


อย่างเขาพูดว่าเวลานี้เรามีกรรมมีเคราะห์
ทำไงจึงจะหายไปหาหมอสะเดาะเคราะห์ให้เขาสะเดาะเคราะห์
สะเดาะเคราะห์มันจะหายยังไง มันก็ของมีเคราะห์อยู่แล้ว นี่ก็เชื่องมงาย
พระพุทธเจ้าท่านว่า กรรมที่คนทำมาแล้ว ความเชื่อที่ตนทำมาแล้ว
ทำอย่างไรมันก็ไม่หาย ต้องติดตัวอยู่ร่ำไปกว่าจะหมดเวรหมดกรรม
แต่ว่าทำดีนั้นคนละอย่างกับทำชั่ว
อย่างเราเห็นว่าทุกข์อยากลำบากตรากตรำอย่างนี้แหละ
เราอุตส่าห์พยายามรักษาศีล ทำบุญ ทำทาน ทำสมาธิ ภาวนา
เราสร้างความดีต่อไป ความชั่วเราจะไม่ทำอีกต่อไปอันนั้น
เป็นการตัดกรรมตัดเวรโดยเฉพาะ แต่กรรมที่ทำแล้วมันก็ยังอยู่
 
ท่านจึงว่า กมฺมสฺสกา กมฺมทายาทา
คนทำกรรมใดแล้วต้องได้รับกรรมนั้นแน่นอน คนอื่นรับให้ไม่ได้


นี่แหละ ไม่มีสติไม่มีปัญญา จึงเป็นเหตุให้นับถือเหลวไหลไปต่าง ๆ
ถ้ามีสติ มันต้องมีปัญญารอบคอบสิ่งที่พูด
และสิ่งที่เขาพูดนั้นมีเหตุมีผลอะไรจริงหรือไม่
มันต้องมีปัญญาในพละ ๕ หรืออินทรีย์ ๕
ที่ว่านั้น มี ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา พร้อมกันในตัว
จึงสามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ในตอนนั้น


ความเชื่อนั้นเป็นของมีจริงและเป็นของมีประจำตัวอยู่แล้ว
เป็นทรัพย์อันประเสริฐประจำตัวอยู่แล้ว จะมีสติมีสมาธิแน่วแน่ในใจ
และมีปัญญาหรือมเท่านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เรื่องมันจะสำเร็จสมความปรารถนาของตน
หรือไม่สำเร็จนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก
แต่ศรัทธาตัวนี้เป็นของมีประจำอยู่ในใจของทุกคน
จะไปไหน ๆ ก็มีศรัทธาฝังไว้ในใจ
อย่างเราจะเดินไปมาไหน เราเชื่อมั่นว่าไปนี่ต้องถูกจุดประสงค์แน่นอน
จึงตั้งหน้ามุ่งปรารถนาที่จะถึงนั้น มันจึงค่อยไป
ถ้าไม่เชื่อในความสามารถของตนแล้วก็ไปไม่ถึงเหมือนกัน


ส่วนปัญญานั้นอีกอย่างหนึ่งต่างหาก จะบริสุทธิ์ได้ก็เพราะปัญญา
ต้องอาศัยศรัทธาจึงค่อยเกิดปัญญาขึ้น
เกิดปัญญาขึ้นแล้วจึงค่อยพิจารณาเหตุผลเรื่องราว อันนั้นจึงจะบริสุทธิ์ได้
พวกเรามีศรัทธาอยู่แล้ว จงใช้ศรัทธาให้เป็น ใช้ศรัทธาให้ถูกต้อง
ถ้าไม่อย่างนั้นก็หลงเหลวไหลหมด
อย่างบางคนมีศรัทธาเต็มที่ทำการทำงานสักแต่ว่าทำ
ไม่รู้จักที่ได้ที่เสีย ทำมันอยู่อย่างงั้น
คงจะเห็นกันทั่วไปที่อยู่ในบ้านเมืองของเรา
อันนั้นแหละศรัทธา ศรัทธามากเกินไป
ผู้ที่ทำน้อย ๆ แต่ว่ามีความรู้รอบคอยรอยตัว มีสติ มีสมาธิ มีปัญญาในตัว
รู้จักพิจารณาเหตุผลของเรื่องอันนั้นพอสมพอควร
ย่อมได้รับผลสำเร็จตามความประสงค์ สมความปรารถนา


ศรัทธา - หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
จากหนังสือ ธรรมลีลา ปีที่ 4 ฉบับที่ 48 พฤศจิกายน 2547