น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: เสรี ลพยิ้ม ที่ กุมภาพันธ์ 16, 2014, 12:48:44 pm
-
ลาออกจากความทุกข์ - ท่าน ว.วชิรเมธี
เคยแต่ได้ยินคนพูดกันว่า...ผม/ฉัน ลาออกจากงานแล้วครับ/ค่ะ... จนชิน
แต่มีอยู่คนหนึ่งเขาบอกว่า...
"ผมลาออกจากความทุกข์แล้วครับ"
เจ้าของคำพูดนี้คือ ผู้ชายคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่บนเก้าอี้วีลแชร์มาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว
เขาคือ อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม อดีตครูพลศึกษา วิทยาลัยพลศึกษา
จังหวัดอ่างทอง เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งขณะครูพละหนุ่มอายุเพิ่งย่าง 25 ปี
กำลังกระโจนลงสระน้ำเพื่อสอนว่ายน้ำให้กับนักศึกษาตามปกติอยู่นั้นเอง
โดยไม่คาดฝัน พลันศรีษะก็กระแทกเข้ากับพื้นสระอย่างแรงจนแน่นิ่งไป
มารู้สึกตัวอีกทีพบว่ากระดูกต้นคอข้อที่ห้าหักไปกระทบกับระบบประสาทไขสันหลัง
จนกลายเป็นอัพพาต ชาไปทั้งตัว แขน ขา และ มืออยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน
ตามปกติได้อีกนับแต่บัดนั้น
หลังออกจากโรงพยาบาลอาจารย์กำพลกลายเป็นคนพิการ ต้องทนใช้ชีวิต
อยู่บนรถวีลแชร์เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ในระหว่างนี้ท่านพยายามยอมรับความจริง
ที่เกิดขึ้นให้ได้ แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งดูเหมือนตอกย้ำให้สภาพจิตใจแย่ลงไปอีก
เพราะความทุกข์ที่กายและใจแบกรับอยู่นั้นมันหนักหนาเกินกว่าคนธรรมดาๆ
คนหนึ่งจะทำได้
ตลอดเวลาที่ทนทุกข์อยู่บนรถเข็น ท่านเฝ้าถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า
เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร ย้ำคิด ย้ำทำ และ ย้ำทุกข์ ทุกข์ทั้งกาย ทุกข์ทั้งใจ
จนบางวันก็ภาวนาขอให้ตัวเองล้มหายตายจากไปเสียเร็วๆด้วยซ้ำ
นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุจนเวลาล่วงไปกว่า 16 ปี อาจารย์กำพล เพียรหาวิธี
ดับทุกข์ให้ตัวเองด้วยธรรมะ จากคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือธรรมะเลย กลายเป็นคน
ที่มีหนังสือธรรมะเต็มตู้ แต่ทุกข์นั้นก็ยังไม่หาย กระทั่งวันหนึ่งคุณพ่อของท่าน
ได้นำเทปธรรมะและ หนังสือคู่มือปฎิบัติธรรมตามแนวทางของหลวงพ่อคำเขียน
สุวัณโณ มาให้ศึกษา ท่านไม่รอช้า รีบทดลองปฎิบัติตามคู่มือที่ได้มา ซ้ำยังเขียน
จดหมายไปขอฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่ออีกต่างหาก
การปฎิบัติธรรมด้วยการเจริญสติของอาจารย์กำพลเป็นไปด้วยความยากลำบาก
เพราะต้องนอนปฎิบัติ เนื่องจากร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ทั้งๆที่นอน "ดูใจ"
(เจริญสติ) ของตัวเองอยู่นั่นเอง ผลของการปฎิบัติธรรมกลับก้าวหน้าเกินคาด
ราวปาฎิหาริย์ กล่าวคือ วันหนึ่งจิตของท่านได้เปลี่ยนคุณภาพใหม่ กลายเป็นจิต
ที่ไร้ทุกข์ มีแต่สุข และความรู้ตัวตื่นอยู่ตลอดเวลา (สติ) เมื่อได้ปฎิบัติมาได้ถึงขั้นนี้
ความทุกข์ทางกายก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับท่านอีกต่อไป เพราะกายกับใจนั้นแยกกัน
เป็นคนละส่วนอยู่แล้ว
ท่านสรุปว่า"ความพิการเป็นเรื่องของกาย แต่ใจเราไม่พิการ" นับแต่การ
ฝึกปฎิบัติธรรมปรากฎผลอย่างเป็นรูปธรรม อาจารย์กำพลก็กลายเป็นคนใหม่อย่าง
สิ้นเชิง นั่นคือไม่เพียงแต่จะกลายเป็นคนที่หมดทุกข์ทางใจและมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม
อยู่ตลอดเวลา ถึงขนาดกล้าประกาศว่า "ผมลาออกจากความทุกข์" เท่านั้น แต่ชีวิต
ของท่านยังพลิกผันจนกลายมาเป็นครูสอนวิปัสสนากรรมฐานให้กับคนอื่นๆซึ่งกาย
ไม่พิการอีกด้วย
อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม คือแบบอย่างของคนสู้ชีวิตที่ค้นพบโอกาสในวิกฤติ
ได้อย่างงดงาม และสิ่งที่ท่านค้นพบไม่เพียงแต่จะทำให้ท่านพ้นทุกข์เพียงคนเดียว
เท่านั้น ทว่ายังมีคนอีกมากมายที่ได้อาศัยท่านเป็นครู แล้วเพียรเจริญรอยตาม
จนเห็นธรรมท่ามกลางทุกข์ได้ อย่างปาฎิหาริย์อีกไม่น้อย
"ในสุขมีทุกข์ ในมืดมีสว่าง และ ในวิกฤติมีโอกาส"
คำกล่าวนี้ยังคงเป็นความสัตย์ที่ท้าทายให้เราก้าวเข้าไปพิสูจน์อยู่เสมอ
ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานสักเพียงใด
ลาออกจากความทุกข์ - ท่าน ว.วชิรเมธี
คัดลอกจากหนังสือ
ธรรมะสบายใจ - ท่าน ว.วชิรเมธี