น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: ยาใจ ที่ มิถุนายน 16, 2011, 08:39:57 am
-
(http://upic.me/i/ho/a0744.jpg) (http://upic.me/show/35752902)
ความอิสระจากกรรม - อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง
ความอิสระจากกรรม จะไม่เกิดการทำกรรมอีก ทำได้อย่างไร ไม่เกิดวงกลมของกิเลส กรรม วิบาก ก็ต้องอิสระจากกรรม
พระองค์ตรัสว่า
กตโม จ ภิกฺขเว กมฺมนิโรโธ
ผสฺสนิโรโธ ภิกฺขเว กมฺมนิโรโธ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความอิสระจากกรรม คืออะไร
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความอิสระจากผัสสะ คือ ความอิสระจากกรรม
ถ้าผัสสะครอบงำไม่ได้ อยู่เหนือผัสสะ ก็ไม่มีการทำกรรม คำว่าอยู่เหนือผัสสะ ไม่ใช่ไม่มีผัสสะนะ แต่คือการรู้เท่าทันผัสสะ
เมื่อรับผัสสะแล้วใจก็ไม่หวั่นไหวหรือไม่ดิ้นรนไปตาม ได้ยินเสียงเพราะๆ ใจก็ไม่หวั่นไหวไปตาม
ได้ยินเสียงที่ไม่เพราะ ใจก็ไม่หวั่นไหวไปตาม
ความสุขเกิดขึ้นก็ไม่หวั่นไหวไปตาม
ความทุกข์เกิดขึ้นก็ไม่หวั่นไหวไปตาม เป็นผู้วางเฉยได้ อย่างนี้ไม่เกิดกรรมเลย ซึ่งการจะอยู่เหนือผัสสะก็ต้องมีวิธีการฝึกฝน อย่างเราธรรมดาคงทำไม่ได้
เราได้ยินเสียงเพราะๆ ก็ชอบแล้วเข้าไปมีอารมณ์ร่วม นี้เรียกว่าเสวยเวทนาแล้ว หากรู้ไม่ทันก็จะเกิดการทำกรรมต่อไป
ได้ยินเสียงที่ไม่เพราะหรือเสียงด่าเราก็ไม่ชอบแล้ว นี้ก็เสวยเวทนา ความโกรธก็เกิดขึ้นครอบงำใจ หลงไปทำกรรมแล้ว ฉะนั้นต้องการฝึกฝนจึงจะถึงความอิสระจากกรรมได้ แต่ให้ทราบไว้ก่อนว่าความอิสระจากผัสสะ นั่นแหละคือการอิสระจากกรรม ให้หัดรู้ทันสภาวะต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เกิดจากผัสสะทั้งนั้น เมื่อไม่หลงไปตามมัน จึงจะอิสะจากกรรมได้[/color][/size][/font]
-
(http://upic.me/i/gd/r44-2.jpg) (http://upic.me/show/35752925)
หากสภาวะที่ไม่ดีเกิดขึ้น ท่านก็คิดว่าจะทำยังไงจะดี อย่างนี้ใจเกิดการดิ้นรนขึ้นมาแล้ว เกิดการทำกรรมวนเวียน แต่ถ้าสภาวะที่ไม่ดีเกิดขึ้น รู้ทันมันว่า เป็นสภาวะอย่างหนึ่ง เป็นของไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตนบังคับไม่ได้ ใจไม่ไหวไปตามเลย อย่างนี้ไม่เกิดการทำกรรม โดยปกตินักปฏิบัติทั้งหลายก็ไปสร้างกรรมวนเวียน ส่วนใหญ่สร้างกรรมฝ่ายดีรักษาดีให้อยู่นานๆ ทำใจให้นิ่งๆ แล้วก็พยายามรักษาให้มันนิ่งอยู่นานๆ อย่างนี้ก็ดีอยู่ แต่ก็เป็นการทำกรรม ไม่พ้นกรรม ไม่อิสระจากกรรม
ให้หัดรู้ว่า ตอนไหนเป็นกรรม เกิดการกระทำทางใจขึ้น ตอนไหนอิสระจากกรรม ไม่เกิดการกระทำ ที่จะอิสระจากกรรมคืออิสะจากผัสสะไม่ว่าความเสื่อมเกิดขึ้น ก็ไม่หวั่นไหวไปตาม ความเจริญก้าวหน้าเกิดขึ้นก็ไม่หวั่นไหวไปตาม บางคนปฏิบัติธรรมไป ความเศร้าหมองเกิดขึ้นทั้งวันเกิดการดิ้นรนว่า จะทำยังไงดีนะจึงจะหาย หาวิธีปฏิบัติอย่างโน้นอย่างนี้
อย่างนี้ก็เกิดกรรมขึ้นมาแล้ว บางคนจิตใจดีงามผ่องใสก็ขยันมาก นี้ก็เกิดกรรมเหมือนกัน แต่ถ้ารู้เท่าทัน ตอนนี้เศร้าหมองเกิดขึ้น ดูลงไปแล้วไม่เกิดการดิ้นรนขวนขวาย รู้ไปอย่างที่มันเป็น เห็นว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ก็ไม่เกิดกรรมขึ้นมา
-
(http://upic.me/i/ua/r44-1.jpg) (http://upic.me/show/35752916)
ทีนี้ บางทีจิตใจดีงาม ใจก็ไม่หวั่นไหวเลย ก็เห็นเป็นเพียงสภาวะอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็เปลี่ยนแปลงไป เสมอกันทั้งฝ่ายเสื่อมทั้งฝ่ายดี อย่างนี้ไม่เกิดกรรมขึ้นมา อันนี้เรียกว่า วิปัสสนา ซึ่งดูเหมือนยากมาก แต่โดยความจริงแล้วเรียบง่าย เพราะไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ที่มันยาก เพราะเรามัวแต่จะทำ กลัวจะไม่ดี กลัวจะเสื่อม กลัวจะไม่ได้บรรลุ เราอยากเป็นคนดี ตอนไม่ปฏิบัติเป็นคนไม่ดี พอเป็นนักปฏิบัติก็เลยจะเป็นคนดีการจะเป็นคนดีก็เป็นยากอย่างนี้แหละ เพราะว่ามัวแต่ทำอยู่ เลยเกิดการทำกรรม เพียรพยายามทำให้มันดี และรักษาดีเอาไว้นานๆ
ใจที่ดิ้นรนหลงไปทำกรรม เนื่องจากมันไม่ยอมรับความจริง ใจเกิดการดิ้นรนไปทางใดทางหนึ่ง ถ้าสภาวะที่ดีเกิดขึ้น ใจก็เกิดการดิ้นรนไปทางหนึ่ง ดิ้นรนในทางจะรักษา แสวงหาให้มันถาวร เที่ยงอยู่อย่างนั้นน่าจะอยู่อย่างนี้นานๆ หน่อย ถ้าสภาวะฝ่ายไม่ดีเกิดขึ้น ก็หาทางให้มันหาย หาวิธีปฏิบัติ หารูปแบบต่างๆ มากันมันเอาไว้ ไม่ให้มันเกิด มันมาแล้วก็พยายามหาวิธีการทำลายมัน
โดยความจริง ผัสสะก็มีทั้งดีและไม่ดี เราฝึกเพื่อรู้เท่าทัน ไม่หลงไปตามมัน จึงจะอิสระจากมันได้ ดีก็รู้ ไม่ดีก็รู้ เสื่อมก็รู้ เจริญก็รู้ สุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ เป็นสิ่งเท่ากัน อย่างนี้เกิดปัญญา ปัญญารู้ก็รู้ทั้งสองอย่างนะทั้งดีทั้งไม่ดี เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เท่ากัน เวลาปล่อยวางก็ปล่อยวางทั้งสองอย่าง ปล่อยวางทั้งดี ปล่อยวางทั้งไม่ดี ไม่ใช่ปล่อยวางไม่ดีจะไปเอาดี ไม่ใช่อย่างนั้น[/color]
-
(http://upic.me/i/a0/r44-3.jpg) (http://upic.me/show/35752898)
ข้อปฏิบัติให้ถึงความอิสระจากกรรม
ข้อปฏิบัติให้ถึงความอิสระจากกรรม ก็คือ อริยมรรค ๘ มีสัมมาทิฏฐิ เป็นต้น จนกระทั่งถึงสัมมาสมาธิ ถ้าอยากจะอิสระจากกรรม ไม่ต้องมาดิ้นรนทำกรรมวนเวียนอยู่อย่างนี้ ไม่ต้องมาเวียนเกิดเวียนตามไปตามกรรมอย่างที่เป็นอยู่นี้ เราก็ต้องมาฝึกฝนตนเอง ฝึกให้มีสติสัมปชัญญะ ให้เกิดศีล เกิดสมาธิ ปัญญา เมื่อสมบูรณ์ อริยมรรค ๘ ก็เกิดขึ้น ได้เห็นพระนิพพาน ทำลายกิเลสได้ อิสระจากผัสสะ อิสระจากกรรม มีทางนี้ทางเดียวนี่แหละ ในบาลีท่านว่า
อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค กมฺมนิโรธคามินี ปฏิปทา,
เสยฺยถิทํ : สมฺมาทิฏฺฐิ...สมฺมาสมาธิ
อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความอิสระจากกรรม ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ...สัมมาสมาธิ
คำสอนของพระพุทธเจ้าสอนไว้ครบถ้วนนะ ถ้าเรายังทำกรรมอยู่ท่านก็บอกไว้ว่า กรรมจะพาวนเวียนไปไหนได้บ้าง พาไปนรกก็มี สัตว์เดรัจฉานก็มี เปรตก็มี มนุษย์ก็มี เทวดาก็มี ให้ผลเมื่อไหร่บ้าง ให้ผลในชาติปัจจุบันก็มี ให้ผลชาติหน้าก็มีให้ผลในชาติถัดจากนั้นไปอีกก็มี ความอิสระจากกรรมอย่างไร คืออิสระจากผัสสะ ผัสสะไม่มีอิทธิพลมาทำให้
ใจหวั่นไหวได้ และบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้อิสระจากกรรม คืออริยมรรค ๘
-
(http://upic.me/i/ru/r44-4.jpg) (http://upic.me/show/35752926)
อริยมรรค ๘ นี้เกิดพร้อมกับมรรคจิต ในคนหนึ่งๆ ที่เกิดตายสืบต่อกันอย่างยาวนานนี้
อริยมรรคเกิดเพียง ๔ ครั้งเท่านั้น ก็ได้เป็นพระอรหันต์แล้ว
ครั้งแรกเกิดโสดาปัตติมรรค ก็ได้เป็นพระโสดาบัน
ครั้งที่สองเกิดสกทาคามิมรรค ได้เป็นพระสกทาคามี
ครั้งที่สามเกิดอนาคามิมรรค ได้เป็นพระอนาคามี
ครั้งที่สี่เกิดอรหัตตมรรค ได้เป็นพระอรหันต์
* เท่านี้ก็หมดเรื่องแล้ว อิสระจากกรรมโดยสิ้นเชิงแล้ว*
ที่เราปฏิบัติธรรม ฝึกสติสัมปชัญญะ นี้ยังไม่ใช่อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นขั้นการฝึก เป็นการทำเหตุเพื่อให้อริยมรรคเกิดขึ้น เราฝึกไปตามไตรสิกขา ให้เกิดศีล สมาธิ ปัญญา ไปตามลำดับ พอสมบูรณ์ระดับหนึ่งอริยมรรคเกิดขึ้นครั้งที่หนึ่ง ทำลายกิเลสคือสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้เด็ดขาด ได้เป็นพระโสดาบันมีศีลสมบูรณ์อริยมรรคเกิดขึ้นครั้งที่สอง ทำลายราคะ โทสะ โมหะ ที่หยาบๆ ได้
ได้เป็นพระสกทาคามี อริยมรรคเกิดขึ้นครั้งที่สาม ทำลายกามราคะและปฏิฆะได้ ได้เป็นพระอนาคามี มีสมาธิสมบูรณ์ อริยมรรคเกิดขึ้นครั้งที่สี่ทำลายรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ และอวิชชา ได้เป็นพระอรหันต์มีปัญญาสมบูรณ์
ฉะนั้น เวลาเราศึกษาเรื่องกรรมก็ควรศึกษาให้ครบ ๖ เรื่องอย่างนี้นะ กรรมคืออะไร เหตุเกิดแห่งกรรมคืออะไร ความต่างแห่งกรรมคืออะไร วิบากแห่งกรรมคืออะไร ความอิสระจากกรรมคืออะไร ข้อปฏิบัติให้ถึงความอิสระจากกรรมคืออะไร รู้ให้ครบอย่างนี้ จะได้นำไปประพฤติปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
(http://upic.me/i/vk/io8r3ucaowc6kccalnsgc1ca2c2mjpca6qgc5qca25mwbycaaey60rcacalfpica6wkx4mcagjlse5cabm8cdycav6k8d9cass0xb7cafejtufca84ms5rcazme1odca3bj5pqcaaebhjycaliqp3y.jpg) (http://upic.me/show/28219663)
ที่มา : หนังสือกฎเกณฑ์กรรม
โดย อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่.....
คลิ๊ก => http://www.kallayanatham.com/book/kodkenkam.pdf
http://www.kallayanatham.com
ชมรมกัลยาณธรรม