น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: ยาใจ ที่ เมษายน 02, 2015, 02:30:56 pm
-
(http://upic.me/i/hr/11046737_559740184168295_728426209628966952_n.jpg) (http://upic.me/show/55117965)
(http://upic.me/i/w6/6mh53.gif) (http://upic.me/show/55181380) เคล็ดลับการมีอายุยืน (http://upic.me/i/w6/6mh53.gif) (http://upic.me/show/55181380)
คนเป็นอันมากเข้าใจว่าพุทธศาสนาชอบพูดเรื่องความทุกข์และส่งเสริมให้คนอยู่อย่างยากลำบาก ความจริงตรงกันข้ามพระพุทธองค์ทรงสอนให้คนรู้จักหาความสบายใส่ตนด้วยซ้ำ เมื่อพระองค์ตรัสเรื่องอายุวัฒนธรรม หรือธรรมอันเป็นเหตุให้อายุยืนการรู้จักใช้ชีวิตให้สบายเป็นธรรมข้อแรกเลยทรงกล่าวถึง คนที่หาเงินมาได้ เแต่ไม่เอามาใช้ให้ตนเป็นสุข เอาแต่สะสมท่าเดียว ย่อมถูกพระองค์ตำหนํ
คนจำนวนไม่น้อยมีความสุขกับหาเงินและเก็บเงิน แต่กลับตระหนี่ถี่เหนียว ปล่อยตัวเองให้อยู่อย่างลำบากแร้นแค้น จะซื้ออาหารแต่ละมื้อ ก็คิดถึงแต่เงินยิ่งกว่าคำนึงถึงสุขภาพของตน เจ็บไข้เพียงใดก็ไม่ยอมซื้อยาหรือไปหาหมอเพียงเพราะเสียดายเงิน ชีวิตเช่นนี้หาใช่ชีวิตที่เรียบง่ายและสันโดษที่ทรงสรรเสริญไม่ กลับเป็นชีวิตที่เบียดเบียนตนเอง เป็นชีวิตที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา เพราะเห็นคุณค่าของเงินสำคัญกว่าสุขภาพของตน
อย่างไรก็ตามถ้าหาความสบายให้ตนมากเกินไป ก็เป็นปัญหาอีกเหมือนกัน เพราะอาจจะทำให้ชีวิตสั้นได้ นี้เป็นปัญหาสำคัญของคนในโลกยุคบริโภคนิยมทีเดียว เพราะเดี๋ยวนี้เงินหามาได้ง่ายสิ่งปรนเปรอก็มีพร้อมมูลมากมายกว่าแต่ก่อน แถมยังมีสื่อมวลชนคอยชักชวนโน้นน้าวให้เสพซื้อสิ่งต่างๆ ไม่รู้จักหยุด สิ่งที่ตามมาก็คือสถานสุขภาพและบริการลดน้ำหนัผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วกรุงเทพฯ เพราะคนเป็นอันมาพบว่าสิ่งที่ตนบริโภคเข้าไปนั้นมีมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญหรือใช้ให้หมดได้ทัน
แต่ความอ้วนหรือการมีน้ำหนักเกินต้องการนั้น เป็นปัญหาเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับโรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนมากเป็นอันดับต้นของประเทศ สาเหตุของโรคหัวใจรวมทั้งโรคมะเร็งบางชนิดนั้น ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นเพราะการแต่เสพหาความสุขจากการกินอย่างไม่รู้จักพอดี โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่และน้ำตาล ประกอบการอยู่แบบสบายมากเกินไป ประเภทนั่งๆ นอนๆ จนแทบไม่ได้ออกกำลังกาย ด้วยเหตุนี้อายุวัฒนธรรมข้อที่ ๒ จึงสำคัญมากสำหรับคนยุคนี้ นั่นคือการรู้จักประมาณในการหาความสบายใส่ตน
หากรู้จักการเลือกเฟ้นอาหารการกิน บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อและไข่ พอประมาณ ขณะเดียวกันก็บริโภคผัก ธัญพืช และอาหารเส้นใยให้มากขึ้น จนเป็นส่วนสำคัญในชีวิตก็เท่ากับว่าได้ปฎิบัติอายุวัฒนธรรมอีกข้อหนึ่ง ได้แก่การบริโภคสิ่่งที่ย่อยง่าย ธรรมข้อนี้ไม่พึงเข้าใจว่าพระพุทธองค์ตรัสสำหรับคนเฒ่าคนแก่เท่านั้น เด็กๆ และหนุ่มสาวก็พึงใส่ใจเช่นกัน อย่างไรก็ตามอาหารที่ย่อยง่ายหรือซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว เช่นน้ำตาลสังเคราะห์หรือน้ำตาลทรายขาวนานาประเภท หากกินมากเกินไปก็เป็นโทษได้มิใช่น้อย
ที่จริงยังมีอายุวัฒนธรรมอีก ๒ ข้อ แต่ ๓ ข้อ ที่กล่าวมานั้นเกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง กระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องร่างกายหรือสุขภาพกายล้วนๆ หากยังเกี่ยวข้องกับจิตใจด้วย เพราะต้องอาศัยสติและปัญญาเข้ามากำกับ ถ้าไม่มีสติแล้ว ก็ง่ายที่จะปล่อยใจไปตามการเย้ายวนของอาหารและสิ่งเสพ และหากไม่มีปัญญาเห็นโทษของการเสพแบบไม่รู้จักพอดี ก็ง่ายที่จะหลงเชื่อไปตามการโฆษณาชักชวนของสื่อมวลชนได้
(http://upic.me/i/n6/989369nkhwxrd6yq.gif) (http://upic.me/show/1796666)
ที่มา : หนังสือร่มไม้และเรือนใจ
โดยพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
-
(http://upic.me/i/z4/11053537_1567021336911208_5893399570567916397_n.jpg) (http://upic.me/show/55117888)
(http://upic.me/i/w6/6mh53.gif) (http://upic.me/show/55181380) อยู่อย่างยืนยาวและผาสุก (http://upic.me/i/w6/6mh53.gif) (http://upic.me/show/55181380)
ธรรมะ ไม่ใช่เรื่องของจิตใจอย่างที่มักเข้าใจกันเท่านั้น
หากยังเกี่ยวพันกับร่างกายด้วย เพราะชีวิตจะเจริญงอกงามได้ต้องอาศัยจิตใจและร่างกายที่เกื้อกูลกัน พระเจ้าปเสนทิโกศลเคยเสด็จทูลถามปัญหากับพระพุทธเจ้า เนื่องจากทรงรู้สึกอึดอัด กระสับกระส่ายพระวรกาย พระบรมศาสดาทรงทราบว่าเป็นเพราะพระเจ้าปเสนสิโกศลเสวยพระกระยาหารมากเกินไป จึงทรงแนะให้พระองค์รู้จักประมาณในการเสวย หลังจากที่เสด็จกลับพระราชวังพระเจ้าปเสนทิโกศลจึงทรงบัญชาให้มหาดเล็กผู้หนึ่งทำหน้าที่กล่าวเตือนพระองค์ให้เสวยอย่างมีสติ รู้ประมาณ ในเวลาไม่นาน พระเจ้าปเสนทิโกศลก็กลับมีสุขภาพดีเหมือนเดิม
มีหลายครั้งที่พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงหลักธรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ หลักธรรมหมวดหนึ่งก็คือ อายุวัฒนธรรม หรือ ธรรมอันเป็นเหตุให้อายุยืน ธรรมหมวดนี้มี ๕ ประการ ใน “สุขกายสุขใจ” บทที่แล้วได้ล่าวถึง ๓ ประการแรก ได้แก่ การรู้จักทำความสบายให้แก่ตนเอง การรู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย และ การบริโภคอาหารที่ย่อยง่าย
ธรรม ๓ ประการแรกเป็นเรื่องสุขภาพกายโดยตรง แต่ถ้าดูให้ดีก็เกี่ยวข้องกับจิตใจด้วย เพราะคนเราจะรู้ประมาณในสิ่งที่สบายได้นั้น ต้องอาศัยจิตใจที่รู้จักพอ คือต้องมีสตินั่นเอง การกินอาหารที่ย่อยง่ายก็เช่นกัน ใช่ว่าจะทำง่ายๆ ก็หาไม่ เพราะเดี๋ยวนี้มีอาหารมากมายหลายชนิดที่มาล่อตาล่อใจให้เราลุ่มหลง ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารที่ย่อยยากทั้งนั้น ยิ่งอาหารในสมัยใหม่ ประเภท แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่าด้วยแล้ว มีแรงโฆษณามาหนุนเนื่องจนฝืนใจได้ยาก คนที่จะมีจิตใจใฝ่อาหารที่ย่อยง่าย โดยเฉพาะผัก ผลไม้ จึงต้องมีปัญหาและสติควบคู่กัน
สำหรับธรรม ๒ ประการหลังนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับสุขภาพกายโดยตรง ได้แก่ การเป็นผู้มีศีล และการเป็นผู้มีมิตรดีงาม ทั้ง ๒ ประการส่งผลต่อชีวิตด้านในหรือจิตใจเป็นหลัก ศีลในที่นี้หมายถึงศีล ๕ เป็นอย่างน้อย ความสำคัญของศีลอยู่ตรงที่ทำให้ชีวิตของเราสงบสุข เพราะเมื่อเรารักษากายวาจาให้เป็นปกติไม่เบียดเบียนผู้ใดแล้ว เรื่องวุ่นวายอันจะเป็นเหตุให้จิตใจเศร้าหมองวิตกกังวลก็มีน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ศีลไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้ใดเท่านั้น หากยังรวมถึงการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น จะด้วยทรัพย์ กำลังกายหรือกำลังปัญญาก็แล้วแต่ การเอื้อเฟื้อผู้อื่นคือการมอบความสุขแก่เขา สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือความสุขในจิตใจของผู้ให้นั่นเอง เพราะความสุขนั้นมีเมตตาและกรุณาเป็นบ่อเกิด
มิตรดีงาม หรือกัลยาณมิตรนั้น ใครที่มีก็นับว่าเป็นผู้โชคดีมิตรเช่นนี้ทำให้โลกน่าอยู่ และยังชีวิตให้น่ารื่นรมย์ คนเป็นอันมากยิ่งมีอายุมากขึ้น กลับมีกัลยาณมิตรน้อยลง เพราะจิตใจคิดแต่จะตักตวงหายศทรัพย์และอำนาจ เลยมองคนอื่นเป็นคู่แข่งหรือเป็นปฏิปักษ์ไปเสีย คนเช่นนี้หากเกษียณหรือหมดอำนาจ ชีวิตจะอ้างว้างโดยเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่มีคนแวดล้อมอีกต่อไป
ศีล และกัลยาณมิตร นั้น ทำให้จิตใจเข้าถึงความสงบและความสุข ความสงบสุขแห่งจิตใจนี้แหละ เมื่อประกอบเข้ากับการมีสุขภาพ อันเนื่องจากธรรม ๓ ประการแรกด้วยแล้ว จะทำให้อายุยืนยาว เป็นความยืนยาวที่ควบคู่กับความเจริญงอกงามแห่งชีวิตมิใช่แค่ความยืนยาวแต่เพียงร่ายกายเท่านั้น
(http://upic.me/i/n6/989369nkhwxrd6yq.gif) (http://upic.me/show/1796666)
ที่มา : หนังสือร่มไม้และเรือนใจ
โดยพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล