น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: ยาใจ ที่ มีนาคม 19, 2021, 03:27:25 pm
-
(http://image.free.in.th/v/2013/ie/210319083740.jpg) (http://picture.in.th/id/df8e63bf173dcbbc00479ecfd018408b)
นิมฺมโลตอบโจทย์
อภิณหปัจจเวกขณะ
เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้นเป็นธรรมดา”
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ถาม : คนเราจะจากกัน เป็นเพราะหมดบุญวาสนาต่อกัน ใช่หรือไม่?
ขอพระอาจารย์ช่วยหาอุบายที่จะทำให้ลืมอดีตด้วย
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ตอบ : แสดงว่าผู้ถามกำลังพลัดพรากใช่ไหม?
..เป็นเรื่องธรรมดานะ เป็นเรื่องธรรมดา
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) เวลาเราพลัดพราก มันมีบทธรรมที่ควรพิจารณา
คือบท “อภิณหปัจจเวกขณะ”
เป็นบทธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสให้ชาวพุทธทั้งหลายพิจารณาอยู่ทุก ๆ วัน
คือ ควรพิจารณาทุก ๆ วัน ว่า
๑. เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
๒. เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้
๓. เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้
๔. เราจะต้องพลัดพรากจาก “ของรักของเจริญใจ” ทั้งสิ้น เป็นธรรมดา
“ของรัก ของเจริญใจ” หมายถึง ทั้งคน ทั้งสัตว์ ทั้งสิ่งของ
๕. เรามีกรรมเป็นของ ๆ ตน
ทำกรรมอะไรไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม
ข้อที่ ๕ เป็นเรื่องของเชื่อในเรื่องของกฏแห่งกรรม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ตอนนี้สภาวะของผู้ถามมันจะอยู่ในข้อที่ ๔
“เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจ ทั้งสิ้น เป็นธรรมดา”
ถ้าเราไม่ทำใจอย่างนี้ไว้ก่อน หรือไม่พิจารณาเรื่องนี้ไว้ก่อน
ยามรัก ก็รักสุดหัวใจ
..เวลาต้องพลัดพรากจากไปก็รู้สึกเหมือนใจจะขาด
แต่ถ้าเราพิจารณาไว้ก่อนนะ..
“สักวันจะต้องจากไป สักวันจะต้องพลัดพราก”
ได้ของรักอะไรมา ก็รู้อยู่ว่า สักวันจะต้องพลัดพราก
ได้อยู่กับคนรัก ก็รู้อยู่ว่า สักวันหนึ่งเหตุการณ์นี้จะต้องหายไป
คนที่อยู่ร่วมกัน ประชุมกันในที่นี้
ซึ่งกำลังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนี้
มันจะไม่เป็นอย่างนี้อยู่ตลอดไป
เหตุการณ์นี้จะต้องเปลี่ยนไป
มันไม่ใช่ว่าจะต้องทะเลาะกัน
แต่อาจจะรักกันดีอยู่ แต่พลัดพรากกัน
ทั้งจากเป็น และทั้งจากตาย
นึกออกไหม?
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ถ้าเรามองเหตุการณ์ทุก ๆ อย่าง ที่ผ่านมา ว่า “สิ่งนี้เป็นของชั่วคราว”
สิ่งนี้เป็นของชั่วคราว - เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องชั่วคราว
เวลาเราเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ เป็นเรื่องชั่วคราว เราจะไม่ประมาท!!
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) เราจะไม่ประมาท ไม่คิดว่า ‘ทุกคนจะต้องอยู่อย่างนี้ตลอดไป’
ตอนที่เราคิดว่า..
‘ทุกคนจะต้องอยู่อย่างนี้ตลอดไป’
‘ภาพนี้ต้องเป็นอย่างนี้ อยู่อย่างนี้’
‘กลุ่มนี้จะต้องอยู่กันอย่างนี้ตลอดไป’
บางทีเราจะประมาทอย่างหนึ่ง..
ที่น่ากลัวก็คือว่า เวลามีอะไรควรทำ..ก็ไม่ทำ
เวลาจะดูแลกันให้ดี ๆ ก็ไม่ยอมดูแล เพราะคิดว่า ‘พรุ่งนี้ก็ได้’
เวลาจะพูดอะไรดี ๆ ก็คิด.. ‘พรุ่งนี้ก็ได้’
เวลามีความผิดอะไรขึ้นมาจะขอโทษ ‘พรุ่งนี้ก็ได้’
มันผัดเวลาไป
ไม่คิดว่า..
‘ถ้าเขาตายไปวันนี้ พรุ่งนี้ไม่ได้ขอโทษเขาแล้วนะ’
‘ถ้าเขาตายไปวันนี้ พรุ่งนี้ไม่ได้ขอบคุณเขาแล้วนะ’
คุณความดีที่เขาทำกับเรา เราก็เลยไม่ได้ขอบคุณเขาเลย
ความผิดพลาดพลั้งอะไรของเราที่เราเผลอไป พลั้งไป
ที่ทำไปกระทบเขา แทนที่จะได้ขอโทษ ก็ไม่ได้ขอโทษเขาเลย
หรือบางทีเขาเป็นฝ่ายกระทำกับเรา
แทนที่เราจะบอกให้อภัยกับเขา ก็ไม่ได้บอกเขาเลย
การขอบคุณ การขอโทษ การให้อภัยกัน..ไม่ได้เกิดขึ้นเลย
เพราะคิดว่า..จะอยู่กันอีกนาน ๆ
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ทีนี้ถ้าเราพิจารณาอยู่เสมอว่า “เราจะต้องพลัดพราก”
ที่พบกันอยู่ทุกวันนี้นะ มันไม่แน่นะ
แม้เขาไม่ได้เป็นฝ่ายไป เราเองก็อาจจะไป
เขาอาจจะอยู่ แต่เราอาจจะตาย
หรือเขาอาจจะอยู่ปกตินะ แต่เราต้องไปเข้าโรงพยาบาล..อีกยาวเลย
และยิ่งถ้าเป็นโควิด (covid-19) นะ ..
เขาให้เราอยู่คนเดียวด้วย เจอใครไม่ได้ด้วย ใครจะมาเยี่ยมก็ไม่ให้เยี่ยมด้วย
แค่นี้ก็รู้สึกว่า ‘เอ้า! ชีวิตเป็นของไม่แน่แล้ว’ ใช่ไหม?
แม้จะยังมีชีวิตอยู่ จะขอโทษ จะขออภัย หรือจะขอบคุณอะไรกัน..ไม่ได้แล้ว
จะบอกรักอะไร.. เขาก็ไม่ให้เข้าไปเจอกันแล้ว
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) เพราะฉะนั้น การพิจารณาว่า ‘เราจะต้องพลัดพราก’
มันไม่ใช่เพียงแค่ว่า ‘เตรียมใจที่จะไม่เสียใจ’ นะ
มันคือ มีความไม่ประมาทในการพูด ในการคิด ในการทำ
ในการปะทะสังสรรค์ซึ่งกันและกัน ในการใช้ชีวิตร่วมกัน
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) เวลาที่จะต้องพลัดพรากจากกันจริง ๆ เนี่ย
จะไม่เสียใจกับช่วงเวลาที่อยู่ร่วมกัน
รู้สึกว่าเราได้ใช้ชีวิตร่วมกันเนี่ย
‘เป็นบุญเหลือเกินที่ได้อยู่กับคน ๆ นี้’
และได้ใช้ชีวิตร่วมกัน - มีชีวิตอย่างมีคุณค่าร่วมกัน
จากกันไปแล้ว ก็จากกันด้วย “ความสบายใจ”
ไม่ติดข้องในแง่ที่ว่า “เคยทำอะไรผิด แล้วไม่ได้ขอโทษ”
หรือเห็นคุณค่าของเขา เขาทำอะไรกับเรา เขาเอื้อเฟื้อเรา
เรายังไม่ได้ขอบคุณอะไรเขาเลย มันค้างคาใจ
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) เมื่อพิจารณาว่า “เราจะต้องพลัดพราก” แล้วไม่ประมาท
ก็ไม่ติดค้างอะไรเลย
เพราะ เราพูดอยู่เสมอ ว่า “ขอบคุณ”
เราพูดอยู่เสมอ ว่า “ขอโทษ”
ทุกครั้งที่รู้สึก ทุกครั้งที่เห็นการกระทำ
อันเป็นคุณค่าของเขา “เราขอบคุณ”
ทุกครั้งที่เห็นว่าเรามีส่วนผิดอะไรบ้างเนี่ยนะ “ขอโทษ”
เราจะไม่ตกค้าง!
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ทีนี้ ถ้าตอนนี้มีการพลัดพรากเกิดขึ้นแล้ว
และในอดีตเราก็ไม่เคยพิจารณาอย่างที่ว่ามานี้
เราก็สามารถทำได้ตอนนี้เลยว่า “นี่เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตทุกชีวิต”
ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์
ไม่ว่าจะเป็นเทวดา ..
เป็นเทวดาก็มีตายนะ เทวดาก็มีพลัดพรากนะ
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) เพราะฉะนั้น ถ้ายังไม่เคยพิจารณา
ก็ให้หัดพิจารณาว่า “เป็นเรื่องธรรมดา”
ถ้าเขาจากไปแบบจากดี เขาไปดี ก็อนุโมทนากับเขา
ถ้าเขาจากไปแบบไม่ดี ในแง่ที่ว่าเสียชีวิต ก็ทำบุญอุทิศให้เขา
ถ้าเรามีชีวิตร่วมกันมากับเขาระยะหนึ่ง ความผูกพันมีอยู่เนี่ยนะ
ก็เป็นไปได้ง่ายที่เวลาเราทำบุญ แล้วระลึกถึงเขา เขาจะรับรู้ได้
***
อย่ามัวแต่เสียใจ อย่ามัวแต่คร่ำครวญหวนไห้อาลัยอาวรณ์
ให้รู้ลงปัจจุบันไปเลยว่า “ขณะนี้กำลังมีความอาลัยอาวรณ์”
ถ้ารู้อย่างนี้ได้ ก็ได้ทำกรรมฐานด้วย ได้เจริญสติด้วย
เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตด้วยว่า
“ชีวิตนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องพลัดพรากจากกัน”
แล้วถ้าจิตมันหวนไห้อาลัยถึงอดีต
ตอนนี้เป็นโอกาสที่เราจะมาทำกรรมฐาน
เป็นโอกาสที่เราจะมาเจริญสติ
***
เพราะขณะนี้เหตุการณ์ปัจจุบันคือ เรานั่งอยู่ (สมมติว่านั่งอยู่นะ)
ปัจจุบันคือ เรานั่งอยู่ แต่ภาพในใจมันไม่ใช่ภาพเรากำลังนั่ง
แต่เป็นภาพของเราในอดีตที่กำลังมีชีวิตร่วมกับเขา
ตอนนี้เรากำลังคิดถึงอดีต
ในลักษณะที่ว่า “มีอาการคร่ำครวญหวนไห้อาลัยหา”
ภาพอดีตโผล่ขึ้นมา ให้รู้เลยว่า..
“ตอนนี้เรากำลังหลุดจากปัจจุบัน”
ให้รู้ว่า “เราเผลอคิดไปแล้ว”
ให้รู้ทันว่า “เผลอคิด”
หรือกำลังวาดอนาคตว่า ‘เรากับเขาน่าจะอยู่ด้วยกันนะ อนาคตเราจะได้ทำอย่างนั้น ๆ’
ให้รู้เลยว่า ตอนนี้ใจเรากำลังหลุดจากปัจจุบัน ไปสู่อนาคต
คิดวาดฝันไปว่า เดี๋ยวจะไปเจอเขาตรงนั้น ๆ อะไรอย่างนี้นะ
อันนี้หลุดจากปัจจุบันไปสู่อนาคตแล้ว ให้รู้ว่า “เผลอคิด”
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ปัจจุบันกำลังนั่งอยู่ - รู้ว่าปัจจุบันร่างกายกำลังนั่ง
ปัจจุบันกำลังหายใจอยู่ - ให้รู้ว่าตอนนี้ร่างกายเรากำลังหายใจอยู่
ถ้าเผลอคิดปุ๊บ - รู้ปัจจุบันทันที ว่าเมื่อกี้นี้ “เผลอคิด”
ก็เรียกว่า รู้จิตลงปัจจุบัน
แต่เป็นรู้จิตลงปัจจุบันแบบนี้ เรียกว่า “ปัจจุบันสันตติ”
สันตติ แปลว่า สืบต่อ
เป็นรู้ปัจจุบันแบบเมื่อกี้นี้ สด ๆ ร้อน ๆ เลย
จิตปัจจุบันจริง ๆ คือ รู้ แต่รู้จิตที่เพิ่งดับเมื่อกี้ สด ๆ ร้อน ๆ
ขณะที่เผลอ ขณะนั้นไม่รู้สึกตัว เพราะขณะปัจจุบันกำลังเผลอ
ต้องให้ขณะจิตที่เผลอนั้นดับไปก่อน
แล้วให้จิตที่เกิดสืบต่อ รู้ทันทีว่า เมื่อกี้เผลอ
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029)ถ้ามารู้ทันปัจจุบันถึงร่างกาย จะเป็นปัจจุบันแท้ ๆ
เรียกว่า “ปัจจุบันขณะ”
รู้กาย รู้เป็น’ปัจจุบันขณะ’ได้
ตอนนี้กำลังหายใจ กำลังนั่งอยู่ รู้ไป
ใจเผลอคิดถึงอนาคตอีกแล้ว..
ให้ ‘รู้ทัน’ ว่าเมื่อกี้นี้สด ๆ ร้อน ๆ เลย ‘เผลอ’
‘เผลอ’ เป็นปัจจุบันแบบสด ๆ ร้อน ๆ ต่อเนื่อง
‘รู้’ เป็นปัจจุบันขณะแท้ ๆ แต่มีจิตเมื่อกี้เป็นอารมณ์
คือรู้ว่าเมื่อกี้นี้ เผลอคิดอีกแล้ว อย่างนี้ใช้ได้!
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) เพราะฉะนั้น ให้สภาวะที่กำลังคิดถึงเขา
คนที่กำลังปัจจุบันนี้พลัดพรากจากกันไปแล้ว
ให้สภาวะนี้เป็นประโยชน์ต่อการภาวนาของเรา
อย่าให้มันมาซ้ำเติมให้เราเกิดมีความหวนไห้อาลัยหา
ซึ่งทุกครั้งที่หวนไห้อาลัยหา เรากำลังเศร้าหมองอยู่ กำลังมีความทุกข์อยู่
ให้จิตที่กำลังตกอารมณ์คิดถึงเขาบ่อย ๆ เนี่ย เอามาเป็นกรรมฐานเลย
ยิ่งเกิดบ่อย และรู้บ่อย ยิ่งดี
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) เผลอคิดถึงคนนี้ ถ้ารอบแรกนะ อาจจะเผลอเป็น ๒ - ๓ นาที แล้วรู้
พอมันเริ่มเห็นแล้วว่าเมื่อกี้นี้ ถ้ามีภาพคนนี้ขึ้นมานะ เราผลอไปแล้ว
เมื่อกี้พลาดปล่อยเผลอไปถึง ๓ นาที สมมตินะ!
เผลอพลาดไปถึง ๓ นาที เผลอคิดไปถึง ๓ นาที
อย่างน้อย ๆ ตอนรู้เนี่ยนะ เราจะจำได้ว่า
‘ถ้ามีภาพคนนี้ขึ้นมา แสดงว่าเผลอแล้ว’
อ่ะ! มารู้ถึงปัจจุบันว่าเรานั่งอยู่ แล้วหายใจต่อ
เดี๋ยวก็เผลอดคิดอีก
ไอ้คนนี้นะ ถ้าเราคิดถึงเขาบ่อย ๆ แสดงว่าเขามีความสำคัญกับชีวิตของเรา
เราก็จะมีโอกาสที่จะเผลอคิดถึงเขาอีก
คิดถึงเขาอีกทีเนี่ยนะ
อาจจะไม่ถึง ๒ นาที ไม่ถึง ๓ นาที คิดอาจจะนาทีเดียว แล้วรู้ทัน
ยิ่งคิดบ่อย - ยิ่งรู้ทันบ่อย - จะยิ่งเจริญสติได้ง่ายขึ้น
เพราะเราจำความเผลอในลักษณะนี้ได้
ยิ่งรู้บ่อย - ยิ่งจำบ่อย ๆ - ยิ่งรู้ง่าย
รู้ง่าย - ก็รู้ได้บ่อย ๆ - มันจะยิ่งจำบ่อย ๆ
ยิ่งรู้บ่อย ๆ ยิ่งจำบ่อย ๆ กลายเป็นว่า - เราจำได้แม่น
ตอนจำสภาวะได้แม่น มีศัพท์เรียกว่า “ถิรสัญญา”
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ไม่นานเลย ถ้าเราไม่ปล่อยเวลา แบบปล่อยคิดไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่เจริญสตินะ
คิดแล้วรู้ ๆ เนี่ยนะ ไม่นานเลย..เราจะได้ความจำแม่น
จำสภาวะความเผลอ ว่ามีลักษณะอย่างนี้
ถ้ามันเผลอ เราจะมีโอกาสได้สติแบบ “สติอัตโนมัติ” คือ เผลอปุ๊บรู้เลย
รู้โดยไม่ได้ตั้งใจจะเจริญสติ
อันนี้เป็นอานิสงส์ จากการที่เราฝึกรู้ทันความเผลอคิดไป
ขอให้โยมได้มีโอกาสได้เจริญสติ ได้เจริญกรรมฐาน
จากการที่มีเหตุการณ์พลัดพรากจากคนรักครั้งนี้ด้วย
ขอให้มีความเจริญในธรรมด้วย
พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล
เรียบเรียงจากตอบปัญหาธรรม รายการธรรมะสว่างใจ
ออกอากาศวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
(http://image.free.in.th/x/i/iw/38030003.gif) (http://picture.in.th/id/4efc6701527412fddbf194d38b708029) ลิงค์รายการ https://www.facebook.com/Watsanghathan.Nonthaburi/videos/3697450420338452
(นาทีที่ 39.14-50.23)
(http://image.coolz-server.com/s/3P5xVfHv) (http://image.coolz-server.com/v/3P5xVfHv)
(http://image.free.in.th/x/i/im/sm_smile.gif) (http://picture.in.th/id/3c0bf3e905f6c62beeeb00feaba159f7) ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Nimmalo.com
https://www.facebook.com/nimmalo (https://www.facebook.com/nimmalo)