น้ำใจธรรม.เนต

สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => น้ำใจธรรม-สุขภาพ => ข้อความที่เริ่มโดย: ยาใจ ที่ กรกฎาคม 26, 2022, 03:42:19 pm

หัวข้อ: ( ͡~ ͜ʖ ͡°) Blepharospasm ภาวะตาปิดเกร็ง *:・゚✧
เริ่มหัวข้อโดย: ยาใจ ที่ กรกฎาคม 26, 2022, 03:42:19 pm
(http://image.free.in.th/v/2013/if/220726034825.jpg) (http://picture.in.th/id/17cc134a3c97d13106dc4ceda19eab9c)


*:・゚✧  กรมการแพทย์เตือน ภาวะตาปิดเกร็ง หนังตากระตุก อาจไม่ใช่ลางบอกเหตุ แต่เป็นสัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพ *:・゚✧

 ✧  กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผยภาวะตาปิดเกร็ง หนังตากระตุก หลายคนมักคิดว่าเป็นลางบอกเหตุ อาจสร้างความรำคาญได้ แท้จริงแล้วเป็นสัญญาณบอกโรค หมั่นสังเกตอาการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา

 ✧  นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า Blepharospasm หรือภาวะตาปืดเกร็ง เป็นส่วนหนึ่งของอาการ focal dystonia ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติที่เกิดจากอาการเกร็งของกล้ามเนื้อดวงตา มักพบในผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และช่วงอายุที่พบบ่อยคือ ช่วงอายุประมาณ 40-60 ปี มักเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 ตา อาการเริ่มต้นของภาวะนี้คือ มีกระพริบตาบ่อยครั้ง ผู้ป่วยมักให้ประวัติว่ารู้สึกเคืองตาแสบตา จากนั้นจะเริ่มมีอาการเกร็งหรือรู้สึกดึงรั้ง หรือแน่นรอบดวงตาโดยเกิดขึ้นทั้งด้านบนและด้านล่าง ทำให้มีความลำบากในการลืมตา ตาเริ่มหรี่แคบลงจนถึงตาเปิดไม่ได้ชั่วขณะ อาการจะเป็นๆหายๆ โดยระยะเวลาที่เกิดเป็นวินาทีถึงหลายนาทีได้ การโดนแสงแดดหรือไฟสว่างจ้า ความเครียดวิตกกังวล มักกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมี sensory trick หรือการบรรเทาอาการจากการสัมผัสเบาๆที่บริเวณอื่น เช่น หางตาหรือแก้มแล้วทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาคลายตัว พบได้ในระยะแรกของโรค จากนั้นอาการจะค่อยๆหายไป ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ประเมินหาสาเหตุ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

 ✧  นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยจะมีอาการ ภาวะอื่นที่อาจมีอาการคล้าย Blepharospasm เช่น หนังตาตกจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการที่ไม่สามารถเปิดตาได้จากสมองส่วนกลาง หรือใบหน้ากระตุกครึ่งซีก เป็นต้น การแยกโรคต้องอาศัยแพทย์ในการตรวจวินิจฉัย นอกจากนี้ Blepharospasm อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการเกร็งของใบหน้าคือ พบร่วมกับอาการเกร็งบริเวณปาก หรือในบางรายอาการเกร็งอาจลามถึงบริเวณคอหรือทั้งร่างกาย การรักษาด้วยการรับประทานยาไม่ค่อยได้ประสิทธิภาพ ผู้ป่วยอาจได้รับผลข้างเคียงจากยาลดอาการเกร็ง เช่น ง่วงนอน ปากคอแห้ง อาการสับสน เป็นต้น ในปัจจุบันการรักษาจึงเน้นยา ที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่และไม่มีผลข้างเคียง การฉีดยาโบทูลินัมจึงเป็นการรักษาที่ใช้ในผู้ป่วยเพื่อลดอาการเกร็งรอบดวงตา ได้นาน 3-6 เดือนต่อการฉีด 1 ครั้ง ซึ่งมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยและหายได้เองเมื่อยาหมดฤทธิ์ อย่างไรก็ตามการฉีดโบทูลินัมไม่ได้ทำให้หายขาดจากโรคเป็นเพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้อาการแย่ลง หลีกเลี่ยงการขับรถหากยังคุมอาการได้ไม่ดีพอ และเฝ้าระวังอาการทางระบบประสาทอื่นๆด้วย

 ✧*************************************** ✧

 ✧  กรมการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา ภาวะตาปิดเกร็ง หนังตากระตุกเรื้อรัง

 ✧  -ขอขอบคุณ- 25 กรกฎาคม 2565



 ✧*:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧ *:・゚✧  ✧

 ✧  ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook กรมการแพทย์
https://web.facebook.com/profile.php?id=100069182200543 (https://web.facebook.com/profile.php?id=100069182200543)