น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: ยาใจ ที่ มิถุนายน 26, 2023, 09:54:04 am
-
(http://image.coolz-server.com/s/P9fD74bU) (http://image.coolz-server.com/v/P9fD74bU)
❁ คนในสมัยพุทธกาล
เวลาเขาฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า
เกิดความแจ่มแจ้งในธรรม
จะลุกขึ้นประกาศตนเองว่า
"ข้าแต่พระโคดม
ภาษิตของท่านพระโคดม
ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก
พระโคดมทรงประกาศธรรมแจ่มแจ้ง
โดยประการต่างๆ เปรียบเหมือน
บุคคลหงายของคว่ำ เปิดของที่ปิด
บอกทางแก่ผู้หลงทาง
หรือตามประทีปในที่มืด
ด้วยตั้งใจว่าคนตาดีจักเห็นรูป
ข้าพระองค์ขอถึงท่านพระโคดม
พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ
❁ ขอท่านพระโคดม
จงทรงจำข้าพระองค์ว่า
เป็นอุบาสกผู้ถือสรณะ
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจน
ตลอดชีวิต"
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
(http://image.coolz-server.com/s/T3VzMp12) (http://image.coolz-server.com/v/T3VzMp12)
☆*: .。. 。. .。。. .。。. .。。. .。。. 。。. 。. .。。. .。。. .。.。.:*☆(http://image.coolz-server.com/s/T3VzMp12) (http://image.coolz-server.com/v/T3VzMp12)
(http://image.coolz-server.com/s/oLsM3Dun) (http://image.coolz-server.com/v/oLsM3Dun) ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook Kanlayanatam
https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754 (https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754)
-
(http://image.coolz-server.com/s/09hsoaMD) (http://image.coolz-server.com/v/09hsoaMD)
☆*: .。. บุคคลในโลกนี้
แม้จะอยู่ในพระพุทธศาสนาก็ยังหลงทาง
เพราะว่ายังไม่เข้าถึงธรรมะอย่างแท้จริง
หลงยึดติดในสิ่งไร้สาระ เอามาเป็นสาระ
เสียเงินเสียทอง เสียเวลาไปมากต่อมาก
☆ โยมคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า
ไปหาเจ้าเข้าทรงให้ช่วยสามี
ที่เป็นโรคมะเร็งให้หายป่วย
เสียเงินไปเป็นแสน ไม่กล้าบอกใคร
อายเขา นี่เรียก ว่า ถูกหลอก
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/8ZEA97L6) (http://image.coolz-server.com/v/8ZEA97L6)
☆ ให้เราพิจารณาหลักธรรมคำสอน
ในพระพุทธศาสนาให้ดี
ศาสนานี้สอนให้เชื่อกรรมและผลของกรรม
เราจะสุข จะทุกข์ เกิดจากกรรมที่เราทำไว้
ไม่มีใครที่ไหน
มาดลบันดาลให้เราสุขทุกข์ได้
เราอาจจะมองใกล้ตัวว่า
คนนั้นหยิบยื่นสิ่งนั้นให้
คนโน้นทำไม่ดีกับเรา แต่ที่จริงแล้ว
ถ้าสืบสาวไปหาเหตุจริงๆ มันเกิดจากกรรม
เพราะอะไรจึงมีคนมาช่วยเรา
ก็เพราะบุญของเราเองมีอยู่
เรามีบุญแบบนั้นจึงได้รับสิ่งเหล่านั้น
หรือเพราะว่าเรามีบาปแบบนั้น
เราจึงถูกกระทำไม่ดี
ต้นเหตุจริงๆ ก็คือบาปที่เราทำไว้
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/spdzYNoT) (http://image.coolz-server.com/v/spdzYNoT)
☆ ถ้าเราไม่ทำบาป ประกอบแต่ความดี
เราก็ไม่ต้องไปอ้อนวอนให้ใครมาช่วย
ไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าวเทวดา
ที่ไหนมาช่วย บุญมีแล้ว บุญช่วย
ถ้าจะมีเทวดามาช่วย
ก็เพราะบุญของเรานั่นแหละ
ถ้าเราไม่มีบุญ
ก็ไม่มีเทวดาที่ไหนมาช่วยได้
ที่เขามาช่วยเพราะเรามีบุญ
บุญมันพาให้มีสิ่งนั้น บุคคลนั้นมาทำให้
☆ ถ้าเราทำบาปไว้ก็ไม่มีใครช่วยได้
เราจะต้องเสวยผลบาป
ต้องรับความทุกข์ตามบาปที่เราทำไว้
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/7Bi2xsyh) (http://image.coolz-server.com/v/7Bi2xsyh)
☆ เราต้องมีหลักให้กับตัวเราเอง
ความสุข ความทุกข์
เกิดจากการกระทำของเราเอง
เราลิขิตตัวของเราเอง
กรรมที่เราทำไว้นั่นแหละเป็นตัวลิขิต
ชีวิตจะดี ไม่ดี ก็เพราะเราลิขิต
การกระทำของเราเอง
ฉะนั้นเราต้องลิขิตดีๆ
คือ กระทำในสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลไว้
เว้นบาปทั้งหลายออกไป
และทำใจของเราให้บริสุทธิ์
☆ อันนั้นเรียกได้ว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด
ที่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งหลาย
ด้วยการที่เราต้องปฏิบัติธรรม
เจริญภาวนา ให้จิตมีปัญญา
ชำระจิตให้สะอาดบริสุทธิ์หลุดพ้น
ถ้าเรายังเวียนว่ายตายเกิดต่อไป
เราก็ต้องเสวยผลบาปผลบุญอยู่อย่างนี้
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/nOpSJM3U) (http://image.coolz-server.com/v/nOpSJM3U)
☆ ในอดีต เราทำบาปไว้มาก
ทำบุญก็มี ทำบาปก็มี
แม้ชาตินี้ปัจจุบันนี้
เราก็ทำไว้มาก ทั้งทำบาปทำบุญ
ตอนเป็นเด็ก เป็นหนุ่มเป็นสาว
เช่น ฆ่าสัตว์ ที่นั่งกันอยู่นี้
เชื่อว่าไม่มีใครเลยที่ไม่เคยฆ่าสัตว์
เราเป็นเพชฌฆาตมาแล้ว
เราต้องคดีกันมาแล้ว
คือฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำลายชีวิตผู้อื่น
นั่นคือบาปที่เราทำไว้ ลักขโมย
ฉ้อโกง เบียดบังทรัพย์สิน
ที่ไม่ใช่ของตนมาเป็นของตน
เราอาจจะเคยกระทำมา
บางท่านก็อาจจะประพฤติผิดในกาม
โกหกหลอกลวง พูดเท็จ
เราล้วนเคยทำกันมาแล้วทั้งนั้น
☆ สิ่งที่เราทำลงไปแล้ว
เป็นบาปติดตัวเราไป
คราวใดเวลาใดบาปนั้นให้ผล
เราก็ต้องเสวยผลบาปนั้นตามที่เราทำไว้
อายุสั้นพลันตายเพราะฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
เบียดเบียนชีวิตเขา ร่างกายเราก็มีโรคภัยมาก
…
เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/cFrAkOuh) (http://image.coolz-server.com/v/cFrAkOuh)
☆ ถ้าเราหวังจะไม่ให้บาปส่งผลในชาตินี้
ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีการ ๓ อย่าง คือ
ตั้งใจว่าเราจะไม่ทำบาปชนิดนั้นอีก
ทำบุญกุศลเป็นประจำ
อย่าเก็บเอาบาปมาคิดมานึกอีก
☆ ทำ ๓ อย่างนี้ได้ชาตินี้แหละ
เราก็จะรอดปลอดภัย
จากวิบากกรรมที่เราทำไว้
แต่รอดได้เฉพาะชาตินี้
ชาติหน้าต่อๆ ไป
ถ้าเราไปเติมบาป ไม่เติมบุญ
บาปก็ให้ผลได้ มันไม่ได้หมดไป
แต่เราสามารถทำให้บาปไม่ส่งผล
ด้วยการไม่เติมบาปใหม่
และใส่ใจในการทำบุญทำกุศลให้ต่อเนื่อง
บุญมีมากแล้วบาปก็ไม่มีผล
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/JoAEW0N7) (http://image.coolz-server.com/v/JoAEW0N7)
☆ เราได้ชีวิตมาไม่เหมือนกันเกิดมา
สวยบ้าง ขี้เหร่บ้าง รวยบ้าง จนบ้าง
พิการบ้าง สมบูรณ์บ้าง ผิวพรรณงามบ้าง
ไม่งามบ้าง ล้วนแล้วแต่เป็นวิบากกรรม
เป็นผลของกรรมที่เราทำไว้
ผลของบุญของบาปที่ทำไว้ มันหล่นมาอย่างนี้
แล้ววิบากของกรรมให้ผลแล้ว เราก็ต้องเสวยผล
เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สูงต่ำพิกลพิการ
ก็ต้องใช้หนี้กรรมไปอย่างนี้
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/l2XdoTQ0) (http://image.coolz-server.com/v/l2XdoTQ0)
☆ เราสามารถจะเอาสิ่งที่เราได้มา
เป็นทุนเป็นบุญขึ้นมาใหม่
ลงทุนใหม่ทำให้มันดีใหม่ อาศัยสังขาร
ร่างกายที่เกิดมานี้มาทำใหม่ให้มันดี
เรายอมรับว่าชาตินี้ไปได้แค่นี้
แต่ว่าชาติต่อไปต้องให้มันดีกว่านี้
ให้มันเจริญกว่านี้ มีร่างกายมีชีวิตมา
เอามาลงทุนในการทำความดี
☆ ชีวิตยังมีเวลาอยู่ แต่ก็ไม่มาก
ชีวิตแต่ละคนไม่นาน
ไม่เกิน ๑๐๐ ปีก็ต้องตาย
สมัยปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยประมาณ ๗๕ ปี
เราเกิดมาได้กี่ปีแล้ว ยังเหลืออีกกี่ปี
☆ ยิ่งอายุเลย ๗๕ ไปแล้ว
มันต้องรู้ตัวแล้วว่า
ใกล้จะหมดเวลาในชีวิตแล้ว
ไม่รู้วันไหนจะตายวันตายพรุ่งแล้ว
คนที่อายุ ๓๐, ๔๐, ๕๐ ก็อย่าประมาท
บางทีอาจจะแซงคิวตายก่อนคนแก่ก็ได้
พ่อแม่อายุมาก ๘๐, ๙๐
แต่ลูกอาจจะตายก่อนก็ได้ มันไม่แน่
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/oZgBRmsi) (http://image.coolz-server.com/v/oZgBRmsi)
☆ เวลาในชีวิตที่ยังมีเหลืออยู่ไม่มากนี้
เราอยากทำอะไรที่เป็นบุญเป็นทุนต่อไป
ให้ภพหน้าเจริญกว่านี้
มีความสุขความสมบูรณ์กว่านี้
☆ อย่าให้ชีวิตตกต่ำ แต่ละวันหนึ่งๆ
ต้องดูว่าเราทำอะไรที่เป็นสาระ
เป็นประโยชน์ เป็นบุญบ้าง
เราทำมาหาเลี้ยงชีพหาเงินหาทอง
เพื่ออะไร ทำงานหาเงิน
☆ มีเงินเท่าไรถึงจะมีความสุข
ดูคนที่มีเงินมากๆ
ยังไม่เห็นมีความสุขที่แท้จริง
เราจะมีบ้านใหญ่ขนาดไหนจึงจะมีความสุข
มีอาหารขนาดไหน
☆ ชีวิตคนเราวันหนึ่งกินข้าวไม่กี่จาน
ฆราวาสกินมื้อหนึ่งอย่างมาก ๒ จาน
วันละ ๓ มื้อ บางคน ๔ มื้อ
เป็นนักบวชเหลือ ๒ มื้อ เช้าถึงเที่ยง
หรือว่ามื้อเดียว ชีวิตมันอาศัยแค่นั้น
กินได้แค่นั้น ถึงจะมีสมบัติมากมาย
ก็กินไม่ได้มากกว่านั้น
☆ เรานอน ใช้เนื้อที่เท่าไร
ที่นอนวาหนึ่งแค่นั้น
เสื้อผ้าใช้นุ่งห่มแค่พอปกปิดร่างกาย
จะมีไว้มากมาย มันก็ไม่ได้ให้อะไรกับเรา
ที่เป็นสุขอย่างแท้จริง สิ่งทั้งหลายที่เรามี
ในโลกียสมบัติ ยังไม่ใช่เป็นที่พึ่งที่จะดับทุกข์ได้จริง
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/ilA4rtju) (http://image.coolz-server.com/v/ilA4rtju)
☆*: .。. เวลาในชีวิตที่ยังมีเหลืออยู่ไม่มากนี้
เราอยากทำอะไรที่เป็นบุญเป็นทุนต่อไป
ให้ภพหน้าเจริญกว่านี้
มีความสุขความสมบูรณ์กว่านี้
อย่าให้ชีวิตตกต่ำ
☆*: .。. แต่ละวันหนึ่งๆ
ต้องดูว่าเราทำอะไรที่เป็นสาระ
เป็นประโยชน์ เป็นบุญบ้าง
เราทำมาหาเลี้ยงชีพหาเงินหาทอง
เพื่ออะไร ทำงานหาเงิน
มีเงินเท่าไรถึงจะมีความสุข
ดูคนที่มีเงินมากๆ ยังไม่เห็นมีความสุขที่แท้จริง
☆*: .。. เราจะมีบ้านใหญ่ขนาดไหนจึงจะมีความสุข
มีอาหารขนาดไหน ชีวิตคนเราวันหนึ่ง
กินข้าวไม่กี่จาน ฆราวาสกินมื้อหนึ่ง
อย่างมาก ๒ จาน วันละ ๓ มื้อ บางคน ๔ มื้อ
เป็นนักบวชเหลือ ๒ มื้อ
เช้าถึงเที่ยง หรือว่ามื้อเดียว
☆*: .。. ชีวิตมันอาศัยแค่นั้น กินได้แค่นั้น
ถึงจะมีสมบัติมากมายก็กินไม่ได้มากกว่านั้น
เรานอน ใช้เนื้อที่เท่าไร ที่นอนวาหนึ่งแค่นั้น
เสื้อผ้าใช้นุ่งห่มแค่พอปกปิดร่างกาย
จะมีไว้มากมาย มันก็ไม่ได้ให้อะไร
กับเราที่เป็นสุขอย่างแท้จริง
สิ่งทั้งหลายที่เรามีในโลกียสมบัติ
ยังไม่ใช่เป็นที่พึ่งที่จะดับทุกข์ได้จริง
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/i0rHQuR5) (http://image.coolz-server.com/v/i0rHQuR5)
☆*: .。. เมื่อเป็นเช่นนั้นจะคิดพิจารณาอย่างไร
เราอาศัยชีวิตให้พออาศัยดำรงอยู่ได้
พอมีพอกินเพื่อทำความดีเพื่อพัฒนาชีวิต
ให้ชีวิตแต่ละวันได้พัฒนาได้สะสมกุศล
บุญบารมีไว้ ทุกลมหายใจ
เราพยายามสะสมเจริญสติภาวนาอยู่เสมอ
สมบัติอื่นๆ ก็พออาศัยกันไป
เราจะมีมากมันก็ใช้ไม่ได้ทั้งหมด
ตายแล้วก็ต้องทอดทิ้งไป เอาไปไม่ได้
☆*: .。. สมบัติส่งได้แค่โรงพยาบาล
ลูกหลานส่งได้แค่เชิงตะกอน
บาปบุญเป็นทุนรอน
ส่งไปภพภายภาคหน้า
☆*: .。. สมบัติทั้งหลายเอาไปไม่ได้
นอกจากทรัพย์ภายในคือบุญกุศล
แม้แต่ร่างกายนี้ เราก็ต้องทอดทิ้งเน่าเปื่อยผุพัง
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/2zW1rOwl) (http://image.coolz-server.com/v/2zW1rOwl)
☆ คนโบราณทำอะไร
ก็จะเป็นปริศนาธรรมสอนคนรุ่นหลังไว้
เวลาคนตายก็มีการรดน้ำ
ดึงมือศพมาอยู่เหนือขัน
ญาติพี่น้องก็ไปรดน้ำ
เพื่อให้คนรุ่นหลังได้พิจารณาว่า
ตอนเกิดมาทีแรกเป็นเด็กกำมือแน่น
เหมือนจะไขว่คว้าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของตน
☆ แต่เมื่อตายลงทุกคนแบมือออก
เอาน้ำไปรด น้ำก็ไหลออก
ไม่สามารถจะกำไว้ได้เลย
แบมือออกเป็นสัญลักษณ์เตือน
ผู้อยู่เบื้องหลังให้ได้สำนึกว่า
เขาเอาอะไรไปไม่ได้เลย
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
พระราชภาวนาวชิรญาณ
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/IQXdZHrs) (http://image.coolz-server.com/v/IQXdZHrs)
☆ เราจะมาโลภโมโทสันอะไรนักหนา
โลภจนกระทั่งฉ้อโกงทุจริตผิดศีลผิดธรรม
ทำไปทำไมในเมื่อมันได้มาก็แค่นั้น
ชีวิตเราไม่ต้องการอะไรมากมายขนาดนั้น
ไม่คุ้มกันที่เราจะต้องไปชดใช้หนี้กรรม
เรามีชีวิตอยู่อย่างสุจริตไม่ดีกว่าหรือ
ความซื่อสัตย์สุจริตมันกินไม่หมด
☆ คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ชีวิตไปรอด
ไม่อด ไม่หมด ไม่ยากไร้ ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก
คนเห็นแก่ได้ โลภโมโทสัน โกงทุจริต
สุดท้ายก็ต้องเดือดร้อน สูญเสีย
ประสบหายนะมากกว่า
บางทีโรคภัยเบียดเบียน
เสียเงินเสียทองยิ่งกว่าที่ได้มา
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/UDc1C0Kl) (http://image.coolz-server.com/v/UDc1C0Kl)
☆ คนโบราณจึงเตือนไว้หลายๆ อย่าง
เวลาสวดศพ พอพระจะสวด
ก็เอามือไปเคาะโลงเรียกคนตาย
จะเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก เป็นญาติ
บอกเคาะป๊อกๆ "ตั้งใจฟังนะ พระจะสวด"
คนที่นั่งอยู่ก็ฟังเสียงเคาะด้วย
นั่นเขาก็เตือนคนที่ไปร่วมงาน
ที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ได้คิด
ไม่ใช่ว่าจะเคาะให้ศพขึ้นมาฟังจริงๆ
ถ้าลุกขึ้นมาจริงๆ ก็คงวิ่งหนีกันหมด
พระก็อาจจะไม่อยู่ตรงนั้น
☆ เอาอาหารไปตั้ง
เขาก็บอกให้รู้ว่ากินไม่ได้แล้วตอนนั้น
เห็นมีแต่แมวกินได้ เป็นการเตือน
ให้ผู้ยังมีชีวิตอยู่ว่าตอนดีๆ ต้องให้กิน
บางทีพ่อแม่ตอนดีๆ ไม่ให้กิน
ตายแล้วเอาไปให้กิน
ตอนแข็งแรงไม่ยอมให้
แล้วคอยคะยั้นคะยอให้กินในวันที่ป่วยหนัก
จะกินก็กินไม่ค่อยได้
ตอนตายแล้วเขาก็สอนให้รู้ว่าเห็นไหม
เอาอาหารไปตั้งไว้ ลุกขึ้นมากินไม่ได้
มีแต่แมวกิน เคาะโลงเรียกให้ลุกก็ไม่ลุก
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/fslEwW2S) (http://image.coolz-server.com/v/fslEwW2S)
☆ เราต้องสะสมทุกวันไป
ต้องนึกพิจารณาว่าวันหนึ่งๆ
เราทำความดีอะไรบ้าง
คุ้มไหมกับการมีชีวิตอยู่
กับลมหายใจที่หมดไป
ชีวิตที่ร่อยหรอลงไปทุกวัน
…
เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด
พระราชภาวนาวชิรญาณ
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/e4TB2NMJ) (http://image.coolz-server.com/v/e4TB2NMJ)
☆ ขณะนี้ที่เรายังดีอยู่ต้องสนใจฟัง
ตอนเราเป็นๆ ฟังธรรมไว้
สวดมนต์ ทำความดีไว้
ตายแล้วมันทำอะไรไม่ได้
สวดมนต์เขาก็สวดให้คนเป็นฟัง
คนเป็นไม่ค่อยฟัง พอพระสวด ก็คุยกันบ้าง
ก็ไม่ได้บุญกุศล ถ้าตั้งใจฟัง ถึงฟังไม่รู้เรื่อง
จิตก็ยังเป็นกุศล มีบุญกุศลอุทิศให้ผู้ตาย
จะได้มีบุญกุศลที่มีกำลังอุทิศให้
☆ ฉะนั้นให้เราไม่ประมาทในชีวิต
คนนั้นก็ตายไปแล้ว คนนี้ก็ตายไปแล้ว
สนิทใกล้ชิดเรารู้จักกัน เป็นญาติบ้าง
เป็นเพื่อนบ้าง ล้มหายตายกันไป
เราเองก็ต้องเป็นอย่างนั้นในที่สุด
…
เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
(เขมรังสี ภิกขุ)
-
(http://image.coolz-server.com/s/zm2QbH5t) (http://image.coolz-server.com/v/zm2QbH5t)
☆*: .。. วันคืนผ่านไปๆ
กลืนกินชีวิตไปด้วย
มันไม่ใช่ผ่านไปเฉยๆ
มันกลืนกินเอาชีวิตเรา
ให้หมดไปน้อยลงไป
อายุของเรามากขึ้น
แต่ชีวิตเราก็น้อยลง
ผ่านไปวันหนึ่ง
ชีวิตเราก็สั้นลงไปอีกวันหนึ่ง
ผ่านไปอีกเดือนหนึ่ง
ชีวิตก็ลดลงไปอีกเดือนหนึ่ง
ผ่านไปนาทีหนึ่ง ก็หมดไปอีก
สั้นลงๆ ใกล้เข้าไป
เหมือนต้อนวัวควาย
จะเข้าสู่ที่หลักประหาร
จูงดุ่มไปๆ ใกล้เข้าไปๆ
ไม่รู้ตัวว่ากำลังใกล้ความตาย
ก็ยังหลง
☆*: .。. เพราะฉะนั้นโลกนี้
กำลังเร่าร้อนด้วยเพลิงทุกข์เพลิงกิเลส
☆*: .。. เราจะมัวลุ่มหลงอยู่
ไม่หาทางออกจากทุกข์
ผู้รู้ก็จะรู้สึกว่าน่าสมเพชเวทนา
ตกอยู่ในความเป็นความตาย
ตกอยู่ในกองทุกข์ ยังไม่สำนึก
ยังไม่สนใจจะออกจากทุกข์
และยังไปทำเหตุแห่งทุกข์
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/ZsiDNt2x) (http://image.coolz-server.com/v/ZsiDNt2x)
☆ เมื่อตอนเช้าเคล้าชื่นระรื่นรส
พอสายหมดลมลับลงดับขันธ์
เมื่อตอนสายยังเป็นสุขสนุกครัน
พอบ่ายพลันชีวาตม์มาขาดรอน
☆ เมื่อตอนบ่ายรายล้อมพร้อมหน้าญาติ
พอเย็นขาดชีวาลงคาหมอน
เมื่อตอนเย็นเล่นสุขไม่ทุกข์ร้อน
พอค่ำม้วยมรณ์โอ้ชีวิตอนิจจา
เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/dRPL60IG) (http://image.coolz-server.com/v/dRPL60IG)
☆ พระโสดาบันนี้เป็นผู้ที่ตัดสักกายทิฏฐิแล้ว
คือตัดความเห็นที่ยึดถือว่าเป็นตัวตน
ยึดถือว่าร่างกายเป็นตัวเราของเรา
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ตัดความยึดถือ เป็นตัวเรา ของเรานี้ออกไปได้
แต่ที่เรามีความรู้สึกอย่างนี้ ลองพิจารณาดูว่า
รูป ร่างกายและแขนขาหน้าตาเป็นตัวเราไหม
เป็นของเราหรือเปล่า อยู่ในเราไหม
มีเรามาอยู่ในร่างกายนี้ไหม
ถ้าโดนข้อใดข้อหนึ่งเป็นสักกายทิฏฐิอยู่
กายนี้ก็สักแต่ว่ากาย ไม่ใช่ตัวเราของเรา
ปุถุชนจะยึดผิดเห็นผิดเอาเป็นตัวเราของเรา
☆ เวทนา ความรู้สึกสบาย ไม่สบาย
เป็นสุขเป็นทุกข์ เวลาไม่สบายกายไม่สบายใจ
สบายกายสบายใจรู้สึกเป็นตัวเราไหม
เป็นของเราไหม อยู่ในเราหรือเปล่า
หรือมีเรามาอยู่ในเวทนาโดนข้อใดข้อหนึ่ง
คือยังมีสักกายทิฏฐิ มีความเห็นผิดยึดผิดอยู่
เพราะความเป็นจริง เวทนาก็สักแต่เวทนา
ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เราของเรา
☆ สัญญา ความจำได้หมายรู้เป็นตัวเราไหม
อยู่ในเราหรือเปล่า เป็นของเรา
มีเรามาอยู่ในสัญญาไหม
☆ สังขาร ความปรุงแต่งจิต
เช่นความชอบ ความชัง สงบไม่สงบ
วิตก วิจารณ์ วิจัย สงสัยพอใจ ไม่พอใจ
เหล่านี้เป็นสังขาร รู้สึกว่าเป็นตัวเราไหม
เวลาโกรธรู้สึกว่าเราโกรธไหม
ชอบรู้สึกว่าเป็นตัวเราชอบไหม
เป็นของเราไหม อยู่ในเราไหม
มีเรามาอยู่ในสิ่งเหล่านี้ เป็นสักกายทิฏฐิ
เป็นความยึดถือเป็นตัวเป็นตน
เป็นความเห็นผิดยึดผิด
☆ วิญญาณ คือธาตุรู้ ความรับรู้ นึกคิด
รับรู้ รับทราบอะไรต่างๆ เป็นวิญญาณ
วิญญาณทางตาก็คือเห็น
วิญญาณทางหู คือสภาพได้ยิน
วิญญาณทางจมูกก็รู้กลิ่น
วิญญาณทางลิ้นก็รับรู้รส
วิญญาณทางกายก็เข้าไปรู้สึกโผฎฐัพพารมณ์
เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง
☆ วิญญาณทางใจก็นึกคิดรับรู้ตีความหมาย
อะไรต่างๆ เหล่านี้ วิญญาณเหล่านี้
รู้สึกเป็นตัวเราไหม เป็นของเราไหม
อยู่ในเราหรือเปล่า มีเรามาอยู่ในวิญญาณ
โดนข้อใดข้อหนึ่งก็เป็นสักกายทิฏฐิ
…
“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/Xvyr7WxP) (http://image.coolz-server.com/v/Xvyr7WxP)
☆ พึงประพฤติดั่งคนมีศีรษะถูกไฟไหม้
เพราะมฤตยูที่ไม่มาถึงย่อมไม่มี
มฤตยูก็คือความตายคืบคลาน
ใกล้เข้ามาทุกขณะ มาถึงทุกคน
พึงประพฤติดั่งคนมีศีรษะถูกไฟไหม้
จะไปทำอะไร จะไปนอน จะไปกิน
จะไปเล่น จะไปเที่ยว หรือจะไปทุจริต
ถ้าไฟกำลังไหม้อยู่บนหัว
หน้าที่ของเราอันดับแรกต้องรีบดับไฟก่อน
☆ ท่านอุปมาให้ฟังอย่างนั้น รีบดับไฟ
พึงประพฤติดั่งคนมีศีรษะถูกไฟไหม้
คือเราต้องไม่ประมาท ต้องรีบเร่ง
ประพฤติปฏิบัติ วันเวลามันไม่คอยท่า
กลืนกินเราหมดไปสิ้นไป
เราไม่รู้ว่าเราจะตายวันไหนเวลาไหน
…
เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
เขมรังสี ภิกขุ
-
(http://image.coolz-server.com/s/v1EhwZuk) (http://image.coolz-server.com/v/v1EhwZuk)
☆ ในอดีตเราทำบาปไว้มาก
ทำบุญก็มี ทำบาปก็มี
แม้ชาตินี้ปัจจุบันนี้เราก็ทำไว้
ทำบาปไว้ทำบุญไว้ตอนเป็นเด็ก
เป็นหนุ่มเป็นสาว เช่นฆ่าสัตว์
ที่นั่งอยู่ที่นี่ เชื่อว่าไม่มีใครเลย
ที่ไม่เคยฆ่าสัตว์ เราเป็นเพชฌฆาตมาแล้ว
เราต้องคดีกันมาแล้วคือฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ทำลายชีวิตผู้อื่น นั่นคือบาปที่เราทำไว้
ลักขโมย ช่อโกง เบียดบังทรัพย์สิน
ที่ไม่ใช่ของตนมาเป็นของตน
☆ เราอาจจะเคยกระทำมา
บางท่านก็อาจจะประพฤติผิดในกาม
โกหกหลอกลวงการพูดเท็จ
เราล้วนเคยทำกันมาแล้ว
☆ สิ่งที่เราทำลงไปแล้วเป็นบาปติดตัวเราไป
คราวใดเวลาใดบาปนั้นให้ผล
เราก็ต้องเสวยผลบาปนั้นตามที่เราทำไว้
☆ อายุสั้นพลันตายเพราะฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
เบียดเบียนชีวิต ร่างกายโรคภัยก็มีมาก
ถ้าเราหวังจะไม่ให้บาปส่งผลในชาตินี้
☆ ก็ด้วยวิธี ๓ อย่าง
1. ตั้งใจว่าเราจะไม่ทำบาปชนิดนั้นอีก
2. ทำกุศลเป็นประจำ
3. อย่าเก็บเอาบาปมาคิดมานึกอีก
ทำ ๓ อย่างนี้ได้ ชาตินี้แหละ
เราก็จะรอดปลอดภัยจากวิบากกรรม
ที่เราทำไว้ แต่รอดได้เฉพาะชาตินี้
☆ ชาติหน้าต่อๆ ไป
ถ้าเราไปเติมบาปไม่เติมบุญ
บาปก็ให้ผลได้ มันไม่ได้หมดไป
แต่เราสามารถทำให้บาปมันไม่ส่งผล
ด้วยการไม่ไปเติมบาปใหม่
และใส่ใจในการทำบุญทำกุศลให้ต่อเนื่อง
…
☆ บุญมีมากแล้ว บาปก็ไม่มีผล
เราได้ชีวิตมาไม่เหมือนกัน
☆ เกิดมาสวยบ้าง ขี้เหร่บ้าง
รวยบ้าง จนบ้าง พิการบ้าง สมบูรณ์บ้าง
ผิวพรรณงามบ้าง ไม่งามบ้าง
ล้วนแล้วแต่เป็นวิบากกรรม
เป็นผลของกรรมที่เราทำไว้
ผลของบุญของบาปที่ทำไว้
มันหล่นมาอย่างนี้แล้ว
วิบากของกรรมให้ผลแล้ว
เราก็ต้องเสวยผล เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ตัวสูงต่ำพิกลพิการก็ต้องใช้หนี้กรรมไปอย่างนี้
----
☆ เราสามารถจะเอาสิ่งที่เราได้มา
เป็นทุนเป็นบุญขึ้นมาใหม่
ลงทุนใหม่ทำให้มันดีใหม่
อาศัยสังขารร่างกายที่เกิดมาทำใหม่ให้มันดี
☆ เรายอมชาตินี้ไปได้แค่นี้
แต่ว่าชาติต่อไปต้องให้มันดีกว่านี้
ให้มันเจริญกว่านี้
มีตัวมีร่างกายมีชีวิตมา
เอามาลงทุนในการทำความดี
ชีวิตยังมีเวลาอยู่แต่ก็ไม่มาก
☆ ชีวิตแต่ละคนไม่นาน
ไม่เกิน ๑๐๐ ปีก็ต้องตาย ☆
สมัยปัจจุบันอายุประมาณ ๗๕ ปีเป็นอายุขัย
☆ เราได้กี่ปีแล้วเกิดมา เหลืออีกกี่ปี
ยิ่งอายุเลย ๗๕ ไปแล้ว มันต้องรู้ตัวแล้วว่า ☆
☆ หมดเวลาแล้ว ชีวิตเหลือน้อยแล้ว ☆
จะตายวันตายพรุ่งแล้ว
คนที่อายุ ๓๐, ๔๐, ๕๐ ก็อย่าประมาท
☆ บางทีมันตายก่อนคนแก่ก็ได้
แซงคิวตายก่อน พ่อแม่อายุมาก
๘๐, ๙๐ ลูกตายก่อน มันไม่แน่
ในเวลาที่ยังมีอยู่เหลือไม่มากนี้
เราอยากทำอะไรที่เป็นบุญเป็นทุนไปต่อไป
ให้ภพหน้าให้มันเจริญกว่านี้
มีความสุขความสมบูรณ์กว่านี้
อย่าให้มันตกต่ำ
☆ ชีวิตแต่ละวันหนึ่ง
ต้องดูว่าเราทำอะไรที่มันเป็นสาระ
เป็นประโยชน์เป็นบุญ
เราทำมาหาเลี้ยงชีพ
หาเงินหาทองเพื่ออะไร
☆ ทำงานหาเงินมีเงินเท่าไร
ถึงจะมีความสุข ดูคนที่มีเงินมากๆ
ยังไม่เห็นมีความสุขที่แท้จริง
เราจะมีบ้านใหญ่ขนาดไหนจึงจะมีความสุข
มีอาหารขนาดไหน
ชีวิตเราวันหนึ่งกินข้าวไม่กี่จาน
☆ ฆราวาสมื้อหนึ่งกินอย่างมาก ๒ จาน
วันละ ๓ มื้อ บางคน ๔ มื้อ
เป็นนักบวชเหลือ ๒ มื้อ
เช้าถึงเที่ยงหรือว่ามื้อเดียว
ชีวิตมันอาศัยแค่นั้น
มีสมบัติมากมายก็กินไม่ได้มากกว่านั้น
กินได้แค่นั้น
นอนเรานอนใช้เนื้อที่เท่าไร
ที่นอนวาหนึ่งแค่นั้น
เสื้อผ้าใช้นุ่งห่มแค่พอปกปิดร่างกาย
☆ จะมีไว้มากมาย
มันก็ไม่ได้ให้อะไรกับเรา
ที่เป็นสุขอย่างแท้จริง
สิ่งทั้งหลายที่เรามีในโลกียสมบัติ
มันยังไม่ใช่เป็นที่พึ่งที่จะดับทุกข์ได้จริง
☆ เป็นเช่นนั้น
เราจะคิดพิจารณาอย่างไร
เราพิจารณาเพียงว่า
พออาศัยชีวิตให้พออาศัยดำรงอยู่ได้
พอมีพอกิน เพื่อทำความดี
เพื่อพัฒนาชีวิตตัวเอง
ให้ชีวิตแต่ละวันได้พัฒนา
ได้สะสมกุศล บุญบารมีไว้
☆ (http://image.coolz-server.com/s/6PMy7ALU) (http://image.coolz-server.com/v/6PMy7ALU) ทุกลมหายใจ 。.:*☆
เราพยายามสะสมเจริญสติภาวนาอยู่เสมอ ☆ (http://image.coolz-server.com/s/6PMy7ALU) (http://image.coolz-server.com/v/6PMy7ALU)
☆ สมบัติอื่นๆ ก็พออาศัยกันไป
เราจะมีมาก มันก็ใช้ไม่ได้ทั้งหมด
ตายแล้วก็ต้องทอดทิ้งไป เอาไปไม่ได้
☆ “สมบัติส่งได้แค่โรงพยาบาล
ลูกหลานส่งได้แค่เชิงตะกอน
บาปบุญเป็นทุนรอนส่งไปภพภายภาคหน้า”
☆ สมบัติทั้งหลายเอาไปไม่ได้
นอกจากทรัพย์ภายในคือบุญกุศล
แม้แต่ร่างกายนี้เราก็ต้องทอดทิ้งเน่าเปื่อยผุพัง
…
เวลาในชีวิตเพื่อสิ่งใด
พระราชภาวนาวชิรญาณ
พระอาจารย์สุรศักดิ์
-
(http://image.coolz-server.com/s/0JgKsWI2) (http://image.coolz-server.com/v/0JgKsWI2)
☆*: .。. เราก็ต้องมีหลักในการดำเนินชีวิต
เรารู้แล้วว่าความสุข ความเจริญ
เกิดจากบุญกุศลที่เราทำเอง
ความทุกข์ ความเดือดร้อน
ความหายนะ ความวิบัติ
เกิดจากบาปของเราที่ทำไว้เอง
☆*: .。. เมื่อเป็นเช่นนี้
เราก็มาทำตัวเราให้ให้มันถูกต้อง
ไม่ทำบาป เรารู้ว่าบาปนี้นำมาซึ่งความทุกข์
เราก็ทำแต่ความดี ทำบุญกุศล
ถ้าเราไม่ทำบาป ประกอบแต่ความดี
เราก็ไม่ต้องไปอ้อนวอนให้ใครมาช่วย
☆*: .。. ไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าว
เทวดาที่ไหนมาช่วย บุญมีแล้ว บุญช่วย
☆*: .。. ถ้าจะมีเทวดามาช่วย
ก็เพราะบุญของเรานั่นแหละ
ถ้าเราไม่มีบุญ
ก็ไม่มีเทวดาที่ไหนมาช่วยได้ เขาไม่ช่วย
ที่เขามาช่วยเพราะเรามีบุญ
บุญมันพาให้มีสิ่งนั้น บุคคลนั้น มาทำให้
☆*: .。. เราทำบาปไว้ก็ไม่มีใครช่วยได้
เราต้องเสวยผลบาป
ต้องรับความทุกข์ตามบาปที่เราทำ
ฉะนั้นเรามีหลักให้กับตัวเราเอง
☆*: .。. ความสุข ความทุกข์
เกิดจากการกระทำของเราเอง
เราลิขิตตัวของเราเอง
กรรมที่เราทำไว้เป็นตัวลิขิต
☆*: .。. ชีวิตจะดีไม่ดี
เราลิขิตการกระทำของเราเอง
☆*: .。. ฉะนั้นเราต้องลิขิตคือกระทำ
ในสิ่งที่เป็นกุศลเป็นบุญไว้
เว้นบาปทั้งหลายออกไป
และทำใจของเราให้บริสุทธิ์
☆*: .。. อันนั้นเขาเรียกว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด
ที่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งหลาย
☆*: .。. ด้วยการที่เราต้องปฏิบัติธรรม
เจริญภาวนา ให้จิตมีปัญญา
ชำระจิตให้สะอาดบริสุทธิ์หลุดพ้น
ถ้าเรายังเวียนว่ายตายเกิดต่อไป
เราก็ต้องเสวยผลบาป ผลบุญอยู่อย่างนี้
เวลาในชีวิตเพื่อสิ่งใด
พระราชภาวนาวชิรญาณ
พระอาจารย์สุรศักดิ์