น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: ยาใจ ที่ กรกฎาคม 07, 2023, 12:03:24 pm
-
(http://image.coolz-server.com/s/pF41Og5l) (http://image.coolz-server.com/v/pF41Og5l)
✿ โดยปกติคนเราเชื่อว่า
เราเป็นผู้คิด เราเป็นผู้รู้สึก
แต่ที่นี่ความจริงจะปรากฏว่า
แม้ความเชื่อนั้นเป็นสักแต่ว่า
ส่วนหนึ่งของกระแสของเหตุปัจจัย
ไม่มีตัวเราที่ไหนที่ฝืนธรรมชาติได้
✿ อุปมาว่าเรือชีวิต
ไม่ได้อยู่ในกรรมสิทธิ์ของเรา
เราเป็นแค่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เราคิดพิจารณาด้วยสติปัญญาสามัญ
เราก็พอเข้าใจอยู่ ทำให้เกิดศรัทธา
แต่จะให้ทะลุปรุโปร่งต้องอาศัยจิต
ที่พ้นจากนิวรณ์ จิตสงบ
จึงก้าวเลยศรัทธาได้ เห็นจริงรู้แจ้ง
จนกิเลสทั้งหลายไม่อยู่
เพราะมันอาศัยอาหารคือ
✿ การหลงสำคัญผิดว่าสิ่งที่สุข
ล้วนสมบูรณ์และมีแก่นสารจริง
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
(http://image.coolz-server.com/s/6PMy7ALU) (http://image.coolz-server.com/v/6PMy7ALU)✿ ✿ ✿ ✿-----------------------------------------✿ ✿ ✿ ✿(http://image.coolz-server.com/s/6PMy7ALU) (http://image.coolz-server.com/v/6PMy7ALU)
(http://upic.me/i/4y/2ebe2.gif) (http://upic.me/show/3655007) ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook Kanlayanatam
https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754 (https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754)
-
(http://image.coolz-server.com/s/hMw3kalH) (http://image.coolz-server.com/v/hMw3kalH)
✿ ในเมื่อการฝึกจิต
มีผลที่น่าปรารถนาอย่างนี้
ทำไมชาวพุทธทั่วไปไม่ค่อย
กระตือรือร้นขวนขวายเท่าไร
สันนิษฐานว่าเป็น
เพราะไม่เห็นชีวิตมีปัญหา
ที่การพัฒนาตนจะแก้ได้
หรือเพราะยังไม่เห็น
การพัฒนาตนเป็นงานเร่งด่วน
✿ ถ้าใช้สำนวนพระต้องบอกว่า
ศรัทธาน้อย ยังไม่เห็นทุกข์
✿ ด้วยเหตุนี้ สำหรับคนส่วนใหญ่
จุดเริ่มต้นของการหันมาปฏิบัติธรรม
อย่างจริงจัง คือเรื่องวิกฤติส่วนตัว
ซึ่งกระแทกความนิ่งนอนใจในชีวิตอย่างแรง
ทำให้ต้องหยุดทบทวนชีวิตใหม่
✿ อาจจะด้วยการป่วยหนัก
การเสียชีวิตของผู้ใกล้ชิด
หรือความผิดหวังก็ได้
แต่ที่ควรย้ำก็คือเรื่องวิกฤติที่เกิดขึ้นนั้น
✿ นั่นไม่ใช่เหตุที่ต้องปฏิบัติ
เป็นเพียงแค่เครื่องเขย่าตัวให้ตื่นจากหลับ
ทำให้ถามตัวเองว่า ชีวิตมีแค่นี้หรือ
โลกนี้ทำไมไร้แก่นสารสาระอย่างนี้
✿ มันน่าจะมีอะไรที่สูงกว่านี้
ทำอย่างไรเราจึงจะมีโอกาส
เข้าถึงสิ่งที่สูงกว่านั้น
ความสงสัยอย่างนี้คือ
การบังเกิดของปัญญา
✿ ความมั่นใจว่าธรรมะเท่านั้น
ที่จะช่วยเราได้
คือการบังเกิดขึ้นของศรัทธา
ที่นำไปสู่การประพฤติปฏิบัติธรรม
บางคนอายุยังไม่ถึงยี่สิบก็คิดอย่างนี้แล้ว
✿ เรียกว่ามีบารมี
✿ บางคนอายุตั้งแปดสิบก็ไม่เคยคิด
ผู้ที่เริ่มสงสัยเรื่อง กิน กาม เกียรติ
จะกลับเหมือนเดิมได้ยาก
เหมือนเด็กที่เลิกเชื่อเรื่องซานตาคลอส
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/6t2n9Y4f) (http://image.coolz-server.com/v/6t2n9Y4f)
✿ ความเห็นผิด ไม่ใช่อุปสรรคเดียว
ที่ควรระวัง ความอยากผิด
ก็อันตรายเหมือนกัน
หลวงพ่อชาท่านสอน
ลูกศิษย์ของท่านอยู่เสมอว่า
อย่าปฏิบัติเพื่อจะเอาอะไร
อย่าปฏิบัติเพื่อจะได้อะไร
จงปฏิบัติเพื่อละ ปฏิบัติเพื่อปล่อย
ถ้านั่งสมาธิคิดอยากได้นั่น
อยากเห็นนี่ อยากมี อยากเป็น
การทำสมาธิจะเศร้าหมอง
แล้วจะไม่เป็นสมาธิพุทธ
เพราะการทำสมาธิด้วยตัณหา
ไม่ใช่แนวทางเพื่อพ้นทุกข์
ทั้งนี้ก็เพราะมันเป็นการกระทำที่ขัดแย้งในตัว
✿ คือถ้าเผื่อเราทำสมาธิเพื่อละตัณหา
ด้วยตัณหาเป็นแรงดลบันดาลใจแล้ว
เราจะสำเร็จไหม
เหมือนผู้นำประเทศ
เชิญเจ้าพ่อเป็นอธิบดีกรมตำรวจ
ช่วยปราบอันธพาล
ครูบาอาจารย์ให้เราทำสมาธิด้วยฉันทะ
คือความอยากในสิ่งที่
ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกามหรืออัตตา
✿ เช่น ต้องการให้จิตใจเรามีคุณธรรม
ละกิเลสได้ เรานั่งหลับตาเพื่อทำให้
จิตใจเราสงบจากกาม
สงบจากอกุศลธรรมทั้งหลาย
พอที่จะอำนวยความสะดวก
แก่การทำงานของปัญญา
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/evWb8Axm) (http://image.coolz-server.com/v/evWb8Axm)
✿ สรุปแล้วว่าการนั่งหลับตา
เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกจิต
ให้เป็นอิสระจากกิเลส
จุดเด่นในเบื้องต้น คือ
การใช้สมาธินำไปสู่ความเป็นอิสระ
จากกิเลสประเภทที่เรียกว่านิวรณ์
✿ ความเป็นอิสระจากกิเลส
เป็นสิ่งที่น่าปรารถนาอย่างยิ่ง
เพราะนำประโยชน์และความสุข
อันสูงสุดมาให้ ทั้งแก่ตัวเรา
ครอบครัว ชุมชน และสังคม
หากกิเลสยังครอบงำใจ
ความสุขก็ย่อมบกพร่องอยู่
ได้อะไรเท่าไรก็ไม่พอ
ดีเท่าไรไม่นานก็ชิน
ชินแล้วก็เบื่อ เบื่อแล้วก็ทุกข์
จิตเหมือนถังน้ำรั่ว
เมื่อรั่วแล้วน้ำทุกอย่างก็มีค่าเท่ากัน
✿ จิตใจที่เป็นอิสระจากนิวรณ์
มีลักษณะพิเศษหลายอย่าง คือ
✿ หนึ่ง มีคุณภาพ สิ่งดีงามต่าง ๆ
อย่างความละอายต่อบาป
ความกตัญญูกตเวที ความเมตตากรุณา
เบิกบานในจิตที่ห่างจากความคิดผิด
เหมือนพืชผักต่าง ๆ ซึ่งขึ้นงามในดินดี
✿ สอง กำลัง คือความอดทน ความขยัน
ความหนักแน่น ความรู้สึกผิดชอบ
ความกล้าในสิ่งที่ถูกต้อง
น้อมจิตไปในทางไหนมันยอม
✿ แล้วเราสามารถพินิจพิจารณาอย่างลึกซึ้ง
เพราะไม่มีความต้องการอย่างอื่นเข้าไปรบกวน
✿ สาม จิตสงบ ไม่เครียด ไม่วิตกกังวล
ผ่อนคลายสบาย
✿ สี่ มีความสุขที่บริสุทธิ์กว่า
และยิ่งกว่าที่เราเคยรู้จักมาก่อน
จิตผ่องใสเบิกบาน
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/3pQbnGwU) (http://image.coolz-server.com/v/3pQbnGwU)
✿ ฉะนั้นนิสัยเสียต่าง ๆ กิเลสทั้งหลาย
ที่อยู่ในใจ เราจะรอให้มันหายเอง
มันไม่หายหรอก กึ่ภพ กี่ชาติ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
ซ้ำร้ายอาจจะกำเริบก็ได้ และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ
กิเลสมีกำลังมากอาจจะปิดโอกาส
ให้เราได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ต่อไปก็ได้
ชาตินี้เราทุกคนมีสิทธิมนุษยชน
แต่ตายแล้วเราแน่ใจไหมว่า
ยังจะมีสิทธิเป็นมนุษยชนอยู่
✿ นักปฏิบัติใหม่ถึงแม้ว่า
ยังอยู่ในขั้นล้มลุกคลุกคลานก็ตาม
ไม่พึงท้อใจ ถ้าสามารถป้องกัความคิดผิด
หรือความอยากผิด ๆในการปฏิบัติ
(ปลอดมิจฉาทิฏฐิและตัณหา)
การเคลื่อนไหวในทางที่ดีย่อมมีอยู่
การขัดเกลาย่อมมีอยู่
ยังมีบางสิ่งบางอย่างดีขึ้นอยู่ทุกวัน
✿ เพราะอะไร เพราะหลักทำดีได้ดี
เป็นกฎตายตัวของธรรมชาติ
ผลยังไม่สุกงอม จงเชื่อไว้ก่อน อย่าใจร้อน
ไม่ใช่ว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงเป็นคนละคน ภายในวันเดียว
เดือนเดียว ปีเดียว ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี
แต่ส่วนมากจะไม่เป็นอย่างนั้นสิ
นาน ๆ อาจจะหลายปี หรือเป็นสิบปี
จึงค่อยเห็นชัดก็ได้ ไม่แปลกอะไร
อย่าแข่งกับคนอื่นก็แล้วกัน ไม่ต้องสงสัย
วันหนึ่งจะทึ่งตัวเอง ท่านอาจารย์พุทธทาส
บอกว่าจะอยากไหว้ตัวเอง
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/zx5NJkpE) (http://image.coolz-server.com/v/zx5NJkpE)
✿ พุทธภาวะ คือภาวะจิตที่ รู้ ตื่น เบิกบาน
กำหนดสิ่งใดก็ตาม ต้องตั้งตัวรู้ไว้แล้วไม่ให้อ่อนลง
หลวงพ่อชาท่านสอนว่าในการเจริญอานาปานสติ
มี ๓ อย่างที่จะต้องปรากฎพร้อมกัน
หนึ่ง คือลม สอง คือสติ สาม คือจิต
ในที่นี้จิตหมายถึงความรู้ตัว
หรือจะเรียกว่าสัมปชัญญะก็ได้ คือรู้ตัว
สติคือไม่ลืม ไม่ลืมลม มีลมแล้วก็ไม่ลืมลม
ต้องมีการรู้ตัว ระลึกลมได้ไม่ลืม
แต่ขาดความรู้ตัว มันจะกลายเป็นการตกภวังค์ได้
ฉะนั้นต้องทำนุบำรุงพุทธภาวะ
บริกรรมพุทโธอยู่บ่อย ๆด้วยความตั้งใจ
รู้ ตื่น เบิกบาน อยู่ในปัจจุบัน
✿ พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอ
เราตื่นอยู่ในปัจจุบันก็มีส่วนแห่งพุทธภาวะ
✿ คำว่า พุทธะ ไม่ใช่ภาษาบาลีอย่างเดียว
แต่ปรากฎอยู่ในภาษารัสเชีย เหมือนกัน
โดยหมายถึงนาฬิกาปลุก ปลุกเหมือนกัน
แต่ของเราไม่มีนาฬิกาปลุก มีสติปลุก
มีความตั้งใจเป็นการปลุกจิตให้ตื่น
ระหว่างการทำสมาธิ เราควรสังเกตตัวเอง
ว่าเราตื่นไหมการกำหนดคมชัดไหม
พอดี ไม่ตึงไม่หย่อนไหม
✿ ต้องมีการคอยติดตามการทำงานของเรา
เรายังอยู่กับลมไหม หรือว่าเราลืมลมเสียแล้ว
ถ้าลืมเรียกว่าสติขาด ไม่เป็นไร ไม่ต้องน้อยใจ
ไม่ต้องท้อใจ แต่รีบตั้งต้นใหม่
ถึงจิตใจยังอยู่กับลม ก็ยังประมาทไม่ได้
เพราะถ้าไม่ตื่น ไม่รู้ตัว อย่างแจ่มแจ้ง
เริ่มจะเคลิบเคลิ้มแล้ว ต้องระวัง
เดี๋ยวจะเป็น สมาธิหัวตอ
✿ การฝึกจิตสนุกดีอย่างนี้
มีอะไรท้าทายตลอดเวลา
✿ ผู้อยู่ในปัจจุบันเป็น
ย่อมประจักษ์เลยว่ามันสุขเยือกเย็นจริง ๆ
การกล่าวว่า ความสุขไม่ได้อยู่ที่อื่นไกล
ความสุขอยู่ที่นี่เดี๋ยวนี้
ความสุขที่แท้เกิดเองในจิตใจที่บริสุทธิ์
ไม่ได้อยู่ที่การเสพวัตถุ
คนเข้าวัดก็ คุ้นหู พอสมควร
แต่ต้อง คุ้นใจ จึงจะซื้ง
✿ ความสุขไม่ได้อยู่ในสิ่งที่สัมผัส
หากอยู่ที่ตัวผู้สัมผัส
✿ ถ้าเราสามารถให้ลูกหลานเราเห็นความจริงนี้ได้
จะเป็นบุญอย่างยิ่ง เพราะการพ้นความหลงใหลในวัตถุ
และภัยอันตรายที่ตามมาทั้งแก่ตัวเองและสังคม
จะเกิดได้ก็ด้วยการศึกษาเรื่องธรรมชาติของความสุข
การทำสมาธิภาวนาที่ได้ผลต้องใช้เวลา
ฉะนั้นต้องติดตามผลงาน จึงจะรักษากำลังใจไว้ได้
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/e9Si5XYK) (http://image.coolz-server.com/v/e9Si5XYK)
✿ ความสุขเป็นเหตุให้จิตเข้าถึงความสงบได้
นี่เป็นข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งที่เราไม่ควรลืม
เราปฏิบัติเพื่อกำหนดรู้ความทุกข์
โดยจิตที่เข้มแข็งพอจะกำหนดรู้ความทุกข์ได้
จิตที่ประกอบด้วยความสุขจะเป็นจิตที่เข้มแข็ง
ถ้าจิตใจของเรายังหิวโหยขาดความสุข
จิตนั้นจะอ่อนแอ
และจิตนั้นจะบรรลุสัจธรรมไม่ได้
พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า
"ผู้มีปีติในธรรมย่อมอยู่เป็นสุข"
คนเราต้องยกทุก ๆ เรื่อง
ในชีวิตประจำวันขึ้นสู่ธรรมะ
เพราะถ้าเรารู้จักมองทุกอย่างเป็นธรรมะได้
ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/eg0orMI6) (http://image.coolz-server.com/v/eg0orMI6)
✿ การทำสมาธิภาวนาคือการพัก
ในชีวิตประจำวันต้องสวมหน้ากากนั้น
หน้ากากนี้อยู่ตลอดเวลา นั่งสมาธิก็คือ
การถอดหน้ากากออกทั้งหมดเลย
กลับมาหาธรรมชาติของตนเอง
ธรรมชาติของตนเองคืออะไร
คือร่างกาย และจิตใจ มีร่างกายนั่งอยู่ตรงนี้
หายใจเข้า หายใจออก มีความรู้สึกนึกคิด
เกิดขึ้น ดับไป นี่คือธรรมชาติของเรา
✿ และขอให้สังเกตว่าจิตใจเราเริ่มสงบ
ไม่คิด ไม่ปรุงอะไร ความจำได้หมายรู้ต่าง ๆ
ก็ค่อยจางไป แม้จนกระทั่งความรู้สึกว่า
เราเป็นคนชื่อนั้นชื่อนี้ ความคิดว่าเป็นผู้ชาย
หรือเราเป็นผู้หญิง เราเป็นนั่นเป็นนี่ ไม่ปรากฏ
จิตใจสงบแล้ว มีแต่สติ มีแต่สัมปชัญญะ
ความระลึกได้ ความรู้ตัวอยู่ในปัจจุบัน
มีแต่พุทธภาวะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/LmxJsrQN) (http://image.coolz-server.com/v/LmxJsrQN)
✿ การตั้งตนไว้ชอบ
คือการตั้งใจศึกษาความจริงของชีวิต
ความสุข และความทุกข์ มันเกิดอย่างไร
มันดับอย่างไร มันเป็นอย่างไร
เพ่งพิจารณาตรงจุดนี้เราจะเห็นว่า
ทุกข์เพราะกิเลสครอบงำ
สุขเพราะกิเลสไม่ครอบงำ
เมื่อเห็นความร้ายกาจ
ของกิเลสในใจตนแล้วกลัว
ต้องการพ้นจากอำนาจของมัน
✿ เราจึงเห็นประโยชน์ของการนั่งสมาธิ
เพราะการนั่งสมาธิ
เป็นเครื่องมือกำจัดกิเลสที่สำคัญ
การทำสมาธิทำให้เรามีกำลัง
ทำให้จิตใจเข้มแข็ง สงบ มีความสุข
ไม่ทำสมาธิจิตใจอ่อนแอ ไม่มีกำลัง
วอกแวกไม่สงบ ไม่ผ่องใส
ไม่ราบรื่น แข็งกระด้าง
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/8A4FJk1E) (http://image.coolz-server.com/v/8A4FJk1E)
✿ การปฏิบัตินี้ต้องทำเอง
และไม่ควรหวังทางลัด
ทุกวันนี้ก็มียาเปลี่ยนอารมณ์ออกมาเยอะ
แก้ทุกข์ได้ชั่วคราว แต่ผลข้างเคียงมีมาก
และโทษที่สำคัญคือการทานยาประเภทนี้
ทำให้อ่อนแอ ขี้เกียจ หาทางปล่อยวาง
ที่ถูกต้องและยั่งยืน มันกลับบั่นทอน
การเป็นที่พึ่งของตน อยู่ไปอยู่มา
ทุกข์นิดเดียวก็ทนไม่ได้ต้องกินยา
มันง่ายจริงแต่ความง่ายนั้นแหละ
ที่ทำลายความเจริญของเรา
คนป่วยมากบางคนไม่กินไม่ได้
แต่คนเราทั่วไป ใช้ธรรมโอสถบำบัดดีกว่า
✿ พระพุทธศาสนาสอนให้เรารับผิดชอบชีวิตตัวเอง
ไม่หวังพึ่งสิ่งภายนอกตัวเรา
อยากให้มันสงบ มีปัญญา
ต้องสร้างเหตุปัจจัยที่เหมาะสม
การเพียรพยายามในทางที่ถูกต้องนั่นแหละ
คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์
…
“หลับตาทำไม”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
-
(http://image.coolz-server.com/s/1gkxhwQ9) (http://image.coolz-server.com/v/1gkxhwQ9)
✿ ถ้าจิตใจเราสงบ ไม่คิดปรุงแต่ง ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่วุ่นวาย อะไรจะเกิดขึ้นในจิตใจเราต้องรู้อยู่ เหมือนกับศาลานี้ ถ้าว่าง ใครจะเดินเข้ามาเราก็รู้ทันที นั่งอยู่ตรงนี้ ลืมตาอยู่ ใครจะเดินเข้าเดินออก เราก็เห็น แต่จิตไม่สงบเหมือนศาลาเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของ หรือมีคนนั่งเต็มศาลาคุยกันเสียงแซด ใครจะเดินเข้าเดินออกอาจจะไม่เห็น หรือไม่สังเกต
คัดตอนจากหนังสือ 'หลับตาทำไม'
โดย พระอาจารย์ชยสาโร
...