น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: ยาใจ ที่ มกราคม 12, 2026, 07:22:25 am
-
(http://image.coolz-server.com/s/JBEy6zP7) (http://image.coolz-server.com/v/JBEy6zP7)
✿ พระอยู่ในอริยวงศ์
ที่เรียกว่าเป็นผู้มีความสันโดษ
มีความพอใจกับผ้าจีวร
กับอาหารบิณฑบาต กับที่อยู่อาศัย
ตามที่ญาติโยมถวาย และข้อที่ ๔ น่าสนใจ
เป็นผู้ที่มีความสุข มีความพอใจในการลดกิเลส
✿ การละกิเลส การบำเพ็ญกุศล
แน่นอนว่าทุกคนต้องการความสุข
แต่มันอยู่ที่ว่า เราฉลาดพอไหม
ที่จะได้รับความสุขจากสิ่งที่ดี
คือเหมือนกับเป็นการเปลี่ยนกระแส
✿ ทุกคนต้องการความสุข
มันก็อยู่ที่ว่า เราจะหาความสุขจากไหน
✿ หากพระมีความสุขในการเป็นสมณะ
มีความสุขในการเห็นกิเลสอ่อนลง ๆ
มีความสุขในการเห็นคุณธรรมเพิ่มขึ้น ๆ
มีความภาคภูมิใจในการสร้างประโยชน์ตน
แล้วก็คอยที่จะมีโอกาสสร้างประโยชน์ส่วนรวม
✿ ตัวเองก็มีความสุข
สามารถให้ความสุขกับคนอื่นได้มากขึ้น
✿ หากนี่คือจุดที่เรารู้สึกภูมิใจในชีวิต
มีความสุขในการเป็นผู้ที่เจริญ
ตามรอยของพระอรหันต์ทั้งหลาย
เป็นผู้ที่มีส่วนในการสืบต่ออายุ
ของบรมพุทธศาสนา
การจะหาความสุขจากที่อื่น
มีโอกาสน้อยลงมาก
แต่ไม่ว่าจะเป็นพระเป็นโยม
สมาธิช่วยได้มากที่สุด
ก็เป็นที่รู้กันว่า
ในการถกเถียงกันเรื่องสมาธิ
มันจะมีเรื่องสมถะ วิปัสสนา
เป็นนั้นเป็นนี่ ถกกันไปถกกันมา
✿ แต่ที่อาตมาว่าชัดเจนมากว่า
สิ่งที่จะระงับหรือลดความต้องการ
ในกามในรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสมากที่สุดคือสมาธิ
ถึงจะใช้วิปัสสนาดูเกิดดับดูอะไร
มันก็ดีมาก ควรจะทำ
✿ แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนความรู้สึก
ของเราต่อสิ่งที่เคยให้ความสุข
ความเพลินกับเราอย่างเห็นได้ชัดเลยคือสมาธิ
✿ เมื่อจิตเราเป็นสมาธิ
ความสุขจะเป็นอาการเป็นปกติ
คือไม่ใช่ความสุขที่เกิดจากการเสพ
หรือการสัมผัส
แต่เป็นความสุขที่เป็นเอกลักษณ์
เป็นธรรมชาติของจิตที่ไม่มีกิเลสชั่วคราว
หากเป็นการบรรลุธรรม
มันก็เป็นถาวรเลย
แต่ถึงจะยังไม่ถึงขั้นนั้น
✿ หากฝึกสมาธิเป็นที่พึ่ง
เราก็รู้ว่า ความรู้สึกกระวนกระวาย
ความรู้สึกขาดอะไรสักอย่าง
ความรู้สึกว่าต้องการสิ่งตื่นเต้น
ต้องการอะไรสักอย่าง จะหายไป
จิตใจจะมั่นคงเพราะมีที่พึ่ง
เรื่องนี้ไม่ต้องบวชเป็นพระหรอก
โยมก็ทำได้
✿ เพียงแต่ว่าเห็นความสำคัญ
แล้วแบ่งเวลาในแต่ละวัน
รู้จักจัดลำดับความสำคัญ
ของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตให้ดีกว่านี้หน่อย
เรื่องของการทำสมาธิ
หาเวลาไม่ยากนักหรอก
✿ แต่เพราะยังไม่ศรัทธา
ยังไม่เห็นความสำคัญ
ยังไม่เห็นความจำเป็น จึงไม่ค่อยมีเวลา
…
“ไม่ฝึกก็เสื่อม”
โดย พระพรหมพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร
บ้านบุญ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘
กราบมุทิตาสักการะ
๖๘ ปีแห่งชาตกาล
พระพรหมพัชรญาณมุนี
(พระอาจารย์ชยสาโร)
๗ มกราคม ๒๕๖๙
✿ ✿ ✿ ✿-----------------------------------------✿ ✿ ✿ ✿
(http://upic.me/i/4y/2ebe2.gif) (http://upic.me/show/3655007) ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook Kanlayanatam
https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754 (https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754)
-
✿ ในการมองความสุข
โดยจัดลำดับจากต่ำถึงสูง
เครื่องตัดสินในเรื่องนี้ criteria
ก็คือ จำนวนเงื่อนไข หมายความว่า
หากความสุขของเราขึ้นอยู่เงื่อนไข
เช่น สิ่งแวดล้อมต้องตรงเป๊ะ
อย่างนี้ ๆ ๆ ๆ เป็นอย่างอื่นไม่ได้
ทุกคนต้องให้ความสำคัญกับเรา
ให้ความรักกับเรา ให้ความเคารพกับเรา
ต้อง appreciate เรา คือมีเงื่อนไขมาก
✿ ความสุขที่ต้องการจะเปราะบางเหลือเกิน
แค่ ๑ ข้อหรือ ๒ ข้อ
ใน ๑๐ ข้อขาดไป
ความสุขก็หายไป
คือไม่ใช่ว่าไม่มีความสุข
แต่มันเป็นความสุขที่ไว้ใจไม่ได้
เอาเป็นที่พึ่งก็ไม่ได้
✿ แต่หากเราฝึกตนแล้ว
ความสุขจากการให้ทาน
หรือการทำคุณงามความดี
เสียสละเพื่อคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
✿ เงื่อนไขมันน้อยลงไปมาก
สิ่งที่จะกระทบกระเทือนที่จะทำให้
ความสุขนั้นหายไปหรือน้อยลงไป
แทบจะไม่มี หรือมีน้อยมาก
✿ คืออาจจะยังมีอยู่
เพราะเรายังมีอัตตาตัวตนอยู่บ้าง
ยังมีความรู้สึกในเจ้าของชีวิตอยู่บ้าง
เช่น เราทำด้วยการเสียสละ
ไม่หวังอะไรเลย
แต่มีคนกล่าวหาว่าอยากดัง
อยากให้คนรู้จัก กล่าวสิ่งที่ไม่จริง
หากเราทำดี แล้วติดดี
คือ ไม่ใช่แค่ทำดีอย่างเดียว
แต่ต้องการให้คนอื่นยอมรับ
ชื่นชม appreciate ด้วย
✿ อันนี้ก็คือจุดอ่อน
ของคนทำความดีในเบื้องต้น
แต่หากทำความดีเพื่อความดี
มีจิตเบิกบานกับตัวความดี
คนอื่นจะมองอย่างไร
ก็เรื่องของเขา มันไม่ได้มีผลต่อจิตใจ
✿ หากเป็นความสุขสูงสุด
มันเกิดจากธรรมชาติของจิต
คือจิตที่มีความรู้ มีวิชชา
กิเลสเกิดขึ้นไม่ได้
มันก็มีความสุขเป็นปกติ
เพราะสิ่งที่จะทำให้ความสุขหายไม่มี
…
“ทำได้และควรทำ”
โดย พระพรหมพัชรญาณมุนี
พระอาจารย์ชยสาโร
บ้านบุญ
วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๘
กราบมุทิตาสักการะ
๖๘ ปีแห่งชาตกาล
พระพรหมพัชรญาณมุนี
(พระอาจารย์ชยสาโร)
๗ มกราคม ๒๕๖๙