น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: pn_rtc ที่ พฤษภาคม 04, 2011, 06:51:36 am
-
จาก Forward เมล์ครับ
อ้างถึง
ริบบิ้นสีฟ้ามีความรู้สึกดีๆมาให้
(http://www.pspb.org/blueribbon/images/blueribbon_medium.png)
ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์คตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูล
ชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอนด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่า
แต่ละคนมีคุณค่าพิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง
เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคน แรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่าพวกเขามีคุณค่าเพียงใดทั้งต่อตัวครูและต่อเพื่อนร่วมห้อง
จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้าพิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทองเป็นของขวัญให้ ข้อความบนริบบิ้นมีว่า
'ฉันเป็นคนมีคุณค่า'
จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่งด้วยวัตถุประสงค์เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชมยกย่องผู้อื่นส่งผลอย่างไร
ต่อคนในชุมชน
เธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้น
ให้นัก เรียนเผยแพร่การรับรู้และชื่นชมคุณค่าผู้อื่นในวงกว้างออกไป จากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและดูว่าใครยกย่องใครบ้าง แล้วนำกลับมารายงานในห้อง
ภายในหนึ่งสัปดาห์
นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรองที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆ เพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคต แล้วมอบริบบิ้นติดให้บนเสื้อเชิ้ต จากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือพร้อมกับกล่าวว่า...
'เรากำลังทำงานกลุ่มของชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องการแสดงความยกย่องชื่นชมผู้อื่นครับ ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง'แล้วให้ริบบ ิ้นเขา ส่วนอีกเส้นก็ให้เขาไว้สำหรับมอบให้คนต่อไป
เพื่อเผยแพร่การยกย่องชื่นชมนี้ให้
กระจายต่อไป
แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่า
ผลเป็นยังไงบ้าง'
ต่อมาในวันเดียวกันผู้บริหารท่านนี้เข้าพบเจ้านายเขาซึ่งเป็นคนที่ใครๆรู้กันดีว่าเกรี้ยวกราดอารมณ์ร้าย
เขา นั่งลงคุยกับเจ้านาย บอกเจ้านายว่าลึกๆ เขายกย่องชื่นชมเจ้านายว่าเป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาถามเจ้านายว่าจะยินดีรับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชม และอนุญาตให้เขาติดริบบิ้นให้ได้หรือไม่ เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่าได้ เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอกบริเวณเหนือหัวใจ
เมื่อเขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านาย
เขาบอกเจ้านายว่า ช่วยอะไรผมสักอย่าง
ได้ไหม ครับผมอยากให้เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้นเส้นสุดท้ายนี่ด้วยการยกย่องชื่นชม ใครสักคนพ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรกกำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่เขา อยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่ในวงกว้างออกไป แล้วดูว่าการทำแบบนี้
ส่งผลต่อใครๆยังไงบ้าง
ค่ำวันนั้นชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหา
ลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่ เขาเรียกลูกชาย
ให้นั่งลงแล้วกล่าวว่าวันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อ
ที่สุดกับ พ่อ ตอนอยู่ห้องทำงาน ลูกน้องคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อแล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่งเป็นการ ยกย่องว่าพ่อเป็นอัจริยะเรื่องความมีหัวคิดสร้างสรรค์ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อ มีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะ แล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่าติดให้บนปกเสื้อนอก ตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้นให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่อง ชื่นชมต่อ
ระหว่างที่พ่อขับรถกลับบ้านก็คิดว่าริบบิ้น
เส้นนี้จะให้ใครดีแล้วพ่อก็นึกถึงแก
พ่ออยากชื่นชมแกนะวันๆ พ่อทำงาน
ยุ่งเหยิงมากพอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไร บางทียังอาละวาดอีกเรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดี เรื่องทำห้องนอนรก
แต่ยังไงไม่รู้สิ
วันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแกอยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหน
นอกจากแม่แกแล้วก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ แกเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมเลยแหละแล้วพ่อก็รักแกนะ...
เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้น แล้วก็สะอื้นเขาไม่อาจหยุดร้องไห้ ร่างสั่นเทาไปทั้งตัวเขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา
'พ่อครับเมื่อตอนเย็นผมอยู่บนห้อง นั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่เพื่ออธิบายว่าทำไม
ผมถึงฆ่าตัวตาย แล้วก็ขอให้พ่อ
ยกโทษให้ผม ผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้
ตอนพ่อหลับ ผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลย จดหมายอยู่บนห้องครับแต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ'
พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจบรรยายถึง
ความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน
จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้าถึงพ่อกับแม่
ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงาน
อย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเลิกเป็นคนขี้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้พนักงานใต้บังคับบัญชารู้ว่า
พวกเขามีค่าอย่างไรบ้าง
ส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรองก็ช่วยให้
คำแนะนำเด็กหนุ่มอื่นๆต่อมาอีกหลายคนเรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคตแล้ว
ก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่าแต่ละคน
มีคุณค่าต่อชีวิตเขาอย่างไรบ้างหนึ่งในนั้น
ก็คือเด็กหนุ่มลูกชาย เจ้านายเขา
ส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่งนั่นคือ
เราต่างเป็นคนที่มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น
คุณไม่จำเป็นต้องส่งเมล์ฉบับนี้ต่อให้ใคร
แม้แต่คนเดียว..อย่าว่าแต่สองคนหรือ
สองร้อยคนเลยสำหรับฉัน(ผู้เขียนเรื่องนี้)
คุณอาจจะลบเมล์ฉบับนี้ทิ้งแล้วไปเปิดดูเมล์ฉบับต่อไป แต่ถ้าคุณมีใครสักคนที่มีความหมายกับคุณมากฉันขอสนับสนุนให้คุณ
ส่งข้อความนี้ไปให้เขาหรือเธอผู้นั้น
เพื่อให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกของคุณ
คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า
การให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆ
มีคุณค่าแค่ไหนกับคนสักคนส่งเรื่องนี้
ไปยังคนทุกคนที่คุณเห็นว่ามีความหมาย
ต่อคุณ มีความสำคัญต่อคุณหรือ
อาจส่งไปให้คนหนึ่ง..สอง..หรือ สามคน
ที่มีความหมายต่อคุณมากที่สุดหรือ
คุณอาจจะแค่ยิ้มที่ได้รู้ว่ามีใครบางคน
คิดว่าคุณเป็นคนสำคัญไม่งั้น
คุณก็คงไม่ได้รับเมล์ฉบับนี้แต่แรก
.........จำไว้นะ
ฉันให้ริบบิ้นสีฟ้าแก่คุณแล้ว