น้ำใจธรรม.เนต
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์ => บทความธรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: เสรี ลพยิ้ม ที่ กุมภาพันธ์ 06, 2013, 05:10:07 pm
-
บิดาแห่งพระนักเทศน์ - ในความทรงจำของ ท่าน ว.วชิรเมธี
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี พระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงในการย่อยหลักธรรมะที่ลึกซึ้งให้ผู้ที่ได้ฟังเข้าใจง่าย และอาจกล่าวได้ว่า ว.วชิรเมธี กำลังเดินตามรอยธรรม ที่ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เผยแผ่พระพุทธศาสนามาตลอดชีวิต
ท่าน ว.วชิรเมธี ได้เคยวิเคราะห์เรื่องหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ โดยประมวลถึงอัจฉริยภาพ 7 ข้อ ดังนี้
1.เป็นนักอ่านตัวยง
2.มีเจตจำนงทางวิทยาศาสตร์
3.คบนักปราชญ์ เป็นมิตร
4.ถวายชีวิตให้พุทธศาสนา
5.ฝีปากกล้าไม่กลัวใคร
6.สอนตรง ดั่งไม้บรรทัด
7.คมชัดทุกถ้อยกระทงความ
"หลวงพ่อปัญญาฯ เวลาที่ท่านเทศน์ คำเทศน์ของท่านจะมีเรื่องราว เรื่องเล่าที่ทันสมัย เพราะท่านเป็นนักอ่านตั้งแต่ยังเป็นสามเณรจนเป็นพระ และจนถึงปัจจุบัน ท่านติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่เสมอๆ หลวงพ่อปัญญาเคยบอกว่า เงินทุกบาทที่ได้จากกัณฑ์เทศน์ นำไปใช้ในเรื่องเดียวคือ ซื้อหนังสือมาอ่าน" ว.วชิรเมธีกล่าวและว่าดังนั้น หลวงพ่อปัญญาฯ จึงมีเรื่องเล่ามากมาย เมื่อเทศน์จึงไม่น่าเบื่อ เพราะเป็นเรื่องที่ทันสมัย เมื่ออ่านมากก็รู้มาก เมื่อรู้มากก็รู้กว้าง และเมื่อรู้กว้างก็สามารถทำงานได้มากมาย
"มีเจตจำนงทางวิทยาศาสตร์" ว.วชิรเมธี ขยายความว่า หลวงพ่อปัญญาฯ เป็นพระที่ศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย มีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป ความคิดเป็นระบบ
"หลวงพ่อปัญญาฯ สอนพระพุทธศาสนาด้วยเหตุผล นำเสนอสิ่งที่ตรวจสอบได้ว่ามีเหตุมีผล ปาฏิหาริย์คำสอนของหลวงพ่อคือ เนื้อหาพุทธธรรมที่ บริสุทธิ์ ไม่ได้เกิดจากเครื่องรางของขลัง"
"คบนักปราชญ์เป็นมิตร คือ หลวงพ่อปัญญาฯ มีมิตรที่ยิ่งใหญ่คือท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงพ่อปัญญาฯ โชคดีที่ได้พบยอดคนในโลกเป็นสหาย ท่านพุทธทาสยังเคยกล่าวไว้ว่า หลวงพ่อปัญญาฯ เป็นน้องชายโดยธรรม" ว.วชิรเมธีกล่าว
ในขณะที่ ข้อ 4. ถวายชีวิตให้พุทธศาสนา พระมหาวุฒิชัยอธิบายว่า เนื่องจาก หลวงพ่อปัญญาฯ ได้ตั้งจิตรับใช้พระพุทธศาสนาจนวาระสุดท้าย และท่านก็ได้พิสูจน์คำพูดของท่านจริงๆ
"ฝีปากกล้าไม่กลัวใคร เพราะหลวงพ่อปัญญาฯ สอนธรรมะอย่างตรงไปตรงมา แม้ไม่ถูกใจคนไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม แต่อิงหลักธรรมะ ตรงตามธรรมะ อาจไม่ตรงตามใจคน ถูกต้องอาจไม่ถูกใจ เห็นแก่พระพุทธเจ้ามากกว่าเห็นแก่คน เห็นแก่ธรรมะมากกว่าผลประโยชน์ เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว อาตมาคิดว่า มีเพียงท่านพุทธทาส หลวงพ่อปัญญาฯ และพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) เท่านั้นที่เข้าใจที่สุด พระที่มีความรู้ ความดี และเป็นพระที่กล้าหาญมีจริยธรรม หายากมาก หลวงพ่อปัญญาฯ เป็นหนึ่งในนั้น"
ว.วชิรเมธี อธิบายต่อไปอีกว่า คำสอนของท่านปัญญานันทภิกขุนั้น มีความตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน เปรียบเสมือนสอนตรงดั่งไม้บรรทัด
"ไม่อ้อมค้อม ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่สอนอย่าง ทำอย่าง อาตมาขอยกตัวอย่าง เมื่อครั้งที่มีคนมาบวช เมื่อตัดผมจุกแรกออกแล้วก่อนที่จะโกนหัว พ่อกับแม่ของคนที่บวชก็มาถามหลวงพ่อปัญญาฯว่า จะให้เอาผมจุกนี้ไว้ที่ไหน เพราะคนไทยเรานิยมที่จะเก็บผมจุกแรกนั้นไว้เพื่อความเป็น สิริมงคล แต่หลวงพ่อปัญญาฯ บอกว่าให้เอาไปทิ้งขยะ"
นอกจากนี้ ว.วชิรเมธี ยังเล่าต่ออีกว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีคนมานิมนต์หลวงพ่อปัญญาฯ ไปเป็นประธานงานหมั้น เมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวมากันพร้อมแล้ว แต่ยังไม่มีใครทำอะไร หลวงพ่อปัญญาฯ จึงได้ถามว่า ทำไมไม่ทำพิธี เจ้าบ่าวก็เรียนตอบท่านว่า ฤกษ์ยังไม่มา
"หลวงพ่อปัญญาฯก็เลยบอกว่า คนก็พร้อมแล้ว แหวนก็มีแล้ว รูที่แหวนก็มีทำไมไม่เอานิ้วสอดเข้าไปจะมัวรออะไรอยู่"
หรือแม้แต่เรื่องเซียมซี ที่มีคนมายกกระบอก เซียมซีรอให้กระเด็นออกมา พอไม้ตกลงมาก็บอกว่าเป็นอภินิหารของหลวงพ่อ ซึ่งหลวงพ่อปัญญาฯ บอกว่าที่มันหลุดออกมาได้นั้นเกิดจากแรงสั่น ไม่ใช่อภินิหารอะไรขอหลวงพ่อท่านเลย
"ข้อสุดท้าย คมชัดทุกถ้อยกระทงความ ที่คมชัดเพราะคำสอนของหลวงปัญญาฯ ไม่ใช้ภาษาวิชาการ ไม่นิยมใช้ภาษาบาลี แต่เป็นภาษาไทย ชัดถ้อยชัดคำ โดยเน้นให้เห็นว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ซึ่งหลวงพ่อปัญญาฯ ยึด 5 ดี คือ คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดี ตรงนี้ชัดถ้อยชัดคำ ไพเราะทั้งเนื้อหาและสาระ หลวงพ่อปัญญาฯ จึงประกอบด้วยคุณธรรมทั้ง 7 ข้อ อย่างที่กล่าวมา และเรียกได้ว่า ท่านเป็นบิดาของพระนักเทศน์ของประเทศไทย"
ท่าน ว.วชิรเมธีกล่าวอีกว่า การสูญเสียหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ถือว่า
เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในวงการพุทธศาสนาของไทย
"มีพระมากมายที่มีความสามารถในการ เทศนาสั่งสอน แต่พระที่มีความกล้าอย่าง
หลวงพ่อปัญญาฯนั้น ต้องบอกว่ามีน้อยกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก หาได้ยากกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร ในเมืองไทยมีพระมากมาย ที่มีความรู้ มีความดี มีความเสียสละ แต่พระที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม เปี่ยมด้วยคุณสมบัติพระนักเทศน์อย่างหลวงพ่อปัญญาฯ นั้น อีกกี่ปี พุทธศาสนาจึงจะเจียระไน พระนักเทศน์ที่รูปงามอย่างท่านได้สัก 1 รูป"
พระมหาวุฒิชัย กล่าวอีกว่า วันนี้สังคมไทยมี แต่อวิชชา partner หรือ ที่เรียกว่า
ทูตอวิชชา ซึ่งชักนำคนให้งมงายในนามของศาสนา การปลุกเสกลงเลขสักยันต์ กลายเป็นจริยวัตรที่ถูกให้ ความสำคัญดั่งว่าเป็นกิจของสงฆ์ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่อง
นอกศาสนา ตรงนี้ที่หลวงพ่อปัญญาฯต่อต้าน มาตลอด
"การสูญเสียหลวงพ่อปัญญาฯ ควรทำให้คนไทยได้ตระหนักรู้ร่วมกันว่า หลวงพ่อเพียงรูปเดียวยังก่อประโยชน์ให้ประเทศชาติ ประชาชนมหาศาลเพียงนี้ หากเราร่วมกันสร้างพระเป็นๆ ไม่ใช่พระอิฐพระปูน เทศน์ได้สอนได้เป็นหลวงพ่อปัญญาฯ คนที่ 2 ที่ 3 สังคมไทยจะก้าวไปไกลกว่าทุกวันนี้"
คือในความทรงจำที่
ท่าน ว.วชิรเมธี ระลึกถึง บิดาแห่งพระนักเทศน์ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ