แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


แสดงหัวข้อ - ยาใจ

หน้า: [1] 2 3 ... 200
1




โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี

   ขอเชิญร่วมงาน สิงหาคม "เดือนแห่งการรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็งในสตรี"

ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม 2563

ณ ลานอเนกประสงค์ชั้น 1 อาคารกาญจนบารมีฯ โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี








ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook  โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี
https://www.facebook.com/MTHTH.10/

2




  มะเร็งไทรอยด์ ตรวจพบเร็ว สามารถรักษาให้หายขาดได้ 

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรมศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งประเทศไทย เราพบผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์รายใหม่ประมาณ 2800 ราย โดยส่วนใหญ่จะพบมะเร็งต่อมไทรอยด์ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย จัดอยู่ในอันดับ 7 ของมะเร็งทั้งหมดที่พบในเพศหญิง ส่วนในเพศชายแม้จะพบน้อยกว่าแต่ก็มีความเสี่ยงของการเกิดโรคเช่นกัน มะเร็งไทรอยด์เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในต่อมไทรอยด์ และพัฒนาเป็นก้อนมะเร็งขึ้น และอาจจะขยายโตขึ้นเรื่อย ๆ สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ปัจจุบันยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่ามะเร็งไทรอยด์เกิดจากสาเหตุใด แต่มีหลายปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น การได้รับรังสีบริเวณลำคอหรือบริเวณต่อมไทรอยด์ เคยเป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ ขาดธาตุอาหารไอโอดีน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นต้น มะเร็งไทรอยด์ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใด ๆ แต่เมื่อเซลล์มะเร็งเจริญเติบโตขึ้น ผู้ป่วยอาจคลำพบก้อนนูนใต้ผิวหนังบริเวณกึ่งกลางลำคอ ซึ่งอาจพบเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้ และอาจพบอาการป่วยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เสียงแหบ หายใจลำบากหรือหายใจมีเสียงหวีด กลืนลำบากหรือรู้สึกเจ็บขณะกลืน เจ็บบริเวณลำคอ ต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอบวม

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติมาพบแพทย์ เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติ โรคประจำตัว และการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมถึงการตรวจเลือด และหากสงสัยว่าผู้ป่วยอาจเป็นมะเร็งไทรอยด์ แพทย์อาจวินิจฉัยด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม เช่น การทำอัลตราซาวด์ การตรวจด้วยไอโอดีนรังสี การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การทำไทรอยด์สแกน และการตรวจชิ้นเนื้อ ผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์จะได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจากสหวิชาชีพ เพื่อวางแผนวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับชนิดและระยะโรคของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งการรักษามะเร็งไทรอยด์อาจทำได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัด การรับประทานไอโอดีนรังสี การรับประทานยาฮอร์โมนไทรอยด์ การฉายรังสี การทำเคมีบำบัด สำหรับการป้องกันโรคแม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่เราสามารถป้องกันโรคได้จากการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เลือกรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนสูง และตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี หากตรวจพบโรคในระยะเริ่มแรกจะทำให้การรักษาได้ผลดีและมีโอกาสหายจากโรคสูง

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ มะเร็งไทรอยด์ 4 สิงหาคม 2563








ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook กรมการแพทย์
https://www.facebook.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-643148052494633/


3
พระอาจารย์ปณต คุณวฑฺโฒ • บ้านจิตสบาย ครั้งที่ 11630712





พระอาจารย์ปณต คุณวฑฺโฒ  วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม

แสดงธรรมเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2563

ณ บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย 2







  ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์บ้านจิตสบาย
https://www.jitsabuy.com/category/jitsabuy-video/


4
เรื่อง โอวาทเปิดกรรมฐาน โดย พระมานพ อุปสโม หลักสูตร...อริยสัจ ๔ (๓๐/๐๗/๖๓)






เรื่อง โผฐฐัพพะลักษณะ โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์ หลักสูตร...อริยสัจ ๔ (๓๐/๐๗/๖๓)






เรื่อง แนะนำการปฏิบัติธรรม ๑ โดย พระมานพ อุปสโม หลักสูตร...อริยสัจ ๔ (๓๐/๐๗/๖๓)






เรื่อง แนะนำการปฏิบัติธรรม ๒ โดย พระมานพ อุปสโม หลักสูตร...อริยสัจ ๔ (๓๑/๐๗/๖๓)





เรื่อง โยนิโสมนสิการ - ตอบปัญหาธรรม โดย พระมานพ อุปสโม หลักสูตร...อริยสัจ ๔ (๓๑/๐๗/๖๓)







เรื่อง ญาณ ๑๖ โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมะพิสุทธิ์ หลักสูตร...อริยสัจ ๔ (๐๑/๐๘/๖๓)






อุทยัพพยญาณ โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมะพิสุทธิ์ หลักสูตรอริยสัจ ๔ (๒ ส.ค. ๒๕๖๓)






ญาณ ๑๖ โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมะพิสุทธิ์ หลักสูตรอริยสัจ ๔ (๒ ส.ค. ๒๕๖๓)






เรื่อง ญาณ ๙ โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์ (๐๓/๐๘/๖๓)






เรื่อง ญาณ ๑๒ โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์ ๐๓/๐๘/๖๓






เรื่อง ตอบปัญหาธรรม โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมะพิสุทธิ์ หลักสูตร...อริยสัจ ๔  (๐๓/๐๘/๖๓)






เรื่อง ญาณ ๑๖ โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมะพิสุทธิ์ หลักสูตร...อริยสัจ ๔ (๐๒/๐๘/๖๓)





ธรรมจักรกัปวัตนสูตร โดย อาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์ ๐๔/๐๘/๖๓






เรื่อง ปฏิจสมุปบาท และ เจตนาสูตร โดยอาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์ ๐๔/๐๘/๖๓





เรื่อง..โคตตรภูญาณ (ญาณ ๑๓) โดยอาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์ ๐๔/๐๘/๖๓






เรื่อง...นิมิต โดยอาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์ (๐๕-๐๘-๖๓)







เรื่อง...นิมิตและตอบปัญหาธรรม โดยอาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์ (๐๕-๐๘-๖๓)






เรื่อง...หลักการปฏิบัติธรรม โดย พระมานพ อุปสโม (๐๕-๐๘-๖๓)






หลักสูตรอริยสัจ ๔ พระมานพ อุปสโมและอาจารย์ธรรมธีระ ธรรมพิสุทธิ์

ระหว่างวันที่ ๓๐ กรกฎาคม - ๗ สิงหาคม ๒๕๖๓

ณ ห้องปฏิบัติธรรม ชั้น ๔ อาคารธรรมนิเวศ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เพชรเกษม ๕๔ กรุงเทพฯ








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Youtube  ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

https://www.youtube.com/user/ybat1/videos

5
  ท่านเจ้าคุณพระสุนทรธรรมภาณ ธรรมะสัญจร เมตตาธรรมค้ำจุนโลก






        คลิกติดตามชม VDO ทั้งหมดได้ที่  Youtube ===> https://www.youtube.com/channel/UCvfXIt7mnomX5LZ7lzYKTqA/videos




         และ Facebook  ===> วัดพระพุทธแสงธรรม สระบุรี  https://www.facebook.com/buddhasangdham/







  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook วัดพระพุทธแสงธรรม สระบุรี
https://www.facebook.com/buddhasangdham/

6




      อุบายวิธี ฝึกให้เกิดสติความรู้สึกตัวได้บ่อยๆ        


1. ในเบื้องต้นต้องมีวิหารธรรม หรือมีเครื่องอยู่ให้กับจิต หรือมีบ้านให้กับจิตเสียก่อน เช่น มี “ลมหายใจเข้า-ออก” หรือมี “ท้องพอง-ยุบ” หรือมีคำบริกรรม “พุทโธ” เป็นบ้านให้กับจิต เป็นต้น

คำว่า “บ้าน” คือ อยู่แล้วต้องมีความสุข อยู่แล้วต้องรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และรู้สึกปลอดภัย ไม่อึดอัด ไม่เครียด ตัวอย่างเช่น ขณะที่รู้ว่า ร่างกายกำลังหายใจเข้า-ออก ขณะนั้นเกิดสติ ขณะที่จิตเผลอออกจากลมหายใจ ขณะนั้นขาดสติ ขณะที่รู้ว่า จิตเผลอไปคิด ขณะนั้นเกิดสติ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวเผลอ เพราะทุกครั้งที่จิตเผลอ แล้วรู้ว่า เผลอ ขณะนั้นเกิดสติแล้ว เมื่อฝึกมีสติรู้เท่าทันได้บ่อยๆ จิตก็จะกลับมาที่เครื่องอยู่ หรือกลับมารู้อยู่ที่บ้านของจิตได้เอง

2. วินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ ให้มีวินัยทำในรูปแบบทุกวันประจำสม่ำเสมอ หลังจากที่เราไหว้พระสวดมนต์ สมาทานศีล 5 แล้ว ให้นั่งสมาธิ หรือเดินจงกรม อย่างน้อย 10 นาทีต่อเนื่อง เพื่อฝึกจิตให้มีความคุ้นชินกับการมีสติ ฝึกจิตให้รู้จักความรู้สึกตัว จะช่วยทำให้จิตมีกำลัง และช่วยให้จิตมีคุณภาพ ในการเห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง คือ “ไตรลักษณ์” อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้ง่ายขึ้น

3. ฝึกสติความรู้สึกตัวในชีวิตประจำวัน บ่อยๆโดยให้ฝึกรู้สึกที่กาย และใจ ดังนี้

- รู้สึกที่กายให้รู้ในองค์รวมๆของกาย 2 อย่าง คือ รู้สึกร่างกายนิ่ง หรือร่างกายเคลื่อนไหว ในขณะที่ทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม เคี้ยว ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ ขับถ่าย ซักผ้า รีดผ้า รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ทำอาหาร ออกกำลังกาย ล้วนมีอาการนิ่ง และอาการเคลื่อนไหว ให้สติสามารถระลึกรู้ได้ ให้หมั่นสังเกตความรู้สึกกายนิ่ง กายเคลื่อนไหวบ่อยๆ

- รู้สึกที่ใจ 3 อย่าง คือ “สุข” (ทำให้พอใจ) “ทุกข์” (ทำให้ไม่พอใจ) หรือ เฉยๆ เมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมากระทบทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ย่อมเกิดอาการ 1 ใน 3 อย่างนี้ ให้มีสติรู้ทันอาการนั้น โดยไม่รักษาเอาไว้ ไม่ทำให้มันหายไป ถ้าใจเป็นกลางในการรับรู้ โดยไม่ดึงเอาไว้ ไม่ผลักไสออกไป ไม่บังคับ ไม่เข้าไปหลงรัก หลงชัง ต่อสภาวธรรม หรือต่ออาการใดๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าสภาวธรรมนั้น จะดีแค่ไหน จะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม การรับรู้ด้วยใจที่เป็นกลางนั้น จะเกื้อกูลให้เกิดปัญญาเห็นสภาวธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ค่อยๆ ดับสลายหายไปเอง

4. อุบายวิธีกระตุ้นให้เกิดสติ และความรู้สึกตัวได้บ่อยๆ คือ “ให้มีสติ...ก่อนสตาร์ท” ในกิจกรรมงานใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เท่าที่เราพอจะทำได้ ยกตัวอย่างเช่น

ก่อนทานข้าว ให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก 3 คู่ ก่อน แล้วค่อยทานข้าว

  ก่อนอาบน้ำ ให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก 3 คู่ ก่อน แล้วค่อยอาบน้ำ

ก่อนเปิดมือถือ ให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก 3 คู่ ก่อน แล้วค่อยเปิดมือถือ

  ก่อนเปิดโทรทัศน์ ให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก 3 คู่ ก่อน แล้วค่อยเปิดโทรทัศน์

  ก่อนขับรถออกจากบ้าน ให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก 3 คู่ ก่อน แล้วค่อยขับรถออกรถ

  ก่อนจะประชุม ให้มีสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก 3 คู่ ก่อน แล้วค่อยประชุม



ถ้าสมมุติว่า เราลืม เช่น ทานข้าวไปแล้ว 3-4 คำแล้ว ค่อยมานึกขึ้นได้ว่า เราลืมสตาร์ด้วยสติ ให้หยุดทานข้าวชั่วครู่ แล้วให้มารู้ลมหายใจเข้า-ออก 3 คู่ ก่อน หลังจากนั้น ค่อยทานข้าวต่อ จะทำให้เรามีสติต่อเนื่อง เช่น รู้สึกปากขยับ รู้สึกรสชาติอาหารกระทบลิ้น รู้ใจชอบ ใจไม่ชอบ หรือใจเฉยๆ สติต่อเนื่องจะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ก็เพราะการใช้อุบายมีสติก่อนสตาร์ทนี่เอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกื้อกูลทำให้สติมีกำลัง สมาธิตั้งมั่นได้ง่าย ทำเท่าที่เราพอจะทำได้ ไม่ต้องบังคับว่า เราจะต้องมีสติทุกขณะทุกขั้นตอน ถ้าเราบังคับให้มีสติรู้ทุกขณะทุกขั้นตอน เดี๋ยวจะได้ความเครียดเป็นรางวัล ระลึกขึ้นได้เมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้น ค่อยๆ ฝึกไปให้ได้ทุกวัน ความชำหนิชำนาญความคุ้นชินในการมีสติ ก็จะค่อยๆ ปรากฎเกิดขึ้นได้เอง

5. ความเพียรเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากความเพียร แต่ต้องเป็นความเพียรที่ถูกต้องถูกตรงตามหลักคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น จงอย่าเพียรอันเป็นไปด้วยความอยากได้ อยากมี อยากเป็น สิ่งใดๆ เลย แต่จงเพียรไปเพื่อเป็นการ ลด ละ ตัณหา (ความอยาก) ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) มานะ (ความถือตน เทียบเขาเทียบเรา) และ เพียรเพื่อลด ละ อุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น) เพียรเพื่อลดละกิเลส เพียรเพื่อสละละวาง เพียรเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า

จิตที่ฝึกดีแล้ว...นำสุขมาให้
สุขในปัจจุบัน สุขในอนาคต สุขอย่างยิ่ง
คือ พระนิพพาน


ลุงยุทธ...สะดุดคิด







ที่มา : Facebook Theerayuth Vecharoenying
https://www.facebook.com/theerayuthv

7




 
  ฝึกสติวันละนิด...แล้วชีวิตจะปลอดภัย

1. เมื่อมีสติสำรวมอินทรีย์ รู้เท่าทันกิเลสที่เกิดขึ้นทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อมีสติรู้ทัน เราก็ไม่ไปทำผิดศีล ศีล คือ ความเป็นปกติ เมื่อจิตเป็นปกติ จิตก็ไม่คิดที่จะไปเบียดเบียนใครด้วยกาย และวาจา

2. เมื่อมีสติระลึกรู้อยู่กับอารมณ์เดียว เป็นอารมณ์ที่เป็นกุศล เป็นอารมณ์ที่ทำให้ใจมีความสุข ก็ย่อมทำให้เกิดสมาธิได้ง่าย เพราะเหตุใกล้ที่ทำให้เกิดสมาธิ คือ ความสุข

3. เมื่อมีสติระลึกรู้ มีสมาธิตั้งมั่น ไม่หลงเข้าไปยินดี-ยินร้าย ต่อสภาวธรรมใดๆ ที่เกิดขึ้น มีใจเป็นกลางในการรับรู้อารมณ์ ย่อมเกื้อกูลทำให้เกิดปัญญา เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง เห็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา (อนิจจัง ไม่เที่ยง-ทุกขัง ทนอยู่สภาพเดิมนานๆไม่ได้ -อนัตตา ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้) เพราะเหตุใกล้ที่ทำให้เกิดปัญญา คือ สัมมาสมาธิ (เป็นสมาธิที่ประกอบด้วยสติ)

4. แม้เราจะให้ทานก็ต้องมีสติ เราจะรักษาศีลก็ต้องมีสติ เราจะฝึกสมาธิให้จิตสงบก็ต้องมีสติ เราจะฝึกสมาธิให้จิตตั้งมั่นก็ต้องมีสติ ปัญญาจะเกิดได้ ก็ต้องอาศัยทั้งสัมมาสติ และสัมมาสมาธิ ฉะนั้น สติจึงเป็นในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ นั่นเอง

5. สติปัฏฐาน ๔ ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนนั้น เป็นทางสายเอก เป็นทางสายเดียว ที่จะนำไปสู่ความพ้นทุกข์ดับทุกข์ และได้พบสันติสุขอย่างแท้จริง

กาลเวลาผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
แต่ทุกกาลเวลาที่ผ่านไป
มันก็กลืนกินวันเวลาของชีวิตเรา
ให้ค่อยๆหดสั้นลงเช่นกัน


ฝึกสติเสียแต่วันนี้ ดีกว่ารอวันพรุ่งนี้ เพราะไม่อาจรู้ได้ว่า เราจะมีชีวิตอยู่ถึงวันพรุ่งนี้หรือไม่

ลุงยุทธ...สะดุดคิด







ที่มา : Facebook Theerayuth Vecharoenying
https://www.facebook.com/theerayuthv

8




  บุญกฐินสามัคคี 
วัดจากแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
วันอาทิตย์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๓

  ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดผ้าจุลกฐินสามัคคี รีไซเคิล สมทบทุน สร้างอาคารเรียนพระไตรปิฎก และ ศูนย์เรียนรู้สิ่งแวดล้อม วัดจากแดง 

ในกาลกฐินปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ นี้ วัดจากแดง มีพระภิกษุ-สามเณรจำนวน ๗๕ รูป เพื่ออนุเคราะห์พระภิกษุ-สามเณรที่อยู่จำพรรษา ครบไตรมาส (๓ เดือน) ได้กระทำ กฐินัตถาวรกิจให้ถูกต้องตามพระบรมพุทธานุญาต และได้รับอานิสงส์ของกฐิน ๕ ประการ อีกทั้ง เพื่อรวบรวมทุนทรัพย์ จัดสร้างอาคารเรียนพระไตรปิฎก สถาบันโพธิยาลัย และสร้างอาคารเรียนรู้การจัดการขยะ โครงการสิ่งแวดล้อมที่วัดกำลังดำเนินการ

ในปีนี้ คณะจัดทอผ้าจุลกฐินรีไซเคิล จากขวดพลาสติก (วิหารหลวงพ่อหิน) พร้อมด้วยคณะอาจารย์อิศริยา นุตสาระ ประธานทอดผ้าจุลกฐิน ขอเชิญร่วมงานบุญ โดยเตรียมการปั่นฝ้าย และใยจากขวดพลาสติก รีไซเคิล/ทอ/กะ/ตัด/เย็บ/ย้อม/เข้าไตร ทำการทอดถวายในงาน ตามกำหนดการดังนี้



  กำหนดการ 
วันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

เวลา ๐๘.๐๐ น. เจริญพุทธมนต์ (บอกกล่าวเทพ เทวดา เปิดกี่ทอผ้า)
เวลา ๐๙.๐๐ น. เริ่มพิธีเก็บดอกฝ้ายแบบโบราณ ผสมผสานนวัตกรรมใยจาก ขวดพลาสติก รีไซเคิล
เวลา ๑๐.๐๐ น. ประธานสายบุญทุกท่าน ร่วมตัดผ้าทอจากกี่ และตัดแยกขัณฑ์/เย็บ/ ย้อม ตลอดวัน
วันอาทิตย์ที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

เวลา ๐๘.๐๐ น. สวดสมโภชผ้าจุลกฐิน (รีไซเคิลจากขวดพลาสติก) ณ โรงพิธีทอผ้า
เวลา ๐๙.๐๐ น. ประธานสายบุญ เตรียมแห่ผ้าจุลกฐินและบริวารกฐิน ณ ศาลาสุธัมมา
เวลา ๑๐.๐๐ น. สดับพระธรรมเทศนา พิธีทอดผ้าจุลกฐิน และถวายเครื่องบริวารกฐิน
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล ณ ศาลาหอฉัน /รับประธานอาหาร เป็นเสร็จพิธี


ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้พุทธศาสนิกชนผู้ถวายการบำรุงพระพุทธศาสนาทุกท่าน จงเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระพุทธศาสนาเพียบพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณธนสารสมบัติ ตลอดกาลเป็นนิตย์เทอญ

บัญชีร่วม บุญกฐินสามัคคี วัดจากแดง
ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขที่ 341-2-37726-1
ชื่อบัญชี พระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร-นายมนตรี ศรีจันทร์


บุญใหญ่นี้ ๑ ปี มีเพียงครั้งเดียว

บุญกฐิน ทอดกฐิน กฐิน กฐิน2563 #วัดจากแดง










ที่มา : Facebook  วัดจากแดงและสถาบันโพธิยาลัย
https://www.facebook.com/radiobodhiyalai/

9



อมรกรุ๊ป  จัดกิจกรรม "ธรรมะวาไรตี้" ครั้งที่ 153

โดย พระราชธรรมนิเทศ  (พระพยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว 

ขอเรียนเชิญผู้บริหาร พนักงานบริษัทฯ ในเครือ และบุคคลทั่วไป

ในวันเสาร์ที่   8  สิงหาคม  2563 เวลา 16.00-18.00 น.

ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารอมร  โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 



  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-939-0055 ต่อ 201 และ 503









ที่มา : Facebook Amorn Warranty By Benz Amorn
https://www.facebook.com/BenzAmorn




10





  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook สูงวัย, สสส.
https://www.facebook.com/thaitgri/

11






เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพที่เสื่อมถอยตามกาลเวลาก็นำมาซึ่งโอกาสในการเกิดโรคภัยต่างๆ มากขึ้น มีโรคภัยมากมายที่นอกจากจะเกิดขึ้นตามประสิทธิภาพร่างกายที่ลดลงแล้วยังไปเร่งความเสื่อมถอยทางกาย อันมีผลต่อเนื่องให้เกิดความเสื่อยถอยทางใจ วันนี้เลยอยากเชิญสมาชิกทุกท่านมาพบกับ “8 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ” พร้อมทั้งวิธีปฏิบัติตัวให้ห่างไกลจากโรคเหล่านี้



  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook สูงวัย, สสส.
https://www.facebook.com/thaitgri/





12


พระมหากัจจายนะเถระ

เอตทัคคะในทางผู้อธิบายความย่อให้พิสดาร

พระมหากัจจายนะ เป็นบุตรของพราหมณ์ตระกูลกัจจายนะ ผู้เป็นปุโรหิต (ที่ปรึกษา)ของพระเจ้าจัณฑปัชโชต ในกรุงอุชเชนี เดิมท่านชื่อว่า “กัญจนะ” เพราะมีรูปร่างลักษณะ
งามสง่า มีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เมื่อเจริญวัยขึ้น ได้เรียนจบไตรเพท คือ คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์ เมื่อบิดาถึงแก่กรรมแล้วได้ดำรงตำแหน่งปุโรหิตแทนบิดา

เมื่อพระบรมศาสดาตรัสรู้แล้ว เสด็จเที่ยวจาริกประกาศหลักธรรมคำสอนตามคามนิคมชนบทอยู่นั้น พระเจ้าจัณฑปัชโชต มีพระราชประสงค์จะกราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์
เสด็จสู่กรุงอุชเชนีของพระองค์บ้าง จึงรับสั่งให้ปุโรหิจกัจจายนะไปกราบทูลอาราธนา กัจจายนะถือโอกาสกราบทูลลาเพื่ออุปสมบทด้วย เมื่อทรงอนุญาตแล้วจึงพร้อมด้วยบริวาร
ติดตามอีก ๗ คน เดินทางไปเฝ้าพระบรมศาสดา

เมื่อเดินทางไปถึงก็รับเข้าเฝ้า พระพุทธองค์ตรัสพระธรรมเทศนาให้ฟังและท่านทั้ง ๘ คนนั้นก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แล้วกราบทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปนา เมื่อได้อุปสมบทแล้ว ได้กราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาเสด็จสู่กรุงอุชเชนี ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางมา แต่พระบรมศาสดารับสั่งให้ท่านไปเองพระเจ้าจัณฑปัชโชต และชาวเมืองก็จะเกิดศรัทธาเหมือนกัน

พระมหากัจจายนะ จึงกราบทูลลาพระบรมศาสดาพาภิกษุบริวารอีก ๗ องค์นั้น เดินทางกลับสู่กรุงอุชเชนี ประกาศหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนาให้พระเจ้าจัณฑปัชโชต
และชาวเมืองได้สดับรับฟังก็เกิดศรัทธาเลื่อมใส ทำให้พระพุทธศาสนาแพร่กระจายทั่วกรุงอุชเชนีแล้ว ท่านก็ได้เดินทางกลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคอีก และกราบทูลขอพระบรมพุทธนุญาตแก้ไขพุทธบัตติ เสมือนหนึ่ง ท่านพระมหากัจจายนะ พักอาศัยอยู่ที่ภูเขาปวัตตะ แขวงเมืองกุรุรฆระ

ในอวันตีทักขิณาปถชนบท ขณะนั้น มีอุบาสกคนหนึ่งชื่อว่า โสณกุฎิกัณณะ มีศรัทธาจะอุปสมบท แต่เนื่องจากในอวันตีชนบทนั้นมีพระภิกษุจำนวนน้อย ไม่ครบเป็นคณปูรกะ
จำนวน ๑๐ รูป ตามพระบรมพุทธานุญาต ท่านจึงให้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่นานถึง ๓ ปีกว่าจะได้อุปสมบท และเมื่อท่านโสณกุฏิกัณณะได้อุปสมบทแล้ว ปรารถนาจะเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา ได้กราบลาพระมหากัจจายนะ ก็อนุญาตพร้อมทั้งสั่งให้ไปกราบทูลขอพระบรมพุทธานุญาต ให้พระพุทธองค์ทรงแก้ไขพุทธบัญญัติ ๕ ข้อ ซึ่งไม่สะดวกแก่
พระภิกษุผู้อยู่ในอวันตีชนบท คือ

๑) ในอวันตีชนบท มีพระภิกษุจำนวนน้อย ขอให้พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการอุปสมบทด้วยคณะพระภิกษุน้อยกว่า ๑๐ รูปได้ข้อนี้ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตการอุปสมบทในปัจจันตชนบท
ด้วยคณะพระภิกษุ ๕ รูปได้”

๒) ในอวันตีชนบท มีพื้นดินขรุขระไม่เรียบไม่สม่ำเสมอ ขอให้พระผู้มีอาภาคทรงอนุญาตให้พระภิกษุในอวันตีชนบทสวมรองเท้ามีพื้นหลายชั้นได้ข้อนี้ ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตให้ภิกษุสวมรองเท้ามีพื้นหลายชั้นในปัจจันตชนบทได้”

๓) ในอวันตีชนบท อากาศร้อน บุคคลต้องอาบน้ำทุกวัน ขอพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ภิกษุอาบน้ำเป็นนิตย์ได้
ข้อนี้ ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตการอาบน้ำได้เป็นนิตย์แก่ภิกษุผู้อยู่ในปัจจันตชนบท”

๔) ในอวันตีชนบท มีเครื่องลาดที่ทำด้วยหนังมีหนังแพะ และหนังแกะ เป็นต้น สมบูรณ์ดีเหมือนในมัชฌิมชนบท ขอพระพุทธองค์ทรงอนุญาตเครื่องลาดทำด้วยหนังสัตว์ มีหนังแพะและหนังแกะ เป็นต้นเหล่านั้นเถิดข้อนี้ ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตเครื่องลาดที่ทำด้วยหนังสัตว์เหล่านั้น”

๕) ทายกทั้งหลาย มักจะถวายจีวรแก่ภิกษุผู้ที่ออกจากวัดไปแล้ว ด้วยสั่งไว้ว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอถวายจีวรผืนนี้แก่ภิกษุชื่อนี้” เมื่อเธอกลับมาแล้ว ทายกได้นำจีวรเข้าไปถวาย แต่เธอไม่ยอมรับด้วยเข้าใจว่า ผ้าผืนนี้เป็นนิสสัคคีย์ข้อนี้ ทรงอนุญาตว่า “ดูก่อนภิกษุ เราอนุญาตให้ภิกษุรับจีวรที่ทายกถวายลับหลังได้ ด้วยว่า ผ้ายังไม่ถึงมือเธอตราบใด จะถือว่าเธอมีสิทธิ์ในผ้าผืนนั้นเต็มที่ไม่ได้ตราบนั้น”

**ความสามารถพิเศษของพระมหากัจจายนเถระ**
พระมหากัจจายนเถระ เป็นพระพุทธสาวก ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดสามารถอธิบายธรรมที่ย่อให้ขยายความออกไปได้อย่างละเอียดละออ ทำให้ผู้ฟังเกิดศรัทธาเลื่อมใส
ได้โดยไม่ยาก ทั้งนี้เพราะส่วนหนึ่งท่านเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑) อัตถปฏิสัมภิทา ผู้มีปัญญาแตกฉานในอรรถ
สามารถอธิบายความย่อให้ขยายความออกไปได้อย่างละเอียด
๒) ธัมาปฏิสัมภิทา ผู้มีปัญญาแตกฉานในธรรม
สามารถถือเอาความความย่อให้ขยายความออกไปได้อย่างละเอียด
๓) นิรุตติปฏสัมภิทา ผู้มีปัญญาแตกฉานในนิรุตติ
มีความเชี่ยวชาญในภาษา สามารถพูดให้คนอื่นเลื่อมใสได้
๔) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ผู้มีปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ
มีไหวพริบและปฏิภาณ สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้

**พระเถระแปลงร่าง**
พระมหากัจจายนเถระ เป็นผู้มีรูปร่างสง่างามผิวเหลืองดุจทองคำสะอาดผ่องใส เป็นที่ต้องตาถูกใจแก่ผู้พบเห็นทั่วไป จนกระทั่งมีเหตุการณ์วิปริตเกิดขึ้นแก่บุตรเศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่า โสเรยยะ ขณะที่เขานั่งบนยานพาหนะกับสหายเพื่อไปอาบน้ำพร้อมกับบริวารทั้งหลาย ได้เห็นพระเถระกำลังยืนห่มจีวร เพื่อเข้าไปบิณฑบาตในเมืองแล้วเกิดความพอใจ ในดวงจิตคิดอกุศลขึ้นว่า “งามจริงหนอ พระเถระรูปนี้ น่าจะเป็นภริยาของเรา หรือไม่ก็ขอให้ภริยาของเรามีสีผิวกายเหมือนพระเถระนี้” ด้วยอกุศลจิตคิดเพียงเท่านี้ ทำให้เพศชายของเขาหายไป
กลายเป็นเพศหญิงไปทั้งร่าง ทำให้เขาอับอายเป็นอย่างมาก และโดยที่ไม่มีใครรู้เขารีบลงจากยานนั้นแล้วเดินตามกองเกวียน

"โสเรยยะ"ไปยังเมืองตักสิลาและได้เป็นภริยาของลูกชายเศรษฐีในเมืองนั้น อยู่ร่วมกันจนมีบุตร ๒ คน แต่เดิมทีที่เขาอยู่ในเมืองโสเรยยะนั้น เขาก็มีภริยาอยู่แล้วและมีบุตรด้วยกัน ๒ คน เช่นเดียวกัน จึงปรากฏว่าเขาเป็นทั้งพ่อและแม่ หรือเป็นทั้งผัวและเมียในชาติเดียวกันนี้

ต่อมา พระมหากัจจายนเถระ จาริกมายังเมืองตักสิลา โสเรยยะทราบแล้วจึงเล่าเรื่องราวของตนที่ผ่านมาให้สามีฟัง แล้วพากันไปกราบขอขมาโทษต่อพระเถระ เมื่อท่านทราบเรื่อง
โดยตลอดแล้วก็ยกโทษให้ และเพศหญิงก็หายไปเพศชายปรากฏขึ้นมาเหมือนเดิม เขาเกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระเถระเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเห็นว่าตนเองเป็นคนแปลกคือเป็นทั้งชายและหญิงในอัตภาพเดียวเท่านั้น และยังคิดว่าไม่ควรที่จะอยู่ครองเพศฆราวาสต่อไป จึงมอบบุตรทั้ง ๔ คนให้บิดามารดาเลี้ยงดูต่อไป ส่วนตนเองได้ขอบวชในสำนักพระเถระ และได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในกาลต่อมา

**ได้รับยกย่องในทางอธิบายความย่อให้พิศดาร**
ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงแสดงภัทเทกรัตตสูตรแต่โดยย่อ แล้วเสด็จเข้าสู่พระวิหารที่ประทับ พระภิกษุทั้งหลายไม่ได้โอกาสเพื่อจะกราบทูลถามเนื้อความที่ตรัสไว้โดยย่อให้เข้าใจได้ จึงพากันเข้าไปหาพระมหากัจจายนะ กราบอาราธนาให้ท่านได้เมตตาอธิบายขยายความให้ฟัง พระเถระได้อธิบายขยายความย่อให้ฟังอย่างพิสดาร แล้วกล่าวแนะนำว่า “ท่านผู้มีอายุข้าพเจ้าเข้าใจความหมายแห่งพระสูตรนี้ตามที่อธิบายมานี้แต่ถ้าท่านทั้งหลายมีความต้องการจะทราบให้แน่ชัดก็จงไปกราบทูลถามพระผู้มีพระภาค เมื่อพระองค์ทรงแก้อย่างไร ก็จงจำไว้อย่างนั้นเถิด”พระภิกษุเหล่านั้นพากันลาพระเถระแล้ว เข้าไปกราบทูลเนื้อความที่พระมหากัจจายนะ
อธิบายไว้ให้พระพุทธองค์ทรงสดับ พระผู้มีพระภาค ตรัสสรรเสริญพระเถระว่า “ภิกษุทั้งหลาย พระมหากัจจายนะ เป็นผู้มีปัญญา เนื้อความนั้นถ้าพวกเธอถามตถาคต แม้ตถาคตก็จะอธิบายอย่างนั้น เช่นกัน ขอพวกเธอจงจำเนื้อความนั้นไว้เถิด”

เมื่อครั้งพระพุทธองค์ ประทับอยู่ ณ พระเชตะวันมหาวิหาร
ทรงตั้งพระมหากัจจายนะไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในฝ่าย ผู้อธิบายเนื้อความย่อให้พิสดาร

ท่านพระมหากัจจายนเถระ ดำรงอายุสังขารโดยสมควรแก่กาลเวลาแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน

ร่วมฟังธรรม และ ปฏิบัติธรรม ในงาน “เอตทัคคะ และพระอริสาวกในพระพุทธศาสนา"

ยุวพุทธฯ บ้านแห่งธรรม ขอเชิญร่วมฉลองครบรอบ ๗๐ ปี ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมฟังธรรม และ ปฏิบัติธรรม ในงาน“เอตทัคคะ" และพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๓

ครั้งที่ ๖ วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๓ "พระมหากัจจายนะเถระ" ผู้เป็นเลิศด้านแสดงธรรมย่อให้พิศดาร
โดย ดร.สุภีร์ ทุมทอง ณ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ซอยเพชรเกษม ๕๔ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ https://is.gd/qzQAet

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ๐๒ ๔๕๕ ๒๕๒๕ หรือ Line : https://lin.ee/hvdyClt[/color]






ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ย.พ.ส.)
https://www.facebook.com/ybatpage/


13



ต้อเนื้อ-ต้อลม วิธีรักษาเป็นอย่างไรดูได้ในคลิปนี้

       คลิกชม ===> https://bit.ly/2ZMSZsC




  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Mahidol Channel
https://www.facebook.com/mahidolchannel/


14






  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Mahidol Channel 
https://www.facebook.com/mahidolchannel/





15
งานสาธยายพระไตรปิฎก (ครั้งที่ ๑๑) วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓







งานสาธยายพระไตรปิฎก (ครั้งที่ ๑๑) วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ (ช่วงบ่าย)







งานสาธยายพระไตรปิฎก (ครั้งที่ ๑๑)

วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ณ ห้องปฏิบัติธรรม ชั้น ๔ อาคารธรรมนิเวศ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เพชรเกษม ๕๔ กรุงเทพฯ











  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Youtube  ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

https://www.youtube.com/user/ybat1/videos

หน้า: [1] 2 3 ... 200