แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


ข้อความ - ยาใจ

หน้า: [1] 2 3 ... 618
1
มีกิเสลแล้วรู้ทัน โดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล






สงครามภายใน ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล






620420 ภัย3 ธรรมะบรรยายโดย พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล










  ขอขอบคุณข้อมูล : Youtube nimmalo channel
https://www.youtube.com/channel/UChOygI9mficp96UI_Gqyydg

2
อาจารย์ประเสริฐ ตั้งอุดมเลิศ - แนะนำหลักการเจริญสติปัฏฐานเบื้องต้น (28/3/2562)






อาจารย์ประเสริฐ ตั้งอุดมเลิศ -โกลาหลของคนวิวาห์และคนวิวาท (28/3/2562)






อาจารย์ประเสริฐ ตั้งอุดมเลิศ - ความสุขจะเกิด เริ่มต้นที่การให้ (29/3/2562)






อาจารย์ประเสริฐ ตั้งอุดมเลิศ - ธรรมะที่ฟูมฟัก รักกันมาแต่ก่อนกาล (31/3/2562)






อาจารย์ประเสริฐ ตั้งอุดมเลิศ - บริหารชีวิตอย่างมีความสุข (1/4/2562)






อาจารย์ประเสริฐ ตั้งอุดมเลิศ - เรื่อง โอวาทปิดกรรมฐาน (1/4/2562)







  โครงการ....อิ่มบุญ อุ่นธรรม นำสุข

  วันที่ 28 มีนาคม - 1 เมษายน พ.ศ.2562   

โดย...อาจารย์ประเสริฐ ตั้งอุดมเลิศ

ณ ห้องกุสินครา ชั้น 4 อาคารบุญยง ว่องวานิช

ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์


เลขที่ 4 เพชรเกษม 54 แยก 6 บางด้วน กรุงเทพมหานคร 10160







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Youtube  ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

https://www.youtube.com/user/ybat1/playlists

3



หมวดหนังสือธรรมะ : หนังสือเรื่อง “อุทเทสแห่งสติปัฏฐาน” (พิมพ์ครั้งที่ ๑ , กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ จำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม)

โดย อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง

หนังสือ “อุทเทสแห่งสติปัฏฐาน” นี้ เป็นหนังสืออธิบายความหมาย องค์ธรรม และเนื้อความของบทพยัญชนะในบาลีอุทเทสแห่งมหาสติปัฏฐานสูตร ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้าจากคัมภีร์อรรถกถาและฎีกาเป็นหลัก นำมาเรียบเรียงให้ต่อเนื่องกัน มุ่งเน้นให้เข้าใจบทบาลีต่าง ๆ โดยละเอียด เพราะการจะศึกษาเรื่องสติปัฏฐานให้ชัดเจนและการนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตรงตามพุทธประสงค์นั้น หากได้เข้าใจบาลีอุทเทสดีแล้วก็จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าต่อไปได้มาก นอกจากการอธิบายตามแนวอรรถกถาแล้ว ผู้เขียนได้รวบรวมคำอธิบายตามแนวคัมภีร์เนตติปกรณ์มานำเสนอไว้ด้วย

นอกจากนั้น ในหนังสือเล่มนี้ ยังมีคำอธิบายเรื่องอื่น ๆ ที่ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้าไว้ พิจารณาดูแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจบ้างพอสมควร จึงได้นำมาพิมพ์รวมกันไว้ คือ พระคาถาที่ ๑ ยมกวรรค พระคาถาที่ ๑ โอวาทปาติโมกข์ และการจัดหมวดหมู่พระพุทธพจน์ รวมแล้วหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาอยู่ ๔ เรื่อง แต่ตั้งชื่อตามเรื่องที่มีเนื้อหามากกว่า

ขออนุโมทนาผู้เกี่ยวข้องในการทำหนังสือเล่มนี้ และขอขอบคุณญาติธรรมทั้งหลายที่มีเมตตาต่อผู้บรรยายเสมอมา หากมีความผิดพลาดประการใด อันเกิดจากความด้อยสติปัญญาของผู้เขียน ก็ขอขมาต่อพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ทั้งหลาย และขออโหสิกรรมจากท่านผู้อ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย

พร้อมแจกฟรีเป็นธรรมทานสำหรับผู้สนใจในธรรมะทุกท่านครับ สำหรับผู้ที่มีความสนใจหนังสือเล่มนี้ หรือสื่อธรรมะอื่นๆของท่าน อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง สามารถเข้าไปดูขั้นตอนและรายละเอียดผ่านทางเว็บไซต์ www.ajsupee.com ครับ


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 

คุณสุริยัน โทรศัพท์ ๐๘-๐๕๕๓-๕๕๕๓
Line ID : ajsupee.com
E-mail : suriyan2t@gmail.com
www.ajsupee.com


  Download : http://www.ajsupee.com/2016/viewbook.php?viewid=9889




ที่มา : Facebook Ajsupee - อ.สุภีร์ ทุมทอง
https://www.facebook.com/Ajsupee/

4




   
ศีล_สมาธิ_ปัญญา

โดย อ. วศิน อินทสระ




  ดาวน์โหลด  ===> http://www.kanlayanatam.com/ebook/%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5_%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4_%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2.pdf








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ชมรมกัลยาณธรรม
http://www.kanlayanatam.com/tammabook.htm




5




   
ศีล_สมาธิ_ปัญญา

โดย อ. วศิน อินทสระ




  ดาวน์โหลด  ===> http://www.kanlayanatam.com/ebook/%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5_%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4_%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2.pdf








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ชมรมกัลยาณธรรม
http://www.kanlayanatam.com/tammabook.htm




10





  จิตประภัสสร 


ดวงอาทิตย์นั้นสุกสว่างตลอดเวลา แต่สาเหตุที่อากาศมืดครึ้ม มิใช่เพราะอาทิตย์อับแสง หากเป็นเพราะมีเมฆมาบดบัง แต่ก็เป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเมฆเลือนหาย ความสว่างกระจ่างตาก็ปรากฏ ในทำนองเดียวกัน ไม่มีสุริยุปราคาครั้งใดยืนยาวเลย แม้ความมืดดูเหมือนจะกลืนกินอาทิตย์ทั้งดวง แต่แท้จริงดวงอาทิตย์ยังส่องสว่างดังเดิม เป็นแต่สายตาของเราต่างหากที่ถูกดวงจันทร์บดบัง

จิตของเราก็เช่นกัน สุกสว่างประภัสสรอยู่ตลอด แต่ที่ดูเหมือนเศร้าหมองนั้นเป็นเพราะมีกิเลสมาบดบัง เมื่อกิเลสจรหายไป ความแจ่มกระจ่างก็กลับมา กิเลสนั้นหาได้อยู่ประจำจิต หรือเป็นส่วนหนึ่งของจิตไม่ แม้มันจะเกิดกับจิตก็ตาม เฉกเช่นเปลวไฟที่เกิดกับเนื้อไม้ แต่หาได้แฝงอยู่ในเนื้อไม้ไม่

เมฆเลือนหายเพราะแรงลมฉันใด กิเลสเลือนหายก็เพราะความตื่นรู้ เมื่อมีสติเกิดขึ้น ความหลงลืมก็หายไป พร้อมกับ“ตัวกู”ที่ถูกปรุงเพราะความหลง กิเลสจึงไม่มีที่ตั้ง ไม่สามารถบดบังหรือเคลือบคลุมจิตได้อีกต่อไป

เมื่อจิตหมองมัว ไม่ต้องทำอะไรกับจิต เพราะจิตสว่างไสวใสเย็นอยู่แล้ว กับกิเลสก็เช่นกัน ไม่ต้องทำอะไรกับมัน แค่มีสติรู้ตัว กิเลสก็หายไป เช่นเดียวกับความมืดที่ปลาสนาการไปทันทีที่ต้องแสงสว่าง

ยามชีวิตตกอับ จิตใจ เต็มไปด้วยความทุกข์ ราวกับดาวอับแสง พึงระลึกไว้เสมอว่าความมืดมัวนั้นเป็นของชั่วคราว ไม่นานชีวิตและจิตใจก็จะกลับเป็นปกติ เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกทดท้อเพราะความดีของเราไม่เป็นที่รับรู้ของผู้คน ขอให้มั่นใจว่าแม้บางคนจะมองไม่เห็น แต่ยังมีอีกมากมายที่เห็นประกายแห่งความดีของเรา เฉกเช่นผู้คนส่วนน้อยเท่านั้นที่ถูกดวงจันทร์บดบังจนมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ยามเกิดสุริยุปราคา แต่ในสายตาของผู้คนค่อนโลก ดวงอาทิตย์ยังเจิดจ้าไม่แปรเปลี่ยน


พระไพศาล วิสาโล





  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/

11
ตอนที่ 1/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)






ตอนที่ 2/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)







ตอนที่ 3/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)






ตอนที่ 4/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)






ตอนที่ 5/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)






ตอนที่ 6/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)






ตอนที่ 7/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)






ตอนที่ 8/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)






ตอนที่ 9/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)






ตอนที่ 10/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)





ตอนที่ 11/11 : พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (16-21 มี.ค. 2562)





พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ

แสดงธรรม เนื่องในโครงการปฏิบัติธรรม

  วันที่ ๑๖ - ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๒ 

 





  ขอขอบคุณข้อมูล : Youtube ชมรมสารธรรมล้านนา เชียงใหม่
https://www.youtube.com/channel/UCSBml_fmTtUA2gu559YGL6Q

12
พระอาจารย์ กฤช นิมฺมโล 24 มี.ค. 62




พระอาจารย์ กฤช นิมฺมโล

แสดงธรรมเนื่องในโครงการธรรมทัศน์เพื่อชีวิต

จัดโดย ชมรมสารธรรมล้านนา






  ขอขอบคุณข้อมูล : Youtube ชมรมสารธรรมล้านนา เชียงใหม่
https://www.youtube.com/channel/UCSBml_fmTtUA2gu559YGL6Q

13



  อยู่อย่างไร ตายอย่างนั้น 

บทความเตือนสติจาก พระไพศาล วิสาโล



ครูเบญจา เป็นครูที่ดุและเข้มงวดมาก ใช่แต่เท่านั้น ยังมักอารมณ์เสียใส่นักเรียนบ่อยๆ มีเรื่องตำหนินักเรียนไม่เว้นแต่ละวัน การลงโทษด้วยไม้เรียวเป็นกิจวัตรที่ขาดไม่ได้ จนนักเรียนทั้งชั้นกลัวเกรงมาก เวลาอยู่นอกห้องเรียนหากเห็นครูเบญจาเดินมาแต่ไกล นักเรียนจะเลี่ยงไปอีกทางทันที อยู่อย่างไร ตายอย่างนั้น

ปีแล้วปีเล่าที่ครูเบญจาสอนหนังสือโดยใช้พระเดชเป็นที่ตั้ง จนเกษียณอายุแล้ว ครูเบญจาก็ยังคิดว่าตนเป็นครูอยู่ จึงชอบเคี่ยวเข็ญสั่งการหรือต่อว่าคนรอบข้างเป็นอาจิณ จนกลายเป็นเผด็จการในสายตาของลูกหลาน ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หรืออยากพูดคุยด้วย

แล้ววันหนึ่งครูเบญจาก็พบว่าตนเป็นมะเร็งเต้านม เมื่ออาการลุกลามเข้าสู่ระยะสุดท้าย ครูเบญจาถูกส่งมารักษาที่โรงพยาบาล แม้ป่วยหนัก ครูเบญจายังไม่ทิ้งนิสัยเดิม ใครที่อยู่ใกล้เป็นต้องถูกตำหนิติเตียนหรือถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ ไม่เว้นกระทั่งแพทย์และพยาบาล ซ้ำยังถูกต่อว่า นินทาลับหลัง จนเป็นที่เอือมระอาของผู้คน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่มีใครอยากไปข้องแวะกับครูเบญจา

เป็นที่สังเกตว่า ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาล มีคนมาเยี่ยมครูเบญจาน้อยมาก ลูกหลานนานๆ จะมาสักครั้ง ครูเบญจาจึงนอนซมอยู่บนเตียงผู้เดียวเป็นส่วนใหญ่ ดูเหงาหงอย ไม่มีความสุข ขณะเดียวกันจิตใจก็ว้าวุ่น เพราะไม่เคยรู้สึกพอใจกับอะไรเลยสักอย่าง

เมื่ออาการทรุดหนักครูเบญจาก็มีสติฟั่นเฟือนถึงกับเพ้อ เวลาแพทย์และพยาบาลมาข้างเตียง ครูเบญจาจะจ้องตา ชี้นิ้ว พร้อมกับสั่งแกมตะคอกว่า “เริ่ม….เริ่ม” ซึ่งเป็นคำพูดติดปากเวลาสั่งให้นักเรียนเริ่มต้นท่องหรืออ่านหนังสือหน้าชั้น

คืนที่ครูเบญจาเสียชีวิตนั้น ไม่มีลูกหลานหรือญาติมิตรอยู่ดูใจสักคน แม้แต่คนที่แพทย์จะขอคำปรึกษาเพื่อตัดสินใจช่วยชีวิตหากหัวใจหยุดเต้นก็ใช้เวลานานกว่าจะติดต่อได้ ในที่สุดครูเบญจาก็สิ้นใจคามือบุรุษพยาบาลที่พยายามปั๊มหัวใจอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่ครูเบญจาเคยแสดงเจตจำนงว่าขอปฏิเสธวิธีดังกล่าวก็ตาม

เช้าวันรุ่งขึ้น ลูกหลานครูเบญจามารับศพอย่างพร้อมหน้า แต่ทุกคนยืนอออยู่หน้าห้องดับจิต ไม่มีใครยอมเข้าไปดูหน้าครูเบญจายามสิ้นลม เมื่อศพเคลื่อนออกจากห้อง ลูกหลานก็ถอยห่างและใช้ลิฟต์คนละตัวกับครูเบญจา ต่อเมื่อบรรจุศพในโลงเรียบร้อยแล้วลูกหลานจึงมาขอขมาข้างโลง

แม้ครูเบญจามีลูกหลาน ญาติมิตรมากมาย แต่วาระสุดท้ายของครูเบญจาไม่ต่างจากคนไร้ญาติขาดมิตร ครูเบญจาสิ้นลมโดยไม่มีใครสักคนมาดูใจ กระทั่งเป็นศพแล้วก็ยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ชีวิตบั้นปลายของครูเบญจาอยู่อย่างหงอยเหงาและตายอย่างโดดเดี่ยว

ใช่หรือไม่ว่า เราอยู่อย่างไรก็ตายอย่างนั้น หากอยู่อย่างกราดเกรี้ยวก็จะตายอย่างกราดเกรี้ยว หากอยู่อย่างว้าวุ่นใจ จ้องจับผิดคนอื่นตลอดเวลา ความรู้สึกลบก็จะตามไปรบกวนจิตใจจนสิ้นลม ในยามที่มีชีวิตอยู่หากใช้อำนาจหรือทำตามอำเภอใจจนใครๆ ไม่อยากอยู่ใกล้ เมื่อถึงคราวจะตายก็ยากที่จะมีคนมาห้อมล้อมให้กำลังใจ

ในทำนองเดียวกัน คนที่อยู่อย่างตระหนี่ เห็นแก่เงินทองมาก เมื่อจวนสิ้นลมก็จะทุรนทุรายเพราะเงินทอง จนตายไม่สงบ…ป้าหยิบมีอาชีพปล่อยเงินกู้และเรียกดอกเบี้ยแพง ต่อมาล้มป่วยจนต้องเข้าห้องไอซียู สัญญาณชีพต่ำลงเรื่อยๆ สุดจะช่วยให้ดีขึ้นได้ เมื่อเห็นว่าป้าหยิบใกล้จะเสียชีวิต แพทย์จึงพูดแนะนำให้แกเตรียมใจและพร้อมปล่อยวาง แต่พอพูดถึงการปล่อยวางทรัพย์สินเงินทอง ป้าหยิบทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทันทีราวกับจะต่อต้าน ผ่านไปหนึ่งวันแกก็ยังไม่เสียชีวิต

วันรุ่งขึ้น เพื่อนบ้านคนหนึ่งมาหาแกด้วยอาการลุกลี้ลุกลน เขาเล่าว่าได้ยืมเงินป้าหยิบนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสคืนสักที เมื่อเช้าเห็นแกมาทวงเงินที่บ้านเลยตกใจรีบมาหาป้าหยิบและรับปากว่าจะคืนเงินให้ ป้าหยิบสิ้นลมวันนั้นหลังจากกระสับกระส่ายอยู่พักใหญ่

ยึดติดอะไรในยามที่มีชีวิตอยู่ สิ่งนั้นก็จะตามไปรบกวนจิตใจจนสิ้นลม ในทางตรงข้าม หากอยู่อย่างปล่อยวาง เมื่อจะตายก็พร้อมปล่อยวางและจากไปอย่างสงบ

หากมีชีวิตอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลผู้อื่น เมื่อล้มป่วยก็จะมีผู้คนมาช่วยเหลือดูแลอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยจนวาระสุดท้าย…สุภาพรเป็นคนหนึ่งที่มีน้ำใจต่อมิตรสหายมาก ไม่เคยปฏิเสธเมื่อเพื่อนขอความช่วยเหลือ และพร้อมยื่นมือเมื่อเห็นเพื่อนเดือดร้อน เมื่อเธอล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย เธอเลือกที่จะใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่บ้านโดยปฏิเสธการรักษาทุกชนิด

ตลอดสองเดือนที่เธอนอนแบ็บบนเตียง เพื่อนๆ ผลัดกันมาดูแลเธอ 24 ชั่วโมง บ้างก็ช่วยเช็ดตัว บ้างก็นวดคลายปวด บ้างก็ตีขิมเป่าขลุ่ยให้เธอฟัง หาไม่ก็ชวนเธอสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตอนที่เธอสิ้นลมนั้น เพื่อนๆ มาดูใจอยู่รอบเตียงและส่งเธอสู่สุคติอย่างสงบ

เราอยากตายอย่างไรก็ควรเตรียมตัวเสียแต่บัดนี้ ด้วยการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่อยากประสบพบเห็นในวาระสุดท้าย ถ้าอยากตายดีก็ต้องใช้ชีวิตให้ดีมีคุณภาพนับแต่วันนี้ไป

 



  ขอบคุณข้อมูลจาก  นิตยสาร Secret

Photo by Teymur Gahramanov on Unsplash
Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

14




คนไทยทะเลาะกัน ส่วนหนึ่งก็เกิดจากอัตตารวมหมู่ ไม่ใช่อัตตาเฉพาะคน มันเป็นอัตตาที่ซับซ้อน อิงอุดมการณ์ หรือผลประโยชน์

ในทางพุทธศาสนาก็สอนไว้ ว่ามีเหตุปัจจัย 3 ประการที่ทำให้คนเราทะเลาะกัน คือ ตัณหา มานะ และทิฐิ

ตัณหาคือความยึดติดในผลประโยชน์
มานะก็คือความถือตัว ความรู้สึกว่ากูแน่
ส่วนทิฐิคือการยึดติดในความเชื่อหรืออุดมการณ์

เรื่องพวกนี้สัมพันธ์กับอัตตาแทบทั้งนั้น ถ้าเป็นในระดับกลุ่ม มันจะยิ่งทวีความซับซ้อน...

อาตมาพยายามเตือนให้คนอย่าสร้างความกลัว เกลียด โกรธ ให้แก่กัน ตอนนี้ Hate Speech เกิดขึ้นมาก แต่ไม่ใช่ hate speech ที่กระทำกับคนเฉพาะกลุ่ม แต่มุ่งเจาะจงมาที่ตัวบุคคล

เดี๋ยวนี้คนสนใจเรื่องความถูกต้องน้อย แต่สนใจเรื่องความถูกใจมากกว่า แสวงหาเรียกร้องแต่สิ่งที่ถูกใจ สะใจ ดูในเฟซบุ๊คสิ มีแต่ปุ่มกด Like หรือ “ชอบใจ” ที่จริงไม่ได้เสียหายอะไรหรอก เพียงแต่ความชอบใจ ความถูกใจมันยังไม่พอ ต้องมีความถูกต้องด้วย

ความถูกต้องเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อใช้เหตุผลไตร่ตรอง ตอนนี้สังคมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เขาจะไม่ถามว่าคุณคิดอะไร แต่จะถามก่อนเลยว่าคุณฝ่ายไหน สิ่งที่คุณพูดไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณเป็นฝ่ายไหน

เราต้องอ่อนน้อมถ่อมตัวด้วย ว่าสิ่งที่เราคิดและทำ อาจจะยังไม่ดีที่สุด ยังไม่แท้ที่สุด ต้องเปิดใจรับฟัง พร้อมที่จะวิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ การที่จะไปสร้างความทุกข์ให้แก่คนอื่น ไปประณามเขา ไปไล่ล่าเขา ก็จะมีน้อยลง เราจะหันมาเคี่ยวกรำหรือตั้งคำถามกับความเชื่อของตัวเองมากขึ้น แทนที่จะไปเรียกร้องเอาจากคนอื่น

การพยายามเข้าถึงความจริงแท้ เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเรายึดติดถือมั่นว่าความเชื่อของเราเป็นความจริงแท้ เป็นคำตอบหนึ่งเดียว มันจะกลายเป็นโทษแก่ตัวเราเอง ทำให้อัตตาพองโตหรือกิเลสฟูฟ่องได้ง่าย กลับกลายเป็นอุปสรรคในการพัฒนาตัวเอง ทำให้เราหลงตัวลืมตน นอกจากสร้างความทุกข์แก่ผู้อื่นแล้ว ยังสร้างความทุกข์แก่ตัวเองด้วย ทางพุทธศาสนามองว่า ถ้าลุ่มหลงในอัตตา เรากำลังเบียดเบียนตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่ว่าไม่เป็นมิตรกับตัวเองเท่านั้นนะ แต่เรากำลังเบียดเบียนตัวเองเลยล่ะ

พุทธศาสนาสอนให้เราไม่เบียดเบียนตน และไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนตนเอง หมายถึงทั้งในทางกายและทางจิตใจด้วย ซึ่งก็สัมพันธ์กับอัตตา


พระไพศาล วิสาโล

หน้า: [1] 2 3 ... 618