แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


ข้อความ - ยาใจ

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 642
17
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล - บ้านจิตสบาย 621026




พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล (วัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ)

แสดงพระธรรมเทศนา

วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2562

ณ บ้านจิตสบาย



*-------------------------------------------------------------------*

ที่มา : เว็บไซต์บ้านจิตสบาย
http://www.jitsabuy.com/videos.html

18
อาจารย์ ปิยะลักษณ์ ถิรสุนทรากุล "การปฏิบัติธรรม คืออะไร" 621013 ภาคเช้า





อาจารย์ ปิยะลักษณ์ ถิรสุนทรากุล สนทนาธรรม ภาคเช้า

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562

ณ บ้านจิตสบาย

ในหัวข้อ "การปฏิบัติธรรม คืออะไร"



*-------------------------------------------------------------------*

ที่มา : เว็บไซต์บ้านจิตสบาย
http://www.jitsabuy.com/videos.html

19
พระอาจารย์มานพ อุปสโม บ้านจิตสบาย 621006




พระอาจารย์มานพ อุปสโม จาก ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาราชนครินทร์ เขาดิน หนองแสง จ.จันทบุรี

แสดงธรรม ณ ศาลาไตรสิกขา บ้านจิตสบาย

วันที่ 6 ตุลาคม 2562



*-------------------------------------------------------------------*

ที่มา : เว็บไซต์บ้านจิตสบาย
http://www.jitsabuy.com/videos.html

20
พระอาจารย์มานพ อุปสโม บ้านจิตสบาย 621006




พระอาจารย์มานพ อุปสโม จาก ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาราชนครินทร์ เขาดิน หนองแสง จ.จันทบุรี

แสดงธรรม ณ ศาลาไตรสิกขา บ้านจิตสบาย

วันที่ 6 ตุลาคม 2562



*-------------------------------------------------------------------*

ที่มา : เว็บไซต์บ้านจิตสบาย
http://www.jitsabuy.com/videos.html

21
พระอาจารย์​ครรชิต คุณวโร - กรรมฐานภาคปฏิบัติ 2 - บ้านจิตสบาย 621005




กรรมฐานภาคปฏิบัติ 2 โดย พระครูปลัดสัมพิพัฒนศีลาจารย์(พระอาจารย์ครรชิต คุณวโร)

วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม แสดงธรรม

ณ บ้านจิตสบาย

เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2562



*-------------------------------------------------------------------*

ที่มา : เว็บไซต์บ้านจิตสบาย
http://www.jitsabuy.com/videos.html

22



ในวันศุกร์ที่ 15 - อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรม "จิตตภาวนาเพื่อการพ้นทุกข์"
*(แบบเช้าไป-เย็นกลับ)
สอนโดย พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต
วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร
*เข้าร่วมกิจกรรมได้ตามวันและเวลาที่สะดวก
ตลอดกิจกรรม โดยสวมชุดขาวทั้งชุด

โดยเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่เวลา
ใส่บาตร/ถวายภัตตาหารเช้า เวลา 07.30 น.
แสดงธรรม 3 รอบ เวลา 10.30 น. / 13.30 น. / 19.00 น.
วันอาทิตย์ ปิดอบรมเวลา 15.30 น. ณ ศาลาไตรสิกขา

----------------------
- บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย 2
รถประจำทางที่ผ่าน สาย 7ก, 123, ปอ.509
ติดต่อสอบถาม 02-448-3392
เวลาทำการ 9.00 – 18.00 น. หยุดวันพุธ
ไม่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
และโปรดแต่งกายสุภาพ



ที่มา : Facebook บ้านจิตสบาย แหล่งเรียนรู้และภาวนาโดยการเจริญสติ
https://www.facebook.com/baanjitsabuy/

23




ลงทะเบียนสำรองที่นั่งเพื่อรับฟังการบรรยายธรรม

ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2562 

ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร




===> https://forms.gle/w4Z1nmsToX4iUuUu8




ขอขอบคุณข้อมูลจาก  : Facebook Sasiwan Techakitteranun
https://www.facebook.com/sasiwan.techakitteranun

24





ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวศรีลังกา เพื่อเข้าอบรมวิปัสสนากรรมฐาน

ณ วัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยธยา

ในวันอาทิตย์ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒

ติตต่อสอบถามรายละเอียดโทร. ๐๘๒ -๒๓๓-๓๘๔๘




ที่มา : Facebook วัดมเหยงคณ์ ข่าวสด สาระธรรม
https://www.facebook.com/mahaeyong.channel

25



เสียงธรรม
ลาภของชีวิตประการ ::



  คลิก ===> https://soundcloud.com/kanlayanatam/sets/ajwasin_indasara_bounties_of_life?fbclid=IwAR04xqSsNmkpPwySwo_0OeRklgOB-LWlGN-Anho5QucZGccXxP7TX1PKFyQ



  ลาภของชีวิต ๘ ประการ :  

อ. วศิน อินทสระ สนทนาธรรมกับ คุณสยามล สีนิลแท้

๑. มีความเข้มแข็งพอที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนกับใคร ๆ ได้

๒. มีความอดทนพอที่จะให้อภัยต่อการล่วงเกินของผู้อื่นได้

๓. มีความเพียรเป็นไปติดต่อพอที่จะยังกิจให้สำเร็จ
ตามความประสงค์ได้

๔. มีคุณงามความดีพอที่ใคร ๆ จะเคารพนับถือได้

๕. มีความสงบใจพอที่จะหาความสุขด้วยตนเอง
โดยไม่ต้องหาความสุขจากภายนอกได้

๖. มีปัญญาพอที่จะเป็นที่พึ่งของผู้ที่ทุกข์เข้ามาปรึกษาได้

๗. มีใจกอปร์ด้วยความเสียสละพอที่จะสละความสุขส่วนตน
เพื่อความสุขของผู้อื่นได้

๘. มีทรัพย์พอที่จะสงเคราะห์เอื้อเฟื้อญาติมิตร
หรือผู้ตกทุกข์ได้...







  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Kanlayanatam
https://www.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704/

26



วิสุทธิมรรค : กิตติวุฑโฒภิกขุ
(พระเทพกิตติปัญญาคุณ)



  คลิก  ===> https://soundcloud.com/kanlayanatam/sets/ajkittiwutto_wisuttimak?fbclid=IwAR0JBaAm3d6wg6adNIz6HpIhAcj9lf1A-A0IHT85aHcW_lpVzLbI-1ePzqI

สุทธิมรรค (บาลี: วิสุทฺธิมคฺค) เป็นคัมภีร์สำคัญคัมภีร์หนึ่ง ในพุทธศาสนานิกายเถรวาท ซึ่งได้รับการจัดลำดับความสำคัญเทียบเท่าชั้นอรรถกถา โดยมี พระพุทธโฆสะ ชาวอินเดีย เป็นผู้เรียบเรียงขึ้นในภาษาบาลี เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 10 มีเนื้อหาที่อธิบายเกี่ยวกับ ศีล สมาธิ และปัญญา ตาม







  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Kanlayanatam
https://www.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704/

27



ไฟล์เสียง
พระอภิธัมมัตถสังคหะ ๙ ปริจเฉท
พระอาจารย์กิติวุฒโฑภิกขุ
(พระเทพกิตติปัญญาคุณ)




  คลิก ===> https://soundcloud.com/kanlayanatam/sets/kittiwuttobikku_apidhamma_9_paritchate?fbclid=IwAR0Y3YXjXp0j8BaGe-S-XUS4molgrrSxatx_2lbg0el0ud83xVbUqixpR2w




  พระอภิธัมมัตถสังคหะ ๙ ปริจเฉท   

ปริจเฉทที่ ๑ จิตตสังคหวิภาค

แสดงเรื่อง ธรรมชาติของจิต ประเภทของจิต

  ปริจเฉทที่ ๒ เจตสิกสังคหวิภาค

แสดงเรื่องเจตสิก คือ ธรรมชาติที่ประกอบกับจิตเพื่อปรุงแต่งจิตมีทั้งหมด ๕๒ ลักษณะ

ปริจเฉทที่ ๓ ปกิณณกสังคหวิภาค

แสดงการนำจิตและเจตสิกมาสัมพันธ์กับธรรม ๖ หมวด

  ปริจเฉทที่ ๔ วิถีสังคหวิภาค

แสดงวิถีจิต อันได้แก่กระบวนการทำงานของจิตที่เกิดทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ เมื่อได้ศึกษาปริจเฉทนี้แล้วจะทำให้รู้กระบวนการทำงานของจิตทุกประเภท บุญบาปไม่ได้เกิด ที่ไหน เกิดที่วิถีจิตนี้เอง ก่อนที่จะเกิดจิตบุญหรือจิตบาป มีจิตขณะหนึ่งเกิดก่อน คอยเปิดประตูให้เกิด จิตบุญหรือจิตบาปจิตดวงนี้เกี่ยวข้องกับการวางใจอย่างแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) หรือการวางใจ อย่างไม่แยบคาย (อโยนิโสมนสิการ) หากเราได้เข้าใจก็จะมีประโยชน์ในการป้องกันมิให้จิตบาป เกิดขึ้นได้

  ปริจเฉทที่ ๕ วิถีมุตตสังคหวิภาค

แสดงถึงการทำงานของจิตขณะใกล้ตาย ขณะตาย (จุติ) และขณะเกิดใหม่ (ปฏิสนธิ) กล่าวถึงเหตุแห่งการตาย การเกิดของสัตว์ในภพภูมิต่าง ๆ โดยแบ่งได้ถึง ๓๑ ภพภูมิ (มนุษยภูมิเป็นเพียง ๑ ใน ๓๑ ภูมิ) ขณะเวลาใกล้จะตายภาวะจิตเป็นอย่างไร ควรเตรียมใจอย่างไรจึงจะไปเกิดในภพภูมิที่ดี

พระพุทธองค์ทรงอธิบายไว้อย่างชัดเจนว่าตายแล้วต้องเกิดทันทีไม่ใช่ตายแล้ววิญญาณ (จิต) ต้องเร่ร่อนเพื่อไปหาที่เกิดใหม่ และยังได้อธิบายเรื่องของกรรม ลำดับแห่งการให้ผลของกรรมไว้อย่างละเอียดลึกซึ้งอีกด้วย)

  ปริจเฉทที่ ๖ รูปสังคหวิภาค และนิพพาน

เมื่อได้ศึกษาทำความเข้าใจเรื่องจิต และเจตสิก อันเป็นนามธรรมมาแล้ว ในปริจเฉทที่ ๖ นี้ พระอนุรุทธาจารย์ ได้แสดงองค์ประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย นั่นก็คือเรื่องของรูปร่างกาย (รูปธรรม) โดยแบ่งรายละเอียดออกเป็นรูปต่าง ๆ ได้ ๒๘ ชนิด และอธิบายถึง สมุฎฐาน (เหตุ) ในการเกิดรูปต่าง ๆ ไว้อย่างละเอียดพิสดาร ในตอนท้ายได้กล่าวถึง เรื่องพระนิพพาน ว่ามีสภาวะอย่างไร อันจะทำให้เข้าใจเรื่องของ พระนิพพานได้อย่างถูกต้องชัดเจน

  ปริจเฉทที่ ๗ สมุจจยสังคหวิภาค

เมื่อได้ศึกษาปรมัตตธรรม ๔ อันได้แก่ จิต เจตสิก รูป นิพพาน มาจากปริจเฉทที่ ๑ ถึง ๖ แล้ว ในปริจเฉทนี้จะแสดงธรรมที่เป็นฝ่ายกุศลซึ่งให้ผลเป็นความสุข และธรรมที่ฝ่ายอกุศลซึ่งให้ผล เป็นความทุกข์ในสภาวะความเป็นจริงแล้วกุศลจิต (จิตบุญ) และอกุศลจิต (จิตบาป) จะเกิดสลับสับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนจะเกิดจิตชนิดไหนมากน้อยเพียงใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับคุณธรรมและจริยธรรม ของแต่ละบุคคล คนเราทั่วไปมักไม่เข้าใจและไม่รู้จักกับกุศลและอกุศลเหล่านี้ จึงทำให้ชีวิตตกอยู่ใน วัฏฏทุกข์ไม่รู้จักจบสิ้น ในปริจเฉทที่ ๗ นี้ได้แสดงธรรมที่ควรรู้ที่สำคัญ ๆ ได้แก่ อุปาทานขันธ์ (ขันธ์ที่ถูกอุปาทานยึดมั่นอย่างเหนียวแน่น) อายตนะ ๑๒ (สิ่งเชื่อมต่อเพื่อให้รู้อารมณ์) ธาตุ ๑๘ (ธรรมชาติ ที่ทรงไว้ซึ่งสภาพของตน) อริยสัจ ๔ (ความจริงของพระอริยะ) และโพธิปักขิยธรรม (ธรรมที่เกื้อกูล การตรัสรู้ ธรรมที่เกื้อหนุนแก่อริยมรรค) มี ๓๗ ประการ คือ สติปัฎฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ และมรรคมีองค์ ๘

  ปริจเฉทที่ ๘ ปัจจยสังคหวิภาค

ในปริจเฉทนี้ ท่านได้แสดงเรื่องปฎิจจสมุปบาท (เหตุและผลที่ทำให้มีการเวียนว่ายตายเกิด ในสังสารวัฎฎ์) และปัจจัยสนับสนุน ๒๔ ปัจจัย ในตอนท้ายยังได้แสดงความหมายของบัญญัติธรรม ซึ่งเป็นธรรมที่ไม่ใช่เป็นความจริงแท้ แต่เป็นจริงตามสมมุติ (สมมุติสัจจะหรือสมมุตโวหาร) ตามกติกาของชาวโลก

  ปริจเฉทที่ ๙ กัมมัฎฐานสังคหวิภาค

ในปริจเฉทนี้ ท่านกล่าวถึงความแตกต่างของสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้เห็นว่าสมถกรรมฐานหรือการทำสมาธินั้นเป็นการปฏิบัติเพื่อให้จิตเกิดความสงบ และเกิดอภิญญา (เกิดอิทธิฤทธิ์ต่าง) เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่จุดมุ่งหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา เพราะผลของการทำสมาธิ หรือสมถกรรมฐานนั้นเป็นการข่มกิเลสไว้ชั่วขณะเท่านั้น ไม่สามารถทำลายกิเลสได้ ถึงแม้จะเจริญ สมถกรรมฐานถึงขั้นอรูปฌานจนได้เสวยสุขอยู่ในอรูปพรหมภูมิเป็นเวลาอันยาวนาน แต่ในที่สุดก็ ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบจักสิ้น

จุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้เกิดปัญญารู้แจ้งในสภาวธรรมตามความเป็นจริงว่า จิต + เจตสิก และรูป ซึ่งเป็นองค์ประกอบของชีวิตต่างก็มี การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา เป็นสภาพที่ไม่เที่ยง ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตนอะไรของใคร ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่สามารถบังคับบัญชาได้ ว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน ปัญญาที่ประจักษ์แจ้งในสภาวธรรมตามความเป็นจริงเช่นนี้ เมื่อมีกำลังแก่กล้าก็จะสามารถประหาณกิเลสและเข้าถึงพระนิพพานได้ในที่สุด





  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Kanlayanatam
https://www.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704/

28
ไฟล์เสียง อภิธรรมระยะสั้น(made easy)
พระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร
และ อาจารย์ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์


คลิก  ===> https://soundcloud.com/kanlayanatam/sets/pm_pranom_apidham_made_easy?fbclid=IwAR2j3GcZ8CaiYYGEtC1dOK6kBku9Z6X5Jj35E3dBhXvYmmqBxMJfNctHctI



*______________________________________*

  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Kanlayanatam
https://www.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704/

29



  อานาปานสติสมาธินี้ 

พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญมาก
ว่าเป็นยอดของกรรมฐาน
เป็นธรรมเครื่องอยู่สบาย
ประจำวันของพระพุทธเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้า
และพระพุทธสาวกทั้งหลาย

ทำให้สบายกายสบายใจ
บรรเทาความกลัดกลุ้มรุ่มร้อน
เป็นเหตุให้บรรลุคุณวิเศษในทางธรรม
เป็นเหตุให้บรรลุถึงวิชชาและวิมุตติ
...

ดังที่พระบรมศาสดาตรัสไว้ว่า

“ภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ
อันบุคคลใดอบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว

บุคคลนั้นย่อมสามารถทำสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์

ผู้ใดอบรมแล้ว ทำให้มากแล้วซึ่งสติปัฏฐาน ๔

ผู้นั้นย่อมทำโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์
ผู้ใดอบรมแล้ว ทำให้มากแล้วซึ่งโพชฌงค์ ๗

ผู้นั้นย่อมทำวิชชา (ความรู้แจ้ง)
และวิมุตติ (ความหลุดพ้น) ให้บริบูรณ์”
(วิสุทธิมรรค เล่ม ๒ ข้อ ๘๕ และ ม. อุปริ. เล่ม ๑๔ ข้อ ๑๙๓)
....

  วิธีเจริญอานาปานสติสมาธิ 

ผู้จะเจริญอานาปานสติ
เมื่อได้บูชาพระรัตนตรัยด้วยดอกไม้ธูปเทียน

หรือด้วยการน้อมนึกถึงคุณพระรัตนตรัยแล้ว

นั่งตั้งกายให้ตรง
เอาเท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย

หรือจะนั่งบนเก้าอี้ก็ได้แต่อย่าพิง
(เพื่อให้ร่างกายตั้งตรงจริงๆ)
...

แล้วหายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ
ผ่อนหายใจออกช้าๆ

ทำดังนี้หลายๆ ครั้ง
จนรู้สึกว่าจิตสงบพอสมควร
แล้วจึงหายใจตามปกติ
มีสติกำหนดลมหายใจเข้าออกอยู่ตลอดเวลา

เมื่อหายใจเข้า-ออก อาจนับไปด้วย
(นับในใจ) ว่า ๑-๑, ๒-๒ ไปจนถึง ๑๐-๑๐

แล้วตั้งต้นใหม่

อันนี้สำหรับผู้เริ่มทำ
..

แต่ผู้ที่ทำจนชำนาญแคล่วคล่องดีแล้ว
ไม่ต้องนับก็ได้ เพียงแต่เมื่อหายใจเข้า
ก็มีสติรู้ว่า “เข้า”

เมื่อหายใจออกก็มีสติรู้ว่า “ออก”

การทำดังนี้ ทำให้ใจสงบ ทำให้จิตประณีต

ทำให้ใจเยือกเย็น เป็นที่อยู่อย่างสบายของใจ
และสามารถทำให้อกุศลบาปธรรม
ที่เกิดขึ้นแล้วในใจสงบระงับได้อย่างรวดเร็ว

..

มหาสติปัฏฐานสูตร เล่ม ๑๐ ข้อ ๒๗๓-๓๐๐
ทีฆนิกาย มหาวรรค (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐)
หนังสือ พระไตรปิฎกฉบับที่ทำให้ง่ายแล้ว
ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
เพจอาจารย์วศิน อินทสระ



ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Kanlayanatam
https://www.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704/

30
ไฟล์เสียง อภิธรรมระยะสั้น(made easy)
พระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร
และ อาจารย์ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์


คลิก  ===> https://soundcloud.com/kanlayanatam/sets/pm_pranom_apidham_made_easy?fbclid=IwAR2j3GcZ8CaiYYGEtC1dOK6kBku9Z6X5Jj35E3dBhXvYmmqBxMJfNctHctI



*______________________________________*

  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Kanlayanatam
https://www.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704/

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 642