วันนี้เจ้าอยู่กับฉัน พรุ่งนี้มันไม่แน่ - หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
"ผู้ไม่รู้" คือไม่เข้าใจหลักแห่งความจริงของสิ่งทั้งหลาย
เมื่อไม่เข้าความเป็นจริง เวลาสิ่งนั้นมันเกิดขึ้น ก็เป็นทุกข์ไม่สบายอก
ไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องเช่นนั้นมันต้องเป็นอย่างนั้น
ธรรมดามันเป็นอย่างนั้น เช่นเรื่องความพลัดพรากจากของรักของชอบใจ
เรามีวัสดุมีสิ่งของอะไรเราก็พออกพอใจในสิ่งนั้น เวลาสิ่งนั้นสูญหายไป
เราก็ไม่สบายใจ ความจริง "ความไม่จริง" มันเป็นของเดิม "ความมี" น่ะ
มันมาที่หลัง เราไม่ได้นึกว่า "ความไม่มี" มันของเดิมแต่ไปนึกถึง
"ความมี" ตลอดเวลา
สมมติว่าในบ้านเรา เมื่อก่อนมันไม่อะไร แล้วเราก็ไปซื้อหามาใส่
ให้มันรกบ้าน เอาโต๊ะตัวนั้นมาวางตรงนั้น ไอ้นั้นมาาวางตรงนี้....วางให้เต็ม
ไปหมดเลย มีของอะไรเป็นเครื่องประดับประดาตามสมัยนิยม ชาวบ้าน
เขานิยมอะไร ก็เอามาประดับประดาไว้ เอามาอวดไว้ในบ้าน
ตื่อเช้าขึ้นมาก็มองไป เออ....ยังอยู่ มองไอ้นั่นก็ยังอยู่ มองไอ้นี่
ก็ยังอยู่ สบายใจ ดูแล้วมันสบายใจ แต่ไม่ได้คิดว่า วันหนึ่งมันอาจจะ
เคลื่อนที่ไปก็ได้ เพราะมีคนประเภทหนึ่ง ที่มีฤทธิ์มีเดช มาเคลื่อนที่ไป
กลางค่ำกลางคืน เราเผลอๆมันก็มาเคลื่อนเอาไปเสีย อาจจะถึงวันนั้น
เข้าสักวันหนึ่งก็ได้
เมื่อเราไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าว่ามันจะเป็นอย่างนั้น พอมันเป็นขึ้นมาจริงๆ
ตื่นเช้าขึ้นใจหาย หายใจเกือบไม่ออก นี่เพราะไม่ได้เตรียมตัวเอาก่อน
พอเจอแล้ว มือตบอก โอ๊! ตายแล้วตายแล้ว!!ตายแล้ว! ดูตรงนั้น
มันเอาหมด หายไปหมดแล้ว ไม่ได้คิดไว้ก่อน
เรียกว่า ไม่รู้ ไม่รู้ว่ามันจะจากไป
ความจริงเขียนติดไว้ที่ของบ้างก็ได้
"วันนี้เจ้าอยู่กับฉัน พรุ่งนี้มันไม่แน่"
เขียนติดไว้ที่แจกันสวยๆที่ตู้ ที่วิทยุที่โทรทัศน์
อะไรต่างๆ เขียนตัวพออ่านได้ มองเห็นแต่ไกล
"วันนี้เจ้าอยู่กับฉัน พรุ่งนี้มันไม่แน่"
เขียนไว้อย่างนั้น ทีนี้ถ้าวันไหนมันเกิดหายไป ใครมายกไป
เราก็พูดว่า เหมือนที่นึกไว้ไม่ผิด หรือพูดว่า
กูว่าแล้ว ว่ามันจะหายไปสักวันหนึ่ง แล้วมันก็หายจริงๆ"
อย่างนี้แล้วก็สบายใจเรียกว่ายิ้มออกทันที ยิ้มออก
เพราะอะไร เพราะเรารู้ เราเตรียมตัวไว้ต้อนรับสถานการณ์
ว่ามันต้องหายไปสักวันหนึ่ง เรานึกไว้อย่างนั้น
ถ้านึกไว้อย่างนั้นแล้วก็สบายใจ....
วันนี้เจ้าอยู่กับฉัน พรุ่งนี้มันไม่แน่ - หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ