น้ำใจธรรม.เนต
Please
login
or
register
.
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
เพียงแค่ติดตั้ง - SMF!
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
น้ำใจธรรม.เนต
»
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์
»
บทความธรรม
(ผู้ดูแล:
ยาใจ
) »
★ หยุดใจไว้นิ่ง ๆ ไม่วิ่งไปตามอารมณ์ - หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
หน้า: [
1
]
ผู้เขียน
หัวข้อ: ★ หยุดใจไว้นิ่ง ๆ ไม่วิ่งไปตามอารมณ์ - หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี (อ่าน 521 ครั้ง)
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
★ หยุดใจไว้นิ่ง ๆ ไม่วิ่งไปตามอารมณ์ - หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
«
เมื่อ:
สิงหาคม 21, 2022, 08:08:39 am »
★
จิตใจเป็นผู้รู้ผู้ดูอยู่
จิตนั้นก็รู้สึกตัวของจิต ทำให้จิตรู้ตัวของจิต
เห็นจิตเป็นสภาพรู้อยู่
คุณภาพของจิตใจเป็นอย่างไร
ขุ่นมัวหรือผ่องใส
สังเกตใจว่าใจขุ่นมัวหรือผ่องใส
★
ขุ่นมัวก็รู้อาการที่ขุ่นมัวอย่างวางเฉย
ผ่องใสก็รู้ความผ่องใส
ใจสงบหรือใจไม่สงบ
ใจสงบก็รู้ว่าสงบอยู่
ไม่สงบก็รู้ไม่สงบ
ปล่อยวางวางเฉยแต่ก็ตื่นรู้ไว้
★
ถ้าจิตไม่ตื่นรู้เดี๋ยวหลับ
มีนิวรณ์ความง่วงเดี๋ยวเคลิ้มหลับ
ใจหลับกายก็จะสัปหงก
พยุงใจขึ้นมา รู้สึกตัวขึ้นมา
ถ้ารู้สึกว่าง่วง พยุงจิตใจขึ้นมา
เพียรรู้สึกตัวขึ้นมา
★
สังเกตดูว่าใจเป็นอย่างไร
สบายใจหรือไม่สบายใจหรือเฉย ๆ
สบายก็รู้ว่าสบาย
ไม่สบายก็รู้ว่าไม่สบาย
เฉย ๆ ก็รู้ว่าเฉย ๆ
★
จิตมีความคิดนึกไหม
จิตคิดนึกปรุงแต่งหรือไม่
คิดก็รู้ว่าคิด สักแต่ว่าคิด
ตรึกนึกปรุงแต่งก็รู้ความตรึกนึกปรุงแต่ง
จิตไหลออกไป
หรือจิตทรงตัวอยู่ภายใน
จิตไหลออกไปก็รู้
จิตทรงตัวอยู่ภายในก็รู้
★
จิตเผลอหรือจิตมีสติ
ดูในปัจจุบันขณะนี้
จิตเผลอให้รู้สึกตัวว่าเผลอ
จิตมีสติให้รู้ว่าจิตมีสติ
คิดให้รู้ว่าคิด ไม่คิดก็รู้ว่าจิตไม่คิด
นิ่ง ๆ อยู่ก็รู้ รู้อยู่ก็ให้รู้สึกว่ารู้อยู่
หัดรู้สึกตัวของจิต
จึงเห็นจิตเป็นสภาพรู้อยู่
★
ได้ยินอยู่ รู้อยู่
ได้ยินอย่างรู้สึกตัวได้ไหม ได้ยิน ๆ
แต่ก็รู้ตัวอยู่ เสียงกระทบหูได้ยินดับไปไหม
ขณะนี้มีสภาวะสลับสับเปลี่ยนกันอยู่ไหม
ได้ยินดับไป คิดนึกดับไป
★
ความรับรู้รู้สึกที่กายดับไปเปลี่ยนแปลงไปไหม
สังเกตในปัจจุบัน พิจารณาสภาวะในปัจจุบัน
พิจารณาสั้น ๆ เป็นปัจจุบันชั่วขณะ
มีรู้มีละผสมกลมกลืนกันไป
พิจารณาธรรมทั้งภายนอกทั้งภายใน
เห็นความหมดไปสิ้นไปด้วยใจที่ปล่อยวาง
★
สิ่งใดจะเกิดก็แล้วแต่เขาจะเกิด
สิ่งใดจะดับก็แล้วแต่เขาจะดับ
หยุดรู้ ยอมรับว่ามันบังคับไม่ได้
เห็นเขาเกิดขึ้น เห็นเขาดับไป
เห็นเขาปรากฏ เห็นเขาหมดไป
เป็นปัจจัยแก่กัน
★
สิ่งนี้เกิดเป็นปัจจัยต่ออีกสิ่งนี้เกิด
สิ่งนี้ดับเป็นปัจจัยต่ออีกสิ่งนี้ดับ
เข้าถึงอิทัปปัจจยตา
กฎธรรมดาของธรรมชาติ
★
มีความเกิดดับ เกิดเป็นเหตุเป็นผล
เกี่ยวข้องกันอยู่ บังคับไม่ได้
การเกิดขึ้นการดับไปบังคับไม่ได้
บังคับอย่าให้เกิดมันก็เกิด
บังคับอย่าให้ดับก็ดับ
เป็นไปอย่างนี้เอง เป็นเช่นนั้นเอง
รู้แล้วยอมรับ ยอมรับกับการบังคับไม่ได้
★
ยอมลงปลงได้ ปลดปลงลงวางว่างสบาย
ดูแลรักษาใจให้ปล่อยให้วางไว้เสมอ
ไม่เพ่งแต่ก็ไม่เผลอ
กำหนดรู้ดูเบา ๆ อย่างไม่เอาอะไร
ยิ่งเอาก็ยิ่งหนัก แม้ผลักก็ไม่พ้น
ทำใจกลาง ๆ ว่าง ๆ ไม่มีตัวไม่มีตน
จึงหลุดจึงพ้นจึงถึงนิพพาน
★
ละตัณหา ชำระสละตัณหาออกไป
ความอยากมีอยากเป็นละออกไป
ความอยากไม่มีไม่เป็นก็ต้องละออกไป
ให้เหลือใจที่ไร้จากตัณหา
ไร้จากความทะยานอยาก
★
ระลึกรู้ดูกายดูใจ
ดูรูปดูนามดูขันธ์ ๕
เท่ากับกำหนดรู้ทุกข์
สังขารเป็นทุกข์ รู้ทุกข์แต่ไม่ทุกข์ด้วย
รักษาใจผู้รู้ให้วางเฉยอยู่
รู้ทุกข์ วางเฉยต่อทุกข์ ไม่ทำลายทุกข์
ตัณหาอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
ก็ถูกชำระไปในตัว
★
ตัณหาความทะยานอยาก
เมื่อละเมื่อสละเมื่อปล่อยเมื่อวาง
ตัณหาจางคลายไปดับไปสิ้นไปไม่มีส่วนเหลือ
ก็จะเป็นสภาพแห่งความดับทุกข์
★
ฉะนั้นกำหนดวางใจให้ถูกต้อง
รู้ทุกข์ ต้องไม่ทำลายทุกข์
การรู้ทุกข์อย่างวางเฉย
สักแต่ว่า ไม่ว่าอะไร
จิตใจผ่องใส จิตใจเบิกบาน
จิตใจตื่นรู้ รู้ตื่นและเบิกบาน
เป็นคุณธรรมของพุทธะ
★
ใจที่ปล่อยวางใจก็จะว่างลง
ใจที่สละ ใจที่ละ
ใจก็จะรวมเป็นสมาธิตั้งมั่น
ในความสงบในความตั้งมั่นก็พิจารณาจิต
จิตเป็นธาตุรู้ รู้หมดไปดับไป รู้หายไป
ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรคงที่
มีแล้วก็หมด ปรากฏแล้วก็หมดไป
★
เพราะฉะนั้นจิตก็ไม่ใช่เรา
จิตไม่ใช่ตัวเรา จิตไม่ใช่ของเรา
จิตไม่ใช่ตัวตนของเรา
ธรรมชาติที่รับรู้อารมณ์ไม่ใช่เรา
ได้ยิน ๆ อยู่ขณะนี้ก็ไม่ใช่เรา
ฟังอยู่ขณะนี้ รู้อยู่ขณะนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่ง
เป็นธรรมชาติที่หมดไปดับไปอยู่
ระลึกพิจารณาให้เห็นธรรมชาติ
สักแต่ว่าเป็นธาตุเป็นธรรมชาติ
ไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลง
★
สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นสุขหรือเป็นทุกข์เล่า?
ก็เป็นทุกข์ คือทนอยู่ไม่ได้
ตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องแตกดับ
สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์
มีความแปรผันเป็นธรรมดา
ควรหรือจะยึดถือว่านี่เป็นของเรา
นี่คือตัวเรา นี่คือตัวตนของเรา
เราก็ไม่ใช่ ของของเราก็ไม่ใช่
เราก็ไม่มี ของของเราก็ไม่มี
★
ที่สุดก็หยุดจิตใจไว้นิ่ง ๆ
ไม่วิ่งไปตามอารมณ์
หยุดใจไว้นิ่ง ๆ รู้ทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง
เป็นเช่นนั้นเป็นไฉน?
ก็เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของเขา
มีเหตุมีปัจจัยประกอบขึ้น
ธรรมเป็นผลก็เกิดขึ้น
เหตุปัจจัยหมดไปธรรมที่เป็นผลก็ดับไป
มีความเกิดมีความดับ
★
พิจารณาเห็นว่านี่ไม่ใช่ของเรา
นี่ไม่ใช่ตัวเรา นี่ไม่ใช่ตัวตนของเรา
เราไม่มี ของของเราก็ไม่มี
เราก็ไม่ใช่ ของของเราก็ไม่ใช่
สิ่งที่ปรากฏให้รู้
ก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่ปรากฏให้รู้
หมดไปดับไป สิ่งที่รู้ก็หมดไปดับไป
จึงว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน
เห็นความเป็นอนัตตา
★
หยุดใจไว้นิ่ง ๆ ไม่วิ่งไปตามอารมณ์
หยุดดูหยุดรู้อยู่อย่างปกติ
หยุดใจให้ไร้อยาก ไม่ยุ่งยากในอารมณ์
............................
ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา
★ -------------------
★
-------------------
★
-----------------
★
----------------★
★
ขอบคุณ :
เพจวัดมเหยงคณ์ ธัมโมวาท
เพจวัดมเหยงคณ์
สารธรรม
เพจวัดมเหยงคณ์
ข่าวสด สารธรรม
เพจสถาบันวิปัสสนาวิชชาลัย วัด
มเหยงคณ์
★
ขอบคุณเพจ
Kanlayanatam
https://web.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2023, 06:42:11 am โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
พิมพ์
หน้า: [
1
]
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
น้ำใจธรรม.เนต
»
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์
»
บทความธรรม
(ผู้ดูแล:
ยาใจ
) »
★ หยุดใจไว้นิ่ง ๆ ไม่วิ่งไปตามอารมณ์ - หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี