« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2023, 05:23:49 am »
✿ คำถาม : กราบเรียนถามท่านอาจารย์
ศิษย์เป็นคนใจร้อน ขี้หงุดหงิดแต่พยายาม
แสดงออกว่าใจเย็น เวลาเจอสิ่งที่ไม่พอใจ
ไม่ถูกใจ ข้างในใจร้อนมาก ทำอย่างไร
ให้ตนเองบรรเทาความเป็นคนเจ้าอารมณ์ ค่ะ
✿ คำตอบ : ก็ต่อจากที่ได้บรรยายวันนี้
พอสมควรว่าตามปัญญาต้องพิจารณา
ให้เห็นปัญหาในชีวิตที่เคยเกิดขึ้น
ก็เพราะนิสัยอย่างนี้ และปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้
และความทุกข์ที่เกิดขึ้นและอันตรายในอนาคต
เพราะถ้าเราไม่แก้ตรงนี้ยิ่งปล่อยนี้ยิ่งแก้ยาก
นิสัย ใจคอ ต่างๆ นั้นส่วนมาก
ถ้าอายุ ๓๐ ปี เกิน ๓๐ แก้ยากแล้วนะ
ถ้าอายุยังไม่ถึง ๓๐ แต่ก็ต้องรีบฉวยโอกาส
ไม่ใช่ว่าเกิน ๓๐ แล้วจะไม่มีทาง แต่มันจะยากขึ้นๆ
✿ ในการแสดงออกก็ถูกต้องแล้ว ไม่ใช่เสแสร้ง
พยายามทำหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
ทั้งๆ ที่จิตใจก็ตรงกันข้าม
แต่ทุกครั้งที่เราหงุดหงิดรำคาญ
ไม่พอใจอะไรต่างๆ แล้วเราแสดงออก
การที่เราแสดงออกนั้นเป็นการเติมเชื้อ
ของอารมณ์นั้นเป็นการตอบสนอง
เป็นการบำรุงอารมณ์นั้นให้เกิดขึ้นบ่อยๆ
✿ ขั้นแรกในการระงับอารมณ์นี้
คืออย่าให้มันบานกลายเป็น
กายกรรม วจีกรรม ให้มันเป็นแค่มโนกรรม
คือเป็นแต่ในจิตใจอย่างเดียว
อย่างไรก็ตามก็ควรจะรับทราบด้วยว่า
บางครั้งเราหงุดหงิดรำคาญ เราไม่แสดงออก
เราพยายามทำท่าว่าไม่มีความรู้สึก
แต่จริงๆ มันจะรั่วออกไปโดยเราไม่รู้ตัว
บางครั้งเราก็ปลอบใจตัวเอง ภูมิใจตัวเองว่า
ไม่แสดงออกคนอื่นไม่รู้ แต่จริงๆ เขารู้สึกเหมือนกัน
✿ ข้อแรกนี้เพื่อเป็นการปลอดภัยของเราด้วย
แต่ความปลอดภัยของคนอื่น
แต่จิตใจนี่โกรธแค้น
หรือว่าหงุดหงิดรำคาญอะไรเป็นต้น
อย่าพึ่งแสดงออกทางกาย ทางวาจา
เพราะกิเลสตัวนั้น ก็ตัดกายกรรม วจีกรรม
เหลือแต่มโนกรรม มโนกรรมก็ต้องไปบำรุง
ต้องไปพัฒนาคุณธรรมที่ตรงกันข้าม
ที่เป็นปฏิปักษ์ของกิเลสตัวนี้
เช่นความอดทน เช่นสติ เช่นเมตตา เป็นต้น
พอจิตใจของเรามันตกร่อง
ของความไม่พอใจต่างๆ มานานแล้ว
✿ ต้องสร้างช่องทางใหม่
ต้องเปลี่ยนความเคยชิน ของจิตใจใหม่
ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ถ้าเราฝึกสติ
ก็ฝึกความอดทน ฝึกเมตตา เวลาผ่านไป
จะมีวันใดวันหนึ่ง ซึ่งเจอสิ่งที่ไม่พอใจ
สิ่งที่ไม่ถูกใจ แทนที่จิตใจจะตกร่องเดิม
มันก็เกิดตอบสนองด้วยเมตตา
ด้วยการปล่อยวาง
แต่เราจะอัศจรรย์ใจ
ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร
มันก็คือพลังของคุณธรรม ถึงจุดสุกงอม
ซึ่งมันอยู่เหนือสิ่งที่เป็นอกุศลได้
✿ ทีนี้เรื่องกิเลสที่อยู่ฝ่ายโทสะ
เช่นความหงุดหงิดรำคาญ เป็นต้นนั้น
เราต้องพิจารณาด้วยปัญญาว่าเบื้องหลัง
หรือว่าสาเหตุของมันก็คือตัณหานั่นเอง
คืออยากได้อะไรสักอย่าง
แล้วก็ไม่ได้สิ่งที่อยากได้
คนเราก็มีนิสัยอย่างนี้ตั้งแต่เด็กเลย
ไม่ได้สิ่งที่อยากได้ ร้องไห้เลย อาละวาดเลย
และพ่อแม่เอาใจก็กลายเป็นนิสัยใจคอ
เจอสิ่งที่ไม่ชอบ พลัดพรากจากสิ่งที่ชอบ
จิตจะแย่เลย ทนไม่ได้ เป็นเรื่องใหญ่
✿ ถ้าเราฝึกด้วยสติ ด้วยความอดทน
เจอสิ่งที่ไม่ชอบ มันก็รู้สึกอยู่เหมือนกัน
แต่ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เรื่องธรรมดา
พลัดพรากจากสิ่งที่ชอบ
เอ้อ..เป็นเรื่องธรรมดา
การเลี้ยงลูก กับการให้ข้อคิดกับคุณพ่อคุณแม่
ก็คือปล่อยให้เด็กทำอะไรตามใจ
เมื่อเด็กใช้น้ำตาเป็นเครื่องแบลคเมล์ ก็ระวังนะ
เพราะว่าเด็กจะเกิดนิสัยไม่ดีติดตัวตลอดทั้งชีวิต
…
“กุศลฉันทะ”
พระธรรมพัชรญาณมุนี วิ.
(พระอาจารย์ชยสาโร)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2023, 05:31:08 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ