« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2011, 06:38:58 am »
ตอนที่ ๕
“แย่แล้ว แย่แล้ว ท่านก้องฟ้ากำลังจะมาจับพวกเรา กำลังจะมาจับพวกเรา”
เสียงใสร้องบอกเพื่อน มันบินวนอยู่เหนือหัวชมจันทร์และนิลนิดนิดที่กำลังเล็มหญ้าอ่อนอยู่
ส่วนจิ๊กเจี๊ยกนั่งแทะผลไม้อยู่บนต้นไม้
“จะมาเองเลยนะ จะมาเองเลย”
“จริงเหรอ? ข่าวลือมั้ง “ ชมจันทร์ตกใจ หน้าซีดเผือดไปทันที
“ คงไม่ใช่ข่าวลือหรอก” จิ๊กเจี๊ยกกระโดดลงมาอยู่ข้างชมจันทร์
“ฉันเองก็เพิ่งแอบไปคุยกับเพื่อนที่ป่าระทมใจมาเหมือนกันเพื่อนของฉันก็พูดอย่างนั้นนะ” จิ๊กเจี๊ยกบอกหน้าตาตื่น
“แล้วทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะ” ชมจันทร์ต่อว่า
“ก็ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือเหมือนกันนี่ พอเสียงใสมาบอกแบบนี้เลยแน่ใจ” จิ๊กเจี๊ยกบอก
“เราต้องรีบไปบอกท่านสิงห์ทองแล้วล่ะ” นิลนิดนิดรีบชวนชมจันทร์และเพื่อนๆไปหาเจ้าป่าของเขาทันที
แต่เมื่อได้พบท่านสิงห์ทอง เด็กๆต่างก็พากันประหลาดใจที่ท่านสิงห์ทองรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว
“ท่านก้องฟ้าให้สมุนมาบอกข้าแล้วว่าพรุ่งนี้จะมาขอพบ แต่ไม่เห็นพูดว่าจะมาเอาตัวพวกเจ้ากลับไป”
“แต่ท่านก้องฟ้าเจ้าเล่ห์เกเรมาก ท่านสิงห์ทองอย่างไว้ใจนะคะ อย่างไว้ใจนะคะ” เสียงใสบอก
“ไม่เป็นไรหรอก เราไม่กลัวใครทั้งนั้น เราไม่รังแกใคร ก็จะไม่มีใครรังแกเราเหมือนกัน” สิงโตเจ้าป่าผู้มีคุณธรรมบอกอย่างมั่นใจ
“ท่านจิตใจงดงามเกินไป จะไปสู้ผู้มีจิตใจไม่ดีได้หรือครับ” จิ๊กเจี๊ยกกังวล
“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าลิงน้อย ป่าของข้าชื่อว่าป่ารื่นรมย์ ใครเข้ามาก็จะรู้สึกรื่นรมย์สบายใจ
ไม่คิดอยากมีเรื่องกับใครหรอก ไม่เว้นแม้แต่ท่านก้องฟ้า เชื่อข้าสิ”
เมื่อเจ้าป่าสิงห์ทองพูดอย่างมั่นใจ สัตว์น้อยทั้งสี่ก็เลยต้องจำใจกลับไปรอดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
ทั้งหมดรอคอยวันพรุ่งนี้ด้วยความไม่สบายใจกันทั้งคืน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น......
เสียงแผ่นดินสะเทือนตึง ตึงดังขึ้นในป่ารื่นรมย์ แต่สัตว์น้อยใหญ่ในป่าไม่มีใครแปลกใจเลยสักตัว
เพราะรู้ว่าเจ้าป่าก้องฟ้ามาถึงแล้ว สัตว์ต่างๆแค่พากันออกมาชะเง้อดูตามสุมทุ่มพุ่มไม้ด้วยสีหน้าใคร่รู้แล้วก็เดินกลับไปอย่างไม่สนใจ
แน่ล่ะ ใครๆก็อยากเห็นหน้าเจ้าป่าใจร้ายกันทั้งนั้น พอเห็นแล้วก็รู้สึกรังเกียจจนต้องเดินหนี
แต่เจ้าคิงคองยักษ์ไม่คิดอย่างนั้น ก็เพราะว่ามีสมุนลิงจ๋อจอมประจบคอยตามเป่าหูอยู่ทุกฝีก้าวว่า
สัตว์ในป่ารื่นรมย์เกรงกลัวมันจนต้องพากันหลบไปหมด ฟังแล้วเจ้าป่าก้องฟ้าก็แสนจะกระหยิ่มใจและยิ่งวางมาดให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้นอีก
แต่รู้ไหมว่าเจ้าคิงคองยักษ์ตัวนี้ไม่ได้โง่เง่าอย่างที่ใครๆคิดหรอกนะ แค่หูเบาไปหน่อยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น
ขณะที่กำลังเดินลึกเข้าไปในป่ารื่นรมย์เรื่อยๆ มันก็สังเกตดูป่ารอบๆตัวไปด้วยตลอดเวลา
และเห็นว่าป่ารื่นรมย์กับป่าระทมใจของมันนั้นมีภูมิประเทศคล้ายกันมากเพราะอยู่ในบริเวณเทือกเขาเดียวกัน
แต่มันกลับรู้สึกได้ทันทีว่า ในป่ารื่นรมย์นี้ช่างสวยงามมีชีวิตชีวาดีเหลือเกิน เข้ามาแล้วรู้สึกสบายใจ
มีเสียงนกนาๆชนิดร้องเพลงไพเราะให้ได้ยิน มองไปทางไหนก็มีแต่นกสีสรรสวยงามบินไปมาหรือไม่ก็เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ทั่วไปหมด
มีเสียงสัตว์ต่างๆคุยกันอย่างมีความสุข มีเสียงหัวเราะ มีเสียงเล่นกันอย่างสนุกสนาน
แม้มันเดินผ่านไปใกล้ๆก็ไม่มีใครแสดงความเกรงกลัว แค่หันมามองแล้วก็เลิกสนใจ
และบรรยากาศที่ชวนให้สบายใจรอบๆตัวแบบนี้นี่ล่ะที่ทำให้เจ้าป่าก้องฟ้าอดที่จะคิดถึงวัยเด็กที่มีความสุขสนุกสนานของตัวเองขึ้นมาไม่ได้
คำพูดของนางช้างทำให้มันนึกถึงบรรยากาศของป่าระทมใจสมัยที่ปู่ของมันเป็นเจ้าป่า
ตอนนั้นมันยังเป็นแค่คิงคองตัวเล็กๆ ป่าของมันก็ไม่ได้ชื่อป่าระทมใจเหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่ชื่อว่าป่าแสนสุขใจ
และสมัยนั้นป่าของมันก็มีบรรยากาศเหมือนกับป่ารื่นรมย์ในขณะนี้ไม่มีผิด !
นั่นสินะ บรรยากาศน่าสบาย เสียงธรรมชาติอันไพเราะที่เคยมีอยู่ในป่าของมันหายไปไหนหมด ป่าระทมใจมีแต่ความเงียบเหงา
นับวันเสียงธรรมชาติไพเราะน่าฟังต่างๆก็ยิ่งหายไป จะมีก็แต่เสียงของฝูงสิงแสมสมุนคู่ใจของมันเท่านั้น คิงคองตัวอื่นก็อยู่กันอย่างเงียบหงอย
มีแอบหนีไปอยู่ป่าอื่นบ้างเหมือนกัน และไม่มีสัตว์ตัวไหนกล้าไปจับตัวกลับมา
จริงสิ แม้แต่สัตว์เผ่าพันธุ์เดียวกันกับมันก็ยังหนีไปอยู่ที่อื่นเลย
เจ้าคิงคองยักษ์เพิ่งจะมีสติคิดถึงเรื่องนี้ก็ตอนที่เข้ามาอยู่ในป่ารื่นรมย์นี่เอง ความสบายใจทำให้สมองของมันปลอดโปร่งคิดอะไรได้ดี
เจ้าป่าก้องฟ้าเฝ้าแต่คิดเปรียบเทียบป่าของตัวเองกับป่ารื่นรมย์ด้วยความสงสัยไปตลอดทางที่เดินไปพบกับเจ้าป่าสิงห์ทองที่ลานคลายทุกข์
“ท่านก้องฟ้า ท่านคงต้องมีธุระสำคัญมากแน่ๆถึงได้มาด้วยตัวเองแบบนี้” สิงห์โตสีทองตัวมหึมานั่งอยู่บนแท่นหินขนาดใหญ่ทักทาย
ท่าทางของเจ้าป่ารื่นรมย์งามสง่าน่าเกรงขามมาก รอบๆแท่นหินที่มองดูเหมือนบัลลังค์ของพระราชามีสัตว์นานาชนิดนั่งห้อมล้อมอยู่หลายสิบตัว
ดูก็รู้ว่าแต่ละตัวทำหน้าที่เป็นองครักษ์ให้เจ้าป่าของมันอย่างจงรักภักดีโดยไม่ต้องมีใครบังคับ หนำซ้ำ
ห่างออกไปไม่ไกลยังมีฝูงสัตว์อื่นๆอีกมากมายที่มาห้อมล้อมอยู่รอบๆลานกว้างเพื่อดูเหตุการณ์อันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ของป่ารื่นรมย์ในไม่ช้านี้
แน่ล่ะ เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่สองตัวมาเผชิญหน้ากันนี่มันธรรมดาเสียที่ไหน
“ก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรมากหรอกท่านสิงห์ทอง” คิงคองยักษ์บอก ตอนนี้มันมายืนอยู่หน้าแท่นหินแล้ว
แต่ท่าทางงามสง่าโดยธรรมชาติของเจ้าป่ารื่นรมย์ก็ทำให้มันทำตัวไม่ถูก และอดชมอยู่ในใจไม่ได้ว่าเจ้าป่าสิงห์ทองไม่ต้องทำท่าวางอำนาจ
ไม่ต้องคอยทำหน้าตาดุร้ายก็ยังดูน่าเกรงขามได้ ผิดกับมันที่ต้องเกร็งหน้าเก๊กดุเก๊กเหี้ยมเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อให้เป็นที่เกรงกลัวของสัตว์อื่น
เมื่อยหน้าแทบตายยังไงก็หยุดเก๊กไม่ได้ จะไม่เก๊กก็ตอนนอนเท่านั้นล่ะ น่าสงสารเจ้าคิงคองยักษ์ไหมล่ะพี่น้อง
ว่าแล้วเจ้าคิงคองยักษ์ก็คลายสีหน้าดุดันของมันทันที อยู่ต่อหน้าเจ้าป่าสิงห์ทองแบบนี้ไม่เห็นต้องเก๊กดุก็ได้ มันคิด
(เฮ้อ ไม่เก๊กดุก็หน้าดุจนใครต่อใครกลัวจะตายอยู่แล้วไม่รู้เหรอท่านคิงคองเจ้าป่า !)
ที่สำคัญคือบรรยากาศสดชื่นมีชีวิตชีวาน่าสบายใจของป่ารื่นรมย์ก็ทำให้มันลืมสิ่งที่มันจะมาพูดกับเจ้าป่าสิงห์ทองไปเสียสนิทเลยทีเดียว
“ป่าของท่านน่าอยู่มากท่านสิงห์ทอง” คิงคองยักษ์ชม “เข้ามาแล้วข้ารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ”
“ขอบคุณท่านมากที่ชม เชิญท่านนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนเถิด” เจ้าป่าสิงห์ทองเชิญให้เจ้าป่าก้องฟ้านั่งลงที่แท่นหินอีกแท่นที่จัดเตรียมไว้ให้
โดยที่แท่นหินนั้นมีใบไม้ใบหญ้าปูไว้หนานุ่ม คิงคองยักษ์นั่งแล้วจะได้สบายก้นว่างั้นเถอะ
เจ้าป่าก้องฟ้ากำลังจะเดินไปนั่งตามคำเชิญ แต่เจ้าจ๋อจอมสอพลอตัวหนึ่งก็รีบเข้ามากระซิบ
“เจ้าป่าสิงห์ทองกล้าวางอำนาจสั่งให้ท่านนั่ง ท่านอย่าทำตามนะ เสียชื่อหมด”
คิงคองยักษ์ชะงักไป แต่แล้วก็เดินไปนั่งโดยไม่สนใจคำยุยงของเจ้าจ๋อเพราะไม่เห็นว่าเจ้าป่าสิงห์ทองจะทำท่าวางอำนาจแต่อย่างใด
หนำซ้ำคำเชื้อเชิญให้นั่งก็เป็นคำเชื้อเชิญธรรมดาๆ
เมื่อมันนั่งลงเรียบร้อยแล้วเหล่าบริวารของเจ้าป่าสิงห์ทองก็นำผลไม้สดกลิ่นหอมน่ากินหลากหลายชนิดที่เพิ่งเก็บใหม่ๆมาให้มากมาย
แต่ละตัวนำมาวางให้มันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มจนมันแปลกใจ ไม่มีใครกลัวมันเลย
โอ๊ะ มันอะไรกันหว่า เจ้าสัตว์น้อยพวกนี้ยิ้มให้ข้า แล้วข้าจะทำยังไงล่ะ วางหน้าไม่ถูกเลยแฮะ
เจ้าคิงคองยักษ์จำต้องยิ้มตอบแบบแหยๆ ปากก็เลยบิดๆแบะๆ หน้าตา น่าขันมาก
ก็มันไม่เคยยิ้มมานานมากแล้วนี่ครับพี่น้อง
บริวารของเจ้าป่าสิงห์ทองไม่มีความเกรงกลัวมันเลยแม้แต่น้อย มีแต่ท่าทีนบนอบให้กับความเป็นเจ้าป่าของมันทัดเทียมกับเจ้าป่าสิงห์ทอง
“ไอ้สัตว์พวกนี้ทะลึ่งมาก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง บังอาจมายิ้มให้ท่านได้ไง”
เจ้าจ๋ออีกตัวกระซิบ “ท่านอย่าไปใจดีกับมัน ซัดมันเลย ให้มันรู้มั่งว่าท่านเป็นใคร”
คิงคองยักษ์หรือเจ้าป่าก้องฟ้ามองดูบริวารของตัวเองแล้วมองดูบริวารของเจ้าป่าสิงห์ทองอย่างครุ่นคิด
สัตว์น้อยใหญ่ที่อยู่แถวๆนั้นมีท่าทางผ่อนคลาย ไม่มีตัวไหนคอยเข้าไปกระซิบกระซาบเจ้าป่าสิงห์ทองเลยแม้แต่ตัวเดียว
“ท่านสิงห์ทอง บอกได้มั้ยว่าทำยังไงป่าของท่านถึงได้น่าอยู่อย่างนี้” เจ้าป่าก้องฟ้าถาม
จ๋อจอมประจบถึงกับอ้าปากหวอไปเลยเมื่อคราวนี้คิงคองยักษ์ไม่เชื่อคำยุยงของมัน “ท่านเจ้าป่า...” มันพากันเรียกเพื่อเตือนสติ
“พอเถอะ พวกเจ้าออกไปนั่งห่างๆข้า ข้าจะคุยกับท่านสิงห์ทอง” เจ้าป่าก้องฟ้าทำหน้าดุไล่บรรดาสิงจ๋อที่นั่งล้อมอยู่รอบตัวมันให้ออกไป
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย ที่ป่าของข้าน่าอยู่ก็เพราะสัตว์ทุกตัวอยู่กันอย่างสบายใจสบายกายเท่านั้นเอง” ท่านสิงห์ทองบอก
“อยู่อย่างสบายใจงั้นหรือ ยังไงล่ะ ข้าไม่เข้าใจ สัตว์ที่ป่าของข้าก็อยู่กันอย่างสบายใจเหมือนกันนะท่านสิงห์ทอง”
“เอ ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องถามสัตว์ในป่านี้ดูแล้วล่ะว่าอยู่ยังไงถึงสบาย”
แล้วท่านสิงห์ทองก็เรียกช้าง ลิง แล้วก็ ‘ลุงงาบ’ที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นให้มาหา
แล้วถามว่า “พวกเจ้าอยู่ในป่านี้กันอย่างสบายดีใช่มั้ย?”
“ใช่แล้วท่านเจ้าป่า” ลุงงาบตอบ ช้างกับลิงก็พากันพยักหน้าหงึกๆหงักๆสนับสนุนคำพูดลุงงาบ
“สบายยังไงช่วยบอกให้ข้ากับท่านเจ้าป่าก้องฟ้าฟังหน่อยได้มั้ย?”
“อยู่อย่างไม่มีปัญหาไงล่ะท่าน” ลิงบอก “ใครมีปัญหา อย่างเวลาที่แย่งผลไม้กัน ท่านสิงห์ทองก็ช่วยตัดสินให้อย่างยุติธรรม”
“แย่งหนองน้ำกัน ท่านสิงห์ทองก็ช่วยตัดสินให้อย่างยุติธรรม ท่านสิงห์ทองอยากให้พวกเราอยู่อย่างมีความสุข
ท่านไม่อยากให้เรามีปัญหากัน” ลุงงาบบอก
“ใช่ ท่านสิงห์ทองไม่ชอบให้ใครไม่สบายใจ ใครมาฟ้องอะไรท่านก็ไม่ฟังความข้างเดียว
ท่านจะเรียกมาถามเหตุผลทั้งสองฝ่ายแล้วดูว่าใครมีเหตุผลดีกว่ากันแล้วค่อยตัดสิน”
“แค่ท่านสิงห์ทองไม่เข้าข้างใคร และไม่ใช้อำนาจความเป็นเจ้าป่าเอาเปรียบพวกเรา แค่นี้พวกเราก็อยู่อย่างมีความสุขแล้ว” ช้างบอก
ตลอดเวลานั้นเจ้าคิงคองยักษ์นั่งฟังด้วยความตั้งใจเพราะอยากให้ป่าของตัวเองมีบรรยากาศน่าอยู่เหมือนป่ารื่นรมย์บ้าง
แต่สิ่งต่างๆที่ลิง ช้างและลุงงาบบอกก็ทำให้มันถึงกับเอ๋อเหรอไปเลย
โถ โถ ก็ที่ผ่านมาน่ะ มันทำตรงข้ามกับที่เจ้าป่าสิงห์ทองทำทั้งหมดเลยนี่นา
“อย่างนี้นี่เอง ข้าเข้าใจล่ะ” ก้องฟ้าพยักหน้า
“ท่านได้ฟังอย่างนี้แล้ว ถ้าอยากให้ป่าของท่านมีบรรยากาศน่าอยู่น่ารื่นรมย์เหมือนป่าของข้าท่านก็ทำได้ไม่ยากหรอกจริงมั้ย มันไม่ใช่เรื่องยากเลย
ขอให้มีความยุติธรรม มีใจเมตตาและหวังดีต่อผู้อื่น อยากเห็นสัตว์ทุกตัวมีความสุขเข้าไว้ให้มากๆเท่านั้นเอง
รับรองว่าป่าของท่านต้องน่าอยู่แน่ๆ และสัตว์ทุกตัวก็จะไม่อยากไปอยู่ที่อื่น” ท่านสิงห์ทองบอก
“ข้าจะลองกลับไปทำดู” จากนั้นเจ้าป่าทั้งสองก็คุยกันต่ออีกสักพักก่อนที่เจ้าป่าก้องฟ้าจะกลับไปด้วยใจที่มุ่งมั่น
ว่าจะทำให้ป่าของตัวเองน่าอยู่ด้วยวิธีปกครองแบบเดียวกับเจ้าป่าสิงห์ทองให้ได้.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2011, 06:56:26 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ