ผู้เขียน หัวข้อ: ★ หยุดใจไว้นิ่ง ๆ ไม่วิ่งไปตามอารมณ์ - หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี  (อ่าน 523 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




จิตใจเป็นผู้รู้ผู้ดูอยู่
จิตนั้นก็รู้สึกตัวของจิต ทำให้จิตรู้ตัวของจิต
เห็นจิตเป็นสภาพรู้อยู่
คุณภาพของจิตใจเป็นอย่างไร
ขุ่นมัวหรือผ่องใส
สังเกตใจว่าใจขุ่นมัวหรือผ่องใส

ขุ่นมัวก็รู้อาการที่ขุ่นมัวอย่างวางเฉย
ผ่องใสก็รู้ความผ่องใส
ใจสงบหรือใจไม่สงบ
ใจสงบก็รู้ว่าสงบอยู่
ไม่สงบก็รู้ไม่สงบ
ปล่อยวางวางเฉยแต่ก็ตื่นรู้ไว้

ถ้าจิตไม่ตื่นรู้เดี๋ยวหลับ
มีนิวรณ์ความง่วงเดี๋ยวเคลิ้มหลับ
ใจหลับกายก็จะสัปหงก
พยุงใจขึ้นมา รู้สึกตัวขึ้นมา
ถ้ารู้สึกว่าง่วง พยุงจิตใจขึ้นมา
เพียรรู้สึกตัวขึ้นมา

สังเกตดูว่าใจเป็นอย่างไร
สบายใจหรือไม่สบายใจหรือเฉย ๆ
สบายก็รู้ว่าสบาย
ไม่สบายก็รู้ว่าไม่สบาย
เฉย ๆ ก็รู้ว่าเฉย ๆ

จิตมีความคิดนึกไหม
จิตคิดนึกปรุงแต่งหรือไม่
คิดก็รู้ว่าคิด สักแต่ว่าคิด
ตรึกนึกปรุงแต่งก็รู้ความตรึกนึกปรุงแต่ง
จิตไหลออกไป
หรือจิตทรงตัวอยู่ภายใน
จิตไหลออกไปก็รู้
จิตทรงตัวอยู่ภายในก็รู้

จิตเผลอหรือจิตมีสติ
ดูในปัจจุบันขณะนี้
จิตเผลอให้รู้สึกตัวว่าเผลอ
จิตมีสติให้รู้ว่าจิตมีสติ
คิดให้รู้ว่าคิด ไม่คิดก็รู้ว่าจิตไม่คิด
นิ่ง ๆ อยู่ก็รู้ รู้อยู่ก็ให้รู้สึกว่ารู้อยู่
หัดรู้สึกตัวของจิต
จึงเห็นจิตเป็นสภาพรู้อยู่

ได้ยินอยู่ รู้อยู่
ได้ยินอย่างรู้สึกตัวได้ไหม ได้ยิน ๆ
แต่ก็รู้ตัวอยู่ เสียงกระทบหูได้ยินดับไปไหม
ขณะนี้มีสภาวะสลับสับเปลี่ยนกันอยู่ไหม
ได้ยินดับไป คิดนึกดับไป

ความรับรู้รู้สึกที่กายดับไปเปลี่ยนแปลงไปไหม
สังเกตในปัจจุบัน พิจารณาสภาวะในปัจจุบัน
พิจารณาสั้น ๆ เป็นปัจจุบันชั่วขณะ
มีรู้มีละผสมกลมกลืนกันไป
พิจารณาธรรมทั้งภายนอกทั้งภายใน
เห็นความหมดไปสิ้นไปด้วยใจที่ปล่อยวาง

สิ่งใดจะเกิดก็แล้วแต่เขาจะเกิด
สิ่งใดจะดับก็แล้วแต่เขาจะดับ
หยุดรู้ ยอมรับว่ามันบังคับไม่ได้
เห็นเขาเกิดขึ้น เห็นเขาดับไป
เห็นเขาปรากฏ เห็นเขาหมดไป
เป็นปัจจัยแก่กัน

สิ่งนี้เกิดเป็นปัจจัยต่ออีกสิ่งนี้เกิด
สิ่งนี้ดับเป็นปัจจัยต่ออีกสิ่งนี้ดับ
เข้าถึงอิทัปปัจจยตา
กฎธรรมดาของธรรมชาติ

มีความเกิดดับ เกิดเป็นเหตุเป็นผล
เกี่ยวข้องกันอยู่ บังคับไม่ได้
การเกิดขึ้นการดับไปบังคับไม่ได้
บังคับอย่าให้เกิดมันก็เกิด
บังคับอย่าให้ดับก็ดับ
เป็นไปอย่างนี้เอง เป็นเช่นนั้นเอง
รู้แล้วยอมรับ ยอมรับกับการบังคับไม่ได้

ยอมลงปลงได้ ปลดปลงลงวางว่างสบาย
ดูแลรักษาใจให้ปล่อยให้วางไว้เสมอ
ไม่เพ่งแต่ก็ไม่เผลอ
กำหนดรู้ดูเบา ๆ อย่างไม่เอาอะไร
ยิ่งเอาก็ยิ่งหนัก แม้ผลักก็ไม่พ้น
ทำใจกลาง ๆ ว่าง ๆ ไม่มีตัวไม่มีตน
จึงหลุดจึงพ้นจึงถึงนิพพาน

ละตัณหา ชำระสละตัณหาออกไป
ความอยากมีอยากเป็นละออกไป
ความอยากไม่มีไม่เป็นก็ต้องละออกไป
ให้เหลือใจที่ไร้จากตัณหา
ไร้จากความทะยานอยาก

ระลึกรู้ดูกายดูใจดูรูปดูนามดูขันธ์ ๕
เท่ากับกำหนดรู้ทุกข์
สังขารเป็นทุกข์ รู้ทุกข์แต่ไม่ทุกข์ด้วย
รักษาใจผู้รู้ให้วางเฉยอยู่
รู้ทุกข์ วางเฉยต่อทุกข์ ไม่ทำลายทุกข์
ตัณหาอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
ก็ถูกชำระไปในตัว

ตัณหาความทะยานอยาก
เมื่อละเมื่อสละเมื่อปล่อยเมื่อวาง
ตัณหาจางคลายไปดับไปสิ้นไปไม่มีส่วนเหลือ
ก็จะเป็นสภาพแห่งความดับทุกข์

ฉะนั้นกำหนดวางใจให้ถูกต้อง
รู้ทุกข์ ต้องไม่ทำลายทุกข์
การรู้ทุกข์อย่างวางเฉย
สักแต่ว่า ไม่ว่าอะไร
จิตใจผ่องใส จิตใจเบิกบาน
จิตใจตื่นรู้ รู้ตื่นและเบิกบาน
เป็นคุณธรรมของพุทธะ

ใจที่ปล่อยวางใจก็จะว่างลง
ใจที่สละ ใจที่ละ
ใจก็จะรวมเป็นสมาธิตั้งมั่น
ในความสงบในความตั้งมั่นก็พิจารณาจิต
จิตเป็นธาตุรู้ รู้หมดไปดับไป รู้หายไป
ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรคงที่
มีแล้วก็หมด ปรากฏแล้วก็หมดไป

เพราะฉะนั้นจิตก็ไม่ใช่เรา
จิตไม่ใช่ตัวเรา จิตไม่ใช่ของเรา
จิตไม่ใช่ตัวตนของเรา
ธรรมชาติที่รับรู้อารมณ์ไม่ใช่เรา
ได้ยิน ๆ อยู่ขณะนี้ก็ไม่ใช่เรา
ฟังอยู่ขณะนี้ รู้อยู่ขณะนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่ง
เป็นธรรมชาติที่หมดไปดับไปอยู่
ระลึกพิจารณาให้เห็นธรรมชาติ
สักแต่ว่าเป็นธาตุเป็นธรรมชาติ
ไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลง

สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นสุขหรือเป็นทุกข์เล่า?
ก็เป็นทุกข์ คือทนอยู่ไม่ได้
ตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องแตกดับ
สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์
มีความแปรผันเป็นธรรมดา
ควรหรือจะยึดถือว่านี่เป็นของเรา
นี่คือตัวเรา นี่คือตัวตนของเรา
เราก็ไม่ใช่ ของของเราก็ไม่ใช่
เราก็ไม่มี ของของเราก็ไม่มี


ที่สุดก็หยุดจิตใจไว้นิ่ง ๆ
ไม่วิ่งไปตามอารมณ์
หยุดใจไว้นิ่ง ๆ รู้ทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง
เป็นเช่นนั้นเป็นไฉน?
ก็เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของเขา
มีเหตุมีปัจจัยประกอบขึ้น
ธรรมเป็นผลก็เกิดขึ้น
เหตุปัจจัยหมดไปธรรมที่เป็นผลก็ดับไป
มีความเกิดมีความดับ

พิจารณาเห็นว่านี่ไม่ใช่ของเรา
นี่ไม่ใช่ตัวเรา นี่ไม่ใช่ตัวตนของเรา
เราไม่มี ของของเราก็ไม่มี
เราก็ไม่ใช่ ของของเราก็ไม่ใช่
สิ่งที่ปรากฏให้รู้
ก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่ปรากฏให้รู้
หมดไปดับไป สิ่งที่รู้ก็หมดไปดับไป
จึงว่างเปล่าจากความเป็นตัวตน
เห็นความเป็นอนัตตา


หยุดใจไว้นิ่ง ๆ ไม่วิ่งไปตามอารมณ์
หยุดดูหยุดรู้อยู่อย่างปกติ
หยุดใจให้ไร้อยาก ไม่ยุ่งยากในอารมณ์

............................
ธัมโมวาท โดย‎หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา



★ -----------------------------------------------------------------------★

ขอบคุณ : เพจวัดมเหยงคณ์ ธัมโมวาท
เพจวัดมเหยงคณ์ สารธรรม
เพจวัดมเหยงคณ์ ข่าวสด สารธรรม
เพจสถาบันวิปัสสนาวิชชาลัย วัด
มเหยงคณ์


ขอบคุณเพจ Kanlayanatam
https://web.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2023, 06:42:11 am โดย ยาใจ »