ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 147444 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10567
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #705 เมื่อ: ?Զع?¹ 26, 2020, 10:58:43 AM »




ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ มันเป็นตัวร้ายก็จริง แต่ว่าถ้าเรารู้จักใช้มันให้เป็นประโยชน์ ทำให้มีสติมีปัญญาเพิ่มขึ้น มันก็กลายเป็นของดีขึ้นมาได้

เวลาเราโกรธ ถ้าเรามีสติสักหน่อย ถามตัวเองว่าโกรธเพราะอะไร แทนที่จะคิดแต่หาทางระบายโกรธ หรือว่าเล่นงานคนที่ทำให้เราโกรธ ลองพิจารณาดูว่าเราโกรธเพราะอะไร บางทีอาจจะช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น

เราโกรธเพราะว่าอัตตาของเราถูกกระทบใช่ไหม

เราโกรธเพราะคำพูดหรือการกระทำของเขากระทบจุดอ่อนของเราใช่ไหม

ตรงนี้เองที่ทำให้เรารู้ว่าเรามีจุดอ่อนตรงไหน คนเรามักมองไม่เห็นจุดอ่อนของตัว บางคนยึดติดกับหน้าตาของตนเองมาก กระทบไม่ได้ เป็นจุดเปราะบางมาก ถ้ามีใครมาพูดแย้งตัวเองต่อหน้าคนอื่นจะโกรธ แต่พอได้หันมาพิจารณาจนมองเห็นว่าเราโกรธเพราะอะไร เป็นคนโกรธง่ายเพราะมีจุดอ่อนตรงนี้ ก็สามารถปรับปรุงแก้ไขตนเองได้ถูกต้อง ทำให้มีความสุขมากขึ้น แต่ถ้าไม่แก้ไขก็จะทุกข์อยู่เรื่อยไป


พระไพศาล วิสาโล

เติมธรรมะลงในชีวิต ๑๐ปีสวนโมกข์กรุงเทพ







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Զع?¹ 26, 2020, 11:51:38 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10567
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #706 เมื่อ: ?Զع?¹ 26, 2020, 11:49:34 AM »



ความเจ็บป่วยมีประโยชน์ไม่น้อย เพราะมาทำให้เราตระหนักว่าตอนที่ไม่เจ็บป่วยนั้นเป็นช่วงที่วิเศษอย่างยิ่ง เป็นช่วงที่เรามีความสุขอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว แต่ตอนนั้นเราอาจไม่ตระหนักหรือไม่สนใจเอาเลย เพราะใจมัวไปสนใจเรื่องอื่น เช่น แข่งกันหาเงินหาทอง แสวงหาชื่อเสียง อะไรต่างๆ บางทีกลับจะเป็นทุกข์ด้วยซ้ำที่ไม่ได้สิ่งเหล่านั้นมาตามที่ต้องการ นี่แหละที่เรียกว่า มีสุขแต่ไม่เห็นสุข

แต่พอเจ็บป่วยขึ้นถึงจะรู้ว่าเงินทองชื่อเสียงมันไม่สำคัญเท่ากับการปลอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ตอนนั้นแหละเราจะเห็นคุณค่าของสุขภาพว่ามีความสำคัญอย่างไร และเราก็จะตระหนักว่าในยามที่มีสุขภาพดี ถึงจะมีเงินน้อย ไม่เด่นดังอะไร นั่นก็เป็นความสุขของชีวิตแล้ว เรีกว่าเป็นโชคของชีวิตก็ได้ นี่แหละคือประโยชน์ของความเจ็บไข้ได้ป่วย มันมาเตือนให้เราได้คิดว่าตอนที่เรายังมีสุขภาพดีนั้นมีค่าอย่างไรบ้าง

ที่จริงโรคภัยไข้เจ็บยังมีประโยชน์มากกว่านั้น มันเป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังดำเนินชีวิตอย่างไม่ถูกต้อง ชีวิตของเราอาจกำลังเสียสมดุลไป เช่น ทำงานหนักมากไป หรือพักผ่อนน้อยไป หรือว่าเราอาจเรากินอาหารไม่ถูกต้อง กินอาหารขยะหรือน้ำตาลมากไป โรคภัยไข้เจ็บมากระตุ้นให้เราหันมาทบทวนการบริโภคหรือการใช้ชีวิตของเราว่าผิดพลาดที่ตรงไหนบ้าง มันมากระตุ้นให้เราปรับชีวิตจิตใจให้ถูกต้องทั้งการกิน การนอน การทำงาน รวมทั้งการวางจิตวางใจให้ถูกต้อง

จิตใจก็สำคัญเพราะถ้าเครียดมากไป หรือเป็นคนเจ้าอารมณ์ ก็ทำให้ป่วยได้ แม้แต่คนที่ชอบเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ก็อาจเป็นโรคหัวใจได้ง่าย อันนี้เป็นข้อสรุปจากการวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ เพราะคนที่ชอบเก็บตัวนั้นมีแนวโน้มที่จะเครียดหรือกังวลเรื้อรังจนป่วยในที่สุด เรื่องการกินการนอน การทำงานและจิตใจ ล้วนมีส่วนเกี่ยวพันกับโรคภัยไข้เจ็บทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเราล้มป่วยแล้ว อย่ามัวแต่ทุกข์ ให้รู้จักใช้ความเจ็บป่วยให้เกิดประโยชน์ ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ ก็เหมือนกับว่าเราได้กำไร เพราะสามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี หรือเปลี่ยนเคราะห์ให้กลายเป็นโชคได้


พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Á?Ҥ? 02, 2020, 05:49:53 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10567
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #707 เมื่อ: ?Զع?¹ 26, 2020, 11:53:42 AM »




เวลาเราทำงานล้มเหลวก็เหมือนกัน อย่ามัวแต่เสียใจ เสียใจก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น และที่เราเสียใจก็เพราะว่าเราไปอยู่กับอดีตมากไป แต่ว่าถ้าเรามีสติมีปัญญา เราก็ต้องเอาสิ่งที่ผ่านไปแล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับปัจจุบัน คือกลับไปมองดูว่าที่เราล้มเหลวนั้นเป็นเพราะอะไร มันสามารถบอกเราได้ว่าเรามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง ผิดพลาดที่ตรงไหน เราจะได้แก้ไขจุดอ่อนหรือข้อผิดพลาดนั้นได้ ขอให้เรามองว่าความล้มเหลวเป็นครูที่สำคัญของเรา แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้มองตรงนี้เท่าไหร่ มักจะมองว่าความล้มเหลวเป็นศัตรู ไม่อยากนึกถึง ไม่อยากเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเรามองความล้มเหลวเป็นครู เราก็จะได้กำไร เพราะช่วยให้เราเกิดปัญญาขึ้นมา

คนเราจะสำเร็จได้บางทีก็ต้องผ่านความล้มเหลวมาก่อน แม้แต่พระพุทธเจ้า ถ้าพระองค์ไม่ได้เดินทางผิด ไปหลงบำเพ็ญทุกรกิริยามาถึงหกปีเต็ม บางทีพระองค์อาจจะไม่พบสัจธรรมเลยก็ได้ แต่เนื่องจากพระองค์เคยพลาดมาก่อน พลาดมาถึงหกปี เรียกว่าลงทุนลงแรงเต็มที่เลย อดอาหารจนกระทั่งร่างกายผ่ายผอม ทำทุกอย่างที่เป็นการทรมานตน แต่เมื่อพระองค์ไม่พบสัจธรรม ก็เลยได้คิดว่าเป็นเพราะพระองค์เข้าไปในทางสุดโต่งนั่นเอง พระองค์จึงนึกถึงทางสายกลาง

ทางสายกลางนี่พระพุทธองค์ค้นพบได้ก็เพราะประสบความล้มเหลวจากการถลำเข้าไปในทางสุดโต่งทั้งสองทาง ความผิดพลาดและความล้มเหลวจากการหมกมุ่นในกามสุขและการทรมานตนไม่ใช่เป็นสิ่งที่แย่ไปเสียหมด มันมีประโยชน์อย่างมากตรงที่ทำให้พระองค์ค้นพบทางสายกลาง อย่างนี้ก็เรียกว่ารู้จักเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี เอาความล้มเหลวเป็นครู

เราไม่ค่อยมองตรงนี้กันเท่าไหร่ อย่าคิดว่าพระพุทธเจ้าเป็นยอดมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง ที่จริงไม่ใช่ พระองค์เคยพลาดอย่างหนักมาแล้ว แต่พลาดแล้วพระองค์ตั้งตัวใหม่ได้ และเกิดปัญญามากขึ้น พวกเราก็เหมือนกัน อย่าไปกลัวความล้มเหลว ข้อสำคัญก็คือล้มเหลวแล้วต้องฉลาดมากกว่าเดิมต้องรู้จักเรียนรู้จากความล้มเหลว ถึงจะเกิดปัญญา

พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Զع?¹ 26, 2020, 11:57:51 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10567
    • ดูรายละเอียด




    ตายได้อย่างสงบ  


การหมั่นพิจารณามรณสติ จะทำให้เรารู้จักใช้ประโยชน์จากการสูญเสียสิ่งรักสิ่งหวงแหน แทนที่จะเอาแต่ทุกข์ไปกับเหตุการณ์ดังกล่าว ควรถือว่าความสูญเสียเหล่านั้นมิใช่อะไรอื่นหากคือสัญญาณเตือนภัยว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องประสบกับความสูญเสียที่ใหญ่หลวงกว่านั้น

ถ้าหากเรายังทำใจกับความสูญเสียสิ่งรักสิ่งหวงแหนไม่ได้ เราจะรับมือกับความตายได้อย่างไร เพราะถ้าวันนั้นมาถึงเราจะต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่มี ไม่ว่าทรัพย์สมบัติ ครอบครัว คนรัก อำนาจ ตลอดจนชีวิตจิตใจและร่างกาย รวมทั้งโลกที่เรารู้จัก

นอกจากการระลึกถึงความตายอยู่เสมอแล้ว เรายังสามารถเตรียมตัวเผชิญความตายได้ด้วยการหมั่นทำความดีอยู่เสมอ เพราะความดีนั้นช่วยเสริมสร้างคุณภาพจิต ให้มีความสงบเย็น และเป็นปกติ ขณะเดียวกันการละเว้นความชั่วก็ทำให้จิตไร้สิ่งเศร้าหมอง คุณภาพจิตเหล่านี้มีความสำคัญมากในวาระสุดท้ายของชีวิตเพราะช่วยประคองใจไม่ให้อารมณ์อกุศลเข้ามาครอบงำจนเกิดความทุกข์ทรมาน ขณะเดียวกันความอิ่มเอิบปีติก็จะเกิดขึ้นเมื่อระลึกถึงบุญกุศลที่ได้เคยทำ ทำให้จากไปอย่างสงบ

ในทางตรงกันข้ามกับคนที่ทำความชั่วอยู่เป็นอาจิณ จิตจะเต็มไปด้วยอารมณอกุศล ในยามใกล้ตายบาปกรรมที่เคยกระทำจะมาปลุกเร้าอารมณ์อกุศลให้แผ่ซ่าน เช่น ความรู้สึกผิด ความหวาดกลัว ความตื่นตระหนก ความเคียดแค้นชิงชัง ซึ่งทำให้ทุรนทุรายและตายอย่างไม่สงบ

ควบคู่ไปกับการทำความดีหมั่นบำเพ็ญกุศล ก็คือฝึกจิตอย่างสม่ำเสมอให้มีสติที่เข็มแข็งฉับไวหรือมีความตื่นรู้อยู่เป็นนิจ ในยามที่ร่างกายใกล้แตกดับ จิตจะแปรปรวนและง่ายที่จะเข้าไปในอารมณ์ที่เป็นอกุศล ซึ่งทำให้ทุกข์และทุรนทุรายมากขึ้น สติที่ฝึกฝนไว้ดีแล้วจะเป็นเครื่องรักษาใจไม่ให้ถลำจมในอารมณ์อกุศลทั้งหลาย และช่วยให้จิตใจเกิดความสงบเย็นเป็นสมาธิได้ง่าย

ยิ่งศึกษาและปฏิบัติจนเกิดปัญญาคือความเข้าใจแจ่มชัดในความจริงของสิ่งทั้งปวง ก็จะปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ ลงได้ง่ายดาย ไม่คิดเหนี่ยวรั้งสิ่งใด ๆ ไว้แม้กระทั่งร่างกายหรือชีวิต เพราะตระหนักชัดว่าสิ่งทั้งปวงล้วนไม่เที่ยงและไม่น่ายึดถือแต่อย่างใด ความตายจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป และดังนั้นจึงพร้อมรับความตายได้อย่างสงบ ไม่ต่างจากคนที่เมื่อได้ยินระฆังเลิกงานก็วางงานลงและกลับบ้านโดยไม่มีความรู้สึกอาลัยแต่อย่างใด


พระไพศาล วิสาโล







  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Kanlayanatam
https://www.facebook.com/Kanlayanatam-174670492571704/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Զع?¹ 26, 2020, 06:25:59 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10567
    • ดูรายละเอียด




  มองไกลเห็นกว้าง 



ถ้าเรายกจิตให้อยู่เหนือโลกธรรม หรือเหนือความเป็นคู่ ก็จะเห็นโลกและชีวิตได้ไกลขึ้น เราจะไม่ติดอยู่กับการมีหรือการเสีย เพราะรู้ดีว่าวันนี้ถึงได้มา พรุ่งนี้ก็ต้องเสียไป วันนี้ได้รับคำสรรเสริญ พรุ่งนี้ก็หนีไม่พ้นคำนินทา วันนี้เขารักเรา พรุ่งนี้เขาอาจจะเกลียดเรา การยกจิตสู่ระดับโลกุตตระ จะช่วยทำให้เรารู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ไม่ติดอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะรู้ดีว่าวันหน้าทุกสิ่งทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไป เรียกว่ามองข้ามช็อตไปได้

พระไพศาล วิสาโล










  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Á?Ҥ? 02, 2020, 05:42:02 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10567
    • ดูรายละเอียด




  พลังแห่งเมตตากรุณา 



ไม่เพียงกับสัตว์เท่านั้น แม้กระทั่งความผูกพันกับต้นไม้ก็มีผลต่อสุขภาพกายและใจมาก การวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า เพียงแค่การดูแลต้นไม้ เช่น รดน้ำให้ทุกวัน ช่วยลดอัตราการตายของผู้เฒ่าในบ้านพักคนชราได้ถึงครึ่งหนึ่ง เมตตากรุณา ไม่เพียงกับคน แม้กระทั่งกับสัตว์และต้นไม้ มีอานุภาพต่อกายและใจของเราอย่างคาดไม่ถึง เป็นธรรมโอสถที่หาได้ง่ายเพราะมีอยู่แล้วในใจเรา ขอเพียงแต่เปิดใจนึกถึงคนอื่นให้มากขึ้นเท่านั้น เมตตากรุณาก็จะเบ่งบานขึ้นในใจเรา”

พระไพศาล วิสาโล










  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Á?Ҥ? 02, 2020, 06:04:01 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10567
    • ดูรายละเอียด




อยู่กับทุกข์ให้เป็น ก็ไม่เป็นทุกข์ 


การยอมรับความจริง มิได้หมายถึงการยอมจำนนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ที่จริงแล้วมันกลับช่วยให้เราสามารถรับมือกับเหตุร้ายได้ดีขึ้น คนที่ยอมรับความเจ็บป่วยได้ นอกจากใจจะทุกข์น้อยลงแล้ว ยังมีเวลาใคร่ครวญหาทางเยียวยารักษา สามารถใช้สติปัญญาอย่างเต็มที่ ไม่ถูกรบกวนด้วยอารมณ์ต่าง ๆ ผิดกับคนที่ไม่ยอมรับความจริง จะมัวแต่ตีโพยตีพาย คร่ำครวญวิตกกังวล จนไม่เป็นอันทำอะไร สิ่งที่ควรทำจึงไม่ได้ทำ ปัญหาที่ควรแก้จึงไม่ได้แก้

ลองถามตัวเองว่าแต่ละวันเราเสียเวลาและพลังงานไปกับการคร่ำครวญหรือวิตกกังวลมากมายเพียงใด บางเรื่องเกิดขึ้นนานแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ ป่วยการที่จะนึกถึง ขณะที่บางเรื่องก็ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่เรากลับตีโพยตีพายไปล่วงหน้าแล้ว แม้แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ก็เถอะ ลองตั้งสติและมองให้รอบด้านอาจพบว่า มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหนักหนาเลย เป็นแต่ไม่ตรงกับความคาดหวังของเราเท่านั้น ลองปล่อยวางความคาดหวังนั้น ก็จะพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เหลือบ่ากว่าแรง อีกทั้งอาจมีแง่ดีบางอย่างที่ไม่เคยนึกมาก่อนก็ได้ ที่สำคัญก็คือ อย่ามัวจดจ่อปักใจอยู่กับสิ่งแย่ ๆ ที่เกิดขึ้น จนลืมว่าชีวิตนี้ยังมีสิ่งดี ๆ อีกมากมายที่รอการชื่นชมจากเรา


ความทุกข์บางอย่างเราหนีไม่พ้นก็จริง แต่หากเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้เป็น ใจก็ไม่เป็นทุกข์อีกต่อไป

พระไพศาล วิสาโล








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Á?Ҥ? 02, 2020, 06:04:19 AM โดย ยาใจ »