ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 124253 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9485
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #630 เมื่อ: ????¹ 26, 2019, 12:42:27 PM »




เมื่อประสบความสูญเสีย อย่ามัวคร่ำครวญอาลัยกับสิ่งที่เสียไป เพราะนั่นจะทำให้เราหลงลืมสิ่งงดงามที่ยังมีอยู่อีกมากมาย และละเลยประโยชน์ที่จะได้รับจากสิ่งเหล่านั้น

จะว่าไปแล้วยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดกับเราได้หากไม่จมปลักอยู่ในความคร่ำครวญเสียใจ นั่นคือบทเรียนจากความสูญเสีย ความสูญเสียทุกครั้งล้วนบอกแก่เราว่า ไม่มีอะไรที่เป็นของเราอย่างแท้จริง ทุกอย่างมาแล้วก็ไป ความพลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดา

ความสูญเสียแต่ละครั้งยังเป็นเสมือนสัญญาณเตือนเราว่า จะมีความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เลวร้ายกว่านั้นตามมาอีกในอนาคต ดังนั้น หากเราทำใจไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น เราจะรับมือกับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นได้อย่างไร

ใช่หรือไม่ว่า สักวันหนึ่งคนที่เรารักก็ต้องตายจากไป และในที่สุดเราเองก็ต้องละจากโลกนี้ไป

หากไม่อยากทุกข์ทรมานเมื่อวันนั้นมาถึง ก็ต้องเตรียมใจฝึกใจขณะที่ยังมีเวลา ความสูญเสียที่ทยอยเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันนั้น มิใช่อะไรอื่น หากคือแบบฝึกหัดเพื่อให้เราฝึกทำใจแต่เนิ่น ๆ จะได้มีความพร้อมสำหรับเหตุร้ายที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

เราทุกคนเกิดมาตัวเปล่า เมื่อถึงเวลาก็ต้องจากไปตัวเปล่า อะไรที่ได้มา ก็เอาไปไม่ได้สักอย่าง


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????¹ 26, 2019, 12:47:19 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9485
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #631 เมื่อ: ????¹ 26, 2019, 12:46:53 PM »



อังคณา มาศรังสรรค์ หรือ “ครูณา” แห่งโรงเรียนพ่อแม่ลูกเล่าว่า ตั้งแต่เล็กจนโต เธอเห็นพ่อเอาแต่เล่นไพ่ ไม่ค่อยทำงาน ขณะที่แม่ทำงานทั้งวัน ไหนจะงานบ้านและรับจ้างตัดเสื้อ เวลาได้ยินผู้คนเล่าว่าพ่อรักแม่มาก เธอนึกภาพไม่ออก และไม่อยากเชื่อเลย เพราะภาพที่เธอเห็นชินตาตั้งแต่เด็กก็คือ พ่อกราดเกรี้ยวแม่ ต่อว่าแม่เป็นประจำ บางครั้งก็ใช้กำลังกับแม่

เธอรู้สึกเหินห่างหมางเมินพ่อมาโดยตลอด ความรู้สึกลบที่มีต่อพ่อนั้นกลายแรงผลักที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของเธอตั้งแต่สาว นั่นคือ พยายามเป็นและทำสิ่งที่ตรงข้ามกับนิสัยของพ่อ เช่น ทำงานหนัก ไม่ชอบผ่อนคลาย และไม่นอนกลางวัน ขณะเดียวกันก็ไม่มั่นใจที่จะมีชีวิตคู่กับใคร เพราะกลัวว่าเขาจะเป็นอย่างพ่อ

แต่เมื่อเธอมีครอบครัว วันหนึ่งเธอก็พบว่าเธอทำกับลูกอย่างเดียวกับที่พ่อทำกับเธอ นั่นคือตีลูกด้วยความโกรธ พฤติกรรมหลายอย่างของพ่อที่เธอไม่ชอบ เธอกลับรับเข้ามาอย่างเต็มที่โดยไม่รู้ตัว

เธอเริ่มหันกลับมามองตนเองอย่างจริงจัง สิ่งหนึ่งที่ค้นพบก็คือ อคติที่มี่ต่อพ่อนั้นได้ก่อปัญหาแก่เธออย่างที่นึกไม่ถึง

เธอพบว่าอคติดังกล่าวทำให้เธอเห็นพ่อแต่ในแง่มุมเดียว คือด้านที่เป็นลบ ไม่สามารถมองเห็นด้านที่เป็นบวกได้เลย ดังนั้นไม่ว่าพ่อจะทำดีกับเธออย่างไร เธอก็มองไม่เห็น บางครั้งก็หันหลังให้

“เมื่อเขาชวนฉันไปกินขนม ฉันก็ปฏิเสธ เมื่อป๊าจะกอดฉัน ฉันก็วิ่งหนี เมื่อป๊าชวนฉันไปเที่ยว ฉันก็ว่าไม่อยากไป”

หารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้นส่งผลให้พ่อโอภาปราศรัยกับเธอน้อยลง และเหินห่างมากขึ้น

เมื่อทบทวนชีวิตที่ผ่านมาอย่างจริงจัง เธอจึงตระหนักว่าพ่อเป็นคนรักครอบครัวมาก ตอนที่ลูกยังเด็ก พ่อเป็นคนป้อนข้าวให้ลูก เมื่อลูกไปโรงเรียน พ่อก็ไปส่งปิ่นโตที่โรงเรียนทุกวัน

ทุกครั้งที่เล่นไพ่ได้พ่อจะซื้ออาหารดี ๆ กลับมาให้ที่บ้านได้กินอย่างเอร็ดอร่อย เสื้อผ้าชุดโปรดของเธอในวัยเด็กก็ได้มาจากเงินในวงไพ่

แม้เมื่อเธอโตเป็นสาวแล้ว คราใดที่ล้มป่วย พ่อก็จะมาดูแลอย่างใกล้ชิด มีคราวหนึ่งเธอกินอะไรแทบไม่ได้ พ่อก็จะซื้อปลากระบอกฮ่องกงซึ่งแพงมาก แล้วลอกเป็นเส้นเล็ก ๆ ป้อนใส่ปากเธอทีละนิด

เมื่อเธอตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา พ่อก็รับปากว่าจะหาเงินมาส่งเสีย แล้วก็ทำได้อย่างที่พูด แน่นอนว่าเงินเหล่านี้พ่อได้จากการเล่นไพ่

ทัศนคติของเธอเริ่มเปลี่ยนไป เธอรู้สึกดีกับพ่อมากขึ้น

“ในวัยสี่สิบต้น ๆ ฉันพึ่งเริ่มหลงรักพ่อของตัวเอง พ่อที่น่ารัก พ่อที่ใจดี และพ่อที่อ่อนโยน”

เธอหันกลับมาทำดีกับพ่อมากขึ้น พูดคุยใกล้ชิดขึ้น จากเดิมที่ให้เงินต่อเมื่อพ่อออกปากขอ เธอรีบให้ก่อนที่เขาจะขอ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพ่อจะเอาเงินไปเล่นไพ่

แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พ่อเริ่มเปลี่ยนไป หรือพูดให้ถูกคือ กลับมาเป็นคนเดิม นั่นคือ เป็นพ่อที่สงบและใจดี เป็นสามีที่อ่อนหวาน เลิกต่อว่าภรรยา เมื่อภรรยาป่วย ก็คอยดูแลภรรยา จับมือและพูดหวาน พาภรรยานั่งรถเที่ยวโดยไม่บ่นเลย

วันหนึ่งเธอตัดสินใจพูดคุยกับพ่อเพื่อขอร้องให้เลิกเล่นไพ่ สนทนาเพียงสิบนาที พ่อก็ตัดสินใจเลิกเล่นไพ่ เมื่อตระหนักว่าเหตุผลที่จะเล่นไพ่ไม่มีแล้ว เนื่องจากลูก ๆ มีชีวิตที่สุขสบาย ครอบครัวไม่เดือดร้อนแล้ว

พ่อเปลี่ยนไปเมื่อได้รับความรักและความเข้าใจจากลูก พลังแห่งความดีในใจพ่อที่เคยซบเซาอ่อนแรง ได้รับการกระตุ้นหนุนเสริมจากความรักและความเข้าใจดังกล่าว จนสามารถเอาชนะความกระด้างและความเห็นแก่ตัว ทำให้พ่อกลับมาเป็นพ่อที่ดีและสามีที่น่ารักดังเดิม

คนเรานั้นแม้อยากทำดีหรือเป็นคนดี แต่หากคนรอบข้างมึนตึง เมินเฉย หรือรังเกียจ ก็กลับกลายเป็นคนกระด้างและเห็นแก่ตัวได้ไม่ยาก ไม่ว่าคนอื่นจะเรียกร้องหรือคาดคั้นให้เขาทำดีเพียงใด ก็ไร้ผล จนกว่าคนรอบข้างจะเปลี่ยนทัศนคติ และหันกลับมาทำดีกับเขาด้วยความรักและความเข้าใจ

ถึงตอนนั้นเขาจึงจะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นคนใหม่ หรือกลับเป็นคนดีดังเดิมได้


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9485
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #632 เมื่อ: ????¹ 26, 2019, 12:52:05 PM »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9485
    • ดูรายละเอียด



  เปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา


“ปัญหา”เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากเลี่ยงหลีก แต่ไม่มีใครที่หนีมันพ้นได้ เพราะปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ในเมื่อเราไม่มีวันหนีปัญหาพ้น จะไม่ดีกว่าหรือหากเราเตรียมใจให้พร้อมเพื่อต้อนรับมันอยู่เสมอ

การมองว่า “ปัญหา”เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่ไม่มีใครหนีพ้น เช่นเดียวกับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราเผชิญกับปัญหาได้โดยไม่ทุกข์มากนัก แต่วิธีที่ดีกว่านั้นก็คือการเปลี่ยน “ปัญหา” ให้กลายเป็น “ปัญญา” เพราะนอกจากจะไม่ทุกข์หรือ “ขาดทุน”แล้ว ยังได้ประโยชน์เป็น “กำไร”กลับมาด้วย

ขอให้สังเกตคำว่า “ปัญหา” กับ “ปัญญา” นั้นมีความใกล้เคียงกันมาก ต่างกันแค่ตัวเดียวคือ “ห” กับ “ญ” ในชีวิตจริง สิ่งที่เรียกว่า “ปัญหา” นั้นก็อยู่ใกล้กับ “ปัญญา” มากเช่นเดียวกัน

ปัญหาสามารถก่อให้เกิดปัญญาได้หากรู้จักมองหรือใคร่ครวญกับมัน นักเรียนจะเฉลียวฉลาดได้ก็เพราะหมั่นทำการบ้าน การบ้านนั้นคืออะไรหากไม่ใช่ปัญหาหรือโจทย์ที่ต้องขบคิด ถ้าครูไม่ขยันให้โจทย์หรือตั้งคำถามให้นักเรียนขบคิด นักเรียนก็ยากที่จะเกิดปัญญาได้

คนทั่วไปนั้นเมื่อเจอปัญหาก็จะเป็นทุกข์หรือกลัดกลุ้มไปกับมัน แต่ถ้าลองตั้งสติและพิจารณาให้ดี ปัญหาก็จะกลายเป็นปัญญาได้ไม่ยาก เมื่อ ๘๐ ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษคนหนึ่งได้เพาะเลี้ยงแบคทีเรียไว้ในจานเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยเรื่องไข้หวัด วันหนึ่งเขาพบว่ามีเชื้อราเข้าไปปนเปื้อนและทำลายแบคทีเรียที่เพาะเอาไว้ นั่นหมายความว่าเขาต้องเพาะแบคทีเรียขึ้นใหม่

เจ้าเชื้อราตัวนี้สร้างปัญหาให้นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ แต่แทนที่จะโมโห เขากลับฉุกคิดขึ้นมาว่าถ้ามันฆ่าแบคทีเรียที่เพาะในจานได้ มันก็ต้องกำจัดแบคทีเรียที่ในร่างกายคนได้เช่นกัน ปัญญาเกิดขึ้นแก่นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ทันที นำไปสู่การค้นพบเพนนิซิลินหรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งในเวลาไม่นานสามารถช่วยชีวิตผู้คนนับร้อยล้านคนทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้คืออเล็กซานเดอร์
เฟลมมิ่งนั่นเอง


โลกก้าวหน้าได้เพราะเรารู้จักเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา มองให้แคบลงมา ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน มีคนจำนวนไม่น้อยที่ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากประสบวิกฤต บางคนเป็นโรคหัวใจเจียนตาย ภัยร้ายได้บังคับให้เขาต้องหันมาทบทวนชีวิตของตน และพบว่าการหมกมุ่นอยู่กับตนเอง ตัดขาดจากผู้อื่น และจมอยู่กับความหดหู่เศร้าหมอง เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เขามีอาการดังกล่าว เขาจึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เข้าหาผู้คน ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น และปล่อยวางความกังวลหม่นหมอง ไม่นานสุขภาพของเขาก็ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น เขายอมรับว่า การเป็นโรคหัวใจเป็นสิ่งดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเขา

เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา แทนที่จะคร่ำครวญหรือตีอกชกหัว ลองใคร่ครวญดูให้ดี จะพบว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง ถ้าเรามองสัญญาณนี้ออก นั่นแสดงว่าปัญญาได้เกิดแก่เราแล้ว ขั้นต่อไปก็คือเปลี่ยนทัศนคติ พฤติกรรม หรือการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง เหมาะสม และชาญฉลาด

ไม่ควรมองว่าปัญหาคือ “ทางตัน” ถ้ามองให้ดี ในตัวปัญหานั้นก็มี “ทางออก” ด้วยเหมือนกัน อย่าลืมว่า สลักที่ล็อคประตูนั้นก็เป็นสลักอันเดียวกับที่ใช้เปิดประตู สวิตช์ที่ปิดไฟก็เป็นอันเดียวกับที่ใช้เปิดไฟให้สว่าง ฉันใดก็ฉันนั้นในคำถามก็มีคำตอบเฉลยอยู่

จะว่าไปแล้วปัญหาหรือความทุกข์ทั้งหลายไม่ได้มีไว้ให้เราคร่ำครวญ แต่มีไว้ให้ใคร่ครวญนั่นเอง ในความทุกข์นั้นก็มีทางออกจากความไม่ทุกข์แฝงอยู่เสมอ ในภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins เด็กชายบรู๊ซ (ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นมนุษย์ค้างคาว)ได้พลัดตกลงไปในหลุม เมื่อพ่อช่วยขึ้นมาแล้ว ได้ถามลูกว่า “รู้ไหมทำไมคนเราถึงหกล้ม?” ลูกนึกไม่ออก พ่อจึงเฉลยว่า “ก็เพื่อเราจะได้รู้วิธีลุกขึ้นมาไงล่ะ”

ความทุกข์มีขึ้นก็เพื่อสอนเราให้รู้จักหลุดพ้นจากความทุกข์ ปัญหาเกิดขึ้นก็เพื่อสอนเราให้เกิดปัญญา ด้วยเหตุนี้ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากคือครูที่มาสอนให้เราฉลาดขึ้นนั่นเอง


พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Զع?¹ 21, 2019, 05:50:16 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9485
    • ดูรายละเอียด




  เป็นมิตรกับความเหงา 

การที่เราจะอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งที่ต้องผ่านให้ได้ก็คือความเหงา แต่นักปฏิบัติทุกคนย่อมรู้ดีว่าการเอาชนะความเหงานั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการปฏิเสธผลักไสมัน ขืนทำเช่นนั้นมันก็ยิ่งรังควาญเราหนักขึ้น ไม่ต่างจากอันธพาลที่ไล่เท่าไหร่ไม่ยอมไป หรือยิ่งไล่ก็ยิ่งกวนดังนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือรับรู้หรือดูมันเฉยๆ ด้วยใจที่เป็นกลาง นั่นคือรับรู้มันด้วยสติ แทนที่จะผลักไสมัน ก็ยอมรับมัน หรือพร้อมต้อนรับมันเสมือนอาคันตุกะที่มาเยี่ยมเยือน เมื่อทำใจคุ้นกับความเหงาจนเป็นมิตรกับมันได้ ความเหงาก็จะกลายเป็นมิตรกับเราเช่นกัน

ในเวลาไม่นานมันก็จะจากลาไปเองเยี่ยงอาคันตุกะที่รู้เวลา และมีมารยาทพอที่จะไม่รบกวนเจ้าบ้านผู้มีไมตรีนานเกินไป น่าแปลกก็คือเมื่อเรามองความเหงาเป็นมิตร แทนที่จะมองเป็นศัตรู ความเหงากลับจะมาเยี่ยมเยือนเราน้อยลง และทุกครั้งที่มาเยือน ก็ไม่ได้รบกวนใจเราให้เป็นทุกข์เลย ถึงตอนนั้นเราจะสามารถอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องออกไปแสวงหาความสุขจากที่ไหนเลย กล่าวได้ว่า หากเราไม่รู้จักเป็นมิตรกับความเหงาแล้ว ก็ยากที่จะเป็นมิตรกับตัวเองได้พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าอยากเป็นมิตรกับตัวเองก็ต้องเป็นมิตรกับความเหงาให้ได้

พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Զع?¹ 21, 2019, 06:32:20 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9485
    • ดูรายละเอียด




  พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ได้

ชีวิตคือการแสวงหา บ้างก็แสวงหาความมั่งคั่ง บ้างก็แสวงหาอำนาจ บ้างก็แสวงหาความลับของจักรวาล แม้จะแสวงหาแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ ปรารถนาความสุข อย่างไรก็ตามผู้คนเป็นอันมากแม้จะค้นพบสิ่งที่แสวงหามานาน ก็ใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป มหาเศรษฐีพันล้านหลายคนไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนได้มา ผู้ปกครองเรืองอำนาจคนแล้วคนเล่าไม่มีความพึงพอใจในชีวิต ออรังเซ็บ จักรพรรดิผู้มั่งคั่งที่สุดของราชวงศ์โมกุล และมีอำนาจแผ่ขยายไปทั่วคาบสมุทรอินเดีย แม้ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แต่ก็หามีความสุขไม่ ก่อนสิ้นพระชนม์ได้เผยความในใจว่า “ฉันมาและไปเหมือนคนแปลกหน้า ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร หรือกำลังทำอะไรอยู่...ชีวิตนั้นมีคุณค่าอย่างมาก แต่จากไปอย่างสูญเปล่า”

ออรังเซ็บพบและมีทุกอย่างที่ตนแสวงหา แต่กลับไม่มีความสุขกระทั่งวาระสุดท้าย เพราะมีสิ่งหนึ่งที่หายไปจากชีวิตของพระองค์ นั่นคือคำตอบว่า “ฉันเป็นใคร” นี้คือโศกนาฏกรรมที่เกิดกับผู้คนจำนวนมาก กล่าวได้ว่า ความสำเร็จในการแสวงหานั้นหาใช่หลักประกันแห่งความสุขไม่ หากสิ่งที่ตนค้นพบหรือได้มานั้นไม่ช่วยให้รู้จักตนเองเลย พูดอีกอย่างก็คือ เราจะพบความสุขอย่างแท้จริงต่อเมื่อรู้จักตนเอง การค้นพบอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการค้นพบตัวเองในมิติที่ลึกซึ้งที่สุด

การค้นพบว่า อะไรคือความปรารถนาในส่วนลึกของจิตใจ อะไรที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้อิ่มเอมอย่างแท้จริง และอะไรคือสิ่งที่เป็นคุณค่าและความหมายของชีวิต ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบความจริงเกี่ยวกับตนเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วไม่มีความจริงใดที่สำคัญและลึกซึ้งเท่ากับการค้นพบว่า “ตัวฉัน”นั้นไม่มีอยู่จริง หากเป็นสิ่งสมมุติที่ปรุงแต่งขึ้นมา และเป็นที่มาแห่งความทุกข์ทันที่ที่ยึดติดถือมั่นกับมัน กล่าวอย่างถึงที่สุดคำตอบว่า “ฉันเป็นใคร” ไม่สำคัญเท่ากับว่า “ฉันเป็นอะไร”


พระไพศาล วิสาโล




  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Զع?¹ 21, 2019, 06:35:01 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9485
    • ดูรายละเอียด




  ยิ้มรับความทุกข์   


“ใจดีสู้เสือ” เป็นสำนวนที่คนไทยแต่ก่อนคุ้นเคยดี มีความหมายว่าเมื่อเจอภัยอันตราย ควรครองสติให้ดี อย่าตื่นตระหนกตกใจ หาไม่แล้วอาจพลาดท่าเสียทีถึงแก่ชีวิตได้ อันที่จริงมิใช่แต่ภัยอันตรายเท่านั้นที่เราควรรักษาใจให้ดีเมื่อเผชิญหน้ากับมัน แม้กระทั่งปัญหา อุปสรรค และเหตุร้ายทั้งหลาย ซึ่งเรียกรวม ๆ ว่า ความทุกข์ เมื่อมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว ก็ควรที่เราจะทำ “ใจดี” เอาไว้ ไม่ควรตีโพยตีพาย ตีอกชกหัว หรือโศกเศร้าคร่ำครวญ เพราะนอกจากไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว กลับทำให้เราเป็นทุกข์มากขึ้น

ความทุกข์เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากหลีกเลี่ยง แต่เมื่อหนีมันไม่พ้น จะดีกว่าไหมหากเรายิ้มรับมัน และใคร่ครวญว่าจะรับมือกับมันอย่างไรเพื่อให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด หรือดีกว่านั้นก็คือหาประโยชน์จากมันเท่าที่จะทำได้ จะว่าไปแล้วปัญหา อุปสรรคและเหตุร้ายทั้งหลาย ล้วนมีประโยชน์หากเรารู้จักมอง แม้กระทั่งความเจ็บป่วยและความตาย ก็ไม่พ้นจากความจริงข้อนี้ อย่างน้อย ๆ หากวางใจถูก ยิ้มรับมันเสมือนมิตร มันก็จะกลายเป็นมิตรกับเราได้

พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ?Զع?¹ 21, 2019, 06:35:19 AM โดย ยาใจ »