ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 144231 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  คืนความสุขให้ชีวิต

ทุกวันนี้เรามัวแต่เลือกสิ่งที่ไม่เป็นสาระ

เลือกสิ่งที่ไม่สำคัญกับชีวิตมามากพอแล้ว

ถึงเวลาที่เราจะหันมาเลือกสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของชีวิต

อะไรจะสำคัญไปกว่าการเลือกว่าจะทุกข์หรือไม่ทุกข์


พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 27, 2020, 05:22:34 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  จิตเบิกบาน งานสัมฤทธิ์ 



ใจของเรานั้นมีทั้งพลังบวกและพลังลบ พลังลบอันได้แก่ความโกรธ เกลียด เครียด ท้อ นั้นล้วนมีที่มาจากอัตตาหรือความเห็นแก่ตัว ส่วนพลังบวก คือความรัก ความเมตตา ความเสียสละ ล้วนมีมโนธรรมเป็นบ่อเกิด ทั้งอัตตาและมโนธรรมนั้นเป็นพลังที่ขับเคลื่อนชีวิตเรา และอยู่เบื้องหลังความทุกข์และความสุขของมนุษย์ทุกคน

การมองเห็นว่ามนุษย์มีแต่ความเห็นแก่ตัว ทำให้เรามองคนอื่นในแง่ลบ ขณะเดียวกันก็ทำให้เราละเลยที่จะดึงเอาพลังบวกมาหล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจ กลับปล่อยให้พลังลบครองใจ จึงรู้สึกรุ่มร้อนหรือเป็นทุกข์อยู่เนือง ๆ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์กับผู้อื่นก็เต็มไปด้วยความขัดแย้งและร้าวฉาน เมื่อใดที่เราตระหนักว่ามนุษย์ทุกคนมีพลังบวกอยู่ด้วย ไม่เพียงวิถีแห่งความสุขภายในจะปรากฏแก่เราเท่านั้น เรายังเห็นถึงความสำคัญในการทำความดีหรือมีน้ำใจต่อผู้อื่น แม้แต่ผู้ที่ชอบเอาเปรียบเบียดเบียน เพราะความดีของเรานั้นสามารถกระตุ้นพลังบวกในใจเขาให้มีพลังจนสามารถชนะความเห็นแก่ตัวได้

พลังบวกมิได้หมายถึงคุณธรรมหรือความใฝ่ดีเท่านั้น หากยังรวมถึงความตื่นรู้ อิสระ โปร่งโล่ง ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า โพธิจิต เป็นภาวะที่ว่างจากความยึดติดถือมั่นในตัวตน ทำให้เกิดความสงบเย็นและเป็นสุขอย่างแท้จริง ภาวะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้และหล่อเลี้ยงใจเป็นครั้งคราว ซึ่งท่านพุทธทาสภิกขุเรียกว่า “นิพพานชิมลอง” การประสบสัมผัสกับภาวะดังกล่าวช่วยให้เรามีพลังในการทำความดีอย่างเบิกบาน อีกทั้งยังช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข ตลอดจนสามารถเผชิญกับความผันผวนปรวนแปรในชีวิตหรือแรงบีบคั้นต่าง ๆ นานาได้อย่างไม่หวั่นไหว พูดง่าย ๆ คือ แม้ถูกกระทบ แต่ใจไม่กระเทือน


พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 27, 2020, 05:52:55 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด



     ก้าวข้ามความจำเจ 

เมืองไทยกำลังก้าวสู่ยุค 5 G นั่นหมายความว่า ชีวิตเราจะมีความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น เพราะเทคโนโลยีจะมีสมรรถภาพ (หรือ “ฉลาด”)มากขึ้น การติดต่อสื่อสารทำได้รวดเร็วขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันชีวิตเราก็จะต้องเร่งรีบยิ่งกว่าเดิม และถูกรุมเร้าด้วยข้อมูลข่าวสารมากมาย แม้ทุกวันนี้เรายังอยู่ในยุค 4 G หลายคนก็พบว่าชีวิตมีเวลาว่างน้อยลง มีความเหนื่อยล้าและความเครียดมากขึ้น เพราะวิ่งตามโลกไม่หยุด และคิดไม่เลิก จนไม่ได้พักทั้งกายและใจ

เทคโนโลยีแม้ช่วยให้ชีวิตเรามีความสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งช่วยทุ่นเวลาและทุ่นแรงของเราได้มาก แต่บ่อยครั้งเรากลับเสียเวลาและพลังงานมากมายไปกับมัน จนมีเวลาว่างน้อยลงและเหนื่อยล้ามากขึ้น แทนที่มันจะช่วยให้เราเป็นอิสระมากขึ้น เรากลับพึ่งพิงมัน จนขาดมันไม่ได้ ผลก็คือแทนที่เราจะเป็นนายมัน มันกลับเป็นนายเรา เราต้องทุ่มเทสิ่งสำคัญต่าง ๆ ในชีวิตเพื่อมัน รวมทั้งละทิ้งสิ่งมีค่าหลายอย่างในชีวิตเพื่อมัน

โทรศัพท์มือถือเป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในชีวิตของเรา จนกล่าวกันว่ามันได้กลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของคนยุคนี้ไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังต่างจากอวัยวะของเรา เพราะแม้ขาดมัน เราก็ยังอยู่ได้เป็นปกติ อันที่จริง ถ้าอยากให้ชีวิตและจิตใจของเราเป็นปกติสุข เราควรห่างมันหรือวางมันลงบ้าง อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยให้เรามีเวลาว่างมากขึ้น หรือมีเวลาให้กับคนสำคัญในชีวิต เช่น พ่อแม่ ลูกหลาน คนรัก รวมทั้งมีเวลาให้กับสิ่งสำคัญในชีวิต เช่น การฝึกจิต เติมความสงบให้แก่ใจ

แม้ว่าการอยู่ห่างจากโทรศัพท์ รวมทั้งเทคโนโลยีชนิดอื่น ๆ อาจทำให้ชีวิตมีรสชาติหรือความสนุกสนานตื่นเต้นน้อยลง ยิ่งเอาเวลาที่เคยให้กับโทรศัพท์มาใช้ในการฝึกจิต ทำสมาธิภาวนาด้วยแล้ว ชีวิตก็ยิ่งจืดชืด เพราะต้องทำสิ่งที่ซ้ำ ๆ ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า วันแล้ววันเล่า สำหรับหลายคน มันคือความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง เพราะเคยชินกับชีวิตที่ถูกปลุกเร้าด้วยสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามในความซ้ำดังกล่าว มีคุณค่าหลายอย่างที่เรานึกไม่ถึง จะว่าไปแล้ว ในความซ้ำเหล่านั้น มีสิ่งใหม่อยู่เสมอ ไม่ใช่ความซ้ำซากจำเจ หากวางใจให้ถูก อยู่กับปัจจุบันขณะ ทำด้วยความรู้สึกตัว เราก็จะพบคุณภาพใหม่ที่เกิดขึ้นกับจิตใจ ชนิดที่เทคโนโลยีใด ๆ ก็ไม่สามารถให้แก่เราได้


พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 27, 2020, 05:33:33 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด



  เปลี่ยนทุกข์เป็นธรรม 


ความทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น แต่เมื่อความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก ความล้มเหลวบังเกิดขึ้น ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเศร้าโศก เสียใจ อาลัยอาวรณ์ ขุ่นเคือง ท้อแท้ หรือจมอยู่กับความตกต่ำย่ำแย่เสมอไป เหตุการณ์เหล่านี้สามารถเป็นอุปกรณ์สอนธรรม ฝึกใจเราให้เข้มแข็ง เตือนให้ไม่ประมาทกับชีวิต อีกทั้งยังเปิดใจให้เห็นสัจธรรมได้ด้วย

ความทุกข์ไม่เพียงผลักดันให้เราเข้าหาธรรม หากยังแสดงธรรมให้เราเห็น เพราะทุกข์ก็คือธรรมนั้นเอง สัจธรรมที่ช่วยให้พ้นทุกข์นั้นล้วนอยู่ในสิ่งที่เราเรียกว่าทุกข์ แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่เมื่อเจอทุกข์แล้วมักปล่อยใจให้เป็นทุกข์ จึงถูกทุกข์กระทำย่ำยี อันที่จริง ทุกข์นั้นหากเราดูมันด้วยสติ พิจารณาด้วยปัญญา ก็สามารถเห็นธรรมที่ช่วยให้จิตเป็นอิสระจากทุกข์ได้ เพราะกุญแจที่ไขไปสู่ความพ้นทุกข์ก็อยู่ในทุกข์นั้นเอง ทุกข์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับความพ้นทุกข์

ปราศจากโคลนตม ดอกบัวอันงดงามย่อมมิอาจเกิดขึ้นได้ฉันใด ปราศจากความทุกข์ ปัญญาหรือความรู้แจ้งก็มิอาจเกิดขึ้นได้ฉันนั้น ดังนั้นเมื่อประสบทุกข์จึงไม่ควรตีโพยตีพาย หรือปล่อยใจให้จมอยู่ในความทุกข์ แทนที่จะเป็นผู้ทุกข์ พึงถอยออกมาเห็นทุกข์ ทุกข์จะกลายเป็นธรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง


พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 27, 2020, 06:01:12 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด



     ความสุขอยู่ที่ใจ หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ  


ธรรมนั้นมีอยู่ทุกหนแห่ง มิได้จำกัดอยู่แต่ในวัด คัมภีร์ หรือคำเทศนาเท่านั้น แต่มีสถานที่บางแห่งที่เอื้อให้เราเห็นธรรมได้ง่ายขึ้น เช่น ป่าเขาลำเนาไพร ทั้งนี้เพราะความสงบสงัดช่วยน้อมใจเราให้สงบ สามารถเห็นกายและใจตามความเป็นจริงได้ชัดขึ้น ขณะเดียวกันวัฏจักรของธรรมชาติรอบตัว ก็แสดงสัจธรรมให้เราเห็นอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่ทำใจให้ว่าง อยู่กับปัจจุบัน ธรรมก็ปรากฏให้เห็นผ่านต้นไม้ สายน้ำ ขุนเขา และสิงสาราสัตว์

เมื่อพาตัวมาอยู่ท่ามกลางป่าเขา เราย่อมมิอาจพึ่งพาความสุขและความสะดวกสบายซึ่งมีอยู่อย่างครบครันจากชีวิตในเมืองได้อีกต่อไป นั่นคือโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้และเข้าถึงความสุขจากชีวิตที่เรียบง่าย รวมทั้งความสุขจากใจของเรา ความสุขนั้นมีอยู่แล้วกลางใจเรา แต่คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนัก เพราะมัวเพลิดเพลินกับความสุขจากวัตถุสิ่งเสพภายนอก วิถีชีวิตที่ดึงจิตออกนอกตัวตลอดเวลา จนรู้สึกแปลกแยกกับตัวเอง ยิ่งทำให้ผู้คนตัดขาดจากความสุขด้านใน อันเป็นความสุขที่ประณีตลึกซึ้ง ผลก็คือผู้คนพากันพึ่งพิงวัตถุสิ่งเสพจนขาดอิสรภาพ ต่อเมื่อตระหนักและสัมผัสได้ถึงความสุขกลางใจ เราจึงจะมีอิสรภาพอย่างแท้จริง

การหาเวลาปลีกตัวมาอยู่กลางป่าเพื่อเปิดใจสัมผัสธรรมและความสุขภายใน เป็นการให้รางวัลแก่ตนเองอีกอย่างหนึ่ง ที่เรามิพึงมองข้าม ทั้งนี้เพื่อเปิดทางให้เราเรียนรู้ที่จะมีความสุขในทุกที่ เห็นธรรมในทุกสถาน ถึงตอนนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแก่เรา ใจก็เป็นปกติอยู่ได้ เพราะเห็นถึงความเป็นธรรมดาของมัน ถึงแม้จะเป็นความเจ็บป่วย ความพลัดพรากสูญเสีย หรือความตายก็ตาม


พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 27, 2020, 06:01:23 AM โดย ยาใจ »