ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 352673 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #60 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2015, 01:59:14 pm »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #61 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2015, 12:10:33 pm »



เขาเป็นคนที่ใฝ่ธรรม ชอบเข้าวัดทำบุญ อีกทั้งยังเป็นตัวตั้งตัวตีพาเพื่อน ๆ ไปทอดผ้าป่าหรือทอดกฐินในถิ่นทุรกันดารเป็นประจำ แม้อายุจะมากแล้วก็ยังขยันชวนคนสร้างโบสถ์สร้างวิหารอย่างไม่รู้จักเหนื่อย

แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็พบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ร่างกายทรุดหนักอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ต้องนอนติดเตียง เมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้าย แม้ความรู้สึกตัวจะเลือนราง แต่เขามีอาการกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด ลูก ๆ อยากให้พ่อไปสงบ จึงเปิดเสียงสวดมนต์และคำบรรยายธรรมของครูบาอาจารย์หลายท่านให้เขาฟัง แต่ความกระสับกระส่ายของเขาไม่ได้ลดลงเลย เป็นที่แปลกใจของลูก ๆ มากเพราะเขาเป็นคนธัมมะธัมโม น่าจะสงบใจเมื่อได้ฟังเสียงเหล่านั้น เมื่อเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ลูก ๆ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ขณะที่อาการของเขาแย่ลงไปเรื่อย ๆ เพื่อนสนิทของเขาก็มาถึง พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งแรกที่เพื่อนผู้นั้นทำก็คือ พูดข้างหูเขาว่า “เรื่องโบสถ์หลังนั้นที่ยังสร้างไม่เสร็จ ไม่ต้องห่วงนะ พวกเราจะช่วยกันสร้างให้เสร็จ ขอให้วางใจ” พูดจบ เขาก็สงบลงทันที ไม่มีอาการกระสับกระส่ายอีกเลยจนกระทั่งสิ้นลมไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น

ก่อนที่จะป่วยหนัก เขามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างโบสถ์หลังหนึ่งให้เสร็จ ถึงกับตั้งปณิธานว่า ยังตายไม่ได้จนกว่าจะสร้างโบสถ์ให้เสร็จ แต่ความตายไม่เคยรอท่า พร้อมจะจู่โจมได้ทุกเวลา ดังนั้นเมื่อรู้ความตายกำลังย่างกรายเข้ามาในขณะที่ความปรารถนายังค้างคา เขาจึงพยายามต่อสู้ขัดขืนความตาย แต่ยิ่งต่อสู้ขัดขืนมากเท่าไร ก็ยิ่งทุกข์ทรมาน และยิ่งกระสับกระส่าย ต่อเมื่อเพื่อนสนิทมาพูดให้คลายกังวล เขาจึงพร้อมรับความตาย และนั่นคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เขาจากไปอย่างสงบ

เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง หากยังมีความห่วงกังวลหรือยึดติดถือมั่น ย่อมทำให้การตายอย่างสงบเกิดขึ้นได้ยาก มิใช่แต่ความห่วงกังวลในทรัพย์สมบัติ และลูกหลาน คนรักเท่านั้น ความห่วงภารกิจการงานที่ยังคั่งค้างก็สามารถทำให้ตายอย่างทุรนทุรายได้ แม้ภารกิจนั้นจะเป็นงานบุญงานกุศลก็ตาม เมื่อถึงคราวจะต้องละจากโลกนี้ไป ก็ควรปล่อยวางทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่งานบุญงานกุศลที่ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะหากปล่อยวางไม่ได้ ใจจะดิ้นรนต่อสู้กับความตาย ซึ่งมีแต่จะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้และทุกข์ทรมาน

ถ้าไม่อยากให้ความห่วงงานการมารบกวนจิตใจเวลาใกล้ตาย เราควรขวนขวายทำกิจการงานต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จในขณะที่ยังมีเวลาและสุขภาพดี โดยเฉพาะหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญ ๆ การเจริญมรณสติเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เรากระตือรือร้นทำกิจการงานเหล่านี้ ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ หรือมัวทำสิ่งอื่นที่ไม่สลักสำคัญ (แต่บังเอิญมีเส้นตายให้ต้องรีบทำ หาไม่ก็มีรสชาติที่ชวนให้หลงใหลจนลืมทำสิ่งที่ควรทำ)

อย่างไรก็ตามไม่ว่าเราจะพยายามสะสางหน้าที่การงานมิให้คั่งค้าง ก็มักมีบางอย่างบางเรื่องที่ยังทำไม่แล้วเสร็จก็มีเหตุให้ต้องหยุดกลางคัน เพราะโรคร้ายหรือความตายมาประชิดตัวเสียก่อน ถึงตอนนั้นก็ไม่มีอะไรดีกว่าการการทำใจยอมรับความจริงและปล่อยวางการงานเหล่านั้น ไม่แบกหรือยึดไว้ให้เป็นเครื่องกังวลหรือสร้างความหนักอกหนักใจ


พระไพศาล วิสาโล



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2015, 12:16:34 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #62 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2015, 12:14:27 pm »



บ่อยครั้งเราต้องพบกับความไม่สมหวัง หรือความผันผวนปรวนแปรในชีวิต แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราต้องลงเอยด้วยความทุกข์ เราไม่มีอำนาจกำหนดให้มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับเราได้ก็จริง แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะยอมให้เหตุการณ์ต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อจิตใจของเราอย่างไร

พระไพศาล วิสาโล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2015, 12:17:34 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #63 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2015, 12:20:08 pm »



คนทุกข์ส่วนใหญ่นั้น เป็นเพราะเขาคิดถึงตัวเองมากเกินไป ยิ่งเราคิดถึงตัวเองมากเกินไปเท่าไร อัตตาตัวตนก็จะใหญ่ และก็จะรับแรงกระทบกระแทก จากสิ่งที่มากระทบ ทำให้มีความทุกข์ได้ง่าย

พระไพศาล วิสาโล

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #64 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2015, 12:26:00 pm »



สุขจากการพึ่งตนเอง

“การพึ่งตัวเอง ไม่หวังพึ่งพาความสุขจากสิ่งใด ๆ จะช่วยให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง และเป็นสุขในทุกหนแห่ง ไม่ว่าสิ่งต่าง ๆ จะผันผวนแปรปรวนอย่างใด เราจะไม่มัวคาดหวังสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นดั่งใจ เพราะรู้ว่ามันไม่อยู่ในอำนาจของเรา แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยสิ่งต่าง ๆ หากยังพร้อมจะเข้าไปเกี่ยวข้องดูแลโดยทำตามเหตุปัจจัย มิใช่เพราะความยึดติดถือมั่นอยากให้เป็นตามใจปรารถนา

ความสุขที่แท้อยู่ที่การพึ่งตน ซึ่งที่จริงก็คือการพึ่งธรรม ดำเนินชีวิตตามธรรมและอย่างถูกธรรมนั่นเอง”

พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต เพื่อธรรมะและธรรมชาติ

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%95-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4/704694382956471
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2015, 05:28:16 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #65 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2015, 07:29:54 am »



ทุกข์เป็นสิ่งที่ต้องรู้
เป็นสิ่งที่จะต้องเข้าใจ
เราจะรู้ เราจะเข้าใจได้
ก็ต้องเริ่มต้นจากการเห็นก่อน
ต้อง “เห็นทุกข์”ก่อน
แต่คนส่วนใหญ่ไม่ “เห็นทุกข์”
พอเจอทุกข์ก็ “เป็นทุกข์”เลย
เจอทุกข์ปุ๊ปก็ “เป็นทุกข์”ปั๊บเลย
แทนที่จะ “เห็นทุกข์”
มันต่างกันนะ “เป็นทุกข์”
แทนที่จะ “เห็นทุกข์”
เมื่อเราเป็นทุกข์ ก็หลงเข้าไปในความทุกข์
ก็เลยทุกข์ใจ
เราจะ “เห็นทุกข์”ได้
ก็ต่อเมื่อมี “สติ”
เมื่อมีสติเราก็เห็นทุกข์
****************


พระไพศาล วิสาโล

บรรยายในโครงการจิตใสใจสบาย
ณ ‪‎ยุวพุทธฯบ้านแห่งธรรม‬
****************


ที่มา : Facebook ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ย.พ.ส.)
https://www.facebook.com/ybatpage?pnref=story
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2015, 06:34:33 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #66 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2015, 07:38:29 am »


Sirinthip Mungkandi ปุจฉา - กราบนมัสการพระอาจารย์คะ หนูอยากทราบ ความหมายคำว่า ตรัสรู้ แปลว่าอะไร ตามความเข้าใจของหนู คิดว่าไม่ใช่มีพระพุทธเจ้าองค์เดียว รู้เรื่องโลกทั้ง 3 โลกและอนาคตได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีพระจีนที่ศาลเล่งจูเกียง จ ปัตตานี ตรัสรู้ด้วยคะ เช่นพระในศาล ก็มีวันตรัสรู้เช่น พระหมอ พระกวนอู จะมีตารางทั้งปีแจ้งให้ทราบด้วยคะ หนูยังไม่ค่อยเข้าใจ โปรดเมตตาตอบด้วยนะคะ

พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - ตรัสรู้ในพุทธศาสนาหมายถึงการเห็นแจ้งในสัจธรรม โดยเฉพาะความจริงเกี่ยวกับกฎไตรลักษณ์ คือ เห็นชัดว่าสิ่งทั้งปวงล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตน (หรือไม่มีตัวตนที่เที่ยงแท้อิสระ) จึงไม่อาจยึดติดถือมั่นอะไรได้เลย เมื่อเห็นแจ้งดังกล่าว จิตก็จะปล่อยวาง ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ก็ไม่ทุกข์อีกต่อไป ผลที่เกิดขึ้นคือความสงบเย็น เรียกว่านิพพาน

ส่วนตรัสรู้ในศาสนาอื่นหรือลัทธินิกายอื่นนั้น อาจมีความหมายแตกต่างจากนี้ หรือมีความหมายเฉพาะตัว หากต้องการรู้ควาหมาย พึงสอบถามจากผู้รู้ในศาสนาหรือลัทธินิกายนั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 08, 2015, 07:41:01 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #67 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2015, 07:40:19 am »



ผู้คนมักเข้าใจว่า ปล่อยวาง หมายถึง วางเฉย หรือปล่อยปละละเลย นี้เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เกิดจากความสับสนระหว่าง “ทำจิต” กับ “ทำกิจ”

ปล่อยวางนั้นเป็นเรื่องของการทำจิต มุ่งแก้ความทุกข์ทางใจ แต่คนเราไม่ได้มีแต่ความทุกข์ทางใจ เรายังมีความทุกข์ทางกาย ตลอดจนปัญหาอื่น ๆ ที่อยู่รอบตัว ซึ่งต้องอาศัยการทำกิจควบคู่ กับการทำจิต เช่น ถ้ารถเสียหรือหลังคารั่วก็ต้องซ่อม ขณะเดียวกันก็ควรรักษาใจไม่ให้ทุกข์ ตรงนี้แหละที่การทำจิตเข้ามามีบทบาท แต่ถ้ารถเสียหรือหลังคารั่วแล้วไม่ทำอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่ยังต้องใช้มันอยู่และอยู่ในวิสัยที่ซ่อมได้ อย่างนี้แหละเรียกว่า วางเฉย หรือปล่อยปละละเลย ไม่ใช่ปล่อยวาง

พระไพศาล วิสาโล

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #68 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2015, 07:44:26 am »



"เมื่อใดก็ตามที่เรามีความทุกข์
หากเรามีโอกาสได้นึกถึงคนที่
ทุกข์ยากกว่าและได้ทำความดี
ให้แก่คนเหล่านั้น เราจะรู้สึกขึ้นมาว่า
มีพลังก่อเกิดขึ้นมาในใจอีกครั้งหนึ่ง"


พระไพศาล วิสาโล

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #69 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2015, 06:16:08 pm »



พบทุกข์ จึง พบธรรม

มีผู้หญิงคนหนึ่งต้องพบเจอกับความทุกข์แบบที่เรียกได้ว่าน้อยคนจะได้เจอ เธอเป็นสาวสวย ตอนอายุ ๒๑ ปี เป็นดาวมหาวิทยาลัย ต่อมาเธอได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งทางอินเทอร์เน็ต ติดต่อกันสักระยะหนึ่ง ผู้ชายคนนั้นก็หลงรักเธอทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเจอตัวกัน

พอได้เจอตัวกันก็ยิ่งหลงรักมากขึ้น แต่เธอบอกกับชายคนนั้นว่าเธอไม่ได้รักเขา ผู้ชายคนนั้นโกรธมาก ถึงกับเอาน้ำกรดสาดหน้าเธอจนเสียโฉมไปทั้งใบหน้า และยังทำให้ตาบอดไปอีกข้างหนึ่งด้วย คนที่เคยภูมิใจกับความสวยงามของตน พอถูกน้ำกรดทำลายให้เสียโฉมอย่างนี้ ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ทั้งนั้น เธอก็เช่นกัน คิดถึงการฆ่าตัวตาย แต่พอนึกถึงแม่แล้วก็เปลี่ยนใจ ไม่อยากทำร้ายตัวเอง เพราะจะทำให้แม่เสียใจ

เธอตัดสินใจย้ายบ้าน เพราะอับอายคนที่เคยรู้จักเธอและเห็นใบหน้าที่สะสวยของเธอมาก่อน แต่แม้จะย้ายบ้านเธอก็มีความทุกข์มาก อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป ๓-๔ ปี เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ ไม่รู้สึกอับอายกับใบหน้าที่เสียโฉมอีกแล้ว ปล่อยวางได้

ทุกวันเธอนั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน มีคนมาทักเธอ เธอก็ไม่รู้สึกอับอาย พูดคุยกับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอมีอาชีพเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารแห่งหนึ่ง มีความสุขกับการทำงาน เพราะเจ้านายก็ดี เพื่อนร่วมงานก็ดี

เคยมีคนมาถามเธอว่าโกรธคนที่เอาน้ำกรดมาสาดหน้าหรือไม่ เธอบอกว่าไม่โกรธเลย ต้องขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ เธอบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลดีแก่เธอหลายอย่าง คือ ทำให้เธอมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ถ้าเธอหน้าตาไม่เสียโฉมก็คงจะไม่อยู่ติดบ้าน เพลิดเพลินกับแสงสี แต่พอเป็นอย่างนี้แล้วเธอจึงอยู่กับครอบครัวมากขึ้น
ที่สำคัญก็คือ เหตุการณ์นั้นทำให้เธอมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เธอได้คิดว่า ทุกอย่างมันไม่เที่ยง มีวันหมดอายุ เธอบอกว่า

“ถ้าเราไม่สูญเสียตรงนี้ อนาคตเราแก่ไป มันก็ต้องไปตามกาลเวลา มันก็ทำให้เราปล่อยวาง พอเราปล่อยวางเรื่องตัวของตัวได้ เวลาเจอเรื่องอะไรที่มันแย่ ๆ หรือมีคนพูดไม่ดี เราก็ไม่สนใจ เพราะเราไม่ได้ยึดติดตรงนั้นแล้ว”
นี้เป็นตัวอย่างของคนที่เจอทุกข์แล้วจึงได้พบธรรมะ


พระไพศาล วิสาโล



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2015, 06:20:42 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #70 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2015, 06:36:24 pm »



....คนเราแบกของหนัก
หรือแบกทุกข์ ก็เพราะ....


๑. ไม่รู้ตัว คือไม่มีสติ

๒. หลงคิดว่ามันเป็นของสวย ของงาม ของเบา

จึงแบกหรือยึดถือเอาไว้

*******************
พระไพศาล วิสาโล
บรรยายในโครงการจิตใสใจสบาย
ณ ยุวพุทธฯบ้านแห่งธรรม





ที่มา : Facebook ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ย.พ.ส.)
https://www.facebook.com/ybatpage?pnref=story
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2015, 06:40:39 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #71 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2015, 07:54:22 pm »


เวลาทำงาน สิ่งสำคัญที่จะส่งผลต่อความสุข รวมทั้งความสำเร็จ คือแรงจูงใจ พระพุทธศาสนามองว่า แรงจูงใจที่สำคัญคือ “ฉันทะ” แปลง่าย ๆ ว่าความชอบหรือความรักในงาน ฉันทะทำให้อยากทำ ซึ่งตรงข้ามกับคำว่า “ตัณหา” ที่แปลว่าความอยากได้

หลายคนทำงานไม่ได้เพราะอยากทำ แต่เพราะอยากได้ เช่นอยากได้เงินเดือน อยากได้ความสำเร็จ อยากได้การยอมรับ ก็เลยต้องทำงาน เพราะงานเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้ได้ทั้งเงิน ทั้งความสำเร็จ และการยอมรับ ชื่อเสียงเกียรติยศ อันนี้คือ “ตัณหา”

ความอยากอีกแบบคืออยากทำ อยากทำเพราะรักในงานนั้น อันนี้เป็นแรงจูงใจที่สำคัญ เพราะว่าถ้าเรามีความอยากแบบนี้ เราจะทำงานอย่างมีความสุข

ที่รักงานนั้นก็เพราะว่าเห็นคุณค่าของงาน เช่นเห็นว่างานนี้มีประโยชน์ งานนี้เปิดโอกาสให้ฉันได้ใช้ศักยภาพให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น เป็นโอกาสใช้ความคิดสติปัญญาสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ หรือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ฝึกฝนพัฒนาตน เป็นโอกาสได้ช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยเหลือส่วนรวม ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ถ้าเห็นว่างานมีคุณค่า ฉันทะในงานก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย และทำให้เกิดความสุขเวลาทำงาน แม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่ได้ทำงาน

มีเรื่องเล่าที่ช่วยให้เห็นชัดขึ้น คือ มีคนสามคนก่ออิฐอยู่ใกล้ๆ กัน คนแรกทำได้สักพักก็หยุด ไปสูบบุหรี่ ฆ่าเวลา จากนั้นค่อยทำงานต่อ อีกคนดูขยันกว่า แต่ทำงานไปก็ดูเวลาไป รอเวลาเลิกงาน ส่วนคนที่สามนั้นทำงานอย่างกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง เมื่อถามคนแรกว่ากำลังทำอะไร คนแรกตอบว่ากำลังก่ออิฐ คนที่สองตอบว่าผมกำลังก่อกำแพง ส่วนคนที่สามตอบมาว่า ผมกำลังสร้างวัดครับ

จากเรื่องที่เล่า เราคงนึกออกว่าในสามคนนี้ ใครที่ทำงานอย่างมีความสุข นั่นคือคนที่สาม เขามีความสุขที่สุด ทั้งๆ ที่เหนื่อยกว่า นั่นเป็นเพราะเขาเห็นว่างานที่เขาทำนั้นมีความหมาย คือเป็นการสร้างบุญกุศล ช่วยสืบต่อพระพุทธศาสนา เขาจึงทำงานอย่างกระตือรือร้นและมีความสุข คนที่สามทำงานอย่างมีฉันทะ เนื่องจากเห็นคุณค่าของงาน ส่วนคนแรกกับคนที่สองทำงานเพราะอยากได้ค่าจ้าง รอเงินเดือน ดังนั้นคนแรกจึงทำงานแบบขอไปที เช่นเดียวกันคนที่สอง

เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นความแตกต่างระหว่างฉันทะกับตัณหา ฉันทะทำให้ขยันขันแข็ง และที่มีฉันทะได้ก็เพราะเห็นคุณค่าของงาน ซึ่งต้องอาศัยวิสัยทัศน์ ดังนั้นหากจะมีฉันทะในงานใดก็ตามคุณต้องเห็นคุณค่าของงานนั้นก่อน ซึ่งรวมถึงมองไกลด้วย ถ้ามองแบบนี้แม้คุณทำงานอะไร ไม่ว่าจะเป็น ภารโรง คนสวน พยาบาล คุณก็จะมีความสุข เพราะเห็นว่างานที่คุณทำมีส่วนช่วยสร้างอนาคตของชาติ(ในกรณีที่ทำงานในโรงเรียน) หรือช่วยให้คนอยู่ดีมีสุขปลอดพ้นจากความเจ็บความป่วย(ในกรณีที่ทำงานในโรงพยาบาล) ถึงแม้จะเป็นคนสวน เป็นยามเฝ้าหน้าโรงเรียน คุณจะทำงานอย่างมีความสุขได้


พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2015, 07:58:20 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #72 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2015, 08:01:25 pm »



แม้แต่ของที่มีประโยชน์ เราควรยึดถือก็ต่อเมื่อถึงเวลาใช้งาน เมื่อใช้เสร็จ ก็ควรวางลงเสีย นับประสาอะไรกับของที่ไร้ประโยชน์ เช่น ความทุกข์ ความห่วงกังวล ยิ่งต้องวางทันทีทีรู้ตัวว่ามาครองใจ หาไม่แล้วจะกลายเป็นของหนักจนเอาตัวไม่รอด

พระไพศาล วิสาโล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2015, 08:02:59 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #73 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2015, 08:04:49 pm »



ความทุกข์ใจ ไม่ได้เกิดจากคนอื่น เรามักจะโทษคนนั้นคนนี้ แต่รากเหง้ามาจากใจของเราเอง เวลามีความขัดแย้งเรามักจะโทษคนนั้นคนนี้ แต่เราลืมดูใจของเรา อาจเป็นเพราะใจของเราไปยึดมั่นถือมั่นกับความคิดของเรา หรืออาจเป็นเพราะว่าเราชอบมองในแง่ลบ ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมงานก็มีข้อดีหลายอย่าง แต่เรามองเห็นแต่ด้านไม่ดีของเขา เช่น ขี้บ่น หรือพูดเสียงดัง ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับการทำงานแต่เป็นบุคคลิกส่วนตัว สิ่งที่เราเห็นนั้นแม้เป็นความจริงแต่อาจเป็นแค่ส่วนน้อยของเขา ข้อดีของเขาก็มีมาก แต่เราไม่มอง ถ้าเรามองเห็นด้านดีของเขา แม้ว่าเขาจะขี้บ่น เสียงดังไปบ้าง เราก็จะทำงานได้อย่างมีความสุข

เราควรยอมรับว่าทุกคนมีข้อดีข้อเสียด้วยทั้งนั้น จะหาใครเพอร์เฟกต์ สมบูรณ์แบบย่อมไม่มี แต่ถ้าเมื่อไหร่เรามองแต่แง่ลบ เราจะทำงานอย่างไม่มีความสุข ถ้าเรามองเห็นรอบด้าน เห็นทั้งข้อดีข้อเสีย เราจะทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข และจะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันน้อยลง

คนทุกวันนี้มองเห็นหรือจ้องจับผิดได้ง่าย หลายคนพอบอกให้วิจารณ์งานของเพื่อน ก็สามารถพรรณนาได้ยาวเหยียด แต่พอขอให้ชมเขากลับทำไม่ได้ อาตมาอยากแนะนำว่าก่อนจะวิจารณ์ใคร ควรมองเห็นข้อดีของคนนั้นเสียก่อน ถ้าเราจะวิจารณ์เขา 1 ข้อ เราต้องเห็นข้อดีของเขา 2 ข้อ นี่เป็นการฝึก เพราะสมัยนี้คนเราเก่งเรื่องการจับผิดมาก อาตมา เชื่อว่าถ้าเราชมกันมากขึ้นบรรยากาศในที่ทำงานจะดีขึ้น ถ้าเราลองปรับมุมมองซะหน่อยเราจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น


พระไพศาล วิสาโล

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #74 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2015, 05:27:14 am »


ปลอดภัยเมื่อใจมีสติ

"ทุกจังหวะชีวิต เหตุร้าย

ไม่คาดฝัน สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

โดยที่เราไม่อาจควบคุมได้

แต่เมื่อมันเกิดขึ้น ไม่ได้หมาย

ความว่าเราจะต้องทุกข์เสมอไป

เราเลือกที่จะไม่ทุกข์ก็ได้

ทุกเหตุการณ์ไม่ว่าร้ายหรือดี

มีทางแยกให้เราเดินเสมอ

ทางหนึ่งคือทางสู่ความทุกข์

อีกทางหนึ่งคือทางไม่ทุกข์

ถ้ามีสติเราสามารถเลือกได้"


พระไพศาล  วิสาโล



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต เพื่อธรรมะและธรรมชาติ
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%95-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4/704694382956471?fref=ts

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2015, 05:33:39 am โดย ยาใจ »