« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2012, 10:53:06 am »
พระผู้ทรงห่างไกลจากกิเลสแล้วจริง
พระพุทธเจ้าทรงได้รับถวายพระนามว่าอรหันต์ ซึ่งหมายความว่าทรงเป็นผู้ไกลกิเลสแล้วจริง พระพุทธสาวกทั้งหลายที่ได้รับถวายนามว่าพระอรหันต์ ก็เป็นผู้ไกลกิเลสแล้วจริง
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นที่เทิดทูนศรัทธาอย่างยิ่งจริง ก็เพราะความที่ทรงเป็นผู้ไกลกิเลสแล้วจริงพระอรหันตสาวกเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธา ก็เพราะความเป็นผู้ไกลกิเลสแล้วจริง
ความไกลกิเลสจึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง ที่ผู้ไม่ประมาทปัญญาพึงอบรมปัญญาเต็มความสามารถ เพื่อได้เป็นผู้ไกลกิเลสได้มากเป็นลำดับไป จนถึงได้เป็นผู้ไกลกิเลสจริงในวันหนึ่ง
ปัญญาที่ประกอบด้วยศรัทธาต่อพระพุทธองค์
ทำให้ไกลจากกิเลสได้จริง พ้นทุกข์ได้จริง
กิเลสคือความโลภนั้น ผู้ประมาทปัญญาย่อมบิดเบือนความรู้ความเข้าใจของตนให้ผิดจากความถูกต้อง คือรู้แก่ใจว่าความโลภเป็นความไม่ดี แต่บิดเบือนความรู้นั้นที่ว่า ความโลภเป็นความไม่ดี โดยบิดเบือนว่าความรู้สึกอยากได้ที่เกิดขึ้นในใจตนไม่ใช่ความโลภ จึงไม่ใช่เป็นความไม่ดี เมื่อบิดเบือนความจริงเสียเช่นนี้ ก็เท่ากับประมาทปัญญา ไม่ใช้ปัญญาหลีกให้พ้นความโลภแม้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ย่อมตายเพราะความประมาทปัญญาเช่นนี้
ดังมีตัวอย่างปรากฏอยู่ไม่ว่างเว้น การคดโกงปล้นจี้ลักขโมยล้วนเกิดแต่ความโลภ และความโลภนี้เกิดจากความประมาทปัญญา ที่ทำให้สิ้นชีวิตติดคุกติดตะรางบ้าง เป็นทั้งความตายอย่างสิ้นชีวิต ทั้งความตายอย่างสิ้นชื่อเสียงเกียรติยศ
ผู้ประมาทปัญญาพยายามบิดเบือนความโลภ ว่าไม่เป็นความโลภ แต่มิใช่ว่าจะสามารถบิดเบือนโทษของความโลภให้เป็นคุณของความไม่โลภได้ ความโลภต้องให้โทษ ความไม่โลภต้องให้คุณ แน่นอนเสมอไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 02, 2012, 11:37:05 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ