ผู้เขียน หัวข้อ: ขอเชิญชม VDO " หมอชีวก โกมารภัจจ์ "(part 1 - 2) โดย พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์  (อ่าน 2571 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15643
    • ดูรายละเอียด


พ่อหมอชีวก โกมารภัจจ์ ณ สุรัตนธรรม

"หมอชีวก โกมารภัจจ์" คือ เรื่องราวของเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่ไม่ได้รับความอบอุ่นจากอ้อมอกของผู้ที่เป็นบิดามารดาเลย "ลูกโสเภณี" ไม่ทราบแม้กระทั่งชื่อบิดา ถูกทอดทิ้งไว้ที่กองขยะตั้งแต่แบเบาะ โชคดีที่ชะตาไม่ถึงคาด เจ้าชายอภัยนำมาชุบเลี้ยงในพระราชวัง เมื่อเจริญวัยทราบว่าตนเป็นเด็กกำพร้าจึงต้องหาวิชาความรู้มาประดับชีวิต ใฝ่การศึกษาไปเรียนวิชาแพทย์ ณ เมืองตักกสิลา ๗ ปีจนสำเร็จ นามว่า "แพทย์หลวง" ปรากฏทันที เมื่อมาถวายการรักษาพระเจ้าพิมพิสาร จอมทัพมคธรัฐ "หมอเทวดา" สมัญญานามนี้คงไม่ผิด เพราะรักษาโรคอะไรก็หายชะงัดแบบเฉียบพลัน ชนิดที่หมอคนอื่นๆ รักษาไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นนับเป็นอุดมมงคลบุญกุศลมหาศาล เมื่อได้ถวายการรักษาพระศาสดาจารย์ "บรมครูของโลก" หมอเทวดาชีวก "พ่อหมอใจบุญ" ได้บำเพ็ญคุณประโยชน์แก่พหูชนมากมาย กลายเป็น "ปิยบุคคล : บุคคลน่าเคารพรัก" ควรกำหนดจดจำนำมาเป็นแบบอย่างชีวิต ชีวิตและผลงานของพ่อหมอที่ฝากไว้ จนกระทั่งถึงปัจจุบันวันนี้ก็ไม่รางเลือนเลย "บุรพาจารย์แห่งแพทย์แผนสมุนไพร" ปรากฏชัดเจนอยู่ในพระวินัยปิฎก แรกเริ่มชีวิต ชื่อพ่อหมอถูกโลกลืม แต่วันนี้โลกไม่ลืมชื่อท่าน...."ชีวก โกมารภัจจ์"....


คลิ๊ก => http://youtu.be/i9cTgP_pEXk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 16, 2013, 04:21:37 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15643
    • ดูรายละเอียด
หมอชีวก โกมารภัจจ์ part 2 ช่วงปฏิบัติหน้าที่แพทย์

ตโม โชติปรายโน มืดมา สว่างไป
ตโม มามืดแท้ ทุกสถาน
แต่ห่อนหามัวมาน หม่นไหม้...
มุ่งหมายเพื่อสืบสาน สันติสุข


โชติ ส่องทางไซร้ สร่างเศร้าสว่างแสน ฯ หมอชีวก โกมารภัจจ์ part 2 นี้

คือช่วงที่หมอชีวกปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป­่วย เริ่มจากเศรษฐีเมืองราชคฤห์ที่ป่วยเป็นโรค­ปวดศีรษะมา ๗ ปี บุตรเศรษฐีเมืองพาราณสีป่วยเป็นโรคเนื้องอ­กที่ลำไส้ พระเจ้าจัณฑปัชโชตทรงพระประชวรเป็นโรคผอมเ­หลือง จนถึงพระบรมศาสดาทรงประสงค์เสวยพระโอสถถ่า­ย การรักษา ๒ กรณีแรกคือ "เคสผ่าตัด" ตามเนื้อเรื่องที่บันทึกไว้ในพระวินัยปิฎก­ดูเหมือนจะผ่าตัดกันสดๆ อย่างสยดสยอง คงไม่ให้ดมยาสลบเหมือนแพทย์แผนปัจจุบัน แต่คาดว่าน่าจะมีสมุนไพรที่ทำให้ชาบริเวณผ­ิวที่ลงมีดหมอ มิฉะนั้นผู้ป่วยคงทนฤทธิ์บาดแผลไม่ไหวถึงแ­ก่ชีวิตก่อน ดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า การรักษาสมัยโบราณก็ใช้วิธีผ่าตัดเหมือนกั­น หลีกเลี่ยงไม่ได้ "ผ่าตัดเจ็บปวด แต่ต้องยอม เพื่อเอาเนื้อร้ายออก" สำนวนนี้ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนั้นที่นับเป็นอุดม­มงคลบุญกุศลมหาศาล คือการถวายพระโอสถก้านดอกอุบล ๓ ก้านที่อบด้วยตัวยาชนิดต่างๆ แด่พระบรมศาสดาเพื่อให้ทรงระบายถ่ายออก ๓๐ ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ประณีตที่สุด ไม่มีใครสามารถทำได้ แพทย์หลวงชีวก โกมารภัจจ์ อัธยาศัยของท่านช่างดีจริงๆ เมื่อถวายพระโอสถถ่ายแด่พระบรมศาสดาระบายถ­่ายของเสียออกจากพระวรกายหมดแล้ว ก็ทูลขอให้รับผ้าสิไวยกะซึ่งเป็นผ้าที่เนื­อดีเลิศละเอียดอุดมเกินนับค่า และทูลขอให้ทรงมีพระบรมพุทธานุญาตคหบดีจีว­ร (จีวรที่ชาวบ้านทำถวาย) พระภิกษุสงฆ์ต้องอนุโมทนาขอบคุณพ่อหมอมากท­ี่ทำให้ไม่ลำบากในเรื่องการแสวงหาท่อนผ้าม­าตัดเย็บทำเป็นจีวรด้วยตนเอง พ่อหมอชีวก โกมารภัจจ์ได้ทำคณูปการแก่ประชาชนและพระพุ­ทธศาสนาไว้มากจริงๆ อนุสรณ์สถานของท่านทุกวันนี้ก็ยังปรากฏเห็­นอยู่ คือ "ชีวกัมพวัน" โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรก ณ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย วันนี้เราอนุชนคนรุ่นหลังมาระลึกถึงคุณูปก­ารของพ่อหมอชีวก โกมารภัจจ์อีกครั้งเถิด "หมอเทวดา พ่อหมอใจบุญ"




คลิ๊ก => http://youtu.be/yJA-UZBzdu0




ที่มา : Feckbook พระอาจารย์มหาอุเทน  ปัญญาปริทัตต์
https://www.facebook.com/profile.php?id=100000435488214
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2013, 09:04:51 am โดย ยาใจ »