« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2013, 04:07:36 pm »
หมอชีวก โกมารภัจจ์ part 2 ช่วงปฏิบัติหน้าที่แพทย์
ตโม โชติปรายโน มืดมา สว่างไป
ตโม มามืดแท้ ทุกสถาน
แต่ห่อนหามัวมาน หม่นไหม้...
มุ่งหมายเพื่อสืบสาน สันติสุข
โชติ ส่องทางไซร้ สร่างเศร้าสว่างแสน ฯ หมอชีวก โกมารภัจจ์ part 2 นี้
คือช่วงที่หมอชีวกปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วย เริ่มจากเศรษฐีเมืองราชคฤห์ที่ป่วยเป็นโรคปวดศีรษะมา ๗ ปี บุตรเศรษฐีเมืองพาราณสีป่วยเป็นโรคเนื้องอกที่ลำไส้ พระเจ้าจัณฑปัชโชตทรงพระประชวรเป็นโรคผอมเหลือง จนถึงพระบรมศาสดาทรงประสงค์เสวยพระโอสถถ่าย การรักษา ๒ กรณีแรกคือ "เคสผ่าตัด" ตามเนื้อเรื่องที่บันทึกไว้ในพระวินัยปิฎกดูเหมือนจะผ่าตัดกันสดๆ อย่างสยดสยอง คงไม่ให้ดมยาสลบเหมือนแพทย์แผนปัจจุบัน แต่คาดว่าน่าจะมีสมุนไพรที่ทำให้ชาบริเวณผิวที่ลงมีดหมอ มิฉะนั้นผู้ป่วยคงทนฤทธิ์บาดแผลไม่ไหวถึงแก่ชีวิตก่อน ดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า การรักษาสมัยโบราณก็ใช้วิธีผ่าตัดเหมือนกัน หลีกเลี่ยงไม่ได้ "ผ่าตัดเจ็บปวด แต่ต้องยอม เพื่อเอาเนื้อร้ายออก" สำนวนนี้ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนั้นที่นับเป็นอุดมมงคลบุญกุศลมหาศาล คือการถวายพระโอสถก้านดอกอุบล ๓ ก้านที่อบด้วยตัวยาชนิดต่างๆ แด่พระบรมศาสดาเพื่อให้ทรงระบายถ่ายออก ๓๐ ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ประณีตที่สุด ไม่มีใครสามารถทำได้ แพทย์หลวงชีวก โกมารภัจจ์ อัธยาศัยของท่านช่างดีจริงๆ เมื่อถวายพระโอสถถ่ายแด่พระบรมศาสดาระบายถ่ายของเสียออกจากพระวรกายหมดแล้ว ก็ทูลขอให้รับผ้าสิไวยกะซึ่งเป็นผ้าที่เนือดีเลิศละเอียดอุดมเกินนับค่า และทูลขอให้ทรงมีพระบรมพุทธานุญาตคหบดีจีวร (จีวรที่ชาวบ้านทำถวาย) พระภิกษุสงฆ์ต้องอนุโมทนาขอบคุณพ่อหมอมากที่ทำให้ไม่ลำบากในเรื่องการแสวงหาท่อนผ้ามาตัดเย็บทำเป็นจีวรด้วยตนเอง พ่อหมอชีวก โกมารภัจจ์ได้ทำคณูปการแก่ประชาชนและพระพุทธศาสนาไว้มากจริงๆ อนุสรณ์สถานของท่านทุกวันนี้ก็ยังปรากฏเห็นอยู่ คือ "ชีวกัมพวัน" โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรก ณ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย วันนี้เราอนุชนคนรุ่นหลังมาระลึกถึงคุณูปการของพ่อหมอชีวก โกมารภัจจ์อีกครั้งเถิด "หมอเทวดา พ่อหมอใจบุญ"
คลิ๊ก => http://youtu.be/yJA-UZBzdu0
ที่มา : Feckbook พระอาจารย์มหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์
https://www.facebook.com/profile.php?id=100000435488214
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2013, 09:04:51 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ