ธรรมสามัคคี - ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี
หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนประสงค์ให้เป็นธรรมทานแก่พุทธบริษัทและ ผู้สนใจทุกท่านอย่างแท้จริง
ฉะนั้น หากท่านใดหรือคณะใดมีความประสงค์จะนำไปพิมพ์เผยแพร่เป็นธรรมทานโดยไม่มีการ
เรียกร้องหรือขอรับค่าตอบ แทนไม่ว่าในรูปแบบใดทั้งสิ้น ก็ให้กระทำได้โดยมิต้องขออนุญาติ
ผู้เขียนแต่ อย่างใด เช่นเดียวกับหนังสือเล่มอื่น ๆทุกเล่มที่ผู้เขียนได้เขียนหรือเรียบเรียงขึ้นและ
ได้พิมพ์แจกจ่ายไปแล้ว แต่หากเป็นการพิมพ์เพื่อจำหน่ายหรือมีค่าตอบแทน ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์
ทุก ๆ เล่ม ดังที่ได้ถือเป็นหลักปฏิบัติมา โดยตลอดทั้งนี้ ด้วยเจตนาที่จะเทิดทูนพระศาสนาและ
ครูอาจารย์ตามกำลังด้วยความบริสุทธิ์ใจ
บัว
ธรรมสามัคคี
ความสามัคคีเป็นสิ่งที่โลกต้องการเสมอมา เพราะเป็นธรรมที่มีคุณค่ามาก ยากจะหาอะไรเสมอได้
ตลอดสัตว์นานาชนิดที่ถือความพร้อมเพรียงสามัคคีเป็นชีวิตจิตใจ เช่น พวกมด มีมดแดงเป็นต้น
เขาไม่ยอมให้อะไรเข้าไปรุกล้ำได้เลย เป็นต้องช่วยกันรุมกัดแบบเอาชีวิตเข้าแลกเลยทีเดียว
แม้ตัวเล็กทีท่าไม่น่าเกรงขามก็ตาม แต่ใจที่รักพวกรักรวงรัง รักความสามัคคีและสละชีวิตด้วยความ
พร้อมเพรียง เพื่อทรงหมู่ทรงคณะอยู่ได้นั้น มิได้เล็กไปตามร่างเลย ใครอยากเห็นความสำคัญ
ในความพร้อมเพรียงเพื่อสมบัติคือรวงรัง ไข่ และลูกอ่อนของเขา ก็ลองเอามือหรือไม้ไปแหย่หรือ
จ่อเข้าที่รังเขาดู จะเห็นความคึกคักกล้าหาญในการต่อสู้ของเขาแต่ละตัวจนหมดทั้งรัง แสดงออกมา
ทันทีไม่ชักช้า
ขณะที่เกิดเหตุต่าง ๆ จากศัตรูนั้น ต่างตัวจะตั้งท่าต่อสู้ และวิ่งสับสนอลหม่านเพื่อบอกเหตุอันตราย
แก่กันและกันอย่างไม่ชักช้าเลย เมื่อทราบเหตุตัวอยู่ในรังก็จะรีบออกมาช่วยกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย
ชนิดไม่กลัวตายใด ๆ ทั้งสิ้น ต่างตัวต่างรุมกัดคนละที่ละทางแบบล็อกตายไม่ยอมปล่อยวาง
ถ้าจับก้นตัวที่กัดดึงออก หัวต้องขาดคาติดกับคนโดยไม่ยอมปล่อยวาง อันเป็นลักษณะถอยทัพ
กลับแพ้เลย จะต่อสู้จนตายหรือต้องชนะศัตรูเท่านั้น เป็นความจริงใจของเขาที่เป็นนักต่อสู้
ตัวที่ตายก็ตายไป ตัวที่ยังก็รุมกัดชนิดโหมกันทั้งรัง หากสู้กำลังของศัตรูไม่ไหวก็ยอมตายกัน
ทั้งรังด้วยท่าต่อสู้ ถ้าชีวิตยังมีเหลือตายก็ให้ยังเหลือด้วยกันแบบนักต่อสู้เพื่อชาติของเขา
คำว่าถอยทัพยอมรับความปราชัยพ่ายแพ้ และต่างตัวต่างวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอดนั้นไม่มีใน
พวกมดแดงที่ฝังใจในความรักชีวิตของกันและกันเลย รวงรังและไข่พร้อมลูกอ่อนเป็นที่รวม
แห่งชีวิตและความรักสงวนของเขา ใคร ๆ จะไปแตะต้องไม่ได้ ถ้าไม่อยากเห็นฤทธิ์แห่งความ
เอาจริงเอาจังของเขาที่เป็นชาตินักรบโดยสมบูรณ์แสดงออกในขณะนั้น
มดแดงเป็นสัตว์ที่รักชาติและความพร้อมเพรียงสามัคคีแท้ชาติหนึ่ง มนุษย์เราหาก
ธรรม ๒ ข้อนี้ยังไม่ซึมซาบถึงใจ จึงควรสะดุดใจและนำคติของเขามาปฏิบัติบ้าง
คงจะเป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์มากมาย การขาดคุณธรรม คือความรักกันและความสามัคคีกัน
ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยซึ่งจะควรนอนใจ มดแดงแม้จะไม่มีความรู้ลึกซึ้งกว้างขวางเหมือนมนุษย์
ที่ไปเรียนข้ามทวีปแบกใบประกาศนียบัตรมาอวดกันก็ตาม แต่ความรู้และการกระทำของเขา
น่าสรรเสริญและเป็นคติได้ดี ไม่เพียงสักแต่ว่าเขาเป็นมดที่อยู่ใต้อำนาจแห่งการเย่อหยิ่ง
และเบียดเบียนทำลายของผู้หาความรู้สึกตัวและเมตตามิได้ ทั้งที่ตัวเองสู้เขาไม่ได้ในคุณธรรม
บางประเภทดังกล่าวมา การรักษาสมบัติมีรังเป็นต้น เขารักษาตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน
มิได้ประมาท นอนขับกล่อมกันอยู่ในรังคอยอันตรายด้วยความเพลิดเพลินจนลืมตัว
เขามีการอยู่เวรกันเป็นประจำและเที่ยวตรวจตราตามบริเวณรอบรังมิได้ขาด อยู่ที่ปากรังบ้าง
ตามบริเวณข้างนอกรังทั่ว ๆ ไปบ้าง เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นเขาจะวิ่งถึงกันเพื่อบอกเหตุทันที
แล้วพร้อมกันออกตรวจตราต่อสู้ การหากินก็แบ่งกันไปเป็นพวก ๆ เมื่อได้อาหารมาก็กินด้วยกัน
ไม่มีการแย่งชิงกันกิน และไม่มีการแอบซ่อนอาหารไว้กินลำพังตัวเดียว ไม่รังแกกันทั้งตัวเล็ก
ตัวใหญ่ เวลามีเหตุอันตรายเกิดขึ้นก็ช่วยกันต่อสู้ด้วยความกล้าหาญชาญชัย ไม่หวาดกลัว
ท้อถอยหรือหลบหลีกปลีกหนีเอาตัวรอดว่าเป็นยอดดี โดยปล่อยให้เพื่อน ๆ ตาย อาการทุกอย่าง
ของเขาดังกล่าวมา มนุษย์เรายังอาจสู้เขาไม่ได้ ซึ่งน่าอับอายที่ความรู้ความสามารถมีมาก
แต่สู้สัตว์ เช่น มดแดงไม่ได้
ผู้เขียนยิ่งตัวขี้ขลาดหวาดกลัวที่สุด ไม่มีใครในโลกที่ว่าขี้ขลาดอ่อนแอจะมาหาญสู้ได้
ถ้าไม่อยากแพ้บนเวทีขี้ขลาดของคนไม่เป็นท่า ฉะนั้นเมื่อพูดถึงความบกพร่องแห่งคุณธรรม
ที่สู้มดไม่ได้ จึงอดที่จะเอาเรื่องของตัวออกมาตีแผ่ไม่ได้ เพื่อท่านผู้อ่านทั้งหลายได้ทราบ
บ้างว่า พระขี้ขลาดอ่อนแอก็ยังมีในศาสนาถึงกับใครมาแข่งไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นความ
ขยันหมั่นเพียร ความกล้าหาญชาญชัยที่น่าชมเชยแล้ว ยอมแพ้แต่ยังไม่ขึ้นเวที
ความสามัคคีตามหลักธรรมท่านกล่าวไว้ว่า เป็นรากฐานแห่งความมั่นคงของหมู่คณะ
ตลอดคนทั้งชาติ มีความสามัคคีเป็นพื้นฐานรับรองไว้ หากขาดความสามัคคีเสียอย่างเดียว
แม้แต่ร่างกายก็ทนอยู่ไม่ได้ ย่อมแตกสลายอย่างไม่มีปัญหา แต่ความสามัคคีจะมีได้โดยสมบูรณ์
ต้องอาศัยแต่ละคนเห็นความสำคัญของส่วนรวมที่อาศัยกันอยู่ ไม่เห็นว่าสำคัญเฉพาะตัวคนเดียว
เมื่อคนเราเห็นความสำคัญของกันและกัน ว่ามีคุณค่าเสมอกันในความเป็นมนุษย์ที่อาศัยกัน
การแสดงออกย่อมไม่เป็นภัยต่อกัน นอกจากเป็นคุณถ่ายเดียวเท่านั้น ไม่เป็นคนเห็นแก่ตัวจัด
อันเป็นเหตุให้เอารัดเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ และเป็นเครื่องส่งเสริมความโลภมากไม่มีขอบเขต
เหตุผล เล็งเห็นแก่ได้ถ่ายเดียวอันเป็นช่องทางให้หลวมตัว จนลืมเพื่อนมนุษย์ว่าเป็นอะไรไป
คนเราจะมีความร่ำรวยและเสวยสุขอยู่คนเดียว ในท่ามกลางแห่งความทุกข์ร้อนของผู้อื่น
เป็นจำนวนมากนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ หากเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ปราชญ์ท่านคงสอนให้ตั้ง
บ้านเรือนบนศีรษะมนุษย์มานานแล้ว
ความเห็นแก่ตัวจัดอันเป็นมิตรสหายของความโลภไม่มีเพียงพอนี้ นอกจากเป็นภัยแก่ตัว
อย่างลึกลับที่เจ้าตัวไม่อาจมองเห็นแล้ว ยังเป็นภัยแก่ผู้อื่นอย่างไม่มีประมาณ ท่านจึงสอน
ให้ละให้ปล่อยวางพอมีทางเย็นใจบ้าง สำหรับตัวเองและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันซึ่งเป็นสัตว์
ขี้ขลาดอยู่คนเดียวไม่ได้ จะได้เห็นคุณค่าของกันและกันพออยู่กันได้เป็นผาสุก คนเราอาศัย
ใครและสิ่งใด ควรถือผู้นั้นและสิ่งนั้นเป็นสำคัญ ไม่เหยียบย่ำทำลายอันเป็นลักษณะ
คนเนรคุณไม่มีความเจริญจีรังถาวร
อยู่เรือนให้รักษาเรือน หมั่นปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาดน่าอยู่อาศัยหรือหลับนอน ใช้เสื้อผ้า
เครื่องนุ่งห่มเครื่องใช้สอยต่าง ๆ ให้หมั่นชะล้างซักฟอกและเก็บรักษาด้วยดี ไม่ทิ้งเกลื่อนกลาด
สาดกระจายอันเป็นความเสียหายแก่สิ่งของและตัวเราเอง ทั้งเป็นการส่อนิสัยว่าไม่เอาไหน
ไปอยู่กับใครก็ทำความหนักใจแก่ผู้รับให้อยู่ด้วย จนกลายเป็นคนโลกแคบแม้แผ่นดิน
ถิ่นอาศัยมีอยู่มาก
อาศัยเมืองซึ่งเป็นสถานที่ของคนหมู่มาก ก็ให้ช่วยกันรักษาสถานที่อยู่และทำเลค้าขาย
ตลอดถนนหนทางตรอกซอยที่ไปมาหาสู่กัน อย่าทิ้งอะไรให้เกลื่อนกลาดและทำให้สกปรก
รกรุงรัง คอยแต่เทศบาลจะมาเก็บกวาดรักษาให้ เทศบาลก็คนเราก็คน ทำให้สกปรกก็ยังทำได้
ส่วนทำให้สะอาดทำไมจึงทำไม่ได้ต้องคอยเทศบาล หรือกลัวเทศบาลจะปรับไหมใส่โทษเอา
ถ้าทำดีดังที่ว่าหากเทศบาลจับไปลงโทษก็กรุณาไปบอกผู้เขียน จะพามาเดินขบวนว่ะ สิ่งเหล่านี้
เข้าใจว่าต้องทำได้ ถ้าไม่ทอดธุระเพราะความขี้เกียจเสียอย่างเดียว
อนึ่งสิ่งใดที่เป็นสมบัติส่วนรวม อย่าคะนองมือคะนองเท้าไปแตะต้องเตะถีบทำลาย จะกลายเป็น
ตัวบุ้งตัวหนอนทำลายบ้านเมือง ซึ่งเป็นของมีค่าสำหรับอาศัยแห่งคนในชาติ ไปบ้านใดเมืองใด
ให้ถือเหมือนถิ่นฐานบ้านเรือนของตน จะกันความคะนองต่าง ๆ และดัดนิสัยที่เคยเป็นมาเสียได้
ต่างคนต่างอยู่อาศัย ต่างคนต่างรักษาทั่วประเทศเขตแดน ความสง่างามน่าดูตลอดความมั่นคง
หากเกิดขึ้นเองจากต่างคนต่างบำรุงรักษา ชาติเป็นของคนไทยทุกคน สมบัติของชาติเป็นของ
ทุกคนที่อาศัย จึงควรช่วยกันบำรุงรักษาให้จีรังถาวร
ปกตินิสัยแล้วต้องขออภัยหากผิดพลาดจากความเป็นจริง คนไทยเราส่วนมากนับผู้เขียนด้วย
คนหนึ่ง มักมีนิสัยชอบสะดวกมักง่าย ซึ่งออกมาจากความขี้เกียจนั่นเอง ทำอะไรจึงมักเอา
ความสะดวกเข้าว่ากัน ส่วนผลจะเป็นอย่างไรไม่ค่อยคำนึง สุดท้ายก็เป็นทำนองสุกเอาเผากิน
สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ กฎหมายข้อบังคับระเบียบต่าง ๆ ฯลฯ ที่ตราไว้สำหรับคนไทยเป็นส่วนมาก
เพราะเป็นเจ้าของประเทศ ซึ่งคนไทยเป็นผู้ตราเสียเอง ตลอดพระธรรมวินัยที่ทรงประทานไว้
ด้วยความถูกต้องดีงามสำหรับสัตวโลก และคนไทยที่เป็นชาวพุทธนำมาปฏิบัติ เพื่อความสงบสุข
แก่ตนและส่วนรวม แต่ก็ไม่พ้นที่จะเอาความสะดวกมักง่ายตามใจตัวขี้เกียจเข้าไปทำลาย
ผลที่ได้รับก็คือความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้ละเมิดนั่นแล นอกจากนั้นยังทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน
เสียหายไปด้วยเพราะความสะดวกตามใจชอบเป็นผู้นำ
กาลใดที่จิตใจประชาชนห่างเหินจากศีลธรรม กาลนั้นความเดือนร้อนวุ่นวายนับวันทวีรุนแรงยิ่งขึ้น
ลำพังกฎหมายเพียงอย่างเดียวซึ่งบังคับแต่ภายนอก คือกายวาจาเท่านั้น ย่อมไม่อาจให้
ความสงบสุขแก่หมู่ชนได้เท่าที่ควร หากจิตใจคนเข้าใกล้ชิดสนิทกับศีลธรรม มีธรรมเป็นเครื่อง
ปกครองใจ ย่อมไม่คิดไม่ทำในสิ่งที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น นอกจากมีความเมตตา
สงสารเข้าเคลือบแฝง เพื่อความสงเคราะห์อนุเคราะห์แก่ผู้อื่นเท่านั้น คนที่ประพฤติทุจริตต่างๆ
เช่น ลักขโมยปล้นจี้ แย่งชิงวิ่งราว ฉ้อราษฎร์บังหลวง คดโกงรีดไถเหล่านี้ เป็นการประกาศ
อยู่ในตัวว่าไม่มีศีลธรรมภายในใจและความประพฤติบ้างเลย คนไม่มีศีลธรรมในใจนั่นแล
มักก่อเรื่องราวต่าง ๆ ให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่หมู่ชนอยู่เสมอมา
ดังนั้นศาสนาจึงมิใช่เรื่องเล็กน้อย แต่ศาสนาเป็นทั้งทำนบกั้นความรั่วไหลแตกซึมแห่ง
ทรัพย์สมบัติ ไม่ให้รั้วไหลไปในทางไม่เกิดประโยชน์และเกิดโทษแก่เจ้าของ เป็นทั้งกำแพง
กั้นจิตใจความประพฤติให้เดินออกตามช่องทางแห่งศีลธรรมที่เปิดไว้ ว่าทางนั้นถูกต้อง
ชอบธรรม อันเป็นทางสมหวังดังใจหมายไม่เป็นอื่น ทางนั้นไม่ควรดำเนินจะนำทุกข์ร้อน
มาสู่ตัวและผู้อื่นไม่มีประมาณทั้งปัจจุบันและอนาคต เป็นทั้งเพื่อนสนิทมิตรอันตายใจ
ตามหลักธรรมว่าพระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ให้ตกไปในที่ชั่วและให้เกิดสุข
ชนิดไม่มีใครสามารถหยิบยื่นให้ในโลก แม้พ่อแม่ บุตรธิดา สามีภรรยา ที่ถือว่ารักกัน
ยิ่งกว่าใครและสิ่งใด ๆ ในโลกก็ไม่อาจหยิบยื่นให้ได้ เพื่อนใจของเราคือธรรม ธรรมคือ
แก้วสารพัดนึกของผู้มีความดีที่ได้สร้างไว้แล้วไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน เป็นทั้งกล้องส่องทาง
ทั้งใกล้และไกล ให้ผู้ปฏิบัติบำเพ็ญเห็นสิ่งต่าง ๆ ทั้งโลกเมืองคน ทั้งโลกเมืองผี ทั้งโลก
แห่งเทวดาอินทร์พรหม กระทั่งโลกุตระอันสูงสุด สิ่งกำบังทั้งหลายที่มวลสัตว์มัวเมา
ได้แก่เจ้าจอมมืดคืออวิชชา ที่หุ้มห่อจิตใจอย่างมืดมิดมองไม่เห็นสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย
ซึ่งมีอยู่กับตัว จำต้องลูบคลำไปตามยถากรรม ธรรมเป็นเครื่องกำจัดความมืดบอดเหล่านี้
ได้เป็นอย่างดีตามกำลังของความเพียรพยายาม ผู้มีความเพียรกล้าก็สามารถกำจัดได้
โดยสิ้นเชิง เหลือเฉพาะดวงใจที่บริสุทธิ์กับวิมุตติพระนิพพาน เป็นคู่เคียงกันภายในใจดวงเดียว
ฉะนั้นศาสนธรรมจึงเป็นที่พึ่งของสัตวโลก มีมนุษย์เป็นฐานสำคัญ โดยไม่เลือกชาติชั้น
วรรณะ ไม่เลือกคนมีคนจน คนโง่คนฉลาด เมื่อยึดธรรมเป็นที่พึ่ง ธรรมย่อมเป็นที่พึ่ง
ได้ตลอดไป การดำเนินการครองชีพทุกแขนง เช่น การจ่ายไม่รู้จักประมาณว่าควรไม่ควร
จ่ายดะไปไม่มีขอบเขตเหตุผล จ่ายจนเป็นนิสัยที่เรียกว่านักจ่าย จ่ายจนเสียคนและเงินไม่มี
ค้างกระเป๋า เหล่านี้เรียกว่าความเหลิงในธรรม ความตระหนี่ถี่เหนียวจนตัวเองก็ยอมอดอยาก
ทั้งที่สมบัติมีอยู่ ตระหนี่จนเข้ากับใครไม่ได้ คบกับใครเขาก็รังเกียจ สมบัติมีมากน้อยแทนที่
จะเกิดประโยชน์ แต่กลับเป็นที่เกาะของความตระหนี่ไปจนวันตาย ก็เพราะความขาดธรรม
เครื่องวิจารณ์ จึงไม่มีสติปัญญา คิดทำสมบัติให้เกิดประโยชน์ได้
เพราะความไม่มีธรรมจึงมักมีแต่ข้าศึกคือกิเลสย่ำยีอยู่รอบด้าน ทั้งที่โลกเขายกย่องว่า
มีความสุข แต่ตัวเองกลับตกนรกหลุมลึกลับภายในใจไม่มีใครทราบได้ นอกจากเจ้าตัว
เพียงคนเดียว เพราะความมีธรรมจึงพอจะทราบหรือทราบเรื่องนรกหลุมลึกลับนี้ได้ดี
โดยไม่ต้องถามใครให้เสียเวลาและประกาศความโง่ของตัวให้โลกรำคาญเปล่า ๆ
ระหว่างคนตระหนี่ถี่เหนียวกับคนที่มีน้ำใจกว้างขวางชอบสงเคราะห์ให้ทาน ย่อมมีความสุข
ภายในใจผิดกันอยู่มาก ตลอดผิวพรรณ วรรณะก็ต่างกัน ระหว่างเพื่อนฝูงของคนทั้งสอง
ก็มีมากน้อยต่างกันราวฟ้ากับดิน หินกับเพชรทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ธรรมท่านจึงสอนให้คนมีใจกว้างขวาง ด้วยเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์
ทั้งหลาย อย่างน้อยก็เพื่อความสมานความสนิทชิดชอบต่อกัน ยิ่งกว่านั้นมนุษย์และสัตว์
ทั้งหลายรักชอบ ให้ความเคารพนับถือ ไม่เป็นภัยต่อผู้ใด ไปที่ใดก็เป็นสุคโต ให้ความหวัง
และความพึ่งพิงร่มเย็นแก่เพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั่วไป ผิดกับความคับแคบถี่เหนียวที่มีแต่
ความโลภคอยลิดรอน รีดไถ เอารัดเอาเปรียบผู้อื่นเป็นนิสัย ไปที่ใดไม่ค่อยมีผู้อยากคบค้า
สมาคม เพราะกลัวเป็นเหยื่อที่ถูกเคี้ยวกลืนราวกับเมี่ยง คนเรามีหัวใจแม้จะแสนโง่เขลา
เบาปัญญาเพียงไรก็อดทราบไม่ได้เมื่อถูกลิดรอนต้มตุ๋นบ่อยๆ เนื่องจากส่วนมากคนโง่
และคนซื่อสัตย์สุจริตมักเป็นเหยื่อของคนประเภทร้อยสันพันคมกินไม่เลือกอยู่เสมอ
ในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อแต่ไหนแต่ไรมา
ความเห็นแก่ตัวเป็นเครื่องทำลายญาติมิตรเพื่อนฝูง ความสามัคคีและสังคมตลอดความมั่นคง
ของชาติ ให้ร้าวรานแตกแยกจนถึงขั้นแตกทลายได้โดยไม่สงสัย ดังจะเห็นได้จากส่วนย่อย
ไปถึงส่วนใหญ่ เช่น ในวงงานบริษัทห้างร้านที่รวมกำลังกันดำเนินกิจการต่าง ๆ ตามเป้าหมาย
แต่คนในวงงานเชื่อถือกันไม่ได้ คอยแต่จะเจาะจะไชสมบัติส่วนรวมให้รั่วไหลแตกซึม
เพราะความเห็นแก่ตัวเป็นเครื่องบั่นทอนและทำลาย สุดท้ายก็ล้มละลายไปไม่รอด
ดังนั้นท่านผู้เห็นการณ์ไกลของโลกที่รวมกันอยู่เป็นหมู่เป็นคณะ เป็นบ้านเมือง เป็นประเทศ
จะได้อยู่กันเป็นผาสุกร่มเย็น ปราศจากภยันตรายต่าง ๆ มีความเห็นแก่ตัว เป็นต้น
จึงสอนให้สละละวางภัยอันนี้ที่จะคอยขวางและทำลายผู้อื่นได้อย่างกว้างขวาง
และสอนให้มีความสามัคคีในระหว่างเพื่อนฝูงและกิจการต่าง ๆ ทั่วประเทศเขตแดน
ที่มนุษย์ยังอาศัยกันอยู่ ให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง เพราะความสามัคคีเป็นกำลังสำคัญของ
หมู่ชนทุกชาติ จะเว้นเสียมิได้ถ้าไม่อยากเห็นชาติล่มจม ในธรรมมีว่า
สามัคคี สามัคคานัง ตโป สุโข
ความพร้อมเพรียงของหมู่ชนเป็นเครื่องทำลายอุปสรรคต่าง ๆ ให้เกิดสุข
มีต่อ.....