« ตอบ #17 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2014, 07:30:34 am »
กินผลไม้ไทย ... ได้อะไรมากกว่าที่คิด
ผลไม้ที่ปลูกในประเทศของเรานั้น มีหลากหลายชนิด หลากหลายรสชาติ สาวๆที่ต้องการรักษารูปร่างก็อาจเลือกทานผลไม้รสไม่หวานนักในมื้อเย็นแทนการทานข้าวหรืออาหารหนัก
ส่วนใครที่ไม่ต้องกังวลเรื่องรูปร่างก็สามารถทานผลไม้ได้ทุกชนิดตามชอบ แต่ไม่ว่าเราจะชอบผลไม้ชนิดใดเป็นพิเศษ ก็ควรที่จะเลือกทานให้หลากหลาย เพราะผลไม้แต่ละชนิดล้วนแต่มีประโยชน์เฉพาะตัว
เราลองมาดูกันว่า ผลไม้ที่เราทานอยู่ทุกวัน แต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
สับปะรด ลดอาการอักเสบ
เนื่องจากมีเอนไซม์บรอมีเลน ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายตัวยาแอสไพริน จึงช่วยลดอาการอักเสบ ลดการจับตัวของเกล็ดเลือดได้
นอกจากนี้ ใครที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะอาหาร หรือแน่นท้องหลังทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ให้ลองทานสับปะรดตามหลังดู จะลดช่วยอาการแน่นท้องได้
กล้วย ช่วยคลายเครียด
กล้วยเพียงแค่ลูกเดียวก็ให้วิตามินบี 6 มากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันแล้ว และวิตามินบี 6 นี่แหละที่จะไปเปลี่ยนกรดอะโมโนทริปโตฟานให้กลายเป็นเซโรโทนิน (สารสื่อประสาทต้านเครียด) ช่วยให้เราอารมณ์ดี ผ่อนคลาย มีสมาธิขึ้น
นอกจากนี้ กล้วยยังเป็นแหล่งของโพแทสเซียมชั้นเลิศที่จะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตด้วย
มะม่วงสุก ลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งเต้านม
อุดมไปด้วย "แคโรทีนอยด์" ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด แต่ที่สาว ๆ ต้องให้ความสนใจก็คือ โรคมะเร็งเต้านม
โดยการศึกษาจาก International Journal of Cancer เมื่อปี 2009 พบว่า ผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนที่ทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์มากกว่า 2 หน่วยบริโภคต่อวัน สามารถลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งเต้านมลงได้ถึง 17% เพราะแคโรทีนอยด์จะไปรบกวนฮอร์โมนเอสโตรเจนอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งเต้านม
แต่อย่างไรก็ตาม สารแคโรทีนอยด์นี้จะไม่มีผลกับผู้หญิงที่หมดประจำเดือนไปแล้ว นั่นก็เป็นเพราะผู้หญิงวัยทองจะมีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมาน้อยมากแล้วนั่นเอง ว่าแล้วก็ลองหยิบมะม่วงสุกสักครึ่งลูกมาหั่นแล้วทานกับสลัดในมื้อเที่ยงก็อร่อยแล้วล่ะ
มะละกอ ปกป้องหัวใจ
มีวิตามินซีสูงมากถึง 70 มิลลิกรัมต่อปริมาณ 100 กรัม และยังมีวิตามินอี วิตามินเอ ซึ่งเป็นสารที่มีความสำคัญในการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระของคอเลสเตอรอล ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น ถ้าอยากให้สุขภาพใจแข็งแรง ลองหยิบมะละกอมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทานกับโยเกิร์ต จะได้ประโยชน์จากสารแอนตี้ออกซิแดนท์เกินร้อยเลยล่ะ
เงาะ แก้ท้องร่วง เสริมภูมิคุ้มกัน
เปี่ยมไปด้วยวิตามินบี ธาตุเหล็ก แมงกานีส สามารถแก้อาการท้องร่วงชนิดรุนแรงได้
นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีสูงจึงช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยรักษาอาการอักเสบในช่องปาก
ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรทานเงาะมากเกินไป เพราะในเงาะมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร ดังนั้น ถ้าใครกินเข้าไปมากอาจจะมีอาการท้องอืด ท้องผูก ตามมาได้
มังคุด สุดยอดผลไม้ของหญิงตั้งครรภ์
อุดมไปด้วยวิตามินบี และสารโฟเลตที่ช่วยบำรุงครรภ์ นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ ธาตุเหล็ก และวิตามินซีที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง บำรุงกระดูกและฟัน
นอกจากนี้ การศึกษาหลาย ๆ ชิ้นยังพบว่า มังคุดมีสรรพคุณดีเลิศต่อสุขภาพอีกมาก ไม่ว่าจะช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ มีฤทธิ์ช่วยขยายตัวของหลอดเลือด จึงช่วยลดความดันโลหิตได้ มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของไขมันตัวร้าย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีก รวมถึงยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อีกหลายชนิด
น้อยหน่า รักษาผิวหนัง
มีไฟเบอร์สูงอย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังมีวิตามินซีสูงถึง 60% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน และยังมีแมงกานีสสูง จึงช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส เส้นผมเป็นเงางาม ดวงตาใสปิ๊ง ช่วยรักษาโรคหอบหืด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องผิวหนัง น้อยหน่าก็ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยรักษากลาก เกลื้อน หิด เหา ได้ด้วย ด้วยการนำเมล็ดหรือใบน้อยหน่ามาคั้นน้ำ แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็น จะช่วยรักษาโรคผิวหนัง สมานแผลต่าง ๆ ได้ แต่ต้องระวังอย่าให้เข้าตา หรือริมฝีปาก เพราะอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อน ระคายเคือง
มะเฟือง ช่วยหลับสบาย
มะเฟืองสดลูกขนาดกลางให้พลังงานเพียง 28 แคลอรี่ แถมยังให้โพแทสเซียม ไฟเบอร์ และวิตามินซีสูง ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เป็นยาระบายแก้ท้องผูก ช่วยขับเสมหะ แก้ร้อนในได้ ส่วนใครชอบเครียดบ่อย ๆ นอนก็ไม่ค่อยหลับ มะเฟืองก็คือผลไม้ที่คุณต้องลิ้มลอง เพราะมีสารแอนไฮโดรบาราคลอช่วยคลายความเครียด บรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่าน เพิ่มเติมด้วยสารอัลคาลอยด์ ที่ช่วยให้หลับสบายขึ้น ตบท้ายด้วยวิตามินบี 2 ซึ่งจะช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม มะเฟืองมีกรดออกซาลิกสูง จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่ต้องฟอกไต เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ รวมทั้งผู้ที่กำลังทานยาลดไขมัน และยาคลายเครียด ก็ไม่ควรทานมะเฟืองเช่นกัน
ขนุน บำรุงสายตา
เปี่ยมไปด้วยวิตามินซี และแมงกานีส ที่จะช่วยบำรุงกระดูก ตับ ตับอ่อน และไต แถมยังเป็นสารสำคัญที่ช่วยดูแลสมอง ระบบประสาท เสริมภูมิต้านทานร่างกาย และยังให้วิตามินเอ ลูทีน ซีแซนทีน ที่มีประโยชน์โดยตรงต่อดวงตา ช่วยในเรื่องของการมองเห็น ป้องกันอาการตาบอดกลางคืนด้วย
นอกจากนี้ ยังมีสารลิกแนน ไอโซฟลาโวนอยด์ และสารซาโปนิน ที่จะช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งอีกต่างหาก
ลำไย บำรุงหัวใจ ปราบอาการปวด
เป็นผลไม้ที่ให้น้ำมากถึง 80% แถมยังมีสารอาหารดี ๆ อย่างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แร่ธาตุ วิตามินอีกไม่น้อย จึงช่วยปราบโรคได้สารพัด โดยเฉพาะบรรเทาอาการปวด แก้ข้ออักเสบ ช่วยให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเป็นปกติ สรรพคุณดี ๆ แบบนี้ ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงนำสารสกัดเมล็ดลำไยมาผลิตเป็นครีมนวดแก้ปวด
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยพบว่า ลำไยมีสารออกฤทธิ์ยับยั้งความเป็นพิษของสารก่อมะเร็ง และช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ขณะที่ทางการแพทย์แผนจีนก็บอกว่า ลำไยมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ผิวพรรณ ช่วยย่อยอาหาร แก้เครียด นอนไม่หลับ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ควรทานมากเกินไป เดี๋ยวจะร้อนในเอาได้
ของดีมีประโยชน์นั้น ก็ให้โทษได้ถ้าเรากิน-ใช้มากเกินไป อย่างไรก็ตามควรคำนึงถึงความพอเหมาะด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์
และ Feckbook ใครไม่ป่วยยกมือขึ้นhttps://www.facebook.com/pages/%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99/197330951082?fref=photo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2014, 07:42:03 pm โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ