ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ  (อ่าน 57843 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
รสยาจากผักพื้นบ้านบ่งบอกสรรพคุณ
« ตอบ #30 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2014, 07:47:38 am »



ขอบคุณ ASTV ผู้จัดการ

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #31 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2014, 10:18:01 am »






ขอบคุณที่มาของข้อมูล


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2014, 10:20:45 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
ใครบ้างที่ไม่ควรดื่มชา
« ตอบ #32 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 01:19:39 pm »



ขอบคุณ  ASTV ผู้จัดการออนไลน์

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #33 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2014, 05:18:00 am »




วารสารทางการแพทย์ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ยกย่องคุณประโยชน์ให้ข้าวโพดสีม่วง มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก
มี"สารแอนโทไซยานินส์" (Anthocyanins) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีหลายเท่า

และยังมีสารตัวเด่นอีกตัว คือ Cyanidin-3-o-glycoside หรือเรียกง่ายๆว่า "C3G" ซึ่งถูกนำมาศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระกับวิตามินอี พบว่า C3G มีความสามารถเหนือกว่าวิตามินอีถึง 3.5 เท่า มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ และเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดง ชะลอการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังมีสารช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็ง ต่างๆ ได้อีกด้วยค่ะ




ขอบคุณที่มา: WH Thailand
Feckbook รพ.กรุงเทพ
https://www.facebook.com/bangkokhospitalnetwork?fref=ts
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 25, 2014, 05:20:48 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #34 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2014, 10:23:54 am »



เชอรี่ไทย : ผลไม้อารมณ์ดี ลดการอักเสบ

ผลไม้สีแดงสด รสเปรี้ยว มีกลิ่นหอม สารที่มีอยู่ในเชอรี่ไทย คือ สารในกลุ่มแอนโธไซยานิน ช่วยลดการอับเสบ การเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ รับประทานเป็นประจำจะมีอารมณ์ดี กระปรี้กระเปร่า และช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้นสำหรับผู้มีอาการท้องผูก


ที่มา : Feckbook หมอชาวบ้าน
https://www.facebook.com/folkdoctorthailand?fref=ts

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #35 เมื่อ: กันยายน 12, 2014, 07:42:21 am »



งาดำ ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อม

งาดำถือว่าเป็น ธัญพืชชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณมากายนับไม่ถ้วนและในปัจจุบันนี้ยังไม่มีการวิจัยไหนที่หาประโยชน์ในงาดำหมด งาดำมีถิ่นกำเนิดในประเทศโอธิโอเปียถูกนำเข้ามเอเชียในครั้งแรกที่ประเทศจีนจากนั้นก็แพร่หลายมาเรื่อยจนมาถึงประเทศไทย ก็ได้นิยมนำงาดำมาเป็นส่วนประกอบอาหารโดยเฉพาะอาหารหวาน ขนมต่างๆมักจะนิยมนำงาดำมาโรยหน้าขนมและในปัจุบันนี้ ได้มีการนำงาดำมาทำเป็นเครื่องดื่มโดยเฉพาะ น้ำนมถั่วเหลืองผสมงาดำพบว่าเมื่อเทียบกำน้ำมะเขือแล้วน้ำนมถั่วเหลืองผสมงาดำมี สรรพคุณต้านอนุมูลอิสระมากกว่าน้ำมะเขือเทศถึง20เท่า นอกจากนี้ในวงการสปาก็ได้มีการ สกัดน้ำมันจากงาดำเพราะในงาดำมีสรรพคุณที่ช่วยให้ผ่อนคลายจากการทำงานหนักของกล้ามเนื้อและยังช่วยรักษาอาการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ดีอีกด้วยและในปัจจุบันยังมีการ วิจัยเพื่อหาสรรพคุณอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่นวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีงาดำเป็นปัจจัย

สำหรับประโยชน์ของงาดำนั้น งาดำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum orientale L. อยู่ในวงศ์ Pedaliaceae ชื่อสามัญคือ sesame มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเอธิโอเปีย และถูกนำเข้าไปยังอินเดียและแพร่ต่อไปในจีน แอฟริกาเหนือ เอเซียใต้ และทวีปอเมริกา ซึ่งงาดำมีประโยชน์อย่างมาก การบริโภคงาดำเป็นประจำ จะช่วยให้นอนหลับ กระปรี้กระเปร่า ป้องกันโรคเหน็บชา บำรุงกระดูก ป้องกันอาการท้องผูก ลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร และช่วยบำรุงรากผม

ส่วนประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือ ถ้าใช้น้ำมันงาดิบนวดตัวในตอนเช้าก่อนอาบน้ำ จะช่วยปรับระบบประสาทและระดับฮอร์โมน ให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ช่วยคลายเครียดทำให้จิตใจสงบ และยังสามารถนำน้ำมันงาดิบไปใช้นวดตัว เพื่อขจัดอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเข่า เล็ดขัดยอก และทำให้กล้ามเนื้อไม่เหี่ยวย่น ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

"เซซามีล" คืออะไร สารสำคัญใน "งาดำ"
เซซามิน เป็นสารลิกแนน ( lignans ) ชนิดหนึ่งในงาดำซึ่งมีปริมาณมากที่สุด สารดังกล่าวคือสารชีวโมเลกุลที่ทำหน้าที่ป้องกันตัวเองจากศัตรูพืช รายงานวิจัยที่ผ่านมามากมายต่างค้นพบว่า สารเซซามินมีคุณสมบัติทางชีวภาพสูงมาก สามารถสรุปได้ดังนี้

คุณประโยชน์ของ “สารเซซามิน” และแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ ในน้ำมันงาดำ 8 ประการคือ

1. ช่วยต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อกระดูกอักเสบ โรคข้อเสื่อม และอีกหลายโรคร้ายสำคัญ (Anti-inflammatory Effect) สารเซซามินในน้ำมันงาดำช่วยยับยั้งไอแอลวันเบต้า (Interleukin-1 Beta, IL-1 Beta) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้กระดูกอ่อนสลาย ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคเบาหวาน ฯลฯ ช่วยในการกำจัดสารพิษของตับ ทำให้ตับทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในน้ำมันงาดำยังมีวิตามินอี กรดไขมันโอเมก้า 3 ธาตุสังกะสี ทองแดง ฯลฯ ที่ช่วยต้านการอักเสบได้ดี

2. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Effect)
อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคร้ายและการเสื่อมของร่างกาย ด้วยในน้ำมันงาดำประกอบไปด้วยสารเซซามิน วิตามินอี ธาตุสังกะสี วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 9 ทองแดง ไอโอดีน ใยอาหาร ฯลฯ ซึ่งสำคัญต่อการช่วยต้านอนุมูลอิสระ

3. ช่วยเสริมในการทำงานของวิตามินอี (Enhancement of Vitamin E)
ทำให้ชะลอความชรา ไม่แก่เร็ว ไม่ป่วยเป็นโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากมีสารเซซามิน ธาตุสังกะสี ฯลฯ ที่ช่วยเสริมการทำงานของวิตามินอีให้ดียิ่งขึ้น

4. ลดปฏิกิริยาความเครียดระดับเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆ (Effect on Hypoxic and Oxidative Stresses)
ทำให้คลายเครียด นอนหลับสบาย ส่งผลให้ระบบการทำงานในร่างกายดีขึ้นโดยรวม โดยสารเซซามิน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุสังกะสี แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฯลฯ ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในน้ำมันงาดำจะไปช่วยคลายความเครียดและกระตุ้นการทำงานในเนื้อเยื่อต่างๆ

5. ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล (Reduce of Cholesterol)
ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง ช่วยกระตุ้นประสาทเรื่องการหดตัวของกล้ามเนื้อและการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นไปอย่างปกติ เนื่องจากสารสำคัญในน้ำมันงาดำ เช่น สารเซซามิน กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน กรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมันโอเมก้า 9 ฯลฯ มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล

6. ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Effect on Fatty Acid Oxidation)
ลดความอ้วนแบบธรรมชาติ ปลอดภัย เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ โดยในน้ำมันงาดำมีสารเซซามิน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ที่ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Fat Burn)

7. ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ในระบบประสาท (Neuroprotective Effect)
ทำให้สมองทำงานดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ความจำเสื่อม เพราะมีสารสำคัญอย่างเซซามิน ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฯลฯ ที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของระบบประสาท

8. ทำให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนที่พอดี (Hypolipidemic Effect)
ช่วยดูแลเกี่ยวกับเรื่องของอัตราส่วนของไขมันในร่างกาย ลดปริมาณของคอเลสเตอรอล มีไขมันดีมากขึ้น ป้องกันโรคหัวใจ ลดความดันโลหิตสูงได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากสารสำคัญในน้ำมันงาดำ เช่น สารเซซามิน กรดไขมัน โอเมก้า 3 กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมันโอเมก้า 9 ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนที่พอดี


ขอบคุณข้อมูลจาก http://ai24ok.com/IMMURA-SESAMEAL.php
ขอบคุณรูปภาพจาก nanahealth.com

ขอบคุณ Feckbook : ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น
https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99/197330951082?fref=photo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2014, 07:47:06 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #36 เมื่อ: กันยายน 18, 2014, 06:02:55 pm »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #37 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2014, 03:25:43 pm »




น้ำตะไคร้ ขับลม แก้ท้องอืด....

ตะไคร้พืชล้มลุกที่พบประจำในครัวเรือนไทย นานาด้วยประโยชน์มากมาย นอกจากนำมาประกอบอาหารหลายรูปแบบแลัว ยังมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแสนอร่อยได้ด้วยค่ะ

สรรพคุณทางด้านต่างๆ ของตะไคร้


1. สรรพคุณทางอาหาร : มี Vitamin A ช่วยบำรุงสายตา มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน

2. สรรพคุณทางยา :

- แก้ทองอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด
- ขับปัสสาวะ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ
- ขับเหงื่อ ขับสารพิษตกค้างในร่างกาย
- ลดความดันโลหิต
- ขับประจำเดือน
- แก้เมา แก้อาเจียน

วิธีการทำน้ำตะไคร้

ส่วนผสม

1. ตะไคร้ 1 ต้น
2. น้ำเชื่อม 1 ช้อนคาว
3. น้ำเปล่า 14 ช้อนคาว

วิธีทำ

1. ล้างตะไคร้ให้สะอาด หั่นเป็นท่อนเล็กๆ ทุบให้แตก
2. ต้มกับน้ำให้เดือน จนน้ำเป็นสีเขียว
3. ยกกรองเอาตะไคร้ออก ปรับรสชาติตามใจชอบ



-------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่มา : ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น
https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99/197330951082?fref=photo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 06, 2014, 03:35:34 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
สรรพคุณและประโยชน์ของบีทรูท 26 ข้อ
« ตอบ #38 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2014, 07:08:40 pm »


บีทรูท เป็นผักเพื่อสุขภาพประจำเมืองหนาวที่ปลูกกันมากทางภาคเหนือของบ้านเรา โดยมีต้นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน แถบยุโรป โดยมีรากหรือหัวพืชที่สะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะทรงกลมป้อม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 เซนติเมตร เนื้อด้านในอวบน้ำ มีสีแดงเลือดหมู ม่วงแดง และเหลือง การเลือกซื้อและการเก็บรักษาบีทรูท สำหรับการเลือกซื้อควรเลือกหัวบีทรูทที่มีขนาดเล็ก เพราะจะมีเนื้อละเอียดและให้รสหวานมากกว่าหัวบีทรูทขนาดใหญ่ มีผิวไม่เหี่ยว จับดูเนื้อแล้วไม่นิ่ม แต่ถ้าใบติดอยู่ด้วย ก็ให้เลือดหัวที่ใบยังสดอยู่ แล้วนำมาตัดใบให้เหลือก้านประมาณ 3 เซนติเมตร หลังจากนั้นนำไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วเก็บใส่ในถุงตาข่ายวางไว้ในที่ร่ม หรือจะนำมาแช่ในตู้เย็นตรงช่องเก็บผักก็ได้ ซึ่งจะเก็บไว้ได้นานถึง 2 อาทิตย์

ประโยชน์ของบีทรูท

1. บีทรูทมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

2. ประโยชน์ของน้ำบีทรูท การดื่มน้ำบีทรูทเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างพละกำลังและความแข็งแรง ลดอาการเหนื่อยล้าจากการออกกำลัง ทำให้อึดทนทานมากขึ้นถึง 16% ถ้าหลังจากดื่มน้ำบีทรูทแล้วขับถ่ายออกมามีสีแดงปนเปื้อนมาด้วยก็ไม่ต้องตกใจ มันไม่ใช่เลือดแต่เป็นเพราะร่างกายขับสารสีแดงออกมาเท่านั้นเอง

3. ช่วยทำให้เจริญมากยิ่งขึ้น (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนอาหารเช้า)

4. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนอาหารเช้า)

5. ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนนอน)

6. ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง และลดการเจริญเติบโตของเนื้องอก (สารบีทานิน)

7.ช่วยลดจำนวนสารก่อมะเร็งในร่างกาย (แอนโทไซยานิน)

8. ช่วยบำรุงสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง

9. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ (แอนโทไซยานิน)

10. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัมพาต (แอนโทไซยานิน)

11. ดื่มน้ำบีทรูท มีส่วนช่วยลดความดันเลือด รักษาโรคความดันโลหิตสูง

12. ช่วยแก้อาการไอ เจ็บคอ (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนนอน)

13. ช่วยขับเสมหะ (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนนอน)

14. ใช้รับประทานเป็นอาหารเพื่อช่วยรักษาอาการท้องผูก

15. ใช้เป็นยาระบาย (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนอาหารเช้า)

16. ช่วยขับปัสสาวะ (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนอาหารเช้า)

17. ช่วยบำรุงไต และถุงน้ำดี (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนนอน)

18. ช่วยลดอาการบวมต่างๆได้เป็นอย่างดี (ดื่มน้ำคั้นบีทรูทก่อนนอน)

19. ช่วยแก้ปัญหาอาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติได้

20. ปัจจุบันมีการนำไปใช้รักษาสิวหัวหนอง หรือสิวอักเสบ น้ำเหลืองเสียซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ ด้วยการใช้หัวบีทรูท 1 หัว นำมาต้มกับน้ำปริมาณตามใจชอบ แล้วนำมาดื่มในขณะอุ่นๆ หรือจะรับประทานเนื้อด้วยก็ได้จะช่วยบำบัดอาการสิวและน้ำเหลืองเสียได้เป็นอย่างดี

21. บีทรูท ประโยชน์สามารถใช้เป็นสีจากธรรมชาติผสมอาหารได้

22. สามารถนำมาดองทำเป็นน้ำส้มสายชูได้

23. หัวบีทรูทใช้ในงานแกะสลักตกแต่งอาหารก็ได้เช่นกัน

24. ใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น สาคูไส้บีทรูท สลัดน้ำบีทรูท ขนมบีทรูท ขนมเค้ก เยลลี่บีทรูท พุดดิ้งนมสดบีทรูท พาสต้า ไอศกรีม ฯลฯ

25. สามารถนำมาทำเป็นไวน์หรือเครื่องดื่มแบบสมูทตี้ หรือจะปั่นรวมกับผลไม้ชนิดอื่นก็ได้ เช่น องุ่น เสาวรส แตงโม แครอท แอปเปิ้ล ฯลฯ




ที่มา : http://frynn.com/
http://frynn.com/%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%97/
Feckbook การดูแลรักษากระดูกและข้อ,เท้า,ข้อเท้า - Modern Foot Care
https://www.facebook.com/modernfootcare?pnref=lhc
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2014, 06:19:49 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
* 20 อาหารล้างพิษ *
« ตอบ #39 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2014, 08:12:56 am »



*  20 อาหารล้างพิษ  *



"You are what you eat."
นับได้ว่าเป็นประโยคอมตะแห่งการดูแลสุขภาพเลยก็ว่าได้นะคะ อาหารบางอย่างทานแล้วมีประโยชน์สูง แต่อาหารบางอย่างทานแล้วเกิดโทษได้เช่นกันค่ะ ขึ้นอยู่กับการเลือกทานอาหารที่ถูกต้องของเรา วันนี้ลองมาดูอาหารที่ทานแล้วช่วยล้างพิษกันค่ะ

1. สาหร่าย :
ช่วยดูดซึมคลื่นรังสีที่สะสมในร่างกาย สามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก

2. หัวหอม :
ประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดระดับ LDL ตัวการก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น รักษาโรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่

3. มะนาว :
เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอน ดื่มสัปดาห์ละ 1-2 วัน จะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น

4. เมล็ดแฟลกซ์ :
อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับ LDL นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกด้วย

5. กระเจี๊ยบ :
น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยขจัดชื้อแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ

6. ทับทิม :
สามารถรักษาอาการอักเสบ ลดการติดเชื้อ

7. พืชตระกูลถั่ว :
(เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้กิน วยลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยทำความสะอาดและลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ได้ดี มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

8. ขึ้นฉ่าย :
ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควันบุหรี่ด้วย

9. แครอท :
มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษ (ระบบทางเดินประสาท สายตา และผิวหนัง) ลดการเกิดมะเร็ง ช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจและหัวใจแข็งแรงขึ้น

10. มะเขือพวง :
สามารถช่วยดูดซึมและดักจับไขมันในอาหาร และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย และลดการสะสมของเสีย

11. ส้มโอ หรือเกรปฟรุต :
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

12. กระเทียม :
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร ฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย

13. บลูเบอร์รี่ :
ช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้

14. กะหล่ำปลี :
มีสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระ ช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ

15. บีทรูท :
ต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ตับ และระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีทรูทช่วยปรับระดับกรด – ด่างในเลือดให้สมดุลด้วย

16. อะโวคาโด :
มีสารกลูตาไทโอน ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนักออกได้ง่ายขึ้น

17. ตำลึง :
ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย

18. แอปเปิ้ล :
ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิ้ลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และไมเกรนในผู้ใหญ่ได้

19. อัลมอนด์ :
เป็นถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมันแต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกายในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึงควรกินอัลมอนด์ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

20. กล้วย :
ช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย




ขอบคุณที่มา: Be Healthy
Feckbook โรงพยาบาลกรุงเทพ
https://www.facebook.com/bangkokhospitalnetwork?fref=ts
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 18, 2014, 08:20:37 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #40 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2015, 10:25:49 am »




ขอบคุณ ASTV ผู้จัดการ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2015, 10:28:19 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #41 เมื่อ: มีนาคม 11, 2015, 08:01:08 pm »



ขอบคุณ ASTV ผู้จัดการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 11, 2015, 08:03:41 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #42 เมื่อ: มีนาคม 11, 2015, 08:04:03 pm »



ที่มา : ASTV ผู้จัดการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 11, 2015, 08:10:54 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #43 เมื่อ: มีนาคม 11, 2015, 08:10:12 pm »



ที่มา : ASTV ผู้จัดการ

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * ความรู้เรื่องผัก ผลไม้และอื่นๆ
« ตอบ #44 เมื่อ: มีนาคม 25, 2015, 07:17:10 am »


ขอบคุณคุณประพจน์ค่ะ