« ตอบ #51 เมื่อ: เมษายน 28, 2015, 07:11:56 am »
ความรู้เรื่องอาหารและสุขภาพ
ผลไม้ที่ทานตอนเช้าได้ สุขภาพดี
มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญกับร่างกายอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นมื้อที่ให้ประโยชน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะช่วยเรื่องระบบความจำ, ควบคุมน้ำหนัก, ลดความเสี่ยงโรคทั้งเบาหวาน หัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง ฯลฯ ยิ่งหากเติมอาหารดีๆ ในตอนเช้าด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นเลยล่ะ
ผลไม้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เพราะนอกจากจะให้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นกับร่างกายแล้ว ผลไม้บางชนิดหากนำมาเพิ่มลงในอาหารมื้อเช้า ยังสามารถช่วยให้คุณอิ่มนานและสดชื่นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
มาดูกันดีกว่าว่าผลไม้อะไรบ้างที่เหมาะที่จะนำมาเติมเต็มในอาหารมื้อเช้าของคุณบ้าง
1. กล้วย
กล้วยถือได้ว่าเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดีอีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย อาทิ โปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียมฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี ฯลฯ ซึ่งโพแทสเซียมในกล้วยนั้นช่วยลดความดันโลหิตเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
การรับประทานกล้วยเป็นมื้อเช้าจะช่วยให้คุณอิ่มนานยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วอาจจะรับประทานกล้วยเป็นผลหรือเติมลงเมนูอย่างข้าวโอ๊ตใส่นมและเพิ่มธัญพืชเข้าไป เพียงแค่นี้คุณก็จะได้มื้อเช้าที่สมบูรณ์และดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว
ทีนี้มีบางท่านอาจสงสัยว่า แล้วทานกล้วยขระท้องว่างล่ะ ได้หรือไม่ เดี่ยว ! ตามอ่านได้ด้านล่างนี้นะครับ
2. แตงโม
เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ดีเพราะจะเพิ่มความสดชื่นให้กับคุณในตอนเช้าได้ แตงโมอุดมไปด้วยสารไลโคปีนซึ่งสารดังกล่าวจะพบมากในผลไม้สีแดงมีส่วนช่วยในเรื่องของหัวใจและป้องกันมะเร็งได้ดี อีกทั้งในแตงโมมีแคลอรี่ที่น้อยมากเหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
3. สตรอว์เบอร์รี่
ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงปรี๊ดแถมแคลอรี่ยังต่ำ เหมาะแก่การนำมาเติมลงไปในมื้อเช้าอย่างยิ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วสตอเบอร์รี่ยังมีประโยชน์กับสุขภาพมากมาย อาทิ ลดความดันโลหิตสูง, ลดระดับคอเลสเตอรอล,บำรุงผิวพรรณ,ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย,ทำให้ร่างกายสดชื่น ฯลฯ
4. แคนตาลูป
แคนตาลูปมีแคลอรี่ต่ำมากซึ่ง 100 กรัมมีไม่ถึง 50 แคลอรี่เลย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย อาทิ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส ฯลฯ
ในแคนตาลูปมีน้ำเป็นส่วนประกอบที่สูงมากคล้ายกันกับแตงโมซึ่งหากรับประทานหรือเพิ่มลงไปในอาหารมื้อเช้าก็จะทำให้คุณอิ่มยาวนานไปจนถึงมื้อกลางวันได้นั่นเอง
5. กีวี
อีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาเติมในอาหารมื้อเช้าจานโปรดของคุณ ไม่ว่าจะเติมในจานสลัดหรือนำมาปั่นเป็นสมู้ตทีผสมกับผลไม้ชนิดอื่นๆ ก็ย่อมได้ ซึ่งในกีวีอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย อาทิ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฯลฯ ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีการศึกษามาแล้วว่าเพียงรับประทานกีวีวันละสองลูกเป็นเวลาหนึ่งเดือนจะสามารถช่วยระบบย่อยและลดอาการท้องผูกได้
กินกล้วยตอนท้องว่างได้ แต่บางรายต้องระวัง
รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผย กินกล้วยตอนท้องว่างได้ ถ้าไม่ได้เป็นกรดไหลย้อน
เป็นประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพและอาหารการกินที่หลายคนสงสัยกันมานานว่า "กินกล้วยตอนท้องว่าง ได้หรือไม่" หลังจากมีข้อมูลถูกส่งต่อกันมากในโลกออนไลน์ เรื่อง "5 สิ่งที่ไม่ควรทานขณะท้องว่าง" ซึ่งหนึ่งในนั้นมีกล้วยรวมอยู่ด้วย โดยระบุว่า "กล้วย เมื่อทานขณะท้องว่างจะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น จนสูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ"
รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลโต้แย้งกับข้อเขียนข้างต้น ผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant โดยยืนยันว่า ท้องว่างก็สามารถกินกล้วยได้ ไม่มีปัญหาอะไร หากไม่ได้เป็นกรดไหลย้อน ซึ่งมีข้อความทั้งหมด ดังนี้
ท้องว่างก็กินกล้วยได้ (ถ้าไม่ได้เป็นกรดไหลย้อน) กล้วยอุดมด้วยแมกนีเซียมก็จริง แต่ถึงกินเข้าไปตอนท้องว่าง มันก็ไม่ได้จะเพิ่มระดับแมกนีเซียมในเลือดปรู้ดปร้าด อันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจอย่างที่กลัวกัน
แมกนีเซียมนั้นจะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก ไม่ใช่ที่กระเพาะ กล้วย 1 ลูกหนักประมาณ 100 กรัม มีแมกนีเซียม 43 มิลลิกรัมและดูดซึมเพียง 30% หรือประมาณ 12.3 มิลลิกรัม ขณะที่ระดับแมกนีเซียมสูงสุดที่ร่างกายไม่ควรได้เกิน คือ 700 มิลลิกรัมต่อวัน แปลว่า ต้องกินกล้วยมากถึง 55 ลูก จึงจะเป็นปัญหาได้
บางคนอ้างต่อถึงโปแตสเซียมในกล้วยที่มีอยู่สูง (นักกีฬาจึงนิยมกินกล้วย เพื่อเสริมเกลือแร่ระหว่างแข่งขัน) ว่าจะเป็นปัญหาต่อหัวใจเช่นกัน ซึ่งก็ไม่ใช่อีก เพราะไตสามารถขับเกลือแร่ต่าง ๆ ส่วนเกิน อย่างเช่น โปแตสเซียม ได้มากถึง 30,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่จากการที่กล้วยมีน้ำตาลสูง ทำให้เมื่อกินเข้าไปแล้ว กระเพาะจะหลั่งน้ำย่อยออกมามาก และอาจทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ในบางคน
สรุปว่า คนปรกติทั่วไป สามารถกินกล้วยได้เวลาท้องว่าง ไม่เป็นปัญหาอะไร ... แค่แนะนำให้ค่อย ๆ เคี้ยว อย่าอมกลืนไปทั้งลูก เดี๋ยวติดคอตาย
ที่มา : http://manager.co.th/goodhealth/ViewNews.aspx?NewsID=9580000041726
http://www.thaihealth.or.th/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 28, 2015, 07:18:28 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ