ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ทุกขักขันธสูตร เป็นพระสูตรว่าด้วยกองทุกข์ มีอยู่สองพระสูตร ได้รวมรวมมาลงไว้ค่ะ
มหาทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ สูตรใหญ่
เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสต่อพระภิกษุในเรื่องที่ว่า อะไรคือคุณของกาม อะไรคือโทษของกาม อะไรคือการถ่ายถอนของกาม
ซึ่งเรื่องนี้เกิดจากการที่ภิกษุทั้งหลายได้สนทนากับ ปริพาชกอัญญเดียรถีย์ ซึ่งปริพาชกอัญญเดียรถีย์ได้กล่าวว่า การที่พระพุทธองค์บัญญัติข้อควรกำหนดรู้กามได้ บัญญัติข้อควรกำหนดรู้รูปได้ บัญญัติข้อควรกำหนดรู้เวทนาได้ พวกเขาก็รู้ได้ไม่แตกต่างกัน ภิกษุทั้งหลายจึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์ทูลถามปัญหา
“พระสมณโคดมบัญญัติข้อควรกำหนดรู้กามได้ แม้พวกข้าพเจ้าก็บัญญัติข้อควรกำหนดรู้กามได้ พระสมณโคดมบัญญัติข้อควรกำหนดรู้รูปได้ แม้พวกข้าพเจ้าก็บัญญัติข้อควรกำหนดรู้รูปได้ พระสมณโคดมบัญญัติข้อควรกำหนดรู้เวทนาได้ แม้พวกข้าพเจ้าก็บัญญัติข้อควรกำหนดรู้เวทนาได้ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ในเรื่องนี้ อะไรเล่า เป็นข้อแปลกกัน อะไรเป็นผลที่มุ่งหมาย หรือกระทำให้ต่างกันระหว่างพระสมณโคดมกับพวกข้าพเจ้า”
จูฬทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ สูตรเล็ก
เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมแก่พระเจ้าศากยะ มหานาม ในเรื่องเกี่ยวกับคุณของกาม โทษของกาม และการไถ่ถอนของกาม ต่อคำถามของพระเจ้ามหานาม ที่ว่า
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เข้าใจข้อธรรมที่พระผู้มีพระภาค ทรงแสดงมานานแล้วอย่างนี้ว่า โลภะ โทสะ โมหะ ต่างเป็นอุปกิเลสแห่งจิต ก็แหละเมื่อเป็นเช่นนั้น โลภธรรมก็ดี โทสธรรมก็ดี โมหธรรมก็ดี ยังครอบงำจิตของข้าพระองค์ไว้ได้เป็นครั้งคราว ข้าพระองค์เกิดความคิดเห็นอย่างนี้ว่า ธรรมชื่ออะไรเล่า ที่ข้าพระองค์ยังละไม่ได้เด็ดขาดในภายใน อันเป็นเหตุให้ โลภธรรมก็ดีโทสธรรมก็ดี โมหธรรมก็ดี ยังครอบงำจิตของข้าพระองค์ไว้ได้เป็นครั้งคราว”