ผู้เขียน หัวข้อ: เชิญชวน ร่วมกิจกรรม“สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี” ณ พุทธมณฑลหรือวัดใกล้บ้าน  (อ่าน 9045 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด







สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.

เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรม“สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี”

ในคืนวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ณ พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อก้าวข้ามปีอย่างสร้างสรรค์

อ่านเพิ่มเติมที่...ชวนคนไทย ‘สวดมนต์ข้ามปี’ ส่งความสุขให้แก่กัน

http://bit.ly/16xBkXb



ที่มา : Feckbook Thai Health Promotion Foundation
https://www.facebook.com/thaihealth?pnref=story
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2014, 07:28:23 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด










คลิ๊กดูรายละเอียดได้ที่ => www.dra.go.th
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2014, 12:12:43 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2014, 11:53:07 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



บทเจริญพระพุทธมนต์ สวดมนต์ข้ามปี

สามารถ Download ได้ที่นี้

===> http://dra.go.th/download/article/article_20141217155324.pdf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2014, 11:53:30 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ครั้งแรกสวดมนต์ข้ามปี ชีวิตดีข้ามชาติ!

ถ่ายทอดจากวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

นำสวดโดยพระเทพโพธิวิเทศ และคณะพระธรรมทูต


ยิงสัญญาณมาที่วัดเบญจมบพิตร และออกอากาศทาง
NBT ช่อง 11/ อมรินทร์ ทีวี HD ช่อง 34/ www.dmgbooks.com



ที่มา : Feckbook DMG Books
https://www.facebook.com/DMGBooksFanclub?fref=photo






---------------------------------------------------------------------------------------------------------------




ทำไมต้องสวดมนต์ข้ามปีกันที่วัดเบญจมบพิตร?

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่วัดเบญจมบพิตร เกี่ยวเนื่องกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อินเดียอย่างไร?

ชมคลิป พระครูสังฆกิจโสภณ สุปภาโต เมตตาไขคำตอบ







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 07:11:50 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการสวดมนต์ข้ามปี ในวันที่ 31 ธ.ค. 57
 
และร่วมนมัสการพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา พระประธานในการสวดมนต์ และรับพระอารยตารามหาโพธิสัตว์ พระผู้ทรงเป็นแสงสว่างแห่งรัก

ณ เสถียรธรรมสถาน และต้อนรับปีใหม่

ในวันที่ 1 มกราคม 2558 ร่วมทำบุญตักบาตร


ที่มา : Feckbook เสถียรธรรมสถาน Sathira Dhammasathan
https://www.facebook.com/sdsface
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 07:12:44 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ขอเชิญร่วมงานใหญ่ส่งท้ายปีของวัดอโศการาม....วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ


ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจทุกท่านร่วม "สวดทิพย์มนต์....มนต์ของท่านพ่อลี"

และบทมงคลสูตรต่างๆ ข้ามคืน ข้ามปี เพื่อเป็นสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่


ในคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

ณ พระธุตังคเจดีย์ วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ

เริ่มสวดตั้งแต่ ๒๒.๑๙ น. - ๐๔.๑๙ น.




ที่มา : Feckbook วัดอโศการาม สมุทรปราการ
https://www.facebook.com/www.watasokaram.org?fref=ts

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 07:28:08 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




ที่มา : Feckbook วัดจากแดงและสถาบันโพธิยาลัย
https://www.facebook.com/radiobodhiyalai?fref=photo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 06:35:25 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



สวดมนต์ข้ามปี


มารู้จัก26 บทสวดมนต์ข้ามปีและความสำคัญของ บทสวดมนต์แต่ละบท ที่มหาเถรสมาคมประกาศใช้ในการสวดมนต์ข้ามปี ว่ามีอานิสงอย่างไร
(ดาวโหลดบทสวดมนต์ฉบับมหาเถรสมาคมได้ที่
www.jariyatam.com)

1. บทนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นการน้อมใจบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

2. บทพระไตรสรณคมน์ เป็นบทปฏิญาณตน เข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆอริยเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกสูงสุด

3. บทนมการสิทธิคาถา(สัมพุทเธ ฯ)
เป็นการน้อมระลึกถึง และบูชาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่ล่วงมาแล้ว จนถึงปัจจุบัน และที่จะอุบัติในอนาคต และ อธิษฐานให้การน้อมใจสักการะบูชา มีอานุภาพยิ่งนี้ ได้ขจัด ข้อขัดข้องต่างๆ ให้หมดไป และอันตรายทั้งหลาย ทั้งปวง จงพินาศไป

4. บทนมการสิทธิคาถา (โย จักขุมา ฯ)คาถานมัสการพระรัตนตรัย เพื่อให้สำเร็จในสิ่งปรารถนา สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงนิพนธ์

5. บทนโมการอัฏฐกคาถา
บทนอบน้อมพระรัตนตรัย เพื่อให้เกิดเดชานุภาพในการเจริญพระพุทธมนต์พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

6. บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
พระสูตรว่าด้วยเทศนากัณฑ์แรกของพระพุทธเจ้า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นพระสูตรที่มีความสำคัญในฐานะเป็นพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกของพระพุทธเจ้าซึ่งบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก เล่มที่
๔ เล่มที่ ๑๙ และเล่มที่ ๓๑ โดยคำว่า ธรรมจักร มีความหมายว่า “กงล้อคือพระธรรม” ในพระสูตรนี้พระพุทธองค์ทรงประกาศหลักการของพระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาประเภทอเทวนิยมที่ไม่เชื่อการเนรมิตของพระเจ้า ด้วยการตรัสเหตุแห่งทุกข์ว่า คือ ตัณหา ทั้งปฏิเสธอาตมันหรือวิญญาณด้วยการตรัสทุกขสัจว่า คืออุปทานขันธ์ ๕ ทรงแสดง แนวทางแห่งความพ้นทุกข์ คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ และตรัสผลของการปฏิบัติว่าคือความดับตัณหา มีประวัติความเป็นมาดังนี้ ในวันเพ็ญเดือน ๘ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้แก่นักบวชปัญจวัคีย์ ท่านอัญญาโกณฑัญญะสดับ พระธรรมเทศนานี้แล้วบรรลุธรรมเป็นโสดาบัน พรหม ๑๘ โกฏิกับเทวดาจำนวนมากก็บรรลุธรรมด้วยพระสูตรนี้

7. บทมงคลสูตร มงคลสูตร : พระสูตรว่าด้วยมงคลแห่งชีวิต
มงคลสูตร เป็นพระสูตรว่าด้วยมงคลแห่งชีวิต การนำมงคลสูตร มาสวด ก็เพื่อจะทำให้มงคลต่างๆ ตามที่ปรากฏในพระสูตร เกิดขึ้นกับชีวิต นอกจากนั้น มงคลสูตร ยังมีอานุภาพในการป้องกันภัยอันตรายอันจะเกิดจากความไม่เที่ยงธรรม ของเหล่าคนพาลสันดานหยาบทั้งหลาย ในงานท าบุญโดยทั่วไป พระสงฆ์นิยมสวดมงคลสูตรพร้อมกับเจ้าภาพจุดเทียนมงคล อันแสดงถึงความส่องสว่าง รุ่งเรืองแห่งมงคลในชีวิต การสวดมังคลสูตรก่อนสูตรอื่นทั้งหมด เป็นการแนะนำผู้ฟังว่า ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามหลักมงคลทั้ง ๓๘ ประการ ตามที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนนั้นเป็นชีวิตที่มีมงคล ชีวิตเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหามงคลภายนอก จากที่ไหน เพราะเป็นชีวิตที่มีมงคลอยู่ในตัวแล้ว และหากทำได้ ก็จะปราศจากทุกข์ โศก โรค ภัย ในการดำเนินชีวิต และถึงความพ้นทุกข์ได้ในที่สุด

8. รัตนสูตร : พระสูตรว่าด้วยการน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
อานุภาพ ขจัดภัยพิบัติทั้งมวลให้เกิดเป็นพระสุตตันตปิฎก เป็นพระสูตรที่พระอานนทเถระ เรียนจากพระพุทธองค์โดยตรง เพื่อใช้สวดขจัดปัดเป่าภัยพิบัติ ที่เกิดกับชาวกรุงเวสาลีพระพุทธองค์ทรงแนะนำให้พระเถระ อ้างคุณของพระรัตนะ คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ทำสัจกิริยาให้เกิดเป็นอานุภาพขจัด ปัดเป่าภัยพิบัติทั้งหลาย เนื้อความรัตนสูตร ท่อนแรก เริ่มต้น ด้วยการแนะนำให้เหล่าภูตทั้งหลายได้อนุโมทนาบุญกุศลที่หมู่มนุษย์อุทิศให้ และเมื่ออนุโมทนาแล้ว ขอให้เกิดความเมตตา ท าการรักษามนุษย์ทั้งหลาย เนื้อความท่อนต่อมา เป็นการอ้างคุณพระรัตนตรัยเป็นสัจวาจา ให้เกิดความสวัสดี ส่วนท่อนสุดท้ายเป็นคำกล่าวของท้าวสักกะที่ผูกขึ้นเป็นคาถาพรรณนาคุณพระรัตนตรัยเป็นสัจวาจา ให้เกิดความสวัสดี ภายหลังได้กลายเป็นแบบอย่าง ในการทำน้ำพระพุทธมนต์ สำหรับพระสงฆ์สาวก ต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทุกครั้ง ที่มีการทำน้ำพระพุทธมนต์ จะต้องสวดรัตนสูตรด้วยอานุภาพแห่งรัตนสูตรนี้ แม้กรุงเวสาลีจะเกิดภัยพิบัติ อย่างร้ายแรง ผู้คนอดอยากล้มตาย เป็นจำนวนมาก ซากศพถูกทิ้งเกลื่อนนครภูตผีปีศาจ ทำอันตรายแก่หมู่มนุษย์โรคระบาดเกิดขึ้นแพร่กระจายไปทั่วผู้คนล้มตายเหลือที่จะนับได้ เมื่อพระพุทธองค์ทรงรับสั่งให้พระอานนทเถระสวดรัตนสูตร และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ภัยพิบัติร้ายแรงเช่นนี้ ก็ยังระงับลงได้ อย่างฉับพลัน จุดประสงค์ของการสวดรัตนสูตร ก็เพื่อเป็นการขจัดภัยทั้ง ๓ ประการ ตามที่ปรากฏในพระสูตร คือข้าวยากหมากแพง (ทุพภิกขะภัย) ๑ ภูตผีปีศาจทำาอันตราย (อะมะนุสสะภัย) ๑ โรคภัยไข้เจ็บ (โรคะภัย) ๑ให้อันตรธานไป

9. บทกรณียเมตตสูตร :
พระสูตรว่าด้วยอานุภาพแห่งเมตตาจิตและ กรณียเมตตสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำพระภิกษุให้แผ่เมตตาจิตไปในมวลสรรพสัตว์ ตลอดจนเทพเทวา ภูตผี ปีศาจทั้งหลาย ไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต ไร้พรมแดนขีดขั้น ไม่ว่าสัตว์นั้น หรือเขาผู้นั้นจะเป็นเชื้อชาติศาสนาอะไร จะเกี่ยวข้องกับเรา โดยความเป็นญาติ เป็นประเทศ เชื้อชาติ ศาสนาหรือไม่ก็ตามให้มีจิตกว้างขวางไร้ขอบเขตขีดขั้น ขอให้เขาได้มีความสุข หากทำได้เช่นนี้ นอกจากเทวดาจะไม่แสดงสิ่งที่น่ากลัวหลอกหลอนแล้ว ยังมีใจอนุเคราะห์พระภิกษุ โดยไมตรีจิตด้วยความอ่อนโยนมีเมตตาเมื่อต้องเดินทางผ่านป่าเขาลำเนาไพร หรือไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ท่านให้สวดกรณียเมตตสูตร เพื่อเป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันภยันตราย อันจะเกิดจากอมนุษย์ ภูตผี ปีศาลทั้งหลาย ให้เกิดเป็นความอ่อนโยน มีเมตตา

10. บทขันธสูตร
พระสูตรว่าด้วยการป้องกันอสรพิษและสัตว์ เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ ทรงสอนให้พระภิกษุแผ่เมตตาไปในบรรดาตระกูลงูที่มีพิษดุร้ายทั้งหลาย เพื่อเป็นการคุ้มครอง ป้องกันตนเองจากสัตว์ร้าย ปรากฏทั้งในพระวินัยปิฎก และพระสุตตันตปิฎก นอกจากจะเป็นคาถาสำหรับป้องกันอสรพิษและสัตว์ร้ายทั้งหลายแล้ว ยังสามารถป้องกันอันตรายจากยาพิษทั้งหลายได้ด้วย

11. บทโมรสูตร
โมรสูตร คือพระสูตรที่นกยูงทองโพธิสัตว์สาธยายเป็นประจำ กล่าวถึงคุณของพระพุทธเจ้าแล้วน้อมพระพุทธคุณมาพิทักษ์คุ้มครองให้มีความสวัสดี มีประวัติตำนานความเป็นมาว่าสมัยหนึ่ง พระบรมศาสดาเสวยพระชาติเป็นนกยูงทองโพธิสัตว์ อาศัยอยู่บนเขา ใกล้ป่าหิมพานต์ในครั้งนั้น ก่อนจะบินไปหาอาหารในตอนเช้า นกยูงทองพระโพธิสัตว์จะบินขึ้นไปจับบนยอดภูเขามองดูพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น แล้วสาธยายพระปริตรนมัสการพระอาทิตย์ โดยร่ายมนต์สาธยายสองคาถาแรกว่าอุเทตะยัญจักขุมา เป็นต้น และนอบน้อมบูชาพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พร้อมทั้งระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วย แล้วจึงบินออกไปหาอาหาร

12. บทธชัคคสูตร
คือ พระสูตรยอดธง เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ตรัสถึงเรื่องที่เทวดา ชั้นดาวดึงส์แหงนดูยอดธงองค์อินทร์ ฯลฯเพื่อจะได้ไม่เกิดความกลัวในสงครามระหว่างเทวดากับอสูร และตรัสแนะนำให้ภิกษุ พุทธบริษัทระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าพระธรรมและพระสงฆ์ ในเวลาเกิดความสะดุ้งกลัวเมื่ออยู่ในป่าโคนไม้หรือเรือนว่างซึ่งมีประวัติตำนานความเป็นมา ดังนี้ครั้งหนึ่ง พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อจะตรัสสอน พระภิกษุสงฆ์ที่บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่า มิให้เกิดความกลัวภัย ต่าง ๆ โดยหมั่นระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย จึงทรงยกเอาเรื่องราวในอดีตกาลครั้งดึกดำบรรพ์ คือ เรื่องสงครามระหว่างพวกเทวดากับพวกอสูรมาสาธกยกเป็นอุทาหรณ์ ซึ่งในสงครามนั้น ท้าวสักกเทวราชได้ปลุกปลอบใจพวกเทวดา ไม่ให้หวาดกลัวพวกอสูร โดยให้แหงนดูธงที่โบกสะบัดอยู่ที่งอนราชรถ ความกลัว ความหวาดผวาก็หายไปบ้างไม่หายไปบ้าง เพราะท้าวสักกเทวราชนั้นยังมีกิเลส แต่เมื่อพวกภิกษุที่อยู่ในป่าหมั่นระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย จะหายกลัวภัยต่าง ๆได้อย่างชะงักงันแน่นอน เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ปราศจากกิเลสเด็ดขาดแล้ว และพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันประเสริฐสุดของสรรพสัตว์พระสูตรบทนี้จึงมีอานิสงส์สำหรับผู้สวดสาธยายเป็นประจำ คือพวกโจร หรือผู้ที่มุ่งร้ายจะไม่สามารถทำอันตรายได้และอยู่รอดปลอดภัยทุกทิพาราตรีกาล เป็นต้น

13. อาฏานาฏิยปริตร : ปริตรแห่งอาฏานาฏานคร
เป็นปริตรที่ท้าวจาตุมมหาราช ผูกขึ้นที่อาฏานาฏานคร อันเป็นหนึ่งในจำนวนเทพนคร ๑๑ แห่ง ที่ถูกนิรมิตขึ้น ในอากาศ ของเหล่าเทวดาในสวรรค์ชั้นจาตุมมหาราชิกา พระปริตรนี้จึงถูกเรียกว่า อาฏานาฏิยปริตร ตามชื่อเทพนครที่ผูกขึ้นนั้นอาฏานาฏิยปริตรนี้ เป็นคาถาที่ท้าวจาตุมมหาราช ผูกขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกันเหล่าอมนุษย์บางพวก ที่ไม่หวังดีต่อพระสงฆ์สาวกของพระพุทธองค์ ที่ไปบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ตามป่าเขา ลำเนาไพรเมื่อไม่มีอะไรป้องกันเหล่าอมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใส ก็จะรบกวน เบียดเบียนทำให้เกิดความลำบาก ท้าวมหาราชจึงได้แสดงเครื่องป้องกันรักษาชื่อ อาฏานาฏิยรักษ์ นี้ไว้อาฏานาฏิยรักษ์นี้ มีอานุภาพ ๒ ประการ คือ (๑) มีอานุภาพในการทำให้อมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใส ให้เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา (๒) มีอานุภาพในการคุ้มครองป้องกันไม่ให้อมนุษย์ที่ไม่เลื่อมใสจับต้องสิงสู่ เบียดเบียน ประทุษร้าย ทำให้ได้รับความลำบากเดือดร้อนสำหรับอาฏานาฎิยปริตร ที่พระสงฆ์ใช้สวดในปัจจุบันเป็นบทย่อที่บูรพาจารย์ได้นำเอาคาถานมัสการพระพุทธเจ้าในอดีตที่ท้าวเวสสุวัณแสดงไว้เฉพาะพระพักตร์พระพุทธองค์ มาอ้างเป็นสัจกิริยา ให้เกิดเป็นอานุภาพในการคุ้มครอง ป้องกัน รักษา ตามคำของท้าวจตุโลกบาลถ้าอมนุษย์ตนใด เบียดเบียนผู้ที่เจริญอาฏานาฏิยปริตรให้ได้รับความลำบาก อมนุษย์ตนนั้น ก็จะได้รับการลงโทษ จากเหล่าเทพทั้งหลาย

14. บทอังคุลิมาลสูตร
คือ พระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงประทานแก่พระองคุลิมาล เพื่อนำไปตั้งสัจกิริยาอ้างความจริงสวดอธิษฐานให้หญิงผู้หนึ่งซึ่งทนทุกข์จากการคลอดบุตรสามารถคลอดบุตรได้โดยง่าย จนทำให้ท่านสามารถกลับความรู้สึกที่ดีของพวกชาวบ้านญาติโยม ชาวเมืองสาวัตถีที่เคยรุมประณามด่าว่าท่าน หรือที่เคยเกรงกลัวเมื่อท่านออกบิณฑบาต เพราะท่านพระองคุลิมาล ผู้นี้ประวัติก่อนบวชหาใช่เป็นคนธรรมดาสามัญไม่ แต่กลับเป็นโจรเลื่องชื่อลือกระฉ่อนไปทั่วเมืองสาวัตถี เพราะใช้ดาบสังหารคนตายแล้วยังตัดเอานิ้วมือมาร้อยเป็นพวงมาลัยสวมคอของตน ซึ่งนับจำนวนได้ถึง ๙๙๙ นิ้ว ภายหลังพระพุทธองค์เสด็จไปโปรด ก่อนที่จะทำมาตุฆาต ฆ่ามารดาของตน ซึ่งจะเป็นรายที่ครบหนึ่งพัน ตรัสสอนให้หยุดการฆ่าแล้วทรงประทานการบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ต่อมาท่านได้ตั้งอยู่ในพระพุทโธวาทและมุ่งมั่นบำเพ็ญสมณธรรมอย่างเข้มงวดอดทน จนได้สำเร็จอรหัตตผล เป็นหนึ่งในจำนวนพระอรหันตมหาสาวก๘๐ องค์ในครั้งพุทธกาล

15. บทโพชฌังคสูตร
โพชฌังคปริตร เป็นปริตรที่โบราณาจารย์ นำเอาโพชฌังคสูตรทั้ง ๓ สูตร คือ ๑.มหากัสสปโพชฌังคสูตร ๒.มหาโมคคัลลาน-โพชฌังคสูตร ๓. มหาจุนทโพชฌังคสูตร มาประพันธ์เป็นคาถาเรียกว่า โพชฌังคปริตร โดยน้อมเป็นสัจกิริยา เพื่อให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บเกิดเป็นความสุขสวัสดีเนื้อหาโพชฌังคสูตรทั้ง ๓ นั้น กล่าวถึงหลักธรรมที่ทำให้พระพุทธองค์ตรัสรู้ ๗ ประการ คือ
๑.สติ ความระลึกได้
๒. ธัมมวิจยะ การเลือกเฟ้นธรรม
๓.วิริยะ ความเพียร
๔. ปีติ ความอิ่มใจ
๕. ปัสสัทธิ ความสงบ
๖. สมาธิ ความตั้งใจมั่น
๗. อุเบกขา ความวางเฉย
โบราณาจารย์ ได้นำเอาโพชฌังคสูตรทั้ง ๓ นี้ มาประพันธ์เป็นคาถาสำหรับเจริญภาวนา โดยอ้างเป็นสัจกิริยา เพื่อให้พระปริตรเป็นธรรมโอสถ บังเกิดพุทธานุภาพ ขจัดโรคภัยไข้เจ็บให้อันตรธานหายไป เกิดเป็นความสุข สวัสดี ภายหลังได้เกิดความนิยมว่าเมื่อเจ็บป่วย ไม่สบาย ก็จะสวด โพชฌังคปริตร ซึ่งเป็นทั้งโอสถเป็นทั้งมนต์ เมื่อมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน เจ็บป่วย เป็นไข้หนัก ก็จะนิมนต์พระสงฆ์มาสวดโพชฌังคปริตรให้ฟัง หรือไม่ลูกหลานก็จะสวดโพชฌังคปริตรให้ฟัง แม้ในงานท าบุญอายุ พระสงฆ์ก็จะสวดพระปริตรบทนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครอง ป้องกัน ไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บและให้มีอายุยืน ผู้ไม่ต้องการเจ็บป่วย และปรารถนา ความเป็นผู้มีอายุยืน โดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ จึงควรเจริญโพชฌังคปริตรตามแบบอย่างพุทธสาวก

16. บทอภยสูตร
อภยปริตร : ปริตรแห่งการให้อภัยและอโหสิกรรมอภยปริตร เป็นคาถาแห่งการให้อภัยและอโหสิกรรมในเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในชีวิตและสังคม เนื้อหาของบทอภยปริตรกล่าวถึงการตั้งจิตน้อมเอาอานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัยช่วยบำบัดปัดเป่าลางร้าย อันเกิดจากสิ่งที่ทให้ไม่สบายใจ บาปเคราะห์ฝันร้ายและสิ่งอันเป็นอัปมงคลทั้งหลายทั้งปวงให้พินาศไป

17. บทสักกัต๎วา
บทที่น้อมเอาคุณพระรัตนตรัยเพื่อให้เกิดเป็นธรรมโอสถขจัดทุกข์โศกโรคภัย

18. บทที่น้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อ้างเป็นสัจวาจา เพื่อให้เกิดชัยมงคล

19. บทยังกิญจิ บทที่น้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นรัตนะที่มีพลานุภาพสูงสุดกว่ารัตนะทั้งมวลในโลก เพื่อให้เกิดความสวัสดีมงคล

20. บทโส อัตถลัทโธ อวยพรเจ้าภาพให้เจริญรุ่งเรือง

21. บทรตนัตตยัปปภาวาภิยาจนคาถา อานุภาพพระรัตนตรัยคุ้มครองสยามประเทศ

22. บทเทวตาอุยโยชนคาถา
เทวตาอุยโยชนคาถา เป็นคาถาส่งเทวดา ใช้อัญเชิญเทวดากลับวิมาน เมื่อแรกที่จะเจริญพระปริตร ได้มีการชุมนุมเทวดา หรืออัญเชิญเทวดามา เพื่อฟังการเจริญพระปริตร ซึ่งถือว่าเป็นการแบ่งส่วนบุญไปให้สรรพสัตว์ทุกจำพวก ทุกหมู่เหล่า แม้กระทั่งเทวดาซึ่งมองไม่เห็นตัวก็ แผ่เมตตาจิตไปถึง เนื้อความในท่อนแรกของคาถานี้เริ่มต้นด้วยการแผ่เมตตาจิตไปในหมู่สัตว์ทั้งหลาย ให้พ้นจากทุกข์โศกโรคภัย จากนั้นได้กล่าวเชิญเทวดาให้อนุโมทนา บุญกุศลที่บำเพ็ญมาซึ่งก็รวมถึงบุญอันเกิดจากการเจริญพระปริตร เพื่อเทวดาจะได้อานิสงส์แห่งบุญนั้นด้วย ต่อจากนั้นก็เป็นการแนะนำ าเทวดาให้เกิดศรัทธาในการให้ทาน รักษาศีลบำเพ็ญภาวนา แล้วเชิญให้เทวดากลับ ต่อจากนั้น ก็ขออานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลาย ให้คุ้มครองรักษา

23. บทมงคลจักรวาลใหญ่ นิยมสวดในงานมงคลทั่วไป เพื่อความเป็นสิริมงคล

24. บทภูมิพลมหาราชวรัสส ชยมังคลคาถา
บทพระคาถาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘

25. บทพุทธชัยมงคลคาถา (ถวายพรพระ) พาพุง – มหากา- ภวตุ สัพ

26. บทนักขัตตะยักษ์
พระปริตรที่ป้องกันบาปเคราะห์อันเกิดจากอำนาจแห่งฤกษ์ยามยักษ์ และภูตผีปีศาจทั้งหลายได้ ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรที่ได้สวดมาตั้งแต่ต้นจนจบ กำจัดอุปัทวันตรายทั้งหลายอันเกิดแต่อำนาจแห่งฤกษ์ยามให้พินาศหายไป

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 07:10:39 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม, กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อความเป็นสิริมงคล รับพรปีใหม่ ภายใต้โครงการ “สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่า วิถีไทย ๒๕๕๗ ต้อนรับปีใหม่ วิถีพุทธ ๒๕๕๘”

น้อมถวายเป็นพระราชกุศล ถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ วันพุธ ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.๐๐ น. เป็นต้นไป
ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร


คลิ๊กดูกำหนดการ http://www.jariyatam.com/th/component/content/article/127--2556/1139-2014-12-23-02-40-00


ที่มา : Feckbook สวดมนต์ข้ามปี
https://www.facebook.com/JariyatamNewYear?fref=photo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 07:21:57 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 07:22:23 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 07:26:08 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ขอแจ้งกำหนดการบวชชี-พราหมณี "เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่" ณ วัดอโศการาม ระหว่างวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๕๗ - ๒ มกราคม ๕๘

วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๕๗
๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป....ลงทะเบียนบวช ณ ศาลาข้างวิหารสุทธิธรรมรังสี
๑๔.๐๐ น....................พิธีบวชพร้อมกัน ณ พระธุตังคเจดีย์
๒๐.๐๐ น...................สวดมนต์ค่ำ อบรมจิตภาวนา
๒๒.๑๙ - ๐๔.๑๙....สวดทิพยมนต์...มนต์ของท่านพ่อลี ข้ามคืน ข้ามปี ณ พระธุตังคเจดีย์


วันพฤหัสที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘
๐๙.๐๐ น..................ทำวัตรเช้า
๑๓.๐๐ น...................ฝึกการภาวนาแบบอานาปานสติของท่านพ่อลี
กับพระอ.มหาบรรลือ ฐานิสฺสโร
๑๖.๐๐ น...................ทำวัตรเย็น
๒๐.๐๐ น.................สวดมนต์ค่ำ อบรมจิตภาวนา


วันศุกร์ที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๘
๐๙.๐๐ น..................ทำวัตรเช้า
๑๔.๐๐ น..................พิธีลาสิกขาพร้อมกัน ณ พระธุตังคเจดีย์



ที่มา : Feckbook ลูกศิษย์ท่านพ่อลี ธัมมธโร วัดอโศการาม
https://www.facebook.com/watasokaram.org?fref=photo

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด











ที่มา : Feckbook ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นานาชาติ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
https://www.facebook.com/vipassnawatmahadhat?fref=photo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 27, 2014, 07:30:50 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ
วัดยานนาวา พระอารามหลวง


ขอเชิญสาธุชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี
วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น.

วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘
ทำบุญตักบาตร ตั้งแต่เวลา ๖.๓๐ น.





ที่มา  :  Feckbook ธรรมปทีป ธรรมประทีป วัดยานนาวา
https://www.facebook.com/dhammaprateep?fref=nf