ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 352983 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #375 เมื่อ: มกราคม 19, 2017, 04:13:53 pm »



วิชาชีวิต

“วิชาชีวิตนั้นเรียนได้จากประสบการณ์ชีวิต โดยมีปัญหาต่าง ๆ เป็นทั้งการบ้านและบททดสอบ โดยมีความตายเป็นการสอบไล่ ชนิดที่ไม่มีการแก้ตัว หากสอบตกก็ทุรนทุรายก่อนตายโดยมีอบายเป็นที่หมาย หากสอบได้ก็จากไปอย่างสงบและเข้าถึงสุคติ น่าเสียดายที่คนจำนวนไม่น้อยพากันสอบตก เพราะไม่คิดว่าจะมีการสอบไล่ชนิดนี้รออยู่ จึงมิได้เตรียมตัวแม้แต่น้อย หรือหนักกว่านั้นคือไม่คิดว่ามีวิชาชีวิตที่ต้องเรียนเลยด้วยซ้ำ ทั้งชีวิตจึงปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไป แต่ผู้มีปัญญานั้นย่อมตระหนักเสมอว่า ชีวิตนี้มีขึ้นเพื่อการเรียนรู้ และการเรียนรู้ที่สำคัญคือวิชาชีวิต ดังนั้นจึงหมั่นศึกษาหาบทเรียนจากวิชานี้อยู่เสมอ รางวัลที่ได้คือเมื่อยังมีลมหายใจก็เป็นสุขในทุกที่ ครั้นวาระสุดท้ายมาถึงก็พร้อมรับความตายด้วยใจสงบ”

พระไพศาล วิสาโล




--------------------------------------------------------------------------------


เปลี่ยนทุกข์เป็นธรรม

“ความทุกข์ไม่เพียงผลักดันให้เราเข้าหาธรรม หากยังแสดงธรรมให้เราเห็น เพราะทุกข์ก็คือธรรมนั้นเอง สัจธรรมที่ช่วยให้พ้นทุกข์นั้นล้วนอยู่ในสิ่งที่เราเรียกว่าทุกข์ แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่เมื่อเจอทุกข์แล้วมักปล่อยใจให้เป็นทุกข์ จึงถูกทุกข์กระทำย่ำยี อันที่จริง ทุกข์นั้นหากเราดูมันด้วยสติ พิจารณาด้วยปัญญา ก็สามารถเห็นธรรมที่ช่วยให้จิตเป็นอิสระจากทุกข์ได้ เพราะกุญแจที่ไขไปสู่ความพ้นทุกข์ก็อยู่ในทุกข์นั้นเอง ทุกข์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับความพ้นทุกข์”

พระไพศาล วิสาโล




--------------------------------------------------------------------------------


การยอมรับปัจจุบัน

"ทำให้ทุกข์ลดลง เหลือแต่สิ่ง
ที่เกิดขึ้นนอกตัวเรา แต่ว่าไม่
กระทบกระเทือนไปถึงใจ
ทำให้เราหันมาใส่ใจจัดการกับ
ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เสียเวลา
ไปกับการบ่นไม่เสียอารมณ์
ไปกับการตีโพยตีพาย
นี่คือการยอมรับความเป็นจริง"


พระไพศาล วิสาโล


ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2017, 06:49:43 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #376 เมื่อ: มกราคม 19, 2017, 04:20:15 pm »



ทางออกอยู่ที่ทางเข้า

“เมื่อมีปัญหา ใคร ๆ ก็ย่อมแสวงหาทางออก
แต่บ่อยครั้งเรามักได้ยินผู้คนบ่นว่า “ไม่มีทางออก ๆ”
อันที่จริงทางออกนั้นมีเสมอ แต่ถ้าไม่เจอ
ก็มักเป็นเพราะมองไม่ถี่ถ้วนหรือมองไม่รอบด้าน
เพราะถ้าเพียงแต่เหลียวหลังไปดู ก็จะพบว่าทุกปัญหา
โดยเฉพาะที่สร้างความทุกข์ใจ มีทางออกอย่างน้อ
ยก็ทางหนึ่ง นั่นคือทางเข้า เข้าทางไหน เราก็สามารถ
ออกทางนั้นได้ เป็นแต่ผู้คนจำนวนส่วนใหญ่มองไม่เห็น
หรือถึงมองเห็นก็ไม่คิดว่านั่นจะเป็นทางออกได้”


พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2017, 04:32:26 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #377 เมื่อ: มกราคม 19, 2017, 04:21:49 pm »



มารกับมิตรปัญหากับปัญญา

อุปสรรคและตัวช่วยตลอดจน

ทุกข์และสุขมิใช่เป็นสิ่งที่แยก

จากกันหรืออยู่คนละขั้วหาก

อยู่ด้วยกัน เหมือนสองด้าน

ของเหรียญเดียวกันถ้ามอง

ให้เป็นก็จะเห็นได้ไม่ยาก


พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2017, 04:32:44 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #378 เมื่อ: มกราคม 26, 2017, 06:40:05 pm »



ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา เป็นประโยชน์ทั้งนั้น ถ้าเรารู้จักมอง ถ้าเราวางใจเป็นเราสามารถหาประโยชน์ได้จากทุกสิ่ง แม้ว่ามันจะเป็นความเจ็บปวด ความสูญเสีย

ตอนที่เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี ๒๕๕๔ มีผู้คนสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นจำนวนมาก บางคนก็กลุ้มอกกลุ้มใจจนเป็นบ้า ฆ่าตัวตาย ซึ่งจัดว่าเป็นการซ้ำเติมตัวเอง เพราะว่าน้ำท่วมทำได้แค่พัดพาและทำลายทรัพย์สมบัติของเรา ไม่ได้ทำมากไปกว่านั้น แต่เมื่อวางใจไม่เป็นก็เลยกลุ้มอกกลุ้มใจจนเสียสติ จนเป็นบ้า หรือทำร้ายตัวเอง

แต่มีอยู่คนหนึ่งไม่ทุกข์เท่าไร เธอบอกว่าน้ำท่วมคราวนี้ทำให้เห็นเลยว่าไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย ทุกอย่างมาอยู่กับเราแค่ชั่วคราวเท่านั้น อันนี้ถือว่าเธอได้ประโยชน์จากน้ำท่วม เพราะทำให้เห็นสัจธรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ไม่ทุกข์จากน้ำท่วมครั้งนั้น ยังรักษาใจไม่ให้ทุกข์เพราะความสูญเสียครั้งต่อ ๆ ไปด้วย

เราสามารถได้ประโยชน์จากความเจ็บป่วย ความเจ็บป่วยมาสอนเราว่า สังขารไม่เที่ยง มาเตือนให้เราไม่ประมาทกับเวลาที่เหลืออยู่

ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยกล่าวว่า

“ความเจ็บป่วยมาเตือนให้เราฉลาด”

คือมีปัญญาเห็นสัจธรรมของสังขารร่างกาย

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ ซึ่งเป็นอาจารย์ของอาตมา ป่วยด้วยโรคมะเร็งครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๔๙ ตอนที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ท่านบอกว่า “มันแสนสบายหนอ เพราะมีคนทำให้ทุกอย่าง” ท่านยังกล่าวอีกว่า “ตอนนั้นไม่ต้องทำอะไรหรอก เห็นไตรลักษณ์อย่างเดียวพอแล้ว มันแสดงให้เราเอง”

เวลาเราป่วยก็ลองทำอย่างนี้ดูบ้าง คือพิจารณาไตรลักษณ์ จากร่างกายนี้ ไม่ใช่เอาแต่บ่นโวยวาย ตีโพยตีพาย ว่าทำไมต้องเป็นฉัน

การสูญเสียคนรักก็สอนให้เราเห็นความไม่เที่ยงของสังขาร และเห็นโทษของความติดยึด อย่างนางกีสาโคตมี พอเห็นตรงนี้ได้ ท่านบรรลุเป็นพระโสดาบันทันที ก่อนหน้านั้นนางสูญเสียลูกน้อย ซึ่งอายุแค่ ๒-๓ ขวบ นางยอมรับไม่ได้ที่ลูกตาย อุ้มศพลูกเพื่อขอให้ใครต่อใครช่วยปลุกให้ฟื้น แต่สุดท้าย พอได้เจออุบายธรรมจากพระพุทธเจ้า ซึ่งรับปากว่าจะช่วยนางได้หากหาเมล็ดผักกาดจากบ้านที่ไม่มีคนตายมาให้พระองค์ หลังจากที่ไปหาอยู่นาน ก็ไม่พบเมล็ดผักกาดที่ว่า เพราะทุกบ้านล้วนมีคนตายแล้วทั้งนั้น ในที่สุดนางก็เห็นชัดว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา ทุกครอบครัวและทุกคนก็ล้วนสูญเสียทั้งนั้น

เมื่อกลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์แสดงธรรมสั้น ๆ ว่า

“มฤตยูย่อมพาเอาผู้คนที่มัวเมาในลูกและสัตว์เลี้ยง ผู้มีใจข้องอยู่ในอารมณ์ต่าง ๆ เหมือนห้วงน้ำใหญ่ย่อมพัดพาเอาผู้คนที่หลับใหลไป ฉะนั้น”

นางกีสาโคตมีพิจารณาตาม ปัญญาเกิด ก็บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันทันที นับว่าได้ประโยชน์จากความสูญเสียที่เกิดขึ้น หากนางไม่สูญเสียลูก อาจไม่มีโอกาสบรรลุธรรมเลยก็ได้

คำด่าก็มีประโยชน์หลายอย่างได้เช่นกัน เล็ก วิริยะพันธ์ อดีตเจ้าของเมืองโบราณ เคยพูดไว้ว่า “วันไหนไม่ถูกตำหนิ วันนั้นเป็นอัปมงคล”

มีเรื่องเล่าว่าสมัยที่หลวงปู่ขาว อนาลโย สมัยยังมีชีวิตอยู่ วันหนึ่งท่านมอบหมายให้พระลูกศิษย์ ๒ รูปไปดุด่าแม่ชีคนหนึ่งในวัด คือ แม่ชีสา ซึ่งเป็นคนอุปัฏฐากพระเณรดีมาก อีกทั้งยังใส่ใจในการปฏิบัติธรรมด้วย เมื่อพระทั้งสองรูปได้รับคำสั่งเช่นนั้น ก็ไปที่กุฏิแม่ชีสา แล้วทำตามที่หลวงปู่ขาวสั่ง คือเรียกแม่ชีสามาด่า ทีแรกแม่ชีสาก็งง แต่ว่าตั้งสติได้ นั่งพนมมือฟังคำดุด่าด้วยอาการสงบ

พระอาจารย์ทั้งสองดุด่าอยู่นานจนไม่รู้จะด่าอย่างไรแล้ว ก็หยุด แม่ชีสาแทนที่จะโกรธหรือน้อยใจว่าทำไมทำดีกลับถูกครูบาอาจารย์ด่า กลับพูดขึ้นมาว่า “ท่านอาจารย์ดุด่าดิฉันหมดหรือยัง หรือมีคำด่าว่าอยู่อีก ดิฉันได้ยินได้ฟังแล้วมันซาบซึ้งเหลือเกิน เสียงดุด่าเป็นเสียงธรรมทั้งหมดเลยเจ้าข้า” แม่ชีสายังบอกอีกว่า “ขอให้อาจารย์ทั้งสองมาด่าดิฉันให้บ่อย ๆ ด้วย มันจะได้หมดกิเลสสักที”

แม่ชีสาถูกด่า แต่ใจไม่ทุกข์เลย เพราะแทนที่จะมองว่าการถูกด่าเป็นเรื่องเลวร้าย กลับมองว่าคำดุด่าว่ากล่าวเป็นของดี ช่วยขูดกิเลสและลดละอัตตา

เมื่อเจอสิ่งที่เป็นลบหรือร้าย อย่ามัวแต่เสียใจหรือขุ่นเคือง เราควรมองหาประโยชน์จากมัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม เงินหาย ของหายก็สอนธรรมให้เราได้ แสดงให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เห็นต้นไม้ล้ม ใบไม้ร่วง ก็เป็นธรรม แม้กระทั่งเห็นหญิงสาวยิ้มให้เป็นธรรมได้

ในสมัยพุทธกาลมีพระรูปหนึ่งชื่อพระนาคสมาล ขณะที่ท่านกำลังเดินบิณฑบาตในเมือง บังเอิญมีขบวนแห่ผ่านมา ท่านเห็นหญิงฟ้อนรำคนหนึ่งแต่งตัวสวยงาม มีเครื่องประดับแวววาว ทัดทรงดอกไม้ แทนที่จะเกิดกามราคะ ท่านกลับมองว่า นี่แหละคือบ่วงแห่งมัจจุราชที่มาดักรอ พอเห็นโทษของรูปที่เห็น ก็เกิดความเบื่อหน่าย จิตหลุดพ้นจากกิเลสตรงนั้นทันที

เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ว่าทุกอย่างสามารถเป็นประโยชน์ในทางธรรมได้ทั้งนั้น พูดอีกอย่างคือเราสามารถเห็นธรรมได้จากทุกอย่าง ไม่ว่าบวกหรือลบ ดีหรือร้าย สวยงามหรือน่าเกลียด

คนที่ทำได้เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นบัณฑิต ดังพุทธภาษิตอีกตอนหนึ่งที่พระนันทิยะได้ถ่ายทอดให้แก่พระองคุลิมาลฟังว่า

“ผู้รู้จักถือเอาประโยชน์ทั้งจากอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์...... พระผู้มีพระภาคตรัสสรรเสริญว่าเป็นบัณฑิต”

การที่เราจะเห็นหรือหาประโยชน์จากทุกสิ่งได้ โดยเฉพาะอนิฏฐารมณ์ หรือรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่ไม่พึงปรารถนา สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องมีคือสติ หาไม่แล้วความรู้สึกยินร้าย ขัดเคืองใจ ก็จะครอบงำจิต จนคิดแต่จะผลักไส ทำลายสิ่งนั้น ๆ หรืออย่างน้อย ๆ ก็บ่นโวยวาย ตีโพยตีพาย ก่นด่าชะตากรรม กลายเป็นการซ้ำเติมตนเอง

แต่ถ้ามีสติ นอกจากใจจะไม่ทุกข์กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ยังสามารถใช้ปัญญาใคร่ครวญจนเห็นประโยชน์จากสิ่งนั้นได้ อันนี้รวมถึงอิฏฐารมณ์ หรือรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่พึงปรารถนาด้วย หากไม่มีสติ ใจก็จะยินดี หลงใหลเพลิดเพลิน จนเกิดกิเลสตัณหา กลายเป็นโทษ แต่ถ้ามีสติ ก็จะรู้จักคิด และเห็นข้อเสียของมันว่าสามารถทำให้เกิดความยึดติดถือมั่น อันเป็นเหตุแห่งทุกข์ หรือไม่ก็ทำให้เกิดความประมาท ซึ่งเป็นประเด็นที่จะได้กล่าวต่อไป

ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2017, 06:35:54 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #379 เมื่อ: มกราคม 26, 2017, 06:43:55 pm »



“อยู่ดี” กับ “ตายดี” เป็นสิ่งที่ไปด้วยกัน หากว่าการอยู่ดีนั้นหมายถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า หมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว รวมทั้งลดละความเห็นแก่ตัวและอารมณ์อกุศลที่สร้างความทุกข์ให้แก่จิตใจ (ไม่ใช่ “อยู่ดีกินดี” หรืออยู่อย่างอัครฐาน พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ) การตายดีก็เป็นอันหวังได้
ในทำนองเดียวกันหากฝึกจิตอยู่เสมอเพื่อการตายดี ย่อมส่งผลให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นไปในทางที่ดีงาม เช่น เห็นความสำคัญของการอยู่อย่างไม่ประมาท มีศรัทธาในสิ่งดีงาม ขณะเดียวกันก็รู้จักปล่อยวาง

พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:26:49 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #380 เมื่อ: มกราคม 26, 2017, 06:47:26 pm »



พบสุขที่จิต พบมิตรที่ใจ

ผู้คนเป็นอันมากยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าหาความสุข ทั้งนี้เพราะคิดว่าความสุขนั้นอยู่นอกตัว ถ้าได้กินของอร่อย ฟังเพลงเพราะ ได้ของถูกใจ เที่ยวต่างประเทศ ได้คนรู้ใจมาเป็นคู่ครอง จึงจะมีความสุข แต่น้อยคนที่ตระหนักว่าความสุขนั้นพบได้ที่ใจตน หลายคนทำอะไรต่ออะไรมากมายเพราะอยากได้ความสุข แต่ก็ไม่พบความสุขเสียที ทั้งนี้ก็เพราะมีสิ่งหนึ่งที่เขามองข้ามไป นั่นคือ การดูแลรักษาใจของตน ซึ่งต้องอาศัยการหมั่นมองหมั่นสังเกตจิตใจของตนอยู่เสมอ เป็นเพราะละเลยจิตใจของตน ผู้คนจึงนอกจากหาความสุขไม่พบแล้ว ยังรู้สึกเหินห่างหมางเมินกับใจตน การอยู่คนเดียวจึงเป็นความทุกข์ทรมาน เกิดความรู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยว ทั้ง ๆ ที่มิตรที่ดีที่สุดนั้นพบได้ที่ใจตนเช่นกัน

เมื่อใดก็ตามที่พบว่าความสุขหาได้ที่ใจ และมิตรที่ประเสริฐที่สุดก็คือใจของตน เมื่อนั้นเราก็มีความสุขได้ในทุกหนแห่ง เจออะไรก็ไม่ทุกข์ มีเท่าไรก็ไม่รู้สึกยากไร้ อยู่คนเดียวก็ไม่รู้สึกอ้างว้าง ใครจะมองเราอย่างไรใจก็ไม่หวั่นไหว สูญเสียเท่าใดใจก็ไม่เสียศูนย์ ภาวะเช่นนี้ย่อมประเสริฐกว่าชีวิตที่ร่ำรวยมั่งคั่ง มียศศักดิ์อัครฐาน ชื่อเสียงขจรไกล แต่ข้างในกลับไร้สุข ไม่รู้สึกพอในสิ่งที่ได้มา หวั่นไหวเพราะกลัวสูญเสีย และหงอยเหงาอ้างว้างเพราะไร้เพื่อนแท้


พระไพศาล วิสาโล


ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2017, 06:50:02 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #381 เมื่อ: มกราคม 26, 2017, 06:49:14 pm »



"เมื่อใดรู้สึกว่าเวลาเเล่นเร็วเกินไป

เราสามารถชะลอเวลาให้เคลื่อน

ช้าลงได้ ทำอย่างไรหรือ?

ก็ปลีกวิเวกไง ทิ้งงานการ

อย่างอื่นให้หมด แล้วมาอยู่

กับตัวเองจริงๆ เดินจงกรม

นั่งสมาธิ อย่าใจอ่อนเผลอนอน

เมื่อยังไม่ถึงเวลา แล้วเราจะ

พบว่าเวลาจะค่อยๆเดินเคียง

ข้างเรา ด้วยจังหวะเดียวกับเรา"

พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2017, 06:12:32 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #382 เมื่อ: มกราคม 31, 2017, 06:15:15 am »




รู้ใจตัวเอง

เวลาเรามีเพื่อนเราก็อยากได้เพื่อนที่รู้ใจ
เวลาเราทำงาน ก็อยากได้ลูกน้องที่รู้ใจ
รวมทั้งเวลาเรามีแฟนมีคู่ครอง
ก็อยากได้แฟนหรือคู่ครองที่รู้ใจ
เวลาเรามีความทุกข์
เราก็อยากให้คนเห็นใจเรา

แต่ว่าเราเคยถามตัวเราเองหรือเปล่าว่า
ที่เรียกร้องให้ใครมารู้ใจ ให้ใครมาเห็นใจ
แล้วตัวเราเอง เคยคิดจะรู้ใจตัวเองบ้างไหม
เคยคิดจะเห็นใจตัวเองบ้างหรือเปล่า
มันยากนะ ไม่รู้ใจตัวเอง

แต่ว่าจะไปเรียกร้อง แสวงหา
หรือว่าไปกะเกณฑ์ให้ใครต่อใคร
มารู้ใจหรือเห็นใจเรา อะไรที่ยากกว่ากัน
ระหว่างคนข้างนอกที่มารู้ใจเรา
หรือตัวเราเองที่รู้ใจตัวเอง
อะไรที่มันเป็นไปได้ง่ายกว่ากัน


ส่วนใหญ่เวลาบอกว่าอยากให้คนอื่น
มารู้ใจเรา ก็มักจะหมายความว่า
เค้ารู้ความต้องการของเรา
รู้ว่าจะปรนเปรอตอบสนองความ
ต้องการของเราอย่างไร อันนั้นก็ดีอยู่
แต่สิ่งที่เราควรทำให้ได้ เวลารู้ใจตัวเอง
รู้ทันความรู้สึกนึกคิดของตัว

เวลาเราโกรธ เราเคยรู้ใจตัวเองไหม
ว่ากำลังโกรธ เวลาเราเกลียด
เรารู้ทันความเกลียดในใจเราไหม
เวลาเราเบื่อ เราเศร้า เราเคยรู้ทัน
ความเบื่อ ความเศร้า ทั้ง ๆ ที่มันเกิดขึ้น
อยู่กลางใจเราหรือเปล่ารู้ใจแบบนี้ที่
สำคัญกว่าการกะเกณฑ์ให้ใครมารู้ใจเรา

พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2017, 06:21:27 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #383 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:26:07 pm »



ส่วนใหญ่เราไม่เข้าใจว่าบุญหมายถึงอะไร คนไทยนั้นนึกว่าบุญเหมือนกับบัตรสะสมโชค รู้จักไหมโยมบัตรสะสมโชค บัตรสะสมโชคนั้น พอสะสมได้มาก ก็ไปแลกเอาของสมนาคุณได้ คนไทยมักจะเข้าใจบุญในแง่นี้ คือบุญที่เป็นบัตรสะสมโชค

ลองมาพิจารณาดูว่าเราคาดหวังอะไรบ้างจากบุญ สิ่งที่คาดหวังจากบุญคือความร่ำรวย ความมีทรัพย์สมบัติ ความมั่งมี เราคิดเพียงเท่านั้น นี่ก็ไม่ต่างจากเวลาเราอยากได้ของสมนาคุณ เราทำอย่างไรบ้าง เราก็มักไปศูนย์การค้าตามที่เขาโฆษณาว่า ที่นั้น ที่นี้ มีบัตรสะสมโชคเยอะๆ เพื่อแลกของ

ในทำนองเดียวกัน เวลาเราอยากได้บุญเยอะๆ เราทำอย่างไร เราก็คิดว่าต้องไปที่ๆมีการแจกบุญมากๆ หรือเพิ่มบุญเยอะ นั่นคือต้องไปทำบุญกับพระ ต้องไปทำบุญกับเกจิอาจารย์บุญถึงจะเพิ่มพูน และเมื่อสะสมบุญแบบนี้มากเข้า ก็หวังว่าจะรวยหรือถูกหวยในเวลาไม่นาน

สิ่งที่เราคาดหวังจากบุญนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการมีทรัพย์สินเงินทองมากๆ แต่เราไม่ได้คิดเลยว่า บุญ ตามความหมายที่แท้จริง หมายถึงการชำระใจให้สะอาด การชำระใจให้ผ่องแผ้ว ถ้าเราทำบุญแล้วเราไม่ได้ทำใจของเรา ให้โปร่งเบา หรือชำระจิตของเราให้สะอาด อันนั้นก็เป็นบุญที่แท้ไม่ได้

การทำบุญด้วยหวังผลดลบันดาล คือ ให้ร่ำรวย มีชื่อเสียง หรือว่ามีหน้ามีตา มียศศักดิ์ มีอำนาจ อันนั้นเป็นบุญแบบบัตรสะสมโชค ไม่ใช่บุญที่แท้จริงในทางพุทธศาสนา บุญในทางพุทธศาสนาจะต้องก่อให้เกิดผล ๒ อย่าง ประการหนึ่ง คือ มีผลต่อจิตใจ คือทำใจให้สงบ ทำใจให้เป็นสุข และขณะเดียวกันก็ทำใจให้สะอาด ถ้าเราทำบุญด้วยความโลภ อยากได้ผลตอบแทน หรือทำบุญเหมือนสะสมโชค อันนั้นจะได้บุญน้อย

ประการที่ ๒ บุญที่แท้จะต้องก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย ถ้าทำบุญแล้ว คนอื่นไม่ได้ประโยชน์ หรืออานิสงส์ไม่เกิด ไม่แผ่ไปถึงผู้อื่น อันนั้นก็เป็นบุญไม่ได้ เช่น มีความเข้าใจว่า ทำบุญด้วยการไปเช่าวัตถุมงคลแล้ว ก็สามารถไปดูดทรัพย์จากคนอื่นได้ การไปดูดทรัพย์อย่างนี้เป็นการไปเบียดเบียนผู้อื่น จะเรียกเป็นบุญที่แท้ในทางพุทธศาสนาไม่ได้

ขอให้พิจารณาเวลาทำบุญว่า ถ้าทำแล้วไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น แล้วไม่ก่อให้เกิดความสงบใจ หรือช่วยลด ช่วยละกิเลสในจิตใจของเราแล้ว ก็ให้เข้าใจว่านั่นไม่ใช่บุญ


พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:28:47 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #384 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:32:16 pm »




ปุจฉา - ผมกำลังรู้สึกว่าแม่ผมกำลัง "เมาบุญ"แม่ต้องการเงินจำนวนหนึ่ง บอกว่าจะเอาไปทำบุญกฐิน แต่ฐานะเราก็ไม่ได้ร่ำรวยพอที่จะทำได้ขนาดนั้นเป็นเงินที่ไม่เยอะไม่น้อย ๓๐๐๐ บาท ก่อนหน้านั้นแม่ขอหมื่นนึงแต่ผมไปว่าใจเย็นๆแม่จะเอาไปทำอะไรเยอะขนาดนั้น แม่บอกว่าจะเอาไปทำบุญกฐินหายายที่เสียไปอะครับ แกบอกว่ายายจะได้ขึ้นสวรรค์

ผมบอกกับแม่ไปว่าบุญมันทำได้หลายวิธีนะแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเงินอย่างเดียวและมันก็อยู่ที่เจตนาเราด้วยว่าเจตนาเราคืออะไร จำนวนเงินกับบุญมันต่างกันที่เจตนาด้วย แม่ผมมักจะชอบคิดว่าการทำบุญโดยที่ให้จำนวนเยอะๆจะได้บุญเยอะด้วย ผมไม่ได้ห้ามแม่ทำบุญนะครับแต่ผมอยากให้แม่ผมรู้และเข้าใจว่าบุญมันได้หลายทางนอกจากเรื่องทานแล้ว มันมีอีกตั้งหลายวิธี โปรด พระอาจารย์ช่วยชี้แนะด้วยครับ ซึ่งผมเป็นกำลังหลัก(คนเดียว) ต้องหาเงินส่งทางและกลัวว่าแม่จะไปกันใหญ่ในเรื่องการทำบุญ ผมควรจะมีวิธีบอกกับแม่อย่างไรดีครับ


พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - คุณเข้าใจถูกต้องแล้ว บุญทำได้หลายวิธี ทานเป็นแค่ ๑ ใน ๑๐ วิธีที่พุทธศาสนาสรรเสริญ วิธีอื่นได้แก่ การรักษาศีล การทำสมาธิภาวนา การฟังธรรม การขวนขวายช่วยเหลือ การทำความเห็นให้ตรง เป็นต้น อย่างไรก็ตามคนจำนวนมากชอบทำบุญด้วยการให้ทาน เพราะเป็นรูปธรรม เห็นผลชัดเจน อีกทั้งถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กจนโต ดังนั้นเป็นธรรมดาที่คุณแม่ของคุณอยากทำบุญด้วยการให้ทาน หากไม่ได้ทำก็จะรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนว่าไม่ได้ตอบแทนบุพการีเท่าที่ควร

ในเมื่อคุณแม่อยากทำบุญด้วยการให้ทาน คุณควรแนะนำท่านว่า การให้ทานที่มีอานิสงส์มาก คือการให้ทานอย่างสัตบุรุษ (สัปปุริสทาน) ซึ่งมีองค์ประกอบ ๘ ประการคือ ให้ของสะอาด ให้ของประณีต ให้ของถูกเวลา ให้ของที่เหมาะสมกับผู้รับ ให้ด้วยวิจารณญาณ ให้เนืองนิตย์ เมื่อให้ทำจิตผ่องใส ให้แล้ว เบิกบานใจ

เห็นได้ว่าอานิสงส์ของทานนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินหรือของราคาแพง แม้เป็นเงินจำนวนน้อย หรือของราคาไม่แพง ก็มีอานิสงส์มาก หากเป็นของสะอาด ของประณีต ของถูกเวลา และของที่เหมาะสมกับผู้รับ ที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษคือ ๒ ข้อหลัง คือ เมื่อให้ จิตผ่องใส ให้แล้ว เบิกบานใจ ชี้ให้เห็นว่า อานิสงส์ของบุญนั้นอยู่ที่คุณภาพของใจเป็นสำคัญ หากถวายเงินจำนวนมาก แต่จิตใจเศร้าหมอง วิตกกังวล ย่อมได้บุญน้อยกว่าคนที่ถวายเงินไม่มาก แต่จิตผ่องใสเบิกบานเพราะให้ด้วยศรัทธา



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:34:08 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #385 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:39:44 pm »



วางใจยังไงไม่ให้ทุกข์ เวลาช่วยชี้แนะคนอื่นแล้วไม่สำเร็จ?


ปุจฉา - กราบนมัสการพระคุณเจ้า กราบเรียนสอบถามถึงการพิจารณา เพื่อการวางใจให้เป็นกลางๆ ในกรณีที่เราเกิดความรู้สึกอยากให้คนใกล้ชิด หรือ คนรอบข้างทั่วๆไป ที่อยู่ร่วมกันในสังคมมีสัมมาทิฐิ เพราะเมื่อได้พบเห็น หรือได้ยิน การกระทำต่างๆ ของบุคคลเหล่านี้ แล้วเกิดความสงสารว่าทำไมพวกเขาจึงเข้าใจหรือหลงว่าการกระทำต่างๆนั้นว่าดี

ผมเข้าใจตรงข้อที่ว่าเราไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงบุคคลต่างๆให้เป็นไปตามความอยากของเราได้ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย แต่บางครั้งก็อยากเอาตัวเองเข้าไปเป็นปัจจัย (ทำไประดับหนึ่งแล้ว) ความอยากนี้ก่อให้เกิดอาการครุ่นคิดในใจในบางครั้งครับ เลยถือโอกาสนี้กราบเรียนสอบถามพระคุณเจ้าให้ช่วยชี้แนะเรื่องการวางใจในเรื่องนี้

พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - การแนะนำให้คนรอบข้างมีสัมมาทิฏฐิ เป็นหน้าที่หรือคุณธรรมของกัลยาณมิตร แต่เขาจะเปลี่ยนความคิดหรือไม่ อยู่ที่ตัวเขาเอง กัลยาณมิตรเป็นแค่ปัจจัยภายนอก ซึ่งแม้สำคัญแต่ก็ไม่เท่ากับปัจจัยภายใน (คือมุมมอง วิธีคิด หรือทัศนคติของเขา) ด้วยเหตุนี้เมื่อคุณทำกิจในฐานะกัลยาณมิตรแล้ว ก็อย่าลืมทำจิตด้วย คือ ไม่ยึดติดถือมั่นในความสำเร็จ พูดอีกอย่างคือ วางความอยากให้สำเร็จลงเสีย หากวางใจเช่นนี้ แม้ไม่สำเร็จก็ไม่ทุกข์ และไม่ได้โกรธเกลียดเขาที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิด ยังมีความปรารถนาดีต่อเขาดังเดิม

การทำความดีนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องระวังใจของเราด้วย อย่าคาดหวังว่าเขาจะต้องดีในแบบของเรา หรือดีตามความคิดของเรา หากคิดเช่นนั้น ก็แสดงว่า เราไม่ได้ทำเพื่อเขา แต่กำลังทำเพื่อสนอง “ตัวกู ของกู” หรือเอา “ตัวกู ของกู” เป็นศูนย์กลาง



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:41:58 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #386 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:45:09 pm »



* สร้างพื้นที่สงบเย็นให้จิตใจ *


“ถ้าเราหมั่นดูใจของเรา มีสติ เราก็จะเห็นว่าที่จริงแล้วที่เราทุกข์ ที่เราโกรธ เป็นเพราะใจเราไปรับคำชวนของคนรอบตัว เพราะฉะนั้นจะโทษผู้อื่นฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องโทษตัวเองด้วยที่ไปรับคำชวนนั้น เขาไม่ได้บังคับให้เราโกรธ แต่เป็นเพราะเราไปรับคำชวน เราก็เลยโกรธ เป็นทุกข์ ร้อนรุ่มกลุ้มใจ แม้ว่าจะอยู่ในที่ที่สงบสงัดแต่ใจก็ยังไม่สงบ แต่ถ้าเรามีสติ เรารู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในที่ที่วุ่นวาย อึกทึกคึกโครม ใจก็ยังสงบได้”


-----------------------------------------------------------------------
เสียงธรรมจากพระอ.ไพศาล วิสาโล

บรรยายหลังทำวัตรเย็นที่วัดป่าสุคะโต



 :) ดาวน์โหลด  ===> https://archive.org/details/PhraPaisalVisalo2560




ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:52:19 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #387 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:51:58 pm »



* เรียนธรรมจากทุกข์ *

“เราสามารถมีจิตใจปกติ มั่นคง ไม่หวั่นไหวไปในยามที่มีสิ่งกระทบ มีเหตุร้ายมากระหน่ำย่ำยีอย่างไรก็ใจไม่ทุกข์ ถึงแม้ว่าจะเสียทรัพย์ หรือถึงแม้กายจะเจ็บป่วย แต่ว่าไม่กระเทือนไปถึงใจ เพราะว่าจิตใจมีธรรมะเป็นเครื่องรักษา การปฏิบัติธรรมนั้นทำให้เราสามารถอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุขในทางจิตใจ ถึงแม้ว่าชีวิตจะไม่ราบรื่น อาจมีความวุ่นวายหรือไม่สมหวังเกิดขึ้นก็ตาม”


----------------------------------------------------------------------------
เสียงธรรมจากพระอ.ไพศาล วิสาโล

บรรยายหลังทำวัตรเช้าที่วัดป่าสุคะโต


:) ===> https://archive.org/details/PhraPaisalVisalo2560



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2017, 06:14:07 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #388 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2017, 06:07:06 am »



ทำใจในวัยขาลง

เสียงธรรมจากพระอาจารย์ ไพศาล วิสาโล

บรรยายหลังทำวัตรเย็นที่วัดป่าสุคะโต


ตามลิงค์นี้เข้าไปฟังหรือดาวน์โหลดได้ค่ะ


   ===> https://archive.org/details/PhraPaisalVisalo2560



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #389 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2017, 06:10:04 am »



สงบได้เพราะใจยอมรับ


ถ้าเราฝึกใจให้ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น

ยอมรับได้ใจก็สงบ ข้างนอกมัน

จะวุ่นวายอย่างไง ใจก็เห็นว่ามัน

เป็นธรรมดา ความล้มเหลวก็เป็นธรรมดา

อุปสรรคก็เป็นธรรมดา คนพูดจาไม่น่ารัก

ก็ธรรมดา เจ็บป่วยก็ธรรมดา

พอเห็นเป็นธรรมดา ใจก็ไม่ผลักไส

ไม่โวยวายไม่บ่น ไม่โอดครวญ

และนั่นแหละความสงบก็จะเกิดขึ้น

ได้กับใจของเรา อันนี้เป็นความสุข

ที่เราสามารถจะพบได้ ไม่ใช่ที่ไหน

เราพบได้ที่ใจของเรา เพียงแค่เรา

รู้จักการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น


พระไพศาล วิสาโล

----------------------------------------------------------------------------   

เสียงธรรมจากพระอ.ไพศาล วิสาโล

บรรยายหลังทำวัตรเช้าที่วัดป่าสุคะโต


  ===> https://archive.org/details/PhraPaisalVisalo2560



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2017, 06:23:26 am โดย ยาใจ »