ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 111932 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #600 เมื่อ: ???Ҥ? 25, 2019, 05:51:21 AM »



บทสวดที่ว่า “เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้ เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้ เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้”

อันนี้เป็นทุกข์แบบหนึ่ง เรียกว่าทุกข์ของสังขาร เป็นเรื่องของกาย

ทุกข์อีกแบบหนึ่งคือ ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ อันนี้เป็นเรื่องของอารมณ์ เรื่องของใจ ความทุกข์ทางอารมณ์หรือทุกข์ใจนี้ จะว่าไปแล้วล้วนเกิดจากความหลง

ความหลงมีสองอย่าง คือ “ไม่รู้ตัว” กับ “ไม่รู้ความจริง”

การไม่รู้ตัวเกิดจากความเผลอ ลืมตัว มันทำให้เราคิดไปในทางที่เพิ่มทุกข์ให้แก่ตนเอง เชื้อเชิญความทุกข์ใจให้เกิดขึ้นกับเรา ความโศกความร่ำไรรำพันมักจะเกิดตอนที่เรานึกถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้ว สิ่งที่เสียไปแล้ว คนรักที่จากไปแล้ว ไม่สามารถจะเอากลับคืนมาได้ ก็เลยเศร้าโศกเสียใจ ความคับแค้นใจมักจะเกิดตอนที่เรานึกถึงคนที่ขัดอกขัดใจเรา หรือคนที่ต่อว่าด่าทอเรา บางครั้งเรื่องเกิดขึ้นนานแล้ว แต่ใจก็ไม่ยอมวางเสียที

บางทีก็จดจ่อหมกมุ่นกับอนาคต คิดไปในทางเลวร้าย มันจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าไม่รู้ แต่ก็คิดไปในทางลบแล้ว เรียกว่ามโน ก็ทำให้เกิดความวิตกกังวล กระวนกระวาย ความทุกข์ใจเกิดขึ้นแล้วก็ยังหลงปกป้องรักษาฟูมฟักหล่อเลี้ยงมันเอาไว้ อันนี้ก็คือความหลง ไม่รู้ตัว

แต่ที่จริงแล้วรากเหง้าของความทุกข์คือ หลงตัวที่สองคือ “ไม่รู้ความจริง”

ความจริงที่ว่า คือ สิ่งทั้งปวงล้วนไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมไป ดับไป เรียกว่าเป็นทุกข์ หรือ ทุกขัง รวมทั้ง ไม่มีอะไรที่สามารถยึดเป็นตัวเป็นตนได้ คือเป็นอนัตตา สรุปก็คือ สิ่งทั้งปวง ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรม ล้วนไม่น่ายึดถือเพราะยึดถือไม่ได้ เพราะว่ามันแปรเปลี่ยนเป็นนิจ มันต้องเสื่อมต้องดับไป แต่พอเราไม่รู้ความจริงข้อนี้ เราก็เลยมีความคิดหรือความอยากที่สวนทางกับความจริง หรือมิอาจเป็นจริงได้ เช่น ยึดว่าร่างกายนี้จะต้องหนุ่มต้องสาวตลอด จะต้องไม่แก่ จะต้องมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีกำลังวังชาไปเรื่อย ๆ จะต้องไม่เจ็บไม่ป่วย ทั้ง ๆ ที่ควรจะมองว่าคนเราที่ไม่แก่ ไม่ป่วยนั้นไม่มี แต่ว่าใจไม่ยอมรับเพราะหลงยึดเอาไว้

ยึดไว้ว่าอะไรที่ได้มาแล้วก็จะไม่เสื่อมสูญไป มีของรักมีของถูกใจแล้วก็จะยึดให้มันอยู่กับเราไปนาน ๆ ชั่วฟ้าดินสลาย แต่ความปรารถนาเหล่านี้ล้วนขัดแย้งกับความจริง ก็เลยเกิดความทุกข์ใจ เกิดความอาลัย เกิดความวิตก เมื่อของรักหายไปก็กลุ้มอกกลุ้มใจ เมื่อคนรักจากไปก็โศกเศร้าเสียอกเสียใจ นี่เป็นเพราะความหลง ไม่รู้ความจริง


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล





  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 25, 2019, 10:00:13 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #601 เมื่อ: ???Ҥ? 25, 2019, 05:56:12 AM »



หลวงพ่อชา สุภัทโท พูดไว้เป็นกลอนกระชับมากว่า

“ทุกข์มีเพราะยึด
ทุกข์ยืดเพราะอยาก
ทุกข์มากเพราะพลอย
ทุกข์น้อยเพราะหยุด
ทุกข์หลุดเพราะปล่อย”


ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย ข้อนี้สำคัญมาก คำพูดของหลวงพ่อชาชี้ให้เห็นความจริงในส่วนที่เป็นสมุทัยและนิโรธ ทุกข์มีเพราะยึด คือสมุทัย ส่วน ทุกข์หลุดเพราะปล่อย คือนิโรธ กล่าวคือ คนเราจะพ้นทุกข์ได้ก็เพราะปล่อยวาง ที่เราปล่อยวางได้ก็เพราะมีปัญญาเห็นว่าไม่มีอะไรที่ยึดถือได้เลยสักอย่าง ปัญญาทำให้ตระหนักว่าอะไรๆ ก็ไม่เที่ยง ยึดถือไม่ได้เลย จึงเลิกยึด ไม่หยิบ ไม่ฉวย และปล่อยทุกอย่างที่เคยยึดเคยฉวย

การไม่ยึดเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ก็เพราะว่าถึงแม้คนเราต้องแก่ เจ็บ และต้องตาย แต่ความจริงเหล่านี้จะไม่ทำให้เราทุกข์ได้เลยถ้าเราไม่ยึดติดถือมั่นในตัวตน

แต่ที่เราทุกข์เมื่อต้องแก่ เจ็บป่วย และตายก็เพราะเรามีความยึดอยู่ลึกๆ ว่าฉัน ต้องไม่แก่ ต้องไม่เจ็บ ต้องไม่ป่วย ต้องไม่ตาย คือเรายึดว่ามันเที่ยง ความแก่ความเจ็บความตายไม่ใช่ตัวการแห่งความทุกข์ใจ

ตัวการแห่งความทุกข์ใจ คือใจที่ยึดอยาก ให้มันเที่ยง หรือยึดอยากให้มันเป็นอย่างที่เราต้องการ ถ้าเข้าใจตรงนี้เราก็จะพบว่า ความทุกข์ของคนเรานั้นอยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่ที่สิ่งนอกตัว ไม่ได้อยู่ที่ความเจ็บความป่วยด้วยซ้ำ

หลายคนเป็นมะเร็งแต่ยังยิ้มได้ เพื่อนของอาตมาเป็นมะเร็งเต้านมและเสียชีวิต ในช่วงสองสามเดือนสุดท้ายเธอป่วยหนักจนต้องนอนอยู่บนเตียง เธอปฏิเสธที่จะเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน เธอได้พูดไว้กับพวกเราว่า ช่วงสองปีหลังเป็นช่วงที่เธอมีความสุขมาก

ทำไมคนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ใกล้ตาย จึงมีความสุขได้

ก็เพราะประการแรกเขายอมรับความจริงได้ว่าความเจ็บป่วยและความตายเป็นเรื่องธรรมดา ประการต่อมาก็คือเมื่อรู้ว่าความตายใกล้เข้ามา ใจก็เริ่มปล่อยวาง เพราะรู้ว่าเมื่อตายแล้วก็ต้องทิ้งสิ่งทั้งปวง เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ขณะเดียวกันแม้ยังไม่ตาย แต่ถ้ายึดถือก็เป็นทุกข์ ดังนั้นเมื่อใกล้ตาย มีอะไรก็ปล่อยหมด รวมทั้งสิ่งที่ค้างคาใจ

อย่างเพื่อนของอาตมา เธอมีสิ่งใดที่ค้างคาใจกับแม่ก็พูดกับแม่จนหมด ทรัพย์สมบัติต่างๆ ก็สะสางจนหมดสิ้น ไม่มีอะไรต้องกังวล สองสามอาทิตย์สุดท้ายเธอบอกว่า ไม่โลภ ไม่โกรธแล้ว ไม่โกรธแม้กระทั่งมะเร็ง คนทั่วไปเวลาป่วยจะรู้สึกโกรธ เช่น โกรธมะเร็ง แต่เธอไม่มีความรู้สึกเช่นนี้กับก้อนมะเร็งเลย เธอเรียกมันว่า คุณก้อนมะเร็ง เราต่างคนต่างอยู่นะ เธอไม่โกรธ ไม่โลภ มีเพียงความหลงที่ยังละไม่ได้

นี่เป็นตัวอย่างว่า คนที่เจ็บป่วยแต่มีความสุขนั้น เป็นไปได้ เพราะจริงๆ แล้วสุขหรือทุกข์ที่แท้นั้นอยู่ที่ใจปล่อยวางหรือยึดติดถือมั่นแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา


พระไพศาล วิสาโล
หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ : Buddhadasa Indapanno Archives #BIA




  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 25, 2019, 10:00:55 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด



  จิตแจ่มใส ใจตื่นรู้ 

ทุกครั้งที่อาบน้ำชโลมกาย เราจะรู้สึกสดชื่นแจ่มใส เพราะความชุ่มเย็นของน้ำช่วยบรรเทาความร้อนรุ่ม และขจัดสิ่งสกปรกหมักหมมออกไปจากร่างกาย แต่ไม่นานหลังจากนั้นความหม่นหมองมักกลับมาเยือน ทั้งนี้เพราะเกิดความเครียด ขุ่นเคืองใจ หาไม่อารมณ์อกุศลก็ครอบงำเมื่อเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ มากระทบตามที่ต่าง ๆ ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นอาจิณ

แม้อาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้คนเป็นอันมากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับเราก็ได้ มีสิ่งหนึ่งที่ช่วยชำระใจให้หายหม่นหมอง บรรเทาความร้อนรุ่มและปัดเป่าอารมณ์อกุศลไปจากใจได้เป็นอย่างดี นั่นคือความรู้สึกตัว ทันทีที่รู้ตัวว่าโกรธ เครียด เศร้า หรือมีสติรู้ทันความคิดที่กระตุ้นปลุกเร้าอารมณ์ดังกล่าว ใจก็กลับมาเป็นปกติ ไม่จมอยู่ในอารมณ์ดังกล่าวอีกต่อไป ความรู้สึกตัวทำให้จิตตื่น ไม่หลงเข้าไปในความคิดที่ฝันฟุ้งปรุงแต่ง จนไม่รู้เนื้อรู้ตัวราวหลับใหล ซึ่งมีแต่จะนำพาความทุกข์มาให้เหมือนคนที่ตกอยู่ในฝันร้าย

ใจตื่นรู้คือสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตของเราพบกับความสงบเย็นเป็นสุข เมื่อเจอความผันผวนปรวนแปรอันเป็นธรรมดาโลก ก็ไม่เป็นทุกข์ แม้วันนี้ใจของเราจะหม่นหมองร้อนรุ่มหรือหลับใหล แต่ก็สามารถเปลี่ยนเป็นใจตื่นรู้ได้ด้วยการฝึกฝนหรือการปฏิบัติ เพราะศักยภาพดังกล่าวมีอยู่แล้วในตัวเราทุกคน


พระไพศาล วิสาโล





  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????ҾѸ?? 01, 2019, 01:58:33 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด




  สานรัก สร้างสุข    

ความทุกข์ของคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้มักมีสาเหตุมาจากความสัมพันธ์ มิใช่ความสัมพันธ์กับใครที่ไหน หากเป็นความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว อาทิ คู่ครอง มิตรสหาย หรือแม้แต่พ่อแม่ลูกหลาน บุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผูกพันกันด้วยความรัก แต่บ่อยครั้งการอยู่ใกล้ชิดกันมากก็ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งได้ง่าย จนกลายเป็นความขัดแย้งและความเจ็บปวด

น่าแปลกก็ตรงที่ในยามที่คนรักยังมีชีวิตอยู่ ผู้คนจำนวนไม่น้อยมีเรื่องผิดใจกันจนถึงกับโกรธเกลียดกัน ครั้นเขาจากไป ก็เศร้าโศกเสียใจ อาลัยอาวรณ์ อันที่จริงเราสามารถเลือกหนทางที่ดีกว่านั้นได้ กล่าวคือ เมื่อขณะที่คนรักยังอยู่ ก็เกื้อกูลกันด้วยความรัก มีความเข้าอกเข้าใจกัน และอยู่ด้วยกันอย่างผาสุก ครั้นเขาจากไปไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ก็สามารถทำใจได้ ไม่รู้สึกผิดหรือคับแค้นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อเขาอยู่ เราก็มีความสุข เมื่อเขาจากไป เราก็ไม่ทุกข์

ความรักนั้นยั่งยืนได้ หากเราเปิดใจฟังกันให้มากขึ้น ฟังด้วยหัวใจ มิใช่ฟังด้วยหูเท่านั้น ความเข้าใจกันนั้นสามารถสานรักให้ยืนยาวได้ ขณะเดียวกันการมองอดีตอันเจ็บปวดด้วยมุมมองใหม่ ก็สามารถนำเราข้ามพ้นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ได้ อดีตนั้นสามารถให้บทเรียนหรือความหมายที่ทรงคุณค่าแก่เราได้เสมอ

พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????ҾѸ?? 01, 2019, 02:05:29 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด



  พรุ่งนี้หรือชาติหน้า ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะมาก่อน 


ความจริงอย่างหนึ่งที่ผู้คนไม่อยากนึกถึงก็คือ ความตายสามารถเกิดกับเราได้ทุกเวลา การเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเผชิญความตายอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่คนส่วนใหญ่กลับมองข้ามความจริงข้อนี้โดยให้เหตุผลว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว แท้จริงแล้วความตายอยู่ใกล้ตัวเราอย่างยิ่ง มีภาษิตธิเบตกล่าวว่า “ระหว่างพรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครรู้หรอกว่าอะไรจะมาก่อน” นี้คือความจริงที่ใครเล่าจะกล้าปฏิเสธ ใครที่คิดว่าพรุ่งนี้จะมาก่อนชาติหน้า ล้วนแต่คาดเดาด้วยความประมาททั้งนั้น เพราะเราแน่ใจได้อย่างไรว่า วันนี้จะไม่ใช่วันสุดท้ายของเรา พ้นจากวันนี้ไปแล้วก็อาจเป็นชาติหน้าเลย หามีพรุ่งนี้ไม่

พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????ҾѸ?? 13, 2019, 03:27:19 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด
มองดีมีแต่กำไร - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #605 เมื่อ: ????ҾѸ?? 05, 2019, 07:19:05 AM »



  มองดีมีแต่กำไร 


มองชีวิตในมุมบวก ไม่ถึงกับเท่าทุน

มันกำไรด้วย จะถูกโจรปล้นจนเหลือแต่ตัว

แต่ก็มีอะไรมากับชีวิตของเราหรือ

อยู่คู่กับชีวิตของเรา เช่นวิชาความรู้

หรือว่ามีญาติสนิทมิตรสหาย มีคนรัก

มีครอบครัว สูญแต่เงินแต่ยังมีอะไร

อีกหลายอย่างที่มีคุณค่าต่อชีวิตของเรา

แต่มันก็อยู่ที่มองว่าเราจะเทียบกับอะไร

ถ้าเราเทียบไม่เป็น เราก็จะทุกข์มาก

เพราะเราจะรู้สึกว่ามันสูญเสียตลอด

แต่ถ้าเรามองว่าเราเกิดมาไม่มีอะไรมาเลย

เกิดมาตัวเปล่า สิ่งที่มีมันคือกำไรทั้งนั้น



พระไพศาล วิสาโล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????ҾѸ?? 05, 2019, 07:21:38 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด
ยิ้มให้ชีวิต - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #606 เมื่อ: ????ҾѸ?? 13, 2019, 03:23:22 PM »





  ยิ้มให้ชีวิต 

แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยทุกข์ แต่ชีวิตก็สามารถให้สิ่งดี ๆ แก่เราได้มากมาย แม้กระทั่งความทุกข์ที่เราเจอะเจอ ก็สามารถเป็นประโยชน์แก่เรา หากเรารู้จักเรียนรู้จากชีวิตที่ผ่านมา ประสบการณ์ชีวิตสามารถสอนเราให้รู้จักเปลี่ยนทุกข์เป็นสุข อีกทั้งโอกาสต่าง ๆ ที่ชีวิตมอบให้แก่เรา ก็สามารถทำให้เราพบประโยชน์สูงสุดของชีวิต นั่นคือ อิสรภาพจากทุกข์ อันเป็นสุขที่ประเสริฐยิ่ง

ชีวิตเป็นมิตรที่ดีที่สุดของเรา จึงควรยิ้มให้กับชีวิต อย่าโกรธเกลียดเคียดแค้นชีวิตที่นำความทุกข์หรือความผิดหวังมาให้ อย่าคิดว่าทำไมชีวิตจึงโหดร้ายกับฉันนัก มองให้ดีนั่นอาจเป็นโชคที่มาในรูปของเคราะห์ มันคือสิ่งที่เตรียมเราให้พบกับสิ่งวิเศษสุดที่รอคอยอยู่ข้างหน้า


พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????ҾѸ?? 13, 2019, 03:40:36 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด




  เมตตาต่อเพื่อนร่วมทุกข์ 


“หากเราเปิดใจมองเห็นความทุกข์ของคนอื่น

เราจะมีความเห็นใจกันมากขึ้น เราจะรู้สึกว่า

ทุกคนเป็นเพื่อนทุกข์ ความรู้สึกว่าทุกคนเป็น

เพื่อนทุกข์ จะทำให้เราเข้ามาใกล้กันมากขึ้น

ช่องว่างระหว่างกันจะน้อยลง ความเห็นใจจะมีเพิ่มขึ้น
 
เมื่อเรารู้สึกว่าเราต่างร่วมชะตากรรมเดียวกัน

การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อเยียวยาความเจ็บปวด

จะเกิดขึ้น ตรงนี้เองที่จะทำให้เมตตากรุณาเบ่งบานขึ้น”



พระไพศาล วิสาโล

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9156
    • ดูรายละเอียด




  อยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์



เมื่อเจอทุกข์ อย่างแรกที่ควรทำก็คือ การยอมรับ กล่าวคือ ไม่ผลักไส ปฏิเสธ หรือตีโพยตีพาย โวยวายคร่ำครวญ เพราะการทำเช่นนั้นมีแต่จะเพิ่มทุกข์ให้แก่เรา นั่นคือทุกข์ใจ แต่ทันทีที่เรายอมรับได้ หยุดบ่น หยุดโวยวาย ใจก็จะกลับมาเป็นปกติ ทำให้สมองโล่ง สามารถนำปัญญามาใช้แก้ทุกข์ให้ลุล่วง หรือแก้ปัญหาให้เบาบางลงได้

จะว่าไปแล้ว อะไรเกิดขึ้นกับเรา ไม่สำคัญเท่ากับว่าเรารู้สึกหรือมีท่าทีกับมันอย่างไร เจอเหตุร้าย แต่ใจยอมรับได้ หรือรู้จักมองบวก คือ หาประโยชน์จากมัน รวมทั้งมองว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิตและโลก รู้จักปล่อยวางได้ ใจก็ไม่เป็นทุกข์ ในทางตรงข้ามแม้เจอโชคลาภ แต่ไม่รู้จักพอ อยากได้มากกว่านั้น หรือเปรียบเทียบกับคนอื่นที่ได้มากกว่า ใจกลับเป็นทุกข์ด้วยซ้ำ


พระไพศาล วิสาโล





  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????ҾѸ?? 13, 2019, 03:41:07 PM โดย ยาใจ »