ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 144233 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  พรสงกรานต์อันประเสริฐ



หลวงพ่อไพศาล วิสาโล บรรยายที่วัดป่ามหาวัน ภูหลง
Cr:ถอดเสียงเป็นข้อเขียน Nonglak Trongselsat


ในช่วงเทศกาลซึ่งเป็นปีใหม่แบบไทยๆ คนไทยนิยมไปหาคนเฒ่าคนแก่ รดน้ำดำหัว และขอพร ถือเป็นประเพณี

คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนจะให้พรแก่ลูกหลานสั้นๆว่า ขอให้ลูกรู้เนื้อรู้ตัว เป็นพรที่สั้นๆ แต่สมัยนี้ พรที่คุ้นเคยคือ ขอให้มี อายุ วรรณะ สุขะ พละ มีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา พรของคนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนสั้น แต่มีคุณค่ามาก เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ เพราะว่าความรู้เนื้อรู้ตัว ถ้าใครมี ก็จะมีแต่ความสงบเย็นที่รุ่มร้อน ที่เป็นทุกข์กัน ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความโศก ความเครียด ความวิตกกังวล ความคับแค้น ความท้อแท้ พูดรวมๆก็คือ ความไม่รู้เนื้อรู้ตัวลืมตัว คนเราแม้จะมีเงินมีทองมากมายเพียงใดก็ตามถ้าไม่รู้เนื้อรู้ตัว อย่างน้อยก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เครียดวิตกกังวลสารพัด แม้ว่าจะอายุยืนเป็นร้อยปีแต่ถ้าไม่รู้เนื้อรู้ตัว ก็เรียกว่าไร้ประโยชน์ การมีอายุยืนโดยตัวมันเองไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีเสมอไป เมื่ออายุยืนก็ตามมาด้วยความแก่ เกิดความข้องขัดในทางกาย จิตใจก็เริ่มเล่อะเลือน สับสน ไม่ใช่เป็นพรที่พึงปรารถนาเลยเมื่อเทียบกับคุณค่าหรือพรอย่างอื่น

คุณยายคนหนึ่ง วันปีใหม่ก็ดี วันเกิดก็ดี ปกติก็จะมีลูกหลานมาเยี่ยมแล้วก็อวยพร ขอให้มีอายุยืนยาวเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลานไปนานๆ คุณยายก็บอกว่า ไม่ไหวแล้ว เผลอรับพรของลูกหลานไปจนเพลิน อายุปาเข้าไป 90 พลาดไปแล้ว ไม่ไหวแล้ว พอแล้ว เกินกว่านี้ไปก็มีแต่ทุกข์อย่างเดียว นี่คือคำพูดของคุณยาย ทีแรกก็คงปรารถนาอยากจะมีอายุยืน ครั้นได้สมใจแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีความสุขเท่าไรเลย พออายุ 90 กว่า ร่างกายก็ติดขัดไปหมดทุกขเวทนาก็เกิดขึ้นเรียกว่ารอบตัวเลย อายุยืนก็ดี มีเงินมีทองก็ดี ไม่ใช่ว่าเป็นพรที่ประเสริฐ ตามมาด้วยภาระ ตามมาด้วยปัญหา ถ้าเทียบกันแล้วความรู้เนื้อรู้ตัวดีกว่าเยอะ เพราะมันทำให้เกิดความสงบเย็น และทำให้เกิดเป็นสุขได้ในทุกสถานการณ์ หมายความว่าแม้จะไม่ร่ำไม่รวย แต่ว่าใจก็ไม่ได้ทุกข์ พอรู้เนื้อรู้ตัวก็สามารถจะวางใจให้เป็นสุขได้ แม้เจ็บป่วย เกิดทุกขเวทนาทางกาย แต่ถ้ารู้เนื้อรู้ตัวแล้วก็ไม่ลามมาเป็นความทุกข์ใจเลย เพราะดูมันไป ไม่ปล่อยให้ใจไปปักตึงหรือไปยึดอยู่กับความเจ็บความป่วย หรือผลักไสมัน

คุณยายคนหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุหกล้ม กระดูกที่แขนหัก กระดูกทิ่มออกมาที่เนื้อเลย แต่คุณยายก็ไม่แสดงอาการทุรนทุรายหรือว่าแสดงอาการคร่ำครวญอะไร ลูกสะใภ้แปลกใจจึงไปถามว่าทำไมถึงไม่แสดงความทุกข์อะไรเลย คุณยายก็บอกว่า ก็แค่เห็นมันเป็นทุกขเวทนา อย่าไปยุ่งกับมัน

ส่วนใหญ่ไปยุ่งกับมัน ก็ยิ่งเจ็บเข้าไปใหญ่ เอาใจไปจดจ่ออยู่กับความปวด บริเวณที่ปวด ไปยึดความปวดเอาไว้ทั้งที่ไม่ชอบ พยายามผลักไสมันออกไป ลงเอยด้วยการไปยึดมันเอาไว้ ผลักไสมันก็ทุกข์อยู่แล้ว เพราะว่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว จะรู้เนื้อรู้ตัวได้ต้องมีสติ คนเราไม่ค่อยเห็นคุณค่าของการรู้เนื้อรู้ตัว เพราะเราคิดว่าการรู้เนื้อรู้ตัวคือไม่หลง คือไม่หลงแบบคนแก่ หรือไม่เป็นบ้า หรือคนที่ไม่ฟั่นเฟือน คนที่ไม่เง่อะง่ะๆก็ถือว่ารู้ตัว แต่จริงๆแล้วก็ยังไม่รู้ตัวเท่าไหร่ มีอะไรมากระทบไม่ว่าทางตา ทางหู หรือว่าทางกาย ใจก็กระเพื่อม เกิดความหงุดหงิด เกิดความคับแค้น ความโกรธ ปล่อยให้ความหงุดหงิด ความคับแค้น ความโกรธ มาเล่นงานจิตใจ อย่างนี้เรียกว่าไม่รู้เนื้อรู้ตัว ปล่อยให้ใจจมลงไปในอารมณ์นั้น

หรือว่าแม้จะไม่มีอะไรมากระทบทางตาทางหูทางจมูก แต่ว่าไปนึกคิด พอนึกคิดขึ้นมาเกิดอารมณ์ขึ้นมา ความนึกคิดกับอารมณ์มาด้วยกัน คิดถึงเรื่องความสูญเสียในอดีตก็เสียใจ เกิดความอาลัยอาวรณ์คิดถึงเหตุการณ์ที่เจ็บปวดก็ทำให้เกิดความโศกความเศร้า คิดถึงคำพูดของใครบางคนก็ทำให้เกิดความโกรธ นึกไปถึงเหตุการณ์ข้างหน้าที่มันดูแย่ๆ มันยังไม่เกิดขึ้นก็จริง แต่พอไปคิดเอาจริงเอาจังกับมัน มันเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนแต่กลับไปคิดว่าเป็นเรื่องแน่นอน 100% ก็ยิ่งเกิดความเครียดความวิตกกังวล อันนี้เรียกว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความคิด แม้ยังไม่มีอะไรมากระทบ ไม่มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมากระทบ อยู่ในโรงแรม รีสอร์ทที่แสนสบาย อยู่ในคฤหาสน์ที่สะดวกแต่ก็ยังรุ่มร้อนเพราะความคิด ที่คิดไปอย่างนั้นเพราะไม่รู้เนื้อรู้ตัว

จะว่าไปแล้ว ความทุกข์ใจที่เกิดขึ้นกับผู้คน สาวไปก็เพราะความไม่รู้เนื้อรู้ตัว แล้วก็ไม่ใช่ทุกข์ใจอย่างเดียว มันยังสร้างปัญหาให้กับคนอื่นด้วย พอลืมตัวจมอยู่ในความโกรธความแค้นก็ระบายใส่คนอื่น ต่อว่าคนอื่นทิ่มแทงคนนั้นคนนี้ ทั้งที่อาจจะเป็นคนใกล้ เป็นลูกเป็นหลานเป็นคนรัก ก็ทำให้เกิดความบาดหมางกัน เกิดความร้าวฉานกัน ที่ทะเลาะกันก็เพราะลืมตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะทะเลาะสารพัดเรื่อง สุดท้ายก็มาลงที่ลืมตัว ลืมตัวด้วยการพูตอะไรออกไป อย่างที่เขาพูดกันว่า อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังวาจา วาจาพูดออกพ่นออกไปถ้าทำโดยไม่รู้ตัวก็สร้างความทุกข์ให้กับคนอื่น แล้วพอเกิดเรื่องร้าวฉานความทุกข์ก็สะท้อนคืนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง

บางทีไม่ใช่ลืมตัวด่า ว่าร้ายคนอื่น แต่หนักกว่านั้นคือลืมตัวถึงกับทำร้าย ได้ข่าวเป็นประจำ คนรักกันทำร้ายกันจนกระทั่งเลือดตกยางออก หรือถึงตาย และที่ตายจำนวนมากเกิดจากคนรู้จัก กลายเป็นคนรักเสียด้วย ฆ่าเพราะขาดแค้น หรือเพราะโกรธ เพราะน้อยเนื้อต่ำใจ ก็มาจากลืมตัวทั้งนั้นแหละ พอทำเสร็จก็มาเสียใจร้องห่มร้องไห้เสียใจว่า ไม่น่าทำเลย บางคนทนไม่ไหวก็เลยฆ่าตัวตายตกไปตามกัน เพราะรู้สึกมันเจ็บปวดมากที่เผลอทำร้ายคนรักจนตาย ความรู้สึกผิดบาดแทงจิตใจจนกระทั่งทนไม่ไหวตายดีกว่า ล้วนมีรากเหง้าจากลืมตัว ความไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ถ้าเรามีความรู้เนื้อรู้ตัว ไม่เพียงแต่ว่าไม่ก่อทุกข์ให้ใครเท่านั้น ยังทำให้เกิดความสุขด้วย รากเหง้าของความสุขใจก็คือความรู้เนื้อรู้ตัวนั่นแหละ เมื่อรู้ตัว ใจก็คิดดี พูดดี ทำดี ก็จะเกิดความรู้สึกดีๆแก่จิตใจและเกิดสิ่งดีๆกับชีวิต ถ้าไม่มีความรู้เนื้อรู้ตัว ความสุขใจ ความเบิกบานใจ ความเย็นใจก็จะเกิดขึ้นได้ยาก อาจจะเกิดขึ้นชั่วคราวเช่นใจลอย ฝันกลางวัน ฝันว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มีความสุข ก็เพลิน แต่ฝันนั้นก็แค่ชั่วคราว พอมาอยู่กับความเป็นจริงก็เสียใจที่เรายังไม่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 สักที ฝันว่าสมปรารถนาได้อยู่กับคนรักก็มีความสุข แต่พอมาอยู่กับความเป็นจริง เสียใจที่ไม่สมปรารถนา

แต่ถ้าเรารู้เนื้อรู้ตัว ใจก็จะมีความโปร่ง เบา สงบ เย็น ไม่มีอารมณ์ใดๆที่เป็นลบมาบีบคั้นทิ่มแทง เพราะใจอยู่กับปัจจุบัน ก็เกิดความรู้เนื้อรู้ตัว พอใจมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็รู้เนื้อรู้ตัว การที่ใจอยู่กับเนื้อกับตัวก็คือการอยู่กับปัจจุบัน รู้กายใจก็ไม่เพ่นพ่าน เพราะใจอยู่กับเนื้อกับตัว ถ้าใจเพ่นพ่าน ไหลไปอดีตลอยไปในอนาคต จมอยู่ในอารมณ์ก็รู้ อันนี้คือรู้ใจ ใจก็หลุดออกมาจากอดีต หลุดออกมาจากอนาคต หลุดออกมาจากอารมณ์ กลับมาอยู่กับปัจจุบัน กลับอยู่มาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็เกิดความสงบ ความโปร่งโล่ง

คนเราจะทำดีหรือทำบุญ จะเป็นความดีที่แท้ ทำบุญที่ประเสริฐ ก็เพราะทำด้วยความรู้เนื้อรู้ตัว ทำอย่างมีสติ ถ้าทำด้วยความไม่รู้เนื้อรู้ตัว เจือด้วยกิเลส เจือด้วยตัณหา หรือใจไปปักอยู่กับความสำเร็จ จะทำให้ได้ จะทำให้เสร็จ เข้าแถวไปทำบุญ เข้าแถวรอถวายสังฆทาน แถวยาว จิตใจไปปักจะทำบุญให้แล้วเสร็จ จะทำบุญแต่ใจหงุดหงิดเพราะว่าไม่ได้ทำสักที คิวยาว เพราะว่ามีอุปสรรค อันนี้เรียกว่าขาดการรู้เนื้อรู้ตัว แทนที่จะได้บุญ ได้บาปหรือได้อกุศล ได้บาปเพราะว่าพยายามแซงคิว เพราะไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไปทำโรงทานทำด้วยจิตเป็นกุศล แต่ทำไปมา กลายเป็นอกุศลเที่ยวว่าคนนั้นคนนี้ เดี๋ยวก็ว่าลูกน้องทำไม่ถูกใจ ไปว่าคนมารับอาหาร อาจจะแซงคิวหรือไม่ก็แล้วแต่ ก็เพราะขาดสติ มีเยอะ

ไม่ว่าจะให้ทานรักษาศีลถ้าทำด้วยความรู้เนื้อรู้ตัวก็จะเกิดผลที่ดีเป็น อริยกันตศีล ไม่ใช่ สีลัพพตปรามาส คือศีลที่เจือด้วยกิเลสเช่น ตัณหา มานะ ความถือตัว รักษาศีลเพราะอยากได้ไปสวรรค์ อยากได้ มีโชคมีลาภ ถูกลอตเตอรี่ อยากให้คนชมสรรเสริญ หรือว่าทำเพื่อสร้างภาพ ล้วนเป็น สีลัพพตปรามาส ไม่ใช่ อริยกันตศีล อริยกันตศีลคือศีลที่พระอริยเจ้าสรรเสริญ เพราะทำด้วยรู้เนื้อรู้ตัว ไม่ใช่เพราะกิเลสตัณหามานะเข้ามาครอบงำมาแผ้วพาน

ภาวนาก็เหมือนกัน ก็ยิ่งต้องอาศัยความรู้เนื้อรู้ตัว ถ้าไม่รู้เนื้อรู้ตัวภาวนาไปได้สมาธิจะกลายเป็นมิจฉาสมาธิ ทำไปทำมาก็หงุดหงิด เพราะพอมีเสียงมากระทบ มีคนพูดเสียงดังอยู่ใกล้ๆ มีคนเปิดริงโทนอยู่ในห้อง หรือว่ารอบตัวสงบเงียบ ไม่มีอะไรมารบกวนแต่มีความฟุ้งซ่านเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้ารู้เนื้อรู้ตัว ความฟุ้งซ่านก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แค่รู้เฉยๆ ปล่อยมันไปเรียกว่ารู้ซื่อๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ซื่อๆ พอรู้พอเห็นก็เข้าเไปเป็นเลย ไปรบราพันตูกับความคิดฟุ้งซ่าน คือความเครียด ความเหนื่อย ทำไปก็เครียด ไม่ได้ความสงบ หรือว่าได้ความสงบก็ดื่มดำจนลืมตัว อันนี้ก็ความหลงเหมือนกัน หลงสีขาว หลงกับความสงบ ดื่มด่ำกับการปฏิบัติ ทำให้การปฏิบัติเนิบช้า ปัญญาไม่เกิด จากความรู้ตัวก็ไม่พัฒนาไปสู่การรู้ความจริง จนอวิชชาไม่มีที่ตั้ง จนอวิชชาดับ

ความรู้ตัวเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การรู้ความจริง เป็นหัวใจสำคัญ เมื่อรู้ความจริงก็เกิดความสงบอย่างแท้จริง รู้ซื่อๆในทางพุทธศาสนาก็คือนิพพาน ประตูหรือบันไดขั้นต้นคือความรู้เนื้อรู้ตัว ถ้าไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็ไม่มีทางที่จะเข้าถึงพระนิพพาน คนสมัยก่อนนอกจากความรู้เนื้อรู้ตัว พรที่ปรารถนาคือนิพพาน ไม่ได้ปรารถนาอย่างอื่นเท่าไร สมัยก่อนเวลาใส่บาตร ไม่ได้อธิษฐานขออะไรมาก อธิษฐานเพียงสั้นๆ ว่า นิพพานะปัจจะโยโหตุ ขอให้ได้เป็นปัจจัยไปสู่พระนิพพาน บางทีก็อธิษฐานหรือตั้งจิตเป็นกลอน ข้าวของผู้ข้า ขาวเหมือนดอกบัว ยกมือท่วมหัว ถวายแด่พระสงฆ์ จิตใจจำนงค์ มุ่งตรงต่อพระนิพพาน ขอให้ถึงเมืองแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ได้เกิดในยุคพระศรีอารย์ ในอนาคตกาลเบื้องหน้านี้เทอญ ความหมาย ก็คือแค่ขอให้ถึงพระนิพพาน ถ้าไม่ถึงก็ขอให้ได้ไปเกิดในยุคพระศรีอารย์ เขาก็ขอเพียงเท่านี้ ถือว่าเป็นความฉลาดเพราะสิ่งที่ขอคือ ปรมัตถธรรม

ปรมัตถธรรม เป็นธรรมขั้นสูงสุด ซึ่งประเสริฐกว่า อายุวรรณะสุขะพละ ปฏิภาณธนสารสุข อันนั้นเป็นประโยชน์ชั้นต้น ทิฏฐธัมมิกัตถะ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตให้ผาสุก แต่คนสมัยนี้ไปตั้งจิตอยู่กับเรื่องนี้มากเกินไป จะทำให้ได้เยอะๆมากๆ ขอให้เกิดขึ้นกับเราเต็มที่ แทนที่จะมีทรัพย์สมบัติที่ใช้ดำเนินชีวิตอยู่ได้ แต่ก็อยากจะร่ำรวย ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 คนสมัยก่อนไม่ได้ให้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ จำเป็นก็จริงแต่ว่าไม่ต้องร่ำรวยก็ได้ ปัจจัย 4 เป็นสิ่งจำเป็นแต่ไม่ต้องมีมากก็ได้ ขอให้มีเพียงแค่ดำเนินชีวิตอยู่ได้ ไม่หิวโหยไม่เดือดร้อนไม่ต้องถึงกับรวยไม่ต้องถึงกับอยู่ดีก็ได้ แต่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ขั้นที่ 2 ที่เรียกว่าสัมปรายิกัตถะ

สัมปรายิกัตถะ คือความรู้เนื้อรู้ตัว ให้ความสุขทางใจ เงินทองเป็นสิ่งจำเป็น แต่ว่าแค่พอมีพอใช้ก็เพียงพอแล้ว ที่จะปรารถนามากกว่าคือ ความรู้เนื้อรู้ตัว เพราะถ้ามีแล้วก็มีความสุข อยู่เย็นเป็นสุข ไม่อยู่ร้อนนอนทุกข์ ซึ่งตรงข้ามกับปัจจุบัน คนปัจจุบันมุ่งไปที่การมีเงินมีทองมากๆมีอายุยืนเป็นร้อยปีคือ ให้มันได้ไปเยอะๆเลยหนักไปในทางนี้ คนสมัยก่อนไม่เน้นหนักไปทางนั้น แค่พอมีทรัพย์บ้างเพื่อดำเนินชีวิตให้อยู่ได้ แต่ที่ปรารถนาคือสัมปรายิกัตถะประโยชน์ชั้นสูงขึ้นไป คือรู้เนื้อรู้ตัว

เรื่องบุญกุศลอย่างบทสวดอริยธนคาถา อริยทรัพย์คือ ศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และความเห็นธรรมให้เนืองๆ ธรรมเหล่านี้ต้องเริ่มจากความรู้เนื้อรู้ตัวก่อนจึงจะเกิด ศรัทธา ศีล ความเลื่อมใสและความเห็นธรรมได้ ถ้าเลยจากประโยชน์ชั้นสูงหรือสัมปรายิกัตถะ ก็คือปรมัตถะคือนิพพาน คนสมัยก่อน เขาฉลาด ประโยชน์ชั้นต่ำนั้นเขาไม่สนใจ เขามุ่งประโยชน์ชั้นสูงหรือสูงสุดเลยคือความรู้เนื้อรู้ตัว นิพพาน

ในขณะที่เทศกาลสงกรานต์ ทุกคนปรารถนาพรให้แก่กันและกัน ก็ขอให้คิดเรื่องนี้บ้าง แต่อย่าไปยินดีใน อายุวรรณะสุขะพละมากนะ แต่ขอให้ยินดีในรู้เนื้อรู้ตัวแต่ให้ยินดีคือไปพระนิพพาน อันนี้จะเป็นแรงผลักให้ชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง หรือถึงนิพพาน อะไรบ้างเช่น ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพราก ความทุกข์ที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์ที่เกิดจากคำต่อว่าด่าทอ อุปสรรคต่างๆ แทนที่จะทำให้โกรธแค้น กลับทำให้มองว่านี่คืออุปสรรคที่เราต้องผ่านไปให้ได้ เพราะถ้าเรายินดีต่อพระนิพพาน มีพระนิพพานเป็นที่หมาย เราก็จะไม่ย่อท้อง่ายๆ จะอุปสรรคก็ไม่เอาแต่บ่นตีโพยตีพาย ก่นด่าชะตากรรม แต่มองว่ามันคืออุปสรรคที่เราต้องก้าวข้ามไปให้ได้ เพราะถ้าไม่ผ่านจะเข้าถึงพระนิพพานได้อย่างไร

ทั้งหมดนี้ก็ต้องเริ่มจากความรู้เนื้อรู้ตัว ถ้าไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้วเจออุปสรรคเจอสิ่งกระทบก็มีแต่ความหงุดหงิดอึดอัดรำคาญใจและก็มีความคับแค้นใจ แล้วก็ไประบายความทุกข์ใส่คนนั้นคนนี้ทำให้เกิดปัญหาตามมาวุ่นวายไปหมด เพราะความไม่รู้เนื้อรู้ตัว ความรู้เนื้อรู้ตัวเป็นธรรมะที่ประเสริฐที่เราควรตั้งจิตยินดี ปรารถนาที่จะทำให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ใช่แค่ปรารถนา แต่ว่าเพียรพยายามทำให้เกิดขึ้นด้วย



พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????¹ 14, 2020, 04:56:13 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด



   ชื่นชมสิ่งดีๆที่มีอยู่   


เงินทอง เวลา และสุขภาพ คือสิ่งสำคัญในชีวิตของเรา หากมีครบทั้งสามอย่างชีวิตย่อมมีความสุข และสามารถทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นได้มาก แต่กล่าวโดยทั่วไปแล้ว การที่เราจะมีทั้งสามอย่างครบถ้วนในเวลาเดียวกันนั้นเป็นเรื่องยากมาก

มีผู้หนึ่งตั้งข้อสังเกตไว้ดีมากว่า เมื่อเรายังเด็ก เรามีเวลาและสุขภาพ แต่ไม่ค่อยมีเงิน เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ เรามีเงินและสุขภาพ แต่ไม่ค่อยมีเวลา ครั้นแก่ตัว เรามีเงินทองและเวลา แต่สุขภาพไม่ค่อยดี

ผู้ใหญ่ทุกคนคงจำได้ดีว่า ตอนเป็นเด็กนั้น เรามีเวลาวิ่งเล่นได้ทั้งวัน กำลังวังชาล้นปรี่ แต่ถ้าอยากได้ของเล่นสักอย่าง ช่างยากเย็นเหลือเกิน เพราะไม่มีเงิน ขอพ่อแม่ก็มักถูกปฏิเสธ แต่เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ มีงานทำ ชีวิตมีความสะดวกสบาย มีปัญญาหาเงินซื้อทุกอย่างที่อยากได้ แต่กลับไม่ค่อยมีเวลาใช้ของเหล่านี้ รวมทั้งเวลาพักผ่อนหรืออยู่กับครอบครัว เพราะมัวแต่ทำมาหากิน

แต่เมื่อเข้าสู่เข้าวัยชรา เกษียณจากการงาน เราก็จะมีเวลาเหลือเฟือ เงินที่เก็บไว้ก็มีไม่น้อย แต่ถึงตอนนี้สุขภาพไม่อำนวยให้ทำอย่างที่อยากทำได้ จะไปเที่ยวไหนก็ไม่สะดวกเหมือนก่อน จะกินตามใจปากก็ไม่ได้เพราะถูกโรคร้ายคุกคาม

ใช่หรือไม่ว่า ชีวิตนี้หาความสมบูรณ์พร้อมได้ยาก มักจะมีบางอย่างขาดหายไปเสมอ เมื่อดิ้นรนจนได้สิ่งใหม่มา สิ่งเก่าก็พลันสูญหายไป จะเรียกว่าชีวิตนี้มีความพร่องเป็นนิจก็ได้ ใครที่ต้องการความสมบูรณ์พร้อมจากชีวิต ก็เตรียมใจพบกับความผิดหวังได้เลย

แทนที่จะมัวไขว่คว้าหาสิ่งที่ยังไม่มี ไม่ดีกว่าหรือหากเราจะหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรามีอยู่กับตัว อย่าลืมว่าสิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้ สักวันหนึ่งก็จะสูญหายไป หรือกลายเป็นของหายากขึ้นมา ถ้าปล่อยปละละเลยสิ่งนั้น วันหน้าก็จะเสียใจเมื่อสิ่งนั้นพลัดพรากไปจากเรา

ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่มักไม่ตระหนักว่าสิ่งที่ตนมีอยู่ตอนนี้ วันหน้าจะกลายเป็นอดีต เรามักทึกทักเอาเองว่าอะไรที่เรามีนั้นจะอยู่กับเราไปตลอด ดังนั้นจึงไม่ค่อยเห็นคุณค่า หาไม่ก็ใช้ไปอย่างฟุ่มเฟือย เช่น เด็กและวัยรุ่น มักจะใช้เวลาที่มีอยู่มากมายไปอย่างเปล่าประโยชน์ พอโตเป็นผู้ใหญ่ถึงค่อยมานึกเสียดายเวลาที่ผลาญไปในวัยเด็ก แต่แล้วผู้ใหญ่เองกลับไม่ค่อยถนอมสุขภาพ ใช้ร่างกายอย่างไม่บันยะบันยัง เอาแต่ทำมาหากินจนไม่ได้พักผ่อน ยิ่งเครียดก็ยิ่งหันเข้าหาอบายมุข กินเหล้า สูบบุหรี่ หรือเที่ยวกลางคืน กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรกับร่างกายของตนเองก็ต่อเมื่อถูกโรคนานาชนิดเล่นงาน

เมื่อถึงวัยชราหลายคนย่อมนึกเสียใจที่ก่อนหน้านั้นไม่รู้จักถนอมรักษาสุขภาพ ถึงตอนนี้มีเวลามากมายแต่ไม่มีแรงจะทำอะไรแล้ว จึงปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ นั่งเหม่อลอยหวนคิดถึงแต่อดีต หรือปล่อยใจไปกับความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง แต่เขาอาจจะลืมไปว่าเวลาที่มีอยู่มากมายในวันนี้ พรุ่งนี้อาจไม่เหลือแม้แต่นาทีเดียว เพราะความตายมาพราก ถึงตอนนั้นอาจนึกเสียดายที่ไม่ได้ทำหลายอย่างที่ควรทำ โดยเฉพาะการเตรียมใจรับมือกับความตาย

สิ่งที่เรามีมากมายจนล้นเหลือ เรามักไม่เห็นคุณค่า ต่อเมื่อสูญเสียสิ่งนั้นไป เราจึงจะซาบซึ้งในคุณค่าของสิ่งนั้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด พึงระลึกไว้เสมอว่า ทั้งหมดที่คุณมีอยู่ตอนนี้ จะไม่อยู่กับคุณไปตลอด ดังนั้นจึงควรรู้จักชื่นชมสิ่งเหล่านี้ และใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ แม้จะมีไม่ครบถ้วนสมบูรณ์พร้อม แต่หากใช้ให้เป็น ก็สามารถสร้างสุขแก่เราได้

ถึงจะมีแต่เวลาและสุขภาพ แต่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็ยังสามารถใช้เวลาและกำลังวังชาให้เกิดประโยชน์สุขแก่ตัวเองและผู้อื่นได้ เช่นศึกษาหาความรู้และช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น มีเงินมีสุขภาพ แต่ไม่มีเวลา ก็ยังมีความสุขได้หากรู้จักใช้เงินและสุขภาพอย่างถูกต้อง เช่น ใช้เลี้ยงตนและดูแลผู้อื่นให้ผาสุก ในทำนองเดียวกัน ถึงจะมีเวลาและเงิน แต่สุขภาพไม่ค่อยดี ก็ใช่ว่าชีวิตจะไม่มีความสุข หากรู้จักใช้เวลาที่มีนั้นในการฝึกฝนจิตจนเกิดสติและปัญญา

ความสุขและความดีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่จำต้องมีเวลา สุขภาพ และเงินทองครบทั้งสามประการ แม้มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หากรู้จักใช้ ก็บันดาลให้เกิดความสุขและความดีได้ จะว่าไปแล้วมีชีวิตจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งในสามประการนี้ แต่หากมีความสุขและความดีแล้ว ชีวิตก็ย่อมเต็มอิ่ม จิตใจจะไม่รู้สึกพร่องเลย

ใช้ชีวิตโดยตระหนักว่าทุกอย่างที่มีนั้นจะต้องจากเราไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง นอกจากจะทำให้เราไม่ประมาทกับชีวิตแล้ว ยังช่วยให้เรามีความสุขได้ง่ายขึ้น ใช่หรือไม่ว่าเพียงแค่รู้จักชื่นชมสิ่งที่มี จิตใจก็เป็นสุขทันที

พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 27, 2020, 05:41:20 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด
เมตตาธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #662 เมื่อ: ????¹ 16, 2020, 07:58:22 AM »



  เมตตาธรรม   


"ควรใช้สถานการณ์นี้เพื่อฝึกฝนตน ไม่ได้ฝึกฝนให้อดทนเท่านั้นแต่ยังมีความเมตตากรุณา ไม่ใช่เอาแต่โมโห เอาแต่ก่นด่า เพราะว่าชีวิตเปลี่ยนไป นอกจากมีความอดทน ก็ต้องรู้จักปรับใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ก่นด่า โวยวาย ตีโพยตีพายยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และน้อมจิตให้มีเมตตาต่อผู้ที่ประสบความทุกข์ประสบความเดือดร้อนซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่เยอะ ทั้งคนที่ป่วยด้วยเชื้อโควิด ทั้งคนที่ทุกข์ทรมานเพราะใกล้ตาย คนที่สูญเสียคนรัก โดยที่ไม่ทันได้ดูใจ เพราะต้องถูกแยกออกห่างจากผู้ป่วย ไปเยี่ยมคนป่วยก็ไม่ได้ เพราะติดเชื้อง่าย คนที่ป่วยก็ทุกข์ทั้งกายเพราะโรค และทุกข์ทั้งใจเพราะเหงาที่ไม่มีใครมาเยี่ยม ไม่มีกำลังใจ คนที่อยู่ข้างหลังก็เป็นทุกข์เพราะไปเยี่ยมไปให้กำลังใจไม่ได้ จนแม้กระทั่งตาย บางทีก็ยังไปรดน้ำศพไม่ได้หรือว่าไปดูใจไปร่ำลาครั้งสุดท้ายก็ทำไม่ได้ อันนี้เรียกว่าเป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับผู้คนไปทั่ว ซึ่งเมื่อเราระลึกนึกถึงคนเหล่านี้ก็ควรจะแผ่เมตตาไปให้ ส่งความปรารถนาดีไปให้"

พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????¹ 17, 2020, 07:01:22 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  พบสิ่งใหม่ในความซ้ำ 



ที่จริงแม้แต่ความเบื่อ มองให้ดีมันมีประโยชน์ จะว่าไปแล้ว เราโชคดีที่เจอความเบื่อ เพราะความเบื่อเป็นตัวบ่งชี้ว่าชีวิตเราตอนนี้ราบรื่นเป็นปกติ ไม่มีอะไรย่ำแย่เลวร้ายเกิดขึ้น แต่เมื่อใดที่ชีวิตของเราเกิดไม่ปกติขึ้นมา ความเบื่อจะหายไป มีอารมณ์อย่างอื่นมาแทนที่ ซึ่งแย่กว่าความเบื่อเสียอีก เช่น ถ้ามีคนมาด่าเรา เราจะยังรู้สึกเบื่อไหม ไม่เบื่อแล้ว เพราะมีความโกรธมาแทน ถ้าเงินหาย รถถูกขโมย ถามว่ายังจะเบื่ออยู่ไหม ไม่เบื่อแล้ว เพราะมีความเสียใจและเคืองแค้นมาแทน ถ้าเกิดแฟนทิ้ง ขอเลิก เราจะยังเบื่ออยู่ไหม ไม่เบื่อแล้ว เพราะมีความโศกเศร้าและกลุ้มใจมาแทน ถ้าหากงานมีปัญหา เราจะไม่รู้สึกเบื่อ แต่จะรู้สึกหนักใจ เครียดจัด ถ้าเกิดคนรักตาย ก็ไม่รู้สึกเบื่อเช่นกัน เพราะความเศร้าเสียใจ อาลัยอาวรณ์ มาแทน

ลองถามตัวเอง ระหว่างความโกรธ ความเศร้า ความเสียใจ ความอาลัยอาวรณ์ ความหนักอกหนักใจ กับความเบื่อ จะเลือกอะไร เราคงจะเลือกความเบื่อ ความเบื่อดีกว่าความโกรธ ดีกว่าความเศร้า ดีกว่าความเสียใจ ดีกว่าความหนักใจ ดีกว่าความกลุ้มใจ ใคร่ครวญให้ดี ความเบื่อแสดงว่าชีวิตเราปกติ ราบรื่น ถ้าชีวิตเราไม่ปกติ เราจะไม่เบื่อ มันจะมีความรู้สึกอื่นมาแทนที่ อย่างที่ยกตัวอย่างไป เราชอบไหม ระหว่างชีวิตปกติกับชีวิตที่ไม่ปกติ มีเหตุร้ายเกิดขึ้น จะเลือกอะไร ระหว่างชีวิตปกติกับชีวิตที่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น ทำให้ชีวิตไม่เหมือนเดิม เช่น สูญเสียคนรัก เงินหาย ถูกต่อว่าด่าทอ ถูกแฟนทิ้ง งานมีปัญหา ถูกไล่ออกจากงาน ดังนั้นเราควรตระหนักว่าเราโชคดีที่รู้สึกเบื่อ มันแสดงว่าชีวิตเราปกติ ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น จึงควรขอบคุณความเบื่อและอยู่กับความเบื่อให้ได้ ต่อไปถ้าเราฝึกใจให้คุ้นชินกับสิ่งซ้ำๆ ได้ก็จะไม่รู้สึกเบื่อ


พระไพศาล วิสาโล





  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????¹ 22, 2020, 05:38:06 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




   “ทำอย่างไรจะหายเหงา” 



พระไพศาล วิสาโล


Cr :ถอดเสียงเป็นข้อเขียน Nonglak Trongselsat


มีความรู้สึกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น กับคนทั้งประเทศหรือทั้งโลกด้วย นอกจากความเบื่อ ก็มีความเหงาที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก แต่ก็ยังดีกว่าทุกข์ทรมานเพราะโรคระบาด ความเหงาเป็นทุกข์ทางใจ ความเหงายืดเยื้อเรื้อรังก็มีผลเสียต่อสุขภาพพอๆกับการสูบบุหรี่แบบปานกลาง (ถ้าสูบบุหรี่หนักๆเป็นอันตรายหนักอยู่แล้วเพราะทำลายสุขภาพ) เขาพบว่าความเหงานั้นไม่เพียงแต่ทำให้ทุกข์ใจอย่างเดียว แต่ว่าทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกายด้วย ที่สำคัญคือมีผลต่อภูมิคุ้มกันในร่างกาย ถ้าความเหงาเกิดขึ้นนานๆ รวมทั้งความโกรธ ความเครียด ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้เป็นโรคหรือติดเชื้อได้ง่าย และในเวลาเดียวกันทำให้การทำงานของภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาดด้วย ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย อักเสบก็เกิดผลเสีย การที่มีโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตัน เลือดไม่ไปเลี้ยงหัวใจ การอักเสบก็มีผลด้วย และคนเราถ้าเหงามากๆเกิดการอักเสบภายในก็ทำให้ป่วยได้ง่าย

มีการศึกษาต่อไปว่า ในเมื่อความเหงามีผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ จะมีอะไรที่จะช่วยได้ไหม มีการทดลองว่าให้คนที่รู้สึกเหงา ลองไปทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยผู้อื่น แสดงน้ำใจไมตรี กับคนที่อยู่ใกล้ๆ คนที่รู้จัก เช่น พาคนแก่ไปซื้อของ พาคนแก่ข้ามถนน หรือช่วยเพื่อนบ้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ซ่อมเครื่องสูบน้ำ ก็พบว่า พอเอาเลือดของคนที่ไปช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ไม่ต้องมากแค่อาทิตย์ละครั้ง เอาไปตรวจปรากฏว่าภูมิคุ้มกันร่างกายดีขึ้น อาการอักเสบที่เกิดจากภูมิคุ้มกันบางตัวที่ทำงานผิดพลาดน้อยลง แล้วเขาก็พบว่าเพียงแค่ไปช่วยคน แสดงความมีน้ำใจอารีอารอบ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยลดผลเสียของความเหงาได้ ได้ผลต่อสุขภาพแล้ว

ในแง่ของผลต่อจิตใจ มีการขอไปสอบถามคนที่หลังจากที่ได้ไปช่วยเพื่อนบ้านมีน้ำใจอารีอารอบว่าเป็นอย่างไร เขาตอบว่าเขารู้สึกว่ามีความสุข ความเหงาน้อยลง อันนี้เป็นงานวิจัยที่เพิ่งออกมาเร็วๆนี้ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ตอนนี้ คนที่รู้สึกเหงาทั้งๆที่สามารถที่จะใช้โทรศัพท์มือถือพูดคุยกับคนนั้นคนนี้ได้ทั้งวัน สามารถที่จะดูหนังฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือก็ยังเหงา แต่ว่าถ้าหากว่าไม่จมอยู่กับความเหงา แทนที่จะปล่อยตัวอยู่ว่างๆ ไม่ทำอะไร ให้ลองหาอะไรทำ แค่ทำสิ่งที่เห็นผลชัดเจนก็ช่วยทำให้จิตใจดีมีความสุขได้ แต่ถ้าสิ่งที่ทำไม่ใช่แค่ทำเพื่อตัวเองแต่เป็นการช่วยเหลือผู้อื่นด้วย ทำเพื่อตัวเองเช่น กวาดบ้าน จัดของ จัดหนังสือ วาดรูป ถักโครเชต์ รดน้ำต้นไม้เป็นกิจกรรมเพื่อตัวเอง แค่ได้ทำก็ช่วยทำให้หายเหงาได้เยอะ และเป็นความสุขที่ทำให้เห็นผลงานจับต้องได้ แต่ถ้าทำได้ดีกว่านั้นเป็นการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เป็นการกระทำที่ออกมาจากน้ำใจซึ่งในยามนี้เก็บตัวอยู่ในบ้าน ก็ยังทำอะไรได้เยอะ คนที่เขากำลังเดือดร้อนเพราะว่าไม่มีอาหารกิน ไม่มีงานทำ เราก็เอาของไปแจก ฝากเงินไปให้ร้านค้าทำของแจกคนที่เดือดร้อน อันนี้มันช่วยทำให้จิตใจดีขึ้น ความเหงาก็จะบรรเทา สุขภาพก็จะดีขึ้น ตอนนี้เราก็เห็นคนจำนวนมากขวนขวายช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน หลายคนก็ไม่รู้สึกเหงาแต่เขาอยากจะช่วย

มีชาวบ้านคนหนึ่งปลูกผัก ผักที่ปลูกมีมากทีเดียว ช่วงนี้บังเอิญขายไม่ค่อยได้ ก็เอาผักนี้มาวางแจกหน้าบ้านเลย บ้านอยู่ริมถนนๆจังหวัดอุบลราชธานี ติดป้ายไว้เลยว่าฟรี คนก็มาหยิบเอา มีทั้งคนขับรถสองแถว คนขับรถเมล์ ใครต่อใครผ่านมาก็หยิบ จอดแล้วก็หยิบ คนรับก็มีความสุขคนให้ก็มีความสุข หลายคนไม่ได้รับเปล่า วันต่อมาคนขับรถเอาของมาให้เป็นการตอบแทนน้ำใจ อันนี้เรียกว่าไม่มีความเหงาหลงเหลือมีแต่ความสุข ความปลื้มปิติ เพราะฉะนั้นในเวลาที่เหงา อย่าอยู่นิ่งเฉย ทำอะไรสักอย่าง มีหลายอย่าง โดยเฉพาะการแสดงความมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น เขาพบว่าการแสดงมีน้ำใจไม่ว่าจะเป็นการทำตัวต่อตัว หรือผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านคอมพิวเตอร์ เช่น ส่งกำลังใจให้หมอ พยาบาลหรือว่าส่งเงินไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากผ่านโทรศัพท์มือถือ มีผลต่อจิตใจ มีผลต่อร่างกาย คือภูมิคุ้มกันดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น อยู่บ้าน ไม่ได้เจอผู้เจอคน ก็แสดงความมีน้ำใจได้เหมือนกัน วันละนิดวันละหน่อย ทำทุกวัน ไม่ใช่เป็นผลดีต่อร่างกายอย่างเดียว ยังมีผลดีต่อจิตใจด้วย







  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????¹ 22, 2020, 06:21:32 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด
 




   ผ่านทุกข์  พบสุข


ไม่ว่าอยู่แห่งหนตำบลใด ความผันผวนปรวนแปรของอากาศเป็นเรื่องธรรมดา บ่อยครั้งพายุมาฟ้าฝนกระหน่ำอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ในที่สุดความสงบก็กลับคืนมา หลังฝนตก ฟ้าย่อมสดใสเสมอ ฉันใดก็ฉันนั้นบางครั้งความทุกข์ก็จู่โจมชีวิตของเราโดยไร้สัญญาณเตือน แต่ไม่ว่าหนักหนาเพียงใด ในที่สุดมันก็จะผ่านไป แล้วเราก็จะกลับมายิ้มได้เหมือนเดิม

ไม่มีอะไรที่จีรังยังยืน ความทุกข์ก็เช่นกัน สักวันก็ต้องสิ้นสุด ขณะเดียวกันไม่มีอะไรที่ไร้ค่า ความทุกข์ที่เกิดกับเราย่อมมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างน้อยก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เสมือนมีภูมิต้านทานความทุกข์ หลายคนพบว่าความทุกข์ได้ผลักให้ตนได้พบสิ่งดี ๆ ในชีวิต เช่น พบธรรม ซึ่งนำพาให้บรรลุถึงความสุขอันประเสริฐ ขณะที่จำนวนไม่น้อยพบว่า ความทุกข์นั้นแหละคือสัจธรรม ซึ่งเปิดใจให้ประจักษ์แจ้งในความจริงของชีวิต เกิดปัญญาที่ช่วยยกจิตให้เป็นอิสระจากความทุกข์ได้ในที่สุด

ทุกข์กับธรรมนั้นใกล้กันมาก ทุกข์ทำให้เราเห็นธรรม ส่วนธรรมย่อมนำให้เกิดสุข มองในแง่นี้ทุกข์กับสุขก็ไม่ได้อยู่ห่างกันราวคนละขั้ว ถ้าเกี่ยวข้องกับทุกข์ให้เป็น แทนที่จะจมทุกข์ หมกมุ่นในทุกข์ หรือเป็นทุกข์ หากเห็นมัน รู้จักมัน ใช้มันให้เป็น สุขก็เกิดขึ้นได้ จะเรียกว่าทุกข์มาเพื่อให้เราพบสุขก็ได้


พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????¹ 22, 2020, 05:55:30 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




   จิตไกลทุกข์ สุขใกล้ตัว   

เมื่อพูดถึงใจ สุขหรือทุกข์ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา แต่อยู่ที่ว่าเรามีปฏิกิริยาอย่างไรต่อสิ่งนั้น เริ่มตั้งแต่มองมันอย่างไร รู้สึกกับมันอย่างไร ไปจนถึงทำอย่างไรกับมัน แม้ถูกต่อว่าด่าทอ แต่หากมองว่ามันเป็นสิ่งสอนใจให้อดทน ฝึกสติ ช่วยลดอัตตา หรือเห็นว่าเป็นธรรมดาโลก เมื่อได้ยินแล้วก็ไม่ใส่ใจ เพราะไม่ใช่ความจริง ปล่อยวางมันเสีย ความทุกข์ใจก็เกิดขึ้นได้ยาก เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ยอมรับมันได้ ไม่ปฏิเสธผลักไสหรือตีโพยตีพาย มองว่ามันเป็นธรรมดาของสังขาร ช่วยเตือนใจไม่ให้ประมาทกับชีวิต ท่าทีเช่นนี้ย่อมช่วยให้ใจไม่เป็นทุกข์ แม้กายจะทุกข์ก็ตาม

ในทำนองเดียวกันหากวางใจถูก มองเป็น ก็เห็นความสุขได้ไม่ยาก เพียงแค่กินอิ่ม นอนอุ่น สุขภาพดี มีคนรักอยู่พร้อมหน้า รู้จักชื่นชมสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่รอบตัว เท่านี้ก็เป็นสุขได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีโชคลาภ ได้รถคันใหม่ บ้านหลังใหญ่ หรือยศศักดิ์อัครฐาน

หากดูแลจิตให้ดี มีธรรมรักษาใจ เช่น สติ สมาธิ เมตตา และปัญญา ความทุกข์ก็รบกวนรังควานจิตใจได้ยาก แม้เกิดขึ้นแล้วก็สามารถไถ่ถอนมันออกจากใจได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็จะพบว่าความสุขไม่ใช่สิ่งที่ต้องแสวงหา เพราะมีอยู่กับตัวเราและรอบตัวเราแล้วทุกขณะ แม้กระทั่งในยามประสบเหตุร้าย ก็ยังรักษาใจให้เป็นสุขได้ สมกับพุทธภาษิตว่า “ผู้มีปัญญา แม้ประสบทุกข์ ก็ยังหาสุขพบ”


พระไพศาล วิสาโล






  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 07:39:24 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด
*รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #667 เมื่อ: ????¹ 22, 2020, 06:51:27 PM »



สิ่งหนึ่งที่รบกวนจิตใจของผู้คนมากก็คือความรู้สึกไม่พอใจในตัวตนของตน อาตมาได้กล่าวไปแล้วว่า คนเราทุกวันนี้ไม่ได้เสพเพราะต้องการความเอร็ดอร่อย สนุกสนาน หรือสะดวกสบายเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นโดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ก็คือการเสพตัวตน เสพภาพลักษณ์ เช่น กาแฟชื่อดังอย่างสตาร์บัค ผู้คนไม่ได้เสพเพราะกาแฟอร่อยเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องการเสพภาพลักษณ์...

คล้ายๆ กับคนสมัยก่อนที่อยากมีพลกำลังหรืออำนาจ จึงหาอุ้งตีนหมีหรืออวัยวะบางส่วนของเสือมากินเพราะคิดว่าพลกำลังของหมีหรือของเสือจะซึมซับมาสู่ตัวเขา ในทำนองเดียวกัน คนสมัยนี้ก็คิดว่าถ้าใส่รองเท้าชนิดเดียวกับที่ไมเคิล จอร์แดนหรือ ไทเกอร์ วูดส์ใส่ ความเก่งของคนทั้งสอง ก็จะซึมซับมาสู่ตัวเขา กลายเป็นตัวตนของเขาไป

คนสมัยนี้คิดว่าเพียงแค่ได้ซื้อหรือมีสินค้าแบรนด์เนม เขาก็จะมีตัวตนใหม่ขึ้นมา

จริงอยู่ความคิดกับความจริงนั้น เป็นคนละเรื่อง แต่คนสมัยนี้เชื่อว่าความจริงอยู่ที่ความคิด เราคิดอย่างไรความจริงก็เป็นอย่างนั้น เราสังเกตไหม รถหลายคันที่แล่นบนท้องถนน มีข้อความเขียนว่า “รถคันนี้สีแดง” ทั้ง ๆ ที่เป็นสีขาว หรือ “รถคันนี้สีขาว” ทั้ง ๆ ที่เป็นสีดำ มันแปลว่าอะไร มันแปลว่า ถ้าเธอคิดว่ารถคันนี้สีแดง มันก็สีแดง ถ้าคิดว่ารถคันนี้สีขาว มันก็สีขาว...

ด้วยเหตุนี้คนที่ไม่พอใจในตัวตน จึงพากันหาซื้อสินค้าแบรนด์เนม จะได้มีตัวตนใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ นั่นหมายความว่าเราสามารถเป็นคนใหม่ได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องขยัน ไม่ต้องฝึกฝนตน เพียงแค่เราซื้อสินค้าแบรนด์เนมให้ถูก เราก็จะเป็นคนใหม่ได้ เช่น ซื้อสินค้าที่มีภาพลักษณ์ของคนเก่งคนดังติดมาด้วย เราก็จะเป็นคนเก่งเหมือนเขา นี้คือวิธีสร้างตัวตนใหม่ของคนในยุคนี้ ซึ่งทำได้ง่าย ไม่ต้องเหนื่อย และไม่เสียเวลามาก ทำได้ทันที

ความปรารถนาที่จะมีตัวตนใหม่คือเหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการบริโภคของคนยุคนี้ ไม่ใช่ความสะดวกสบายหรือความสุขทางกาย แต่เป็นการบริโภคเพื่อความสุขทางใจ หรือเพื่อการพัฒนาตนด้วยซ้ำ ดังมีบางคนกล่าวว่า “การบริโภคเป็นวิถีทางบรรลุถึงการพัฒนาตน การประจักษ์แจ้งแห่งตน และการยังตนให้ไพบูลย์”


พระไพศาล วิสาโล







  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 07:28:04 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด
สติรักษาใจ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #668 เมื่อ: ????Ҥ? 21, 2020, 07:03:24 AM »


   สติรักษาใจ   


“สติที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน คนธรรมดามักคิดว่าฉันมีสติอยู่แล้ว ทำไมต้องฝึกสติอีก สติที่มีนั้นพอเพียงสำหรับการดำเนินชีวิตประจำวันที่ไม่มีเหตุร้าย ไม่มีเรื่องมากระทบมาก ถ้าชีวิตราบรื่นความสัมพันธ์กลมเกลียว ไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น สติเท่าที่มีอยู่ของคนทั่วไปก็เพียงพอในการดำเนินชีวิตให้เป็นสุขตามอัตภาพ แต่ชีวิตคนเราใช่ว่าจะราบรื่นเหมือนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ บางช่วงก็ขรุขระ มีเหตุร้ายเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แต่ถ้าเราฝึกสติอยู่เสมอ

เจอเหตุการณ์ย่ำแย่เกิดขึ้น เช่น เจ็บป่วยด้วยโรคร้าย อาจเสียศูนย์อยู่พักหนึ่ง ไม่นานก็จะตั้งสติได้ และแทนที่จะปล่อยใจให้จมอยู่กับความทุกข์ ความเศร้าโศก ก็จะดึงจิตออกมาจากอารมณ์เหล่านั้น และพิจารณาว่าเราจะรักษาร่างกายอย่างไรดี ป่วยกายแต่ใจไม่ป่วยก็ได้ เสียทรัพย์แต่ใจไม่เสียก็ได้ แม้มีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่ใจไม่ทุกข์ก็ได้ เป็นเพราะมีสติรักษาใจนั่นเอง”


พระไพศาล วิสาโล








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 07:50:46 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  พบเพื่อจาก สัจธรรมแห่งชีวิต 


ทุกอย่างเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ไม่เพียงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมและประเพณีเท่านั้นที่ต้องแปรเปลี่ยนไป ชีวิตของผู้คนก็เช่นกัน หนังสือเล่มนี้แม้เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนซึ่งมีวิถีชีวิตและนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน แต่แก่นแกนที่เชื่อมร้อยคนเหล่านี้เข้าด้วยกันก็คือ ความจริงที่เรียกว่าอนิจจัง ทุกคนผ่านเข้ามาในชีวิตเราเพียงชั่วครั้งชั่วคราว สุดท้ายก็ต้องจากเราไป และสักวันหนึ่งก็ต้องถึงคราวที่เราจะเป็นฝ่ายจากไป

เราพบกันวันนี้ก็เพื่อพรากจากกันในวันหน้า ดังนั้นในขณะที่ยังมีโอกาส เราจึงควรทำดีต่อกัน เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน สิ่งใดที่ควรทำ ไม่ควรผัดผ่อนหรือรั้งรอ แต่ให้รีบทำเสียแต่วันนี้ เพราะหากผัดผ่อนไปวันหน้า แน่ใจได้อย่างไรว่าวันนั้นจะมาถึง ภาษิตธิเบตกล่าวว่า “พรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะมาก่อน” ใช่หรือไม่ว่า พ้นจากวันนี้ไปก็อาจเป็นชาติหน้าเลยก็ได้

นอกจากการทำความดีต่อกันเสียแต่วันนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจในวันหน้าเมื่อคนรักจากไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมก็คือการเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรับมือกับความตายที่จะเกิดขึ้นกับเราเอง ในเมื่อเราทุกคนต้องตาย ก็ควรคิดถึงการตายดีด้วย อย่านึกถึงการอยู่ดีเท่านั้น เราจะตายดีได้ก็เพราะหมั่นทำความดี สร้างบุญกุศล จนมั่นใจในคุณค่าของชีวิตที่ผ่านมา อีกทั้งฝึกจิตอยู่เสมอ พร้อมจะปล่อยวางทุกอย่างเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง ไม่มีสิ่งใดค้างคาใจ ไม่ว่าคนรัก ทรัพย์สมบัติ ความโกรธ หรือความรู้สึกผิด



พระไพศาล วิสาโล









  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 07:48:03 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  แค่เปลี่ยนมุมมองชีวิต ชีวิตพบแต่สิ่งดีๆ 

เราคิดอย่างไร ก็มักจะเห็นอย่างนั้น ถ้าเราชอบนึกคิดในทางลบ ก็มักจะเห็นแต่สิ่งที่ไม่น่าพิสมัย ถ้าเป็นคนรังเกียจเสียงดัง ก็มักจะได้ยินเสียงดังรำคาญใจอยู่เสมอ ถ้าเป็นคนกลัวความมืด แม้แต่รากไม้ก็มองเห็นเป็นงูได้ ในทางตรงข้าม ถ้าเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ก็มักแลเห็นสิ่งดีๆ อยู่เป็นนิตย์ เวลาเรามีความสุข เห็นอะไรก็ดูน่าชื่นใจไปหมด ยิ่งเราเป็นคนที่ไวต่อความสุขด้วยแล้ว ย่อมเห็นความสุขได้ไม่ยาก แม้จะอยู่ท่ามกลางความยากลำบากก็ตาม ใช่หรือไม่ว่า เมื่อเห็นความสุขแสดงตัวทุกขณะ ใจก็เป็นสุขได้ง่าย

คนเราสามารถมีความสุขได้ โดยไม่ต้องรอให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามใจปรารถนาเสียก่อน หากอยู่ที่การรู้จักทำใจให้สงบเย็น ปล่อยวางจากความยึดอยาก และมองเห็นแง่งามของชีวิต ผู้คนเป็นอันมากมีความสุขได้ ไม่ใช่เป็นเพราะมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับเขาอยู่เสมอ หากเป็นเพราะเรารู้จักวางใจต่อสิ่งต่างๆ ที่มากระทบ แม้จะประสบกับความเจ็บป่วย พลัดพรากสูญเสีย แต่ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้ หลายคนถึงกับบอกว่า "โชคดีที่เป็นมะเร็ง" ขณะที่อีกหลายคนบอกว่าโรคหัวใจ หรือการถูกไล่ออกจากงาน เป็นสิ่งดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขา ทั้งนี้ก็เพราะเขารู้จักมองเห็นโชคจากเคราะห์นั่นเอง

เราไม่สามารถควบคุมสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา แต่เราสามารถปรับใจจนมองเห็นสิ่งดีๆ ในทุกสิ่งได้ ดังนั้นอุปสรรคจึงมิใช่สิ่งน่ากลัว ปัญหามีใช่เรื่องน่าตื่นตระหนก


พระไพศาล วิสาโล








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 07:45:33 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  ท้อแค่ไหน ต้องไม่อ่อนแอ

ความทุกข์มิได้เกิดขึ้นเพื่อบั่นทอนชีวิตจิตใจของเราอย่างเดียว หากยังช่วยให้เราเข้มแข็งมั่นคงและเจริญงอกงามได้ด้วย จะว่าไปแล้วความทุกข์เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนสำคัญให้เกิดการพัฒนาของมนุษย์ในทุก ๆ ด้าน หากไม่มีความทุกข์ ก็ไม่มีพระพุทธเจ้า หากไม่มีภัยคุกคามจากธรรมชาติ ก็ไม่มีเทคโนโลยี กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าไม่มีความทุกข์ ปัญญาก็ไม่เกิด

แต่ความทุกข์จะเป็นพลังในทางบวกได้ ต่อเมื่อเราไม่ยอมปล่อยให้ความทุกข์มากระทำย่ำยีอย่างเดียว แต่เข้าไปจัดการความทุกข์นั้นอย่างถูกต้อง ดังมีผู้กล่าวว่า “ทุกข์มิได้มีไว้กลุ้ม แต่มีไว้แก้” การเข้าไปจัดการกับความทุกข์นั้นต้องเริ่มต้นจากการตั้งสติและใช้ปัญญาพิจารณาหาสาเหตุและทางแก้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง “ทุกข์มิได้มีไว้ให้คร่ำครวญ แต่มีไว้ให้ใคร่ครวญ”

เราปล่อยให้ความทุกข์ย่ำยีชีวิตจิตใจมานานแล้ว ถึงเวลาที่เราควรจะหันมาใช้ความทุกข์ให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์บ้าง


พระไพศาล วิสาโล








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 07:46:03 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  ชีวิตเปลี่ยนได้ ถ้าใจไม่ยอมแพ้ 



แม้ว่าเราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะต้องมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับชีวิตของเราตลอดเวลา แต่เราสามารถเลือกได้ว่าเราจะมีปฏิกิริยาต่อสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างไร รวมทั้งเลือกได้ว่าจะยอมให้มันมีอิทธิพลต่อเราได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อมีเหตุร้ายหรือสิ่งไม่สมหวังเกิดขึ้นกับเรา เราเลือกที่จะผ่อนร้ายให้กลายเป็นเบาได้ รวมทั้งเลือกที่จะใช้มันให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเราได้ และถึงแม้แทบจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยเราก็ยังเลือกที่จะทำใจไม่ให้ทุกข์ได้

“ทางเลือก” เหล่านั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความปรารถนาของเราอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความพากเพียรพยายามของเราเป็นสำคัญ กล่าวคือ มุ่งมั่นที่จะไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์อันเลวร้าย ไม่ปล่อยให้มันกระหน่ำโบยตีจิตใจของเราจนบอบช้ำและสิ้นหวัง แม้จะล้มก็ยังพยายามลุกและหยัดตัวยืนตรงอีกครั้ง แม้จะทดท้อแต่ก็ปลุกใจขึ้นมาใหม่ได้ ใจที่ไม่ยอมแพ้ให้มันกระทำกับเราฝ่ายเดียว แต่พร้อมที่จะเข้าไปแปรเปลี่ยนมัน หรือนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยใจอย่างนี้เท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงดีขึ้นและนำเราเข้าถึงความสุข แม้จะอยู่ท่ามกลาง “นรก” หรือถูกบีบคั้นด้วยความเจ็บ ความป่วยหรือความตายก็ตาม

  ความสุขนั้นมีอยู่ทุกหนแห่ง ขอเพียงใจไม่ยอมแพ้ต่อความทุกข์ เมื่อหยุดคร่ำครวญ แล้วหันมาใคร่ครวญสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งนอกตัวและในใจเรา หนทางสู่อิสรภาพจากความทุกข์ย่อมปรากฏแก่เราในที่สุด ในยามนั้นเหตุร้ายอาจยังไม่แปรเปลี่ยนก็จริง แต่ในใจนั้นสามารถสงบเย็นและเป็นสุขได้

ในยามที่ผู้คนพากันแสวงหา “ชัยชนะนอกตัว” อาทิ ความสำเร็จ ชื่อเสียง เกียรติยศ ความมั่งมี ผู้มีปัญญากลับเห็นคุณค่าของ “ชัยชนะภายใน” อันได้แก่ใจที่ไม่หวั่นไหวต่อความผันผวนปรวนแปรในชีวิต ไม่หวั่นไหวต่อเสียงนินทาและความต่ำต้อย ไม่หวั่นไหวต่อความยากไร้และความพลัดพรากสูญเสีย นี้คือชัยชนะเหนือความทุกข์ แม้จะพ่ายแพ้ในสายตาของชาวโลกก็ตาม เมื่อใดก็ตามที่บรรลุชัยชนะเช่นนี้ ความสุขก็มีอยู่กับเราทุกขณะ แม้จะดูต่ำต้อยยากไร้ก็ตาม ด้วยเหตุนี้ชีวิตจึงเปลี่ยนจากทุกข์เป็นสุขได้เสมอ หากใจไม่ยอมแพ้


พระไพศาล วิสาโล








  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 07:55:32 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด



    คืนสู่ต้นธารแห่งความสุข 


ไม่มีอะไรที่จะทำให้เราทุกข์ได้มากกว่าจิตที่ตั้งไว้ผิด จิตที่ตั้งไว้ผิด คือเอาแต่ปรุงแต่ง ไม่สามารถจะที่อยู่กับปัจจุบันได้ ไม่มีที่พักพิง ไม่มีบ้านพักใจ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเราไม่รู้เรื่องจิตใจของเราเอง แต่ถ้าเรามีปัญญาเข้าใจเรื่องของจิตใจ ความเข้าใจนี่แหละที่จะเป็นต้นธารแห่งความสุข

  ต้นน้ำในป่านั้นเลี้ยงชีวิต เลี้ยงสรรพสัตว์ฉันใด
จิตที่เข้าถึงธรรมชาติภายในก็เป็นต้นธารแห่งความสุขที่หล่อเลี้ยงชีวิตฉัันนั้น


ปัญญาอันได้แก่ ความประจักษ์แจ้งในธรรมชาติของจิต จะกลายเป็นต้นธารที่หล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจของเราให้มีความแช่มชื่นแจ่มใส คนเรานั้นต้องมีความสุขหล่อเลี้ยงชีวิต ต้นธารแห่งความสุขนั้นอยู่ไหน ก็อยู่ในใจเรานี่แหละ ถ้าเราเข้าใจจิตใจของเราดีพอ เราก็จะมีต้นธารแห่งความสุขที่หล่อเลี้ยชีีวิตเราไม่ให้ทุกข์ ไม่ให้หม่นหมอง ทำให้เรามีความสดชื่นแจ่มใสตลอดเวลา



พระไพศาล วิสาโล








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 08:03:05 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10338
    • ดูรายละเอียด




  เติมน้ำใจให้ชีวิตสงบเย็นและเป็นสุข


น้ำใจเมื่อเกิดขึ้นกับใคร ไม่เพียงนำความชุ่มเย็นสู่บุคคลผู้นั้น หากยังช่วยประสานใจผู้คนให้อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น ในทางตรงกันข้าม จิตใจที่แห้งผาก ย่อมสร้างความเร่าร้อนแก่เจ้าตัว อีกทั้งยังเป็นบ่อเกิดแห่งความร้าวฉานและวิวาทบาดหมางระหว่างผู้คน

จิตใจของเราทุกคนย่อมโหยหาความสงบเย็น เช่นเดียวกับร่างกายที่ขาดน้ำไม่ได้ ความสุขชนิดใดก็สู้ความสงบเย็นในจิตใจไม่ได้ แม้นมีเงินมากมาย พรั่งพร้อมด้วยสิ่งเสพ ยศศักดิ์อัครฐานสูงส่ง แต่หากปราศจากซึ่งความสงบจิตเย็นใจแล้ว ชีวิตก็เสมือนว่างเปล่าและไร้ค่า ครั้นจะตามล่าหาความสงบเย็นจนสุดขอบฟ้าก็ไม่มีวันหาพบ เพราะแท้จริงแล้วความสงบเย็นอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ที่ผู้คนมักจะมองข้ามไป

ต้นไม้ไพรพฤกษ์ที่หยั่งรากลึกย่อมสัมผัสความชุ่มเย็นของน้ำใต้ดินฉันใด จิตใจที่หยั่งลึกเท่านั้นจึงจะพบความสงบเย็นที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตให้สดใส เพิ่มพูนน้ำใจให้เกิดเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่น ขณะเดียวกันยิ่งช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์มากเท่าใด ความเห็นแก่ตัวและความแข็งกระด้างก็ยิ่งน้อยลงมากเท่านั้น เหมือนชั้นหินใต้ดินที่อ่อนตัว ช่วยให้จิตใจหยั่งลึกขึ้นจนถึงความสุขชั้นในที่ประเสริฐ เป็นสุขที่บำรุงใจให้ใสเย็นอยู่เสมอและเกิดพลังที่จะทำความดีไม่หยุดหย่อน


พระไพศาล วิสาโล








  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ????Ҥ? 21, 2020, 07:33:46 AM โดย ยาใจ »