« ตอบ #141 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2015, 07:13:23 am »
ปุจฉา - กฎแห่งกรรม ทำงาน...กับ อะไร ? ( What ) อย่างไร ? ( How ) เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้สำเร็จมรรค-ผล ในอัตตาภาพเดียว ( ชาติเดียว ) แล้วกรรมดี( บารมี) ของท่านไปถูกสั่งสมไว้ที่ไหน ? ( Where ) อย่างไร ? ( How ) หรือ ถ้าผมกระทำกรรมชั่ว เมื่อต้องพ้นจากอัตตาภาพนี้ จะไปรับวิบากกรรม เช่น ในนรก แล้วเขาเอาอะไร ? ( What ) ของผมไปทำโทษ
ขอช่วยคลี่คลาย อธิบาย ขยายความ ให้กระผมด้วยครับ ตลอดระยะเวลา เกือบ 30 ปี ที่ผมแสวงหาคำตอบ ตำรา...ของ ท่านพุทธทาส พลิกมาแล้วทุกเล่ม ( คำตอบของท่าน ไม่คลี่คลาย ออกไปแนววนๆ ไม่สรุป ) มิลินทปัญหา...อ่านแล้วเป็น 10 รอบ ลุ่มลึก สรุป (ตอบ) เร็วมาก ปัญญาผมไม่ถึง แต่ชอบวิธีการตั้งคำถาม ( ปัจจุบัน...ก็ยังอ่านอยู่ )
ผมชอบ...แนวทาง แบบ "ถาม-ตอบ" มากครับ จนมาเจอท่าน เลยเฝ้าเพียร อ่าน ศึกษามาตลอด ผมขออนุโมทนากับแนวทาง...ของท่าน มากๆ ครับ ท่านทำหน้าที่ดีแล้ว( สาธุ) ทำต่อไป นะครับ เพราะในปัจจุบันยังมีผู้คน อีกมากมายกำลังเข้ามา ศึกษาหาคำตอบ ทั้งคนรุ่นใหม่ และต่างศาสนิก
ผมเคยมีความคิด ปรารถนา...อยากรวบรวมการถาม-ตอบ ออกมาเป็นตำรับตำราไว้ศึกษา เป็นแนวทาง ครับ ( ผม...ไม่มีเจตนาก้าวล่วง หรือลองปัญญา นะครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมเข้าไปทุกสำนัก หลายวัด ที่คิดว่าให้คำตอบ ในคำถามผมได้ แล้วผมจะใช้ความพยายาม เพื่อเข้าไปพบ และสนทนาธรรมด้วย ที่จะถามอื่นๆ อีกมากมาย )
พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - กฎแห่งกรรมนั้น ทำงานกับกายและใจ เป็นสำคัญ เป็นกฎแห่งเหตุปัจจัย ซึ่งสามารถแสดงออกในหลายระดับหรือหลายด้าน เช่น ถ้าเกี่ยวข้องกับวัตถุ เช่น อากาศ หรือสิ่งแวดล้อม ก็เรียกว่า อุตุนิยาม ถ้าเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวต รวมทั้งพันธุกรรม ก็เรียกว่า พีชนิยาม ธรรมชาติอย่างหนึ่งของกายและใจ คือเป็นอนัตตา ไม่ได้เป็นก้อนหรือสิ่งที่แน่นิ่ง แต่แปรเปลี่ยนต่อเนื่องเป็นกระแส สุดแท้แต่เหตุปัจจัยจะปรุงแต่ง เหตุปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ กรรมหรือการกระทำ (เช่น กินมาก ก็ทำให้กายอ้วน คิดลบก็ทำให้จิตเป็นทุกข์)
ว่าเฉพาะจิตนั้น สามารถต่อเนื่องเป็นกระแสต่อไป แม้ร่างจะแตกดับ กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว นั่นหมายความว่า การกระทำใด ๆ ในชาตินี้ เมื่อปรุงแต่งจิตแล้ว คุณสมบัติของจิตที่เกิดจากการปรุงแต่งนั้นสามารถถ่ายทอดสืบเนื่องต่อไปได้อีกแม้บุคคลจะ “ตาย”ไปแล้ว เมื่อไปครองกายใหม่ คุณสมบัตินั้นก็ยังปรากฏแก่จิต (ซึ่งเกิดและดับตลอดเวลา แต่ถ่ายทอดคุณสมบัตินั้นให้สืบเนื่องต่อไปได้ และเป็นคุณสมบัติที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลาสุดแท้แต่เหตุปัจจัย)
เปรียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับเมล็ดพืช ซึ่งสิ่งแวดล้อมนานาชนิดทำให้มันมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งเฉพาะตัว เมื่อเติบใหญ่ กลายเป็นต้นไม้ออกดอกออกผล หากสิ่งแวดล้อมแปรเปลี่ยนไป เช่น ฝนแล้ง เจอมลภาวะ หรือกัมมันตรังสี เมล็ดที่เกิดใหม่จะมีคุณสมบัติแตกต่างจากเมล็ดเดิม คุณสมบัตินั้นจะถ่ายทอดไปยังเมล็ดรุ่นต่อไป แต่เมล็ดรุ่นต่อ ๆ ไปจะมีคุณสมบัติบางอย่างแปลกไปจากเดิม เมื่อเหตุปัจจัยแวดล้อมแปรเปลี่ยนไป
สรุปก็คือ พืชและสัตว์สามารถถ่ายทอดคุณสมบัติต่าง ๆ ไปยังรุ่นต่อไปได้ฉันใด จิตแต่ละขณะก็สามารถถ่ายทอดคุณสมบัติให้แก่จิตขณะใหม่(หรือเรียกง่าย ๆ ว่าจิตดวงใหม่) ได้ฉันนั้น คุณสมบัติที่ว่านั้น มีทั้ง กุศลและอกุศล นี้คือเหตุผลว่าการทำความดีในชาตินี้สามารถส่งผลถึงชาติหน้าได้ หากทำความดีชาติแล้วชาติเล่า จิตก็จะถูกปรุงแต่งในทางที่เป็นกุศลมากขึ้น กุศลดังกล่าวสามารถถ่ายทอดไปยังจิตดวงแล้วดวงเล่า ยิ่งทำสิ่งที่เป็นกุศลเพิ่มขึ้นไม่หยุด ในที่สุดสามารถเป็นปัจจัยหนุนส่งให้เกิดการบรรลุธรรม ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้
ว่าเฉพาะคำถามที่ว่า อะไรที่จะทำโทษคุณหากทำบาป คำตอบก็คือ เหตุปัจจัยตามกฎธรรมชาติ ทำนองเดียวกับร่างกายของคุณ หากคุณกินอาหารมากไป ทำให้จุก หรือไม่สบาย เกิดโรคหัวใจขึ้น หรือกินอาหารเป็นพิษ แล้วเกิดท้องร่วงอย่างแรง ถามว่าอะไรทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น คำตอบคือเหตุปัจจัยตามกฎธรรมชาตินั่นเอง อีกทั้งพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตของคุณสามารถส่งผลถึงสุขภาพของลูกคุณที่จะเกิดมาในอนาคตด้วย สรุปก็คือ กรรมนั้นสามารถส่งผล(ทางกาย)ถึงรุ่นต่อไป รวมทั้งส่งผล(ทางจิต)ถึงชาติต่อไปได้ด้วย
เท่าที่เขียนมาแม้จะพยายามเขียนย่อ ๆ แล้ว แต่ก็ยืดยาว หวังว่าจะช่วยให้คุณกระจ่างเพิ่มขึ้นบ้าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2015, 07:16:01 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ