ผู้เขียน หัวข้อ: เคล็ดลับการมีอายุยืน - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 2560 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




เคล็ดลับการมีอายุยืน


คนเป็นอันมากเข้าใจว่าพุทธศาสนาชอบพูดเรื่องความทุกข์และส่งเสริมให้คนอยู่อย่างยากลำบาก  ความจริงตรงกันข้ามพระพุทธองค์ทรงสอนให้คนรู้จักหาความสบายใส่ตนด้วยซ้ำ  เมื่อพระองค์ตรัสเรื่องอายุวัฒนธรรม หรือธรรมอันเป็นเหตุให้อายุยืนการรู้จักใช้ชีวิตให้สบายเป็นธรรมข้อแรกเลยทรงกล่าวถึง  คนที่หาเงินมาได้  เแต่ไม่เอามาใช้ให้ตนเป็นสุข  เอาแต่สะสมท่าเดียว ย่อมถูกพระองค์ตำหนํ
 
คนจำนวนไม่น้อยมีความสุขกับหาเงินและเก็บเงิน  แต่กลับตระหนี่ถี่เหนียว ปล่อยตัวเองให้อยู่อย่างลำบากแร้นแค้น จะซื้ออาหารแต่ละมื้อ ก็คิดถึงแต่เงินยิ่งกว่าคำนึงถึงสุขภาพของตน  เจ็บไข้เพียงใดก็ไม่ยอมซื้อยาหรือไปหาหมอเพียงเพราะเสียดายเงิน  ชีวิตเช่นนี้หาใช่ชีวิตที่เรียบง่ายและสันโดษที่ทรงสรรเสริญไม่  กลับเป็นชีวิตที่เบียดเบียนตนเอง  เป็นชีวิตที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา เพราะเห็นคุณค่าของเงินสำคัญกว่าสุขภาพของตน

อย่างไรก็ตามถ้าหาความสบายให้ตนมากเกินไป ก็เป็นปัญหาอีกเหมือนกัน เพราะอาจจะทำให้ชีวิตสั้นได้ นี้เป็นปัญหาสำคัญของคนในโลกยุคบริโภคนิยมทีเดียว เพราะเดี๋ยวนี้เงินหามาได้ง่ายสิ่งปรนเปรอก็มีพร้อมมูลมากมายกว่าแต่ก่อน แถมยังมีสื่อมวลชนคอยชักชวนโน้นน้าวให้เสพซื้อสิ่งต่างๆ ไม่รู้จักหยุด สิ่งที่ตามมาก็คือสถานสุขภาพและบริการลดน้ำหนัผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทั่วกรุงเทพฯ  เพราะคนเป็นอันมาพบว่าสิ่งที่ตนบริโภคเข้าไปนั้นมีมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญหรือใช้ให้หมดได้ทัน

แต่ความอ้วนหรือการมีน้ำหนักเกินต้องการนั้น  เป็นปัญหาเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับโรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนมากเป็นอันดับต้นของประเทศ  สาเหตุของโรคหัวใจรวมทั้งโรคมะเร็งบางชนิดนั้น ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นเพราะการแต่เสพหาความสุขจากการกินอย่างไม่รู้จักพอดี โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่และน้ำตาล ประกอบการอยู่แบบสบายมากเกินไป ประเภทนั่งๆ นอนๆ จนแทบไม่ได้ออกกำลังกาย ด้วยเหตุนี้อายุวัฒนธรรมข้อที่ ๒ จึงสำคัญมากสำหรับคนยุคนี้ นั่นคือการรู้จักประมาณในการหาความสบายใส่ตน

หากรู้จักการเลือกเฟ้นอาหารการกิน  บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อและไข่ พอประมาณ ขณะเดียวกันก็บริโภคผัก ธัญพืช และอาหารเส้นใยให้มากขึ้น จนเป็นส่วนสำคัญในชีวิตก็เท่ากับว่าได้ปฎิบัติอายุวัฒนธรรมอีกข้อหนึ่ง ได้แก่การบริโภคสิ่่งที่ย่อยง่าย  ธรรมข้อนี้ไม่พึงเข้าใจว่าพระพุทธองค์ตรัสสำหรับคนเฒ่าคนแก่เท่านั้น  เด็กๆ และหนุ่มสาวก็พึงใส่ใจเช่นกัน  อย่างไรก็ตามอาหารที่ย่อยง่ายหรือซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว เช่นน้ำตาลสังเคราะห์หรือน้ำตาลทรายขาวนานาประเภท หากกินมากเกินไปก็เป็นโทษได้มิใช่น้อย

ที่จริงยังมีอายุวัฒนธรรมอีก ๒ ข้อ แต่ ๓ ข้อ ที่กล่าวมานั้นเกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง กระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องร่างกายหรือสุขภาพกายล้วนๆ หากยังเกี่ยวข้องกับจิตใจด้วย เพราะต้องอาศัยสติและปัญญาเข้ามากำกับ ถ้าไม่มีสติแล้ว  ก็ง่ายที่จะปล่อยใจไปตามการเย้ายวนของอาหารและสิ่งเสพ และหากไม่มีปัญญาเห็นโทษของการเสพแบบไม่รู้จักพอดี  ก็ง่ายที่จะหลงเชื่อไปตามการโฆษณาชักชวนของสื่อมวลชนได้





ที่มา : หนังสือร่มไม้และเรือนใจ
โดยพระอาจารย์ไพศาล  วิสาโล

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 12, 2015, 07:40:23 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



  อยู่อย่างยืนยาวและผาสุก     


          ธรรมะ ไม่ใช่เรื่องของจิตใจอย่างที่มักเข้าใจกันเท่านั้น
หากยังเกี่ยวพันกับร่างกายด้วย เพราะชีวิตจะเจริญงอกงามได้ต้องอาศัยจิตใจและร่างกายที่เกื้อกูลกัน พระเจ้าปเสนทิโกศลเคยเสด็จทูลถามปัญหากับพระพุทธเจ้า  เนื่องจากทรงรู้สึกอึดอัด กระสับกระส่ายพระวรกาย  พระบรมศาสดาทรงทราบว่าเป็นเพราะพระเจ้าปเสนสิโกศลเสวยพระกระยาหารมากเกินไป  จึงทรงแนะให้พระองค์รู้จักประมาณในการเสวย  หลังจากที่เสด็จกลับพระราชวังพระเจ้าปเสนทิโกศลจึงทรงบัญชาให้มหาดเล็กผู้หนึ่งทำหน้าที่กล่าวเตือนพระองค์ให้เสวยอย่างมีสติ รู้ประมาณ ในเวลาไม่นาน พระเจ้าปเสนทิโกศลก็กลับมีสุขภาพดีเหมือนเดิม

          มีหลายครั้งที่พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงหลักธรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ  หลักธรรมหมวดหนึ่งก็คือ อายุวัฒนธรรม หรือ ธรรมอันเป็นเหตุให้อายุยืน ธรรมหมวดนี้มี ๕ ประการ ใน “สุขกายสุขใจ” บทที่แล้วได้ล่าวถึง ๓ ประการแรก ได้แก่ การรู้จักทำความสบายให้แก่ตนเอง  การรู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย และ การบริโภคอาหารที่ย่อยง่าย

          ธรรม ๓ ประการแรกเป็นเรื่องสุขภาพกายโดยตรง แต่ถ้าดูให้ดีก็เกี่ยวข้องกับจิตใจด้วย  เพราะคนเราจะรู้ประมาณในสิ่งที่สบายได้นั้น  ต้องอาศัยจิตใจที่รู้จักพอ  คือต้องมีสตินั่นเอง  การกินอาหารที่ย่อยง่ายก็เช่นกัน ใช่ว่าจะทำง่ายๆ ก็หาไม่ เพราะเดี๋ยวนี้มีอาหารมากมายหลายชนิดที่มาล่อตาล่อใจให้เราลุ่มหลง   ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารที่ย่อยยากทั้งนั้น  ยิ่งอาหารในสมัยใหม่ ประเภท แฮมเบอร์เกอร์   พิซซ่าด้วยแล้ว  มีแรงโฆษณามาหนุนเนื่องจนฝืนใจได้ยาก  คนที่จะมีจิตใจใฝ่อาหารที่ย่อยง่าย  โดยเฉพาะผัก  ผลไม้  จึงต้องมีปัญหาและสติควบคู่กัน

          สำหรับธรรม ๒ ประการหลังนั้น  เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับสุขภาพกายโดยตรง ได้แก่ การเป็นผู้มีศีล  และการเป็นผู้มีมิตรดีงาม  ทั้ง ๒ ประการส่งผลต่อชีวิตด้านในหรือจิตใจเป็นหลัก  ศีลในที่นี้หมายถึงศีล ๕ เป็นอย่างน้อย   ความสำคัญของศีลอยู่ตรงที่ทำให้ชีวิตของเราสงบสุข เพราะเมื่อเรารักษากายวาจาให้เป็นปกติไม่เบียดเบียนผู้ใดแล้ว  เรื่องวุ่นวายอันจะเป็นเหตุให้จิตใจเศร้าหมองวิตกกังวลก็มีน้อยลง

          อย่างไรก็ตาม  ศีลไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้ใดเท่านั้น  หากยังรวมถึงการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น  จะด้วยทรัพย์  กำลังกายหรือกำลังปัญญาก็แล้วแต่  การเอื้อเฟื้อผู้อื่นคือการมอบความสุขแก่เขา  สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือความสุขในจิตใจของผู้ให้นั่นเอง  เพราะความสุขนั้นมีเมตตาและกรุณาเป็นบ่อเกิด

          มิตรดีงาม หรือกัลยาณมิตรนั้น   ใครที่มีก็นับว่าเป็นผู้โชคดีมิตรเช่นนี้ทำให้โลกน่าอยู่ และยังชีวิตให้น่ารื่นรมย์  คนเป็นอันมากยิ่งมีอายุมากขึ้น กลับมีกัลยาณมิตรน้อยลง เพราะจิตใจคิดแต่จะตักตวงหายศทรัพย์และอำนาจ เลยมองคนอื่นเป็นคู่แข่งหรือเป็นปฏิปักษ์ไปเสีย  คนเช่นนี้หากเกษียณหรือหมดอำนาจ ชีวิตจะอ้างว้างโดยเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง  เพราะไม่มีคนแวดล้อมอีกต่อไป

       ศีล และกัลยาณมิตร นั้น ทำให้จิตใจเข้าถึงความสงบและความสุข  ความสงบสุขแห่งจิตใจนี้แหละ  เมื่อประกอบเข้ากับการมีสุขภาพ  อันเนื่องจากธรรม ๓ ประการแรกด้วยแล้ว จะทำให้อายุยืนยาว เป็นความยืนยาวที่ควบคู่กับความเจริญงอกงามแห่งชีวิตมิใช่แค่ความยืนยาวแต่เพียงร่ายกายเท่านั้น






ที่มา : หนังสือร่มไม้และเรือนใจ
โดยพระอาจารย์ไพศาล  วิสาโล


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2025, 08:53:39 am โดย ยาใจ »