« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2015, 05:31:52 am »
ลองถามตัวเองดูสิว่า ตอนนี้ร่างกายของเราเป็นปกติดีอยู่หรือเปล่า ถ้าพยักหน้าว่าใช่ ก็โปรดบอกกับตัวเองได้แล้วว่า “นั่นแหละสุขแล้ว” ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองย้อนนึกไปถึงวันที่ตัวเองปวดหัวปวดฟันหรือปวดท้อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่แย่เอามากๆ แม้กระทั่งในยามที่เป็นโรคพื้นๆ อย่างไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเล่นงานจนล้มหมอนนอนเสื่อ ใช่หรือไม่ว่า ในยามนั้นยอดปรารถนาของเราคือขอให้ได้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม เพียงแค่อาการเริ่มทุเลาหัวที่เคยเต้นตุบๆ สงบลง ไข้ร้อนผ่าวเริ่มกลับเป็นปกติ เราจะรู้สึกสบายใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่ยังไม่หายดีด้วยซ้ำ
เพียงแค่ร่างกายเป็นปกติสุข เราก็เป็นที่อิจฉาของผู้คนนับไม่ถ้วนแล้ว ซึ่งแม้มีเงินมากมายมหาศาล ก็เป็นอย่างที่เราเป็นตอนนี้ไม่ได้
ไม่เพียงความปกติสุขของร่างกายเท่านั้น ยังมีความสุขอีกหลายอย่างที่เรามักจะมองข้ามไป ทั้งๆ ที่อยู่ในครอบครองของเราแล้ว ลองถามตัวเองดูว่า คนที่เรารักยังอยู่กับเราหรือไม่ จะเป็นพ่อแม่ คู่ครอง หรือลูกหลานก็แล้วแต่ หากว่าเขาเหล่านั้นยังไม่ล้มหายตายจากเราไป นั่นก็เป็นทั้งโชคและสุขที่ล้ำค่าของเราแล้ว การสูญเสียบุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดความทุกข์เพียงใด เราคงรู้อยู่แก่ใจ เพราะบางครั้งบางคราว เราอาจประสบกับเหตุการณ์ดังกล่าวในฝัน ครั้นตื่นขึ้นมาพบว่า นั่นไม่ใช่ความจริง ก็ให้ดีใจเสียนี่กระไร
แต่เราต้องรอให้มีฝันร้ายก่อนหรือ ถึงจะซาบซึ้งใจว่า การที่บุคคลผู้เป็นที่รักยังอยู่กับเรานั้นเป็นความสุขอันประเสริฐแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2015, 11:33:43 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ