ผู้เขียน หัวข้อ: ลอยกระทง ๔ ความหมาย - พุทธทาสภิกขุ  (อ่าน 4562 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
ลอยกระทง ๔ ความหมาย - พุทธทาสภิกขุ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2015, 05:39:19 pm »

















ที่มา : Facebook ของขวัญทางปัญญา ธรรมชีวิน
https://www.facebook.com/profile.php?id=100006958863764
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 25, 2015, 05:41:55 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
พิธีลอยกระทงและการกล่าวคำบูชา - พุทธทาสภิกขุ
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2015, 01:00:16 pm »



พิธีลอยกระทงและการกล่าวคำบูชา

...พิธีนี้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร โดยสรุปแล้วก็เป็นประโยชน์เพื่อจะชักจูงคนให้เข้ามาสู่พระศาสนา มาสู่วัดวาอาราม หรือประพฤติ กระทำกิจกรรมต่างๆในเบื้องต้น เพื่อนำไปสู่การดับทุกข์ในที่สุด

ขอให้แยกกันดูให้ดีในชั้นหนึ่งก่อนว่าตัวพุทธศาสนาแท้ๆ ไม่มีพิธี ไม่ใช่พิธี พระพุทธเจ้าไม่เคยประกอบพิธี ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ศาสนายังอยู่ ต้องการจะให้แพร่หลาย กว้างขวาง ให้มั่นคงเป็นต้น จึงได้จัดพิธีต่าง ๆ ขึ้นตามสมควรแก่เหตุผล หรือความคิดเห็นของบุคคลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบนั้นๆ

เมื่อเวลาล่วงมา ๒,๐๐๐ กว่าปี พิธีมันก็มีขึ้นมามากมาย มันเลยเถิดไปกว่านั้นอีก ก็กลายเป็นรีตอง ที่เรียกกันว่าพิธีรีตอง ถ้ามันถึงขั้นรีตองแล้วมันก็จะต้องงมงายมากไปสักหน่อย...

ลอยกระทงนี้มันจะมีความหมายอย่างไรกันแน่?

ในชั้นแรกนั้นอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อจะบูชาสิ่งที่สูงสุด แต่มันก็อธิบายกันต่าง ๆ กัน ตามหมู่คณะนั้นๆ

ถ้าคนบางพวกเขาก็พูดว่าลอยกระทงไปบูชาพระอุปคุต พระอรหันต์ที่ว่าอยู่ที่สะดือของทะเล ต้องลอยไปในทะเล เพื่อไปบูชาพระอรหันต์องค์นั้นเป็นพิเศษ อย่างนี้ก็มีพูดเหมือนกัน ดูว่าจะมีเค้าเงื่อนมาจากประเทศพม่า

พวกหนึ่งก็ว่าเราจะลอยไปบูชารอยพระบาทในที่ต่างๆ ๕ แห่ง ตามที่ปรากฎอยู่ในพระคัมภีร์นั้น ที่หาดทรายเมืองนั้น ที่ริมตลิ่งเมืองนี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เนื่องด้วยน้ำ ด้วยทะเลด้วยกันทั้งนั้น ตามที่พระพุทธองค์ได้ประทานเหยียบรอยพระบาทไว้ นี่ก็พวกหนึ่ง

บางพวกก็จะคิดเหมาๆ เอาว่าเราบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทั้งหมด ทั้งสิ้นก็แล้วกัน จะได้ผลมากออกไป หรือสูงยิ่งขึ้นไป ใครจะชอบอย่างไหนก็คิดเอาเองก็ได้ ตามความชอบใจของตน...

ถ้าคิดว่าบูชาพระรัตนตรัย ก็กินความหมายหมด ไม่ยกเว้นอะไร จะเป็นพระอุปคุต หรือว่ารอยพระบาท หรืออะไรก็ตาม มันรวมอยู่ในคำว่าพระรัตนตรัยโดยหมดสิ้น...

สำหรับการกล่าวคำบูชานั้น ก็มีธรรมเนียมประเพณีหลายๆ อย่างต่างๆ กัน แล้วแต่ว่าจะบูชามุ่งหมายอะไร เราจะทำให้รวมกันมันมากอย่างต่างๆ กันนักก็ไม่ได้ จะบูชาพระอุปคุตคนหนึ่ง จะบูชาพระบาทคนหนึ่ง จะบูชาพระรัตนตรัยคนหนึ่ง นี้มันก็สับสนอลม่านกันไปหมด จึงขอสรุปว่าบูชาพระรัตนตรัยก็แล้วกัน อันมีความหมายเนื่องไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในตัวเอง หรือว่าจะสรุปพระรัตนตรัยให้เหลือเพียงสิ่งเดียวก็เป็นเรื่องของความดับทุกข์ คือพระนิพพาน บูชาคุณของพระนิพพานก็ยังได้ แต่ไม่มีใครเคยกล่าวคำอย่างนั้น นั้นจึงหยุดอยู่แค่กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยว่า

อิมินา ปะทีเปนะ พุทธัง ปูเชมะ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอบูชาพระพุทธเจ้าด้วยประทีปนี้
อิมินา ปะทีเปนะ ธัมมัง ปูเชมะ ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ด้วยประทีปนี้
อิมินา ปะที ปนะ สังฆัง ปูเชมะ ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ด้วยประทีปนี้


ประทีปในที่นี้ก็หมายถึงกระทงที่ประกอบอยู่ด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ดังนั้นก็เป็นอันว่าตรงตามความมุ่งหมายที่เราจะกระทำ สำหรับทุกคนจะเข้าใจได้ง่าย แม้กระทั่งลูกเด็กๆทั้งหลายก็จะว่าเป็น

สำหรับคนแก่ คนผู้คงแก่เรียน ศึกษามานาน ปฏิบัติมานาน ในจิตใจจะนึกเลยไปถึงพระนิพพานก็ยังได้ บูชาคุณของพระนิพพานด้วยดวงประทีปนี้ แต่ถ้าว่าออกมาดัง ๆ จะถูกหัวเราะเยาะก็ได้ แต่คนถูกหัวเราะเยาะนี่ไม่ควรจะเก้อ คนหัวเราะนั่นแหละเป็นคนที่ควรจะเก้อ ฉะนั้นถ้าใครจะบูชาคุณของพระนิพพานก็อย่าไปหัวเราะเยาะเขาเลย จะว่า

อิมินา ปะทีเปนะ นิพพานัง ปูเชมะ ข้าพเจ้าขอบูชาคุณของพระนิพพานด้วยดวงประทีปนี้ ก็ได้

อย่างนี้มันมีความหมายกว่า คือว่าเป็นการลอยบาป ลอยกิเลสจนหมดสิ้น จึงจะเป็นนิพพาน

นิพพานคือความปราศจากกิเลส จงบูชาคุณของพระนิพพานด้วยประทีปนี้ มันก็ยิ่งดี หรือดีถึงที่สุด


พุทธทาสภิกขุ

ที่มา ธรรมบรรยาย วันลอยกระทง ปี พ.ศ. ๒๕๒๐


ที่มา : Facebook พุทธทาสภิกขุ
https://www.facebook.com/AjahnBuddhadasa