ผู้เขียน หัวข้อ: ดาวน์โหลด รวม E-Book - พระไพศาล วิสาโล และหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ*ล่าสุด*  (อ่าน 103502 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คำปรารภ

ความตายเป็นหน้าที่ของทุกชีวิต ไม่มีใครสามารถหลีกหนีหน้าที่ดังกล่าวไปได้   ผู้ที่พยายามทำเช่นนั้นนอกจากไม่ประสบผลแล้ว ยังถูกธรรมชาติลงโทษให้เป็นทุกข์หรือทุรนทุรายด้วย  จะไม่ดีกว่าหรือหากเราพยายามทำหน้าที่ดังกล่าวให้ดีที่สุด  ด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับความตายเสียแต่ต้นมือ และฝึกฝนตนให้พร้อมเผชิญกับความตายในขณะที่ยังปกติสุขอยู่   

หน้าที่นั้นตามมาด้วยสิทธิเสมอ  ผู้ที่เตรียมตัวตายด้วยใจที่พร้อม โดยตระหนักว่าความตายเป็นหน้าที่ตามธรรมชาติ   ย่อมได้รับสิทธิคือการตายอย่างสงบและเข้าถึงสุคติ  หรืออาจเข้าถึงภาวะหลุดพ้นจากวัฏสงสารเลยก็ได้  สิทธิดังกล่าวเป็นของทุกคนไม่เลือกว่า ผู้ใหญ่หรือเด็ก   หญิงหรือชาย  ยาจกหรือเศรษฐี  และไม่เลือกด้วยซ้ำว่าจะตายที่ไหน ด้วยสาเหตุใด

ทั้ง ๆ ที่สิทธิดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน แต่น้อยคนจะรู้ว่าตนมีสิทธิดังกล่าว  ดังนั้นจึงเห็นความตายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัว และพยายามทุกวิถีทางที่จะผลักไสความตายออกไปให้ไกลที่สุด แม้จะทุกข์ทรมานเพียงใดก็ตาม   ในทางตรงข้ามหากเราประจักษ์ชัดว่าเรามีสิทธิที่จะตายอย่างสงบ  และสิทธินี้ขึ้นอยู่การกระทำของเราเอง  เราก็จะเห็นความสำคัญของการเตรียมตัวตายให้ดีที่สุด  ไม่งอมืองอไม้หรือปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์

ความตายนั้นไม่ใช่เป็นแค่วิกฤตเท่านั้น หากยังเป็นโอกาสในทางจิตวิญญาณ ดังท่านอาจารย์พุทธทาสเรียกวาระสุดท้ายก่อนหมดลมว่าเป็น “นาทีทอง” ที่ไม่ควรปล่อยให้พลาด เพราะสามารถนำไปสู่ภาวะ “ดับเรา ดับตน ดลนิพพาน”ได้  ทุกวันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับความตายในแง่กายภาพมาก แต่ในแง่จิตใจนั้นเรากลับรู้น้อยมาก จึงควรที่จะทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากความรู้ในแง่ดังกล่าวให้ได้มากที่สุด

เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย เราต้องอาศัยเทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือในทางกายภาพ  แต่ในทางจิตใจนั้นสิ่งที่จะช่วยได้อย่างมากคือธรรมะ   เทคโนโลยีนั้นทำได้อย่างมากแค่ผัดผ่อนความตายให้ไกลออกไปเท่านั้น แต่ในที่สุดก็หนีไม่พ้น  ส่วนธรรมะนั้นสามารถทำให้เราเอาชนะความตายได้ คือนอกจากไม่ทุกข์หรือทุรนทุรายเพราะความตายแล้ว อาจจะช่วยให้เข้าถึงภาวะที่ไม่มีเราเป็น “ผู้ตาย” นี้ใช่ไหมที่เรียกว่า “เหนือความตาย”    ความข้อนี้พระพุทธองค์ก็ได้ตรัสว่า “ถ้าได้อาศัยเราเป็นกัลยาณมิตรแล้ว ....สัตว์ที่มีความตายเป็นธรรมดา จะพ้นจากความตาย”

เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ว่าด้วยความตายในแง่มุมต่างๆ ประกอบด้วยบทความ บทสนทนา  และบทสัมภาษณ์ โดยมุ่งให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเผชิญกับความตาย รวมทั้งการใช้ธรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ใกล้ตาย    เนื้อหาเหล่านี้เคยตีพิมพ์ในที่อื่นมาแล้ว แต่ค่อนข้างกระจัดกระจาย  ยากที่ผู้สนใจจะตามหาอ่านได้อย่างทั่วถึง  ในครั้งนี้จึงนำมารวมพิมพ์ในที่เดียวกัน  อย่างไรก็ตามการนำบทความที่เขียนหรือพูดในวาระต่าง ๆ มารวมไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันนั้น ย่อมยากที่จะหลีกเลี่ยงข้อความหรือตัวอย่างที่ซ้ำซ้อนได้   หากผู้อ่านรู้สึกว่าเนื้อหาบางตอนซ้ำซากก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๔๘ และมีการพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้ง ในการตีพิมพ์ครั้งใหม่นี้ได้ปรับปรุงและขัดเกลาเนื้อหาในหลายบท โดยมีคุณนงลักษณ์ ตรงศีลสัตย์ เป็นบรรณาธิการ   หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนช่วยให้ผู้อ่านเกิดความไม่ประมาทในชีวิต และตระหนักถึงความสำคัญของการฝึกฝนตนให้พร้อมเผชิญกับความตาย จนสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสแห่งความสงบเย็นทางจิตใจได้ในที่สุด

พระไพศาล วิสาโล
๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

 

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คำปรารภ

“ชีวิต”เป็นของขวัญล้ำค่าที่สุดอย่างหนึ่งที่เรามี  ต่อเมื่อมีชีวิตเราจึงสามารถทำความดี มีความสุขและเข้าถึงประโยชน์สูงสุดเท่าที่ธรรมชาติจะมีให้ได้  แน่นอนว่า ชีวิตในที่นี้ หมายรวมถึงการมีจิตใจที่สามารถคิดนึกได้อย่างมนุษย์  แม้กายจะไม่สมประกอบ แต่หากมีจิตใจที่ทำงานได้เป็นปกติ ชีวิตนี้ก็สามารถเปิดโอกาสให้เราได้พบสิ่งดีงาม รวมทั้งมีความสุขได้ไม่น้อยกว่าคนอื่น

แม้ชีวิตกับความทุกข์เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้  ดังมีสำนวนที่ชาวพุทธคุ้นเคยกันดี นั่นคือ “การเกิดก็เป็นทุกข์”  เมื่อเกิดมาแล้วไม่มีใครหนีพ้นความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก และความตาย ไปได้   แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เกิดมาแล้วจะพ้นทุกข์ไม่ได้   ผู้ที่แก่ชรา  แต่ไม่ทุกข์ มีอยู่มาก   ผู้ที่เจ็บป่วย แต่ใจสดใส ก็มีอยู่ไม่น้อย    ทุกข์กายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องประสบ  แต่ทุกข์ใจนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง  ชีวิตนี้สามารถให้อิสระแก่เราในการยกจิตอยู่เหนือทุกข์ได้

ดังนั้นไม่ว่าชีวิตนี้จะเต็มไปด้วยความลำเค็ญเพียงใด เราก็ไม่ควรชิงชังชีวิต  หากควรเปิดใจรับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่    ความทุกข์นั้นหากเรารู้จักมันอย่างถูกต้อง ก็จะกลายเป็นประตูสู่ธรรมที่ลึกซึ้งได้ ดังครูบาอาจารย์ได้ย้ำเตือนว่า “ทุกข์นั้นมีไว้ให้เห็น ไม่ใช่ให้เป็น” หากวางใจเช่นนี้ได้ เราจะเป็นมิตรกับทุกประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต รวมทั้งใช้ชีวิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด  จนเข้าถึงอุดมคติของชีวิต  ซึ่งสำหรับชาวพุทธก็คือ นิพพานอันเป็นบรมสุข อย่างนี้แหละจึงเรียกว่าเป็นมิตรกับชีวิตอย่างแท้จริง

หนังสือเล่มนี้มีที่มาจากคำบรรยายของข้าพเจ้าในที่ต่าง ๆ รวมทั้งที่วัดป่าสุคะโตและวัดป่ามหาวัน  สำนักพิมพ์ Someday เห็นว่ามีประโยชน์ น่าเผยแพร่ จึงได้มอบให้คุณสายฟ้า บัลลังก์ เรียบเรียงคำบรรยายเหล่านี้ โดยนำส่วนที่มีเนื้อหาเชื่อมโยงกันมาไว้ด้วยกัน และตัดเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนกันออกไป  ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการขัดเกลาและปรับปรุงของข้าพเจ้า   ในโอกาสนี้ขอขอบคุณ พญ.นวพร ตันศิริ ที่ได้ช่วยถอดคำบรรยายส่วนใหญ่ออกมาเป็นตัวอักษร ทำให้งานบรรณาธิกรณ์ง่ายขึ้นมาก

พระไพศาล วิสาโล
๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๖


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 06, 2013, 01:23:05 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คำปรารภ

การเดินทวนกระแสน้ำไม่ใช่เรื่องง่าย  แม้จะเป็นการเดินเลียบลำน้ำก็ตาม ทั้งนี้เพราะธรรมชาติของน้ำย่อมไหลจากที่สูงไปหาที่ต่ำ การเดินทวนกระแสน้ำจึงหมายถึงการเดินจากที่ต่ำไปยังที่สูง ซึ่งเท่ากับต่อสู้กับแรงดึงดูดของโลก   จึงย่อมต้องใช้ความเพียรมากกว่าการเดินตามกระแสน้ำ แต่ยิ่งเดินทวนกระแสน้ำขึ้นไปไกลเท่าไร ทัศนียภาพโดยรอบก็ยิ่งงดงามมากขึ้นเท่านั้น   ยิ่งเมื่อใกล้ถึงต้นน้ำ ก็จะสัมผัสกับป่าเขาที่ร่มรื่น ต้นไม้ที่เขียวขจี ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ อากาศที่สะอาด น้ำที่ขุ่นมัวก็กลับใสมากขึ้น จนสามารถดื่มกินได้ ใช่แต่เท่านั้นความสงัดของลำเนาธารยังน้อมใจให้สงบเย็นได้ง่าย นี้ใช่ไหมคือรางวัลแห่งความเพียรของผู้เดินทวนกระแส

การเดินทวนกระแสกิเลสก็เช่นกัน  แม้ต้องใช้ความเพียรมาก ต้องสู้กับแรงดึงดูดของโลกธรรม อาทิ ลาภสักการะ แต่รางวัลที่ได้รับคือความบริสุทธิ์สะอาดและความสงบเย็นในจิตใจ รวมทั้งเข้าถึงต้นธารแห่งความสุขที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ แม้ความสะดวกสบายทางกายมีไม่มาก แต่ใจนั้นโปร่งโล่งเบาสบายและไร้ทุกข์

คนเราจึงไม่ควรปล่อยตัวไหลไปตามกระแสกิเลส ซึ่งมีแต่นำพาชีวิตให้ตกไปสู่ทางต่ำ แต่ควรเพียรพยายามทวนกระแสกิเลส ด้วยการฝึกตนให้รู้จักลดละ ทั้งความเห็นแก่ตัวและความยึดติดถือมั่น โดยอาศัยธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประทานให้แก่เรา โดยเฉพาะหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งนอกจากเป็นแผนที่นำทางให้เราทวนกระแสกิเลสได้จนถึงที่สุดแล้ว  ยังช่วยให้เรามีความสุขในการทวนกระแสกิเลส อีกทั้งยังได้พบกับคุณธรรมอื่น ๆ มากมาย ที่หนุนเสริมให้เราไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย

การทวนกระแสกิเลสเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกิจเฉพาะคราว แต่บางครั้งการปลีกตัวมาฝึกตนอย่างเข้มข้นในสถานที่สงบสงัดก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์สำหรับการกลับไปอยู่ในโลกกว้างอย่างรู้เท่าทัน ไม่เผลอไผลพลัดหลงไปตามกระแสกิเลสอันเชี่ยวกรากง่าย ๆ

หนังสือเล่มนี้มีที่มาจากคำบรรยายของข้าพเจ้าในช่วงที่ชาวชมรมกัลยาณธรรม ซึ่งนำโดยคุณหมออัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์มาปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้นที่วัดป่ามหาวันปลายปี ๒๕๕๕ โดยได้หลีกเร้นไปค้างแรมในป่าอันสงบสงัดและไร้สิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ เป็นช่วงที่ทุกคนได้สัมผัสกับธรรมชาติทั้งภายนอกและภายในอย่างใกล้ชิด ซึ่งแสดงธรรมให้จิตใจได้รับรู้อยู่ตลอดเวลา

หนังสือเล่มนี้จัดว่าเป็นผลพลอยได้จากการปฏิบัติธรรมครั้งนั้น  ส่วนอานิสงส์ที่เป็นหลักนั้นได้เกิดขึ้นแล้วแก่ผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้เห็นเฉพาะตน ไม่สามารถแบ่งปันให้ใครได้  อย่างไรก็ตามคุณหมออัจฉรา และชาวชมรมกัลยาณธรรมมีความปรารถนาดี อยากเผื่อแผ่แบ่งปันประโยชน์จากการปฏิบัติธรรมครั้งนั้นให้แก่ผู้อื่นบ้าง จึงได้จัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอย่างงดงามย นับได้ว่าเป็นธรรมทานที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง

ขออนุโมทนาคณะผู้ปฏิบัติธรรมจากชมรมกัลยาณธรรมทุกท่าน ที่ไม่เพียงบำเพ็ญประโยชน์ท่านอย่างแข็งขันตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากยังเห็นความสำคัญของการเสริมสร้างประโยชน์ตน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คือ การบำเพ็ญประโยชน์ท่านอีกแง่หนึ่งนั่นเอง คือ ทำให้ตนมีความพร้อมในการทำงานเผยแผ่ธรรมให้กว้างขวางยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขออานิสงส์แห่งการประพฤติธรรมดังกล่าวจงอำนวยให้ทุกท่าน รวมทั้งผู้ที่ร่วมจัดทำหนังสือเล่มนี้ ตลอดจนผู้อ่าน ประสบความเจริญก้าวหน้าในธรรม มีสัมมาทัศนะและมั่นคงในสัมมาปฏิบัติ  สามารถทวนกระแสกิเลสจนลุถึงความสิ้นทุกข์ พบสุขเกษมศานต์ มีพระนิพพานเป็นที่หมายด้วยกันทุกคนเทอญ

พระไพศาล วิสาโล
๓๐ กันยายน ๒๕๕๖



คลิ๊ก => http://www.kallayanatham.com/book/Tuankrasae.pdf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 22, 2013, 02:46:35 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คำปรารภ
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ นำมาจาก“ปุจฉา-วิสัชนา” ซึ่งเป็น “คอลัมน์ประจำ” ในเฟซบุ๊คพระไพศาล วิสาโล (www.facebook.com/visalo) ซึ่งริเริ่มโดยกัลยาณมิตรผู้หนึ่งเมื่อสองปีที่แล้ว  ในเวลาต่อมาก็ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วไป  มีผู้ติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งต่อหรือแนะนำไปยังมิตรสหาย  ผลสืบเนื่องประการหนึ่งก็คือ มีผู้ส่งคำถามมาอย่างต่อเนื่อง และนับวันจะมีมากขึ้น  แต่เดิมคำถามส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักธรรมในพุทธศาสนา  ต่อมาก็มีข้อสงสัยว่าพฤติกรรมอย่างใดที่เรียกว่าบาปหรือผิดศีล  ทำอย่างไรจึงจะได้บุญ  แต่ระยะหลังน่าสังเกตว่าคำถามส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปัญหาความสัมพันธ์ทั้งกับคนในครอบครัว คู่รัก และเพื่อนร่วมงาน จะเรียกว่าเป็นปัญหาชีวิตก็ว่าได้

ปัญหาเหล่านี้ แม้บางท่านจะมองว่าเป็นเรื่องไกลวัด  แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่ไกลจากเรื่องธรรมะ  เพราะธรรมะนั้นเป็นเรื่องของวิถีชีวิต  ถ้าปรารถนาจะมีชีวิตที่ดีงามและผาสุก จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องอาศัยธรรมะ  ในการตอบคำถามเหล่านี้ ข้าพเจ้าเห็นเป็นโอกาสที่จะชี้ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของธรรมะ และนำธรรมะไปใช้ในการดำเนินชีวิต รวมทั้งในความสัมพันธ์กับผู้คน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดความขัดแย้งไปได้มาก  สิ่งที่ข้าพเจ้าเน้นก็คือ นอกจากการวางใจให้ถูกต้อง (หรือ “ทำจิต”)แล้ว  การปฏิบัติต่อกันด้วยดี รวมทั้งการจัดการกับปัจจัยภายนอกอย่างถูกกรณี (หรือ “ทำกิจ”) ก็มีความสำคัญเช่นกัน   ทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมไม่เพียงพอ

ก่อนหน้านี้เคยมีการรวม “ปุจฉา-วิสัชนา”บางตอนมารวมพิมพ์เป็นเล่มแล้วจำนวนสองเล่ม  อย่างไรก็ตามสำนักพิมพ์ busy day เห็นว่า ยังมี “ปุจฉา-วิสัชนา” อีกหลายตอนที่สมควรเผยแพร่ในวงกว้าง จึงได้คัดเลือกมาพิมพ์เป็นเล่ม  โดยตั้งชื่อว่า “ยกภูเขาออกจากใจ”  ข้าพเจ้าขออนุโมทนาด้วย และหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนช่วยยกภูเขาออกจากใจของผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย


พระไพศาล วิสาโล
๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


   
พลิกจิต ชีวิตเปลี่ยน

โดย พระไพศาล วิสาโล
จัดพิมพ์โดย โรงเรียนวรรณสว่างจิต
พิมพ์ครั้งที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๖



คำปรารภ

ผู้คนทุกวันนี้ส่วนใหญ่ทุกข์เพราะความคิด  แม้มีมากมายเพียงใด หากมัวนึกถึงแต่สิ่งที่ตนยังไม่มีหรือจดจ่ออยู่กับสิ่งที่สูญเสียไป  ก็ไม่มีความสุข   ไม่ว่าได้มาเท่าไร ถ้าเห็นคนอื่นมีมากกว่า ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที   ถึงจะได้โชคลาภ แต่ถ้าคิดว่าตนน่าจะได้มากกว่านั้น  ใจก็พลันขุ่นมัว  ในทางตรงข้าม แม้จะมีน้อย   แต่หากชื่นชมและเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนมี  ใจก็เป็นสุข   แม้เจ็บป่วย แต่รู้จักมองแง่บวก ก็สามารถยิ้มได้  มีเหตุร้ายมากระทบ แต่ถ้ามีสติและปัญญา ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้

เราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปดั่งใจได้  อีกทั้งไม่สามารถปกป้องมิให้อันตรายหรือความสูญเสียเกิดขึ้นกับเราได้แม้แต่น้อย  แต่เราสามารถปรับใจของเราให้เป็นสุขได้แม้ทุกข์มากระทบ  ชีวิตที่มืดมนและสิ้นหวัง สามารถกลายเป็นชีวิตที่สว่างไสวและเบิกบานได้  ไม่ใช่เพราะลาภ ยศ สรรเสริญ และความสำเร็จหลั่งไหลมา แต่เป็นเพราะจิตพลิกเปลี่ยนต่างหาก

การฝึกฝนพัฒนาจิตจึงเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ชีวิตที่ผาสุกและเจริญงอกงาม  ดังนั้นการที่คณะครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนวรรณสว่างจิต มารับการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาจิต ที่วัดป่าสุคะโต อย่างต่อเนื่องตลอดสิบปีที่ผ่านมาจึงนับว่าน่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง    ว่าจำเพาะการอบรมครั้งล่าสุดคือ เมื่อวันที่ ๑๖-๒๐ มีนาคม ศกนี้   เกือบทุกคนเคยผ่านการอบรมที่วัดป่าสุคะโตมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ดังนั้นกิจกรรมส่วนใหญ่ในระหว่างการอบรม จึงแตกต่างจากการอบรมที่ผ่านมา  แต่ที่ยังเหมือนเดิม คือ การเจริญสติ ซึ่งเป็นหัวใจการภาวนาแบบพุทธ

ผลพลอยได้จากการอบรมครั้งนั้นคือหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นคำบรรยายของข้าพเจ้าหลังทำวัตรเช้าและวัตรเย็น รวมทั้งก่อนรับประทานอาหาร  แม้เนื้อหาส่วนใหญ่จะไม่แตกต่างจากคำบรรยายครั้งก่อน ๆ แต่หวังว่าจะเป็นการช่วยย้ำเตือนให้ตระหนักว่า สุขหรือทุกข์นั้นอยู่ที่ใจเป็นสำคัญ  ดังนั้นจึงควรหมั่นฝึกจิตอยู่เสมอหากหวังความเจริญงอกงามของชีวิต  เมื่อมีความทุกข์ อย่ามัวคิดเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ  จนลืมพลิกจิตของตน


พระไพศาล วิสาโล
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖



ดาวน์โหลดหนังสือที่นี่  พลิกจิต เปลี่ยนชีวิต

คลิ๊ก => http://www.visalo.org/book/WordaPdf/plikJit.pdf

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 12, 2014, 04:04:15 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คำปรารภ

ความทุกข์ของคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้มักมีสาเหตุมาจากความสัมพันธ์   มิใช่ความสัมพันธ์กับใครที่ไหน หากเป็นความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว อาทิ คู่ครอง มิตรสหาย หรือแม้แต่พ่อแม่ลูกหลาน  บุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผูกพันกันด้วยความรัก  แต่บ่อยครั้งการอยู่ใกล้ชิดกันมากก็ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งได้ง่าย จนกลายเป็นความขัดแย้งและความเจ็บปวด

น่าแปลกก็ตรงที่ในยามที่คนรักยังมีชีวิตอยู่ ผู้คนจำนวนไม่น้อยมีเรื่องผิดใจกันจนถึงกับโกรธเกลียดกัน  ครั้นเขาจากไป ก็เศร้าโศกเสียใจ อาลัยอาวรณ์ อันที่จริงเราสามารถเลือกหนทางที่ดีกว่านั้นได้ กล่าวคือ  เมื่อขณะที่คนรักยังอยู่ ก็เกื้อกูลกันด้วยความรัก มีความเข้าอกเข้าใจกัน และอยู่ด้วยกันอย่างผาสุก ครั้นเขาจากไปไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ก็สามารถทำใจได้ ไม่รู้สึกผิดหรือคับแค้นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อเขาอยู่ เราก็มีความสุข เมื่อเขาจากไป เราก็ไม่ทุกข์

ความรักนั้นยั่งยืนได้ หากเราเปิดใจฟังกันให้มากขึ้น ฟังด้วยหัวใจ มิใช่ฟังด้วยหูเท่านั้น  ความเข้าใจกันนั้นสามารถสานรักให้ยืนยาวได้  ขณะเดียวกันการมองอดีตอันเจ็บปวดด้วยมุมมองใหม่ ก็สามารถนำเราข้ามพ้นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ได้  อดีตนั้นสามารถให้บทเรียนหรือความหมายที่ทรงคุณค่าแก่เราได้เสมอ

บทความทั้ง ๕ ชิ้นในหนังสือเล่มนี้ เคยพิมพ์ในที่อื่นมาก่อนแล้ว  ที่เลือกมาพิมพ์รวมในครั้งนี้ก็เนื่องจากยึดโยงอยู่กับเรื่องการระงับความขัดแย้ง(ในยามที่มีชีวิตอยู่)และก้าวข้ามความเจ็บปวด(ในยามที่พลัดพรากจากกัน)  หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านที่กำลังมีปัญหาดังกล่าวได้ไม่มากก็น้อย


พระไพศาล วิสาโล
๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๖


 
คลิ๊ก => http://www.visalo.org/book/WordaPdf/sarmrak.pdf

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คำปรารภ

คุณหมออัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์ ประธานชมรมกัลยาณธรรม  แจ้งความประสงค์ขอตีพิมพ์หนังสือเรื่อง “สงบจิต สว่างใจ” เพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทาน  อาตมายินดีอนุญาตและขออนุโมทนาในกุศลจริยาดังกล่าว

หนังสือเล่มนี้มีที่มาจากการบรรยายธรรมหลังทำวัตรเช้าและเย็นแก่คณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเลยที่เข้าร่วมการอบรมเพื่อพัฒนาจิตที่วัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิเมื่อปี ๒๕๕๐  ต่อมาได้มีการนำคำบรรยายธรรมดังกล่าวมีตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่แก่ผู้สนใจในปีถัดมา
 
การบรรยายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการอบรมซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลายเช่น การเจริญสติ การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ และกระบวนการกลุ่ม ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการรู้จักตนเองในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น จนเข้าใจที่มาแห่งความทุกข์ และสามารถแก้ทุกข์ให้แก่ตนเองได้  รวมทั้งสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข  กิจกรรมเหล่านี้บางส่วนข้าพเจ้าได้เอ่ยถึงอย่างสั้น ๆ ในคำบรรยาย ซึ่งผู้ที่ไม่ได้ร่วมอบรมอาจจะไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร  แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการทำความเข้าใจกับคำบรรยายดังกล่าว

สงบจิต สว่างใจนั้น เป็นจุดหมายของการฝึกฝนตนในพุทธศาสนา อันนำไปสู่ความสุขที่แท้   หากจิตไม่สงบ ใจไม่สว่าง ก็ยากที่จะพบกับความสุขที่แท้ได้  แม้มีเงินทองมากมาย มีอำนาจมหาศาล ก็พบได้แต่ความสุขชั่วคราว ซึ่งเจือไปด้วยโทษ สามารถทำร้ายตนเองและคนรอบข้างได้   ผู้ที่ปรารถนาความสุขที่แท้ จึงควรฝึกฝนตนให้เกิดความสงบและสว่างในจิตใจ  สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ จิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา พร้อมจะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น  ความสุขชนิดนี้จึงก่อเกิดทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน

ในการตีพิมพ์ครั้งนี้ คุณ "หอยทากตัวนั้น" กรุณาทำภาพประกอบ ช่วยให้หนังสือน่าอ่านมากขึ้น ส่วนการจัดพิมพ์ ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัทอมรินทร์  ข้าพเจ้าขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเกิดกำลังใจและแนวทางในการฝึกฝนตนจนสัมผัสได้ถึงภาวะสงบจิต สว่างใจ


พระไพศาล วิสาโล
วันมหาปวารณา
๘ ตุลาคม ๒๕๕๗





คลิ๊ก => http://www.visalo.org/book/WordaPdf/SangobJit3.pdf




ที่มา : http://www.visalo.org/book/sangopJitSawangJai3.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 15, 2014, 06:11:59 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


คำปรารภ

ในใจของเราทุกคนมีพลังอันยิ่งใหญ่ ได้แก่ ความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และความดีงาม    พลังดังกล่าวไม่เพียงนำความสุขมาหล่อเลี้ยงใจเรา หากยังขับเคลื่อนชีวิตของเราให้ก้าวข้ามความทุกข์และอุปสรรคนานัปการ พลังแห่งความดีงามแม้ไม่สามารถเปลี่ยนโลกภายนอกได้เหมือนพลังแห่งกล้ามเนื้อ  แต่ก็สามารถก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร เปลี่ยนความบาดหมางให้กลายเป็นการคืนดี

เป็นเพราะผู้คนไม่ตระหนักถึงพลังดังกล่าว จึงปล่อยให้ความโกรธเกลียดขับเคลื่อนจิตใจ  เมื่อถูกกระทำก็ตอบโต้ด้วยกำลัง  พยายามเอาชนะผู้อื่นด้วยอำนาจหรือความรุนแรง   ผลก็คือ อยู่ร้อนนอนทุกข์เพราะถูกความโกรธเกลียดเผาลนใจ  ขณะเดียวกันความขัดแย้งก็ลุกลามบานปลาย  เกิดการจองเวรเป็นวัฏจักรไม่รู้จบ โลกทั้งโลกร้อนรุ่มก็เพราะเหตุนี้

เมื่อใดก็ตามที่เรานำพลังแห่งความดีออกมา  ปาฏิหาริย์จะบังเกิด  ความบาดหมางจะแปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพ ความสูญเสียจะกลายเป็นพลังสร้างสรรค์  เป็นปาฏิหาริย์ที่สานใจผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งสานใจตนเองมิให้แตกร้าวเพราะความอาฆาตพยาบาท

บทความทั้งห้าในหนังสือเล่มเล็ก ๆ นี้เคยตีพิมพ์ในที่อื่นมาก่อนแล้ว  ในการพิมพ์ครั้งใหม่นี้ได้จัดทำรูปเล่มให้น่าอ่านมากขึ้น และมีเนื้อหาที่สืบเนื่องเชื่อมโยงกัน  หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนช่วยให้ผู้อ่านได้พบกับปาฏิหาริย์ที่เราทุกคนสามารถบันดาลให้เกิดขึ้นได้


พระไพศาล วิสาโล
๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๗




คลิ๊ก => http://www.visalo.org/book/WordaPdf/patihan.pdf




ที่มา : http://www.visalo.org/book/patihan.html

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




คำปรารภ

“เวลา” เป็นสิ่งมีค่าอย่างยิ่งสำหรับคนสมัยใหม่   เพราะใคร ๆ ก็มองว่าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการแสวงหาเงินทอง  ดังมีคำพูดว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง  เป็นเพราะมีทัศนคติดังกล่าว  เวลาว่างจึงหายไปจากชีวิตของผู้คน เนื่องจากไม่ยอมปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยไม่มีเงินทองงอกเงย   ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็บ่นว่า ไม่มีเวลา ๆ  แม้จะหาเวลาเพิ่มขึ้นได้ ก็ยังรู้สึกว่าไม่มีเวลาอีกเหมือนเดิม ไม่ต่างจากคนที่ได้เงินเท่าใดก็ไม่รู้สึกพอ

น้อยคนตระหนักว่าขณะที่ตนมีเงินทองเพิ่มขึ้นนั้น เวลาของตนในโลกนี้กลับเหลือน้อยลงทุกที   และเมื่อถึงวันที่ตนหมดอายุขัย ไปสู่ปรโลก มีทรัพย์สมบัติมากมายเพียงใดก็เอาไปด้วยไม่ได้ ร้ายกว่านั้นก็คือการพบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ตนควรทำแต่กลับไม่ได้ทำ   ใครที่ตระหนักเช่นนี้ย่อมไม่ปล่อยให้เวลาของตนหมดไปกับการสะสมเงินทองหรือเพลิดเพลินในความสนุกสนาน  แต่จะให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีความหมายต่อจิตใจ อันนำมาซึ่งความสงบเย็นและความสุขใจ อาทิ การทำความดี สร้างบุญกุศล ให้เวลาแก่คนที่ตนรัก รวมทั้งการเข้าถึงประโยชน์สูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ นั่นคือ การเป็นอิสระจากความทุกข์  และที่จะมองข้ามมิได้ก็คือ  การเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมรับมือกับความตาย อันเป็นความจริงที่ไม่มีใครหนีพ้น  คนที่หมั่นเตือนตนว่าเวลาเหลือน้อย ย่อมสามารถเผชิญความตายได้ด้วยใจสงบ

หนังสือเล่มนี้มีที่มาจากการบรรยายของข้าพเจ้าในงานแสดงธรรมและปฏิบัติธรรม ซึ่งชมรมกัลยาณธรรม ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กรุงเทพ ฯ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ชมรมกัลยาณธรรมเห็นว่ามีประโยชน์ น่าพิมพ์เผยแพร่ในโอกาสขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าจึงได้ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะแก่การจัดพิมพ์

ขออนุโมทนาชมรมกัลยาณธรรม  ที่มีกุศลฉันทะในการจัดงานแสดงธรรมและจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นธรรมทาน  หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนเสริมสร้างอัปมาทธรรมแก่ผู้อ่านทุกท่านเพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในการสร้างสมคุณงามความดีและพัฒนาตนจนเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพานในปัจจุบันชาติ


พระไพศาล วิสาโล
๘ ธันวาคม ๒๕๕๗





คลิ๊ก => http://www.visalo.org/book/WordaPdf/Welaluanoi.pdf




ที่มา : http://www.visalo.org/book/welaLuanoi.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 08, 2015, 07:47:21 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




คำปรารภ

ความทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครปรารถนา ปัญหาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครชอบ  แต่ความทุกข์นั้นหากมองให้ดีก็มีประโยชน์ สามารถผลักดันให้ผู้คนเข้าหาธรรมเพื่อออกจากทุกข์ได้   ปัญหาก็เช่นกันช่วยกระตุ้นให้เราใช้ปัญญาเพื่อหาคำตอบ  ยิ่งปัญหานั้นเป็นสิ่งที่เรากำลังประสบ หรือกำลังสร้างความทุกข์แก่เรา  ก็อาจช่วยให้เราใคร่ครวญกับชีวิตที่ผ่านมา อันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนชีวิต หรือวางจิตวางใจเสียใหม่ ทำให้เกิดความเจริญงอกงามตามมา

คนเรานั้นหากไม่เจอความทุกข์หรือปัญหา ก็มักพอใจอยู่กับร่องความคิดหรือชีวิตเดิม ๆ โดยไม่เฉลียวใจว่ามันอาจก่อโทษได้ในภายหลัง   การเจอทุกข์หรือประสบปัญหาแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้เราปรับเปลี่ยนตนเองก่อนที่เหตุร้ายที่หนักหนาสาหัสกว่าจะบังเกิดขึ้น   ใช่แต่เท่านั้นความทุกข์หรือปัญหา ยังช่วยเตือนใจให้เราตระหนักว่า ถึงที่สุดแล้วเงินทอง ชื่อเสียง อำนาจ หรือเทคโนโลยีทั้งปวงมิใช่สรณะอันประเสริฐ  ในยามที่ชีวิตมีปัญหา ประสบความขัดแย้ง พลัดพรากจากของรักคนรัก  มีเงินมากมายเพียงใดก็บรรเทาความเศร้าโศกหรือว้าวุ่นใจไม่ได้เลย  มีแต่ธรรมะเท่านั้นที่เป็นสรณะอันพึ่งพาได้อย่างแท้จริง   ผู้คนเป็นอันมาก “ตาสว่าง”ได้ก็เพราะประสบความทุกข์หรือเมื่อชีวิตมีปัญหา

หนังสือเล่มนี้รวบรวมปัญหาและคำถามจากผู้คนที่มีความทุกข์ในลักษณะต่าง ๆ กัน โดยคัดเลือกจากคอลัมน์ปุจฉา-วิสัชนา ในเฟซบุ๊ค “พระไพศาล วิสาโล Phra Paisal Visalo” (www.facebook.com/visalo) ซึ่งมีผู้จัดทำให้แก่ข้าพเจ้า    ส่วนวิสัชนาหรือคำตอบของข้าพเจ้าเป็นเพียงความเห็น ซึ่งได้อาศัยคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทาง  ขอให้ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจผิดพลาดได้  แต่หากจะมีส่วนกระตุ้นให้ผู้อ่านได้ขบคิดใคร่ครวญจนค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง ก็ถือว่าบรรลุจุดมุ่งหมายของการวิสัชนาแล้ว

ขออนุโมทนากลุ่มธรรมสถิต ที่คัดเลือกปุจฉา-วิสัชนาเหล่านี้มาตีพิมพ์เป็นหนังสือ โดยมุ่งหมายให้เป็นธรรมทาน ดังที่ได้นำคำสอนของครูบาอาจารย์ท่านต่าง ๆ มาพิมพ์เผยแพร่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี  ขอให้กุศลกริยาดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเจริญงอกงามในธรรม ทั้งสัมมาทัศนะและสัมมาปฏิบัติ แก่ผู้จัดพิมพ์และผู้อ่านโดยทั่วกัน


พระไพศาล วิสาโล
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๗




คลิ๊ก => http://www.visalo.org/book/WordaPdf/jitVunvuy.pdf



ที่มา : http://www.visalo.org/book/jitVunvuy.html

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คำปรารภ

ความสุขมิได้อยู่ไกลตัวเลย   หากมองเป็นก็เห็นสุขอยู่รอบตัว  ที่จริงความสุขมีอยู่กับเราตลอดเวลาอยู่แล้วเป็นแต่เรามองไม่เห็นเอง     ไม่ต้องดูอื่นไกล  การที่เราได้กินอิ่ม นอนอุ่น มีสุขภาพดี นับเป็นความสุขของชีวิต   แต่เรามักไม่ตระหนักความจริงข้อนี้จนกว่าจะสูญเสียสิ่งเหล่านั้นไป   ต่อเมื่อเราล้มป่วยจึงได้คิดว่าตอนที่ไม่เจ็บไม่ป่วยนั้นเป็นสุขอย่างยิ่งแล้ว

เรามักเข้าใจว่าความสุขจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อร่ำรวย มีคนรัก มีงานดี มีตำแหน่งสูง ฯลฯ การมองเช่นนั้นคือการเอาความสุขฝากไว้กับอนาคต  เราไม่ควรจะรอให้ได้สิ่งเหล่านั้นก่อนถึงจะมีความสุข  สิ่งสำคัญกว่าก็คือมีความสุขอยู่ในปัจจุบัน  ถึงแม้ไม่มีสิ่งเหล่านั้นอยู่ตอนนี้เราก็มีความสุขได้  เพราะสุขที่แท้นั้นมีอยู่แล้วในใจเรา

หากวางใจเป็นก็สามารถมีความสุขได้ในทุกสถานการณ์  ไม่ว่ามีหรือจน ได้หรือเสีย  พบหรือพราก   อะไรเกิดขึ้นกับเราไม่สำคัญเท่ากับว่าเรามองหรือรู้สึกกับมันอย่างไร  ถ้าเรามองว่าอนิจจังเป็นธรรมดาของชีวิต   ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ทำให้เราเป็นทุกข์ไม่ได้ แม้สิ่งนั้นจะเป็นความตายก็ตาม  ในทำนองเดียวกันถ้ารู้จักมองในแง่บวก  ความป่วยก็กลายเป็นคุณ  เคราะห์ก็กลายเป็นโชค

กุญแจสู่การบรรลุความสุขในปัจจุบันก็คือการรู้จักตนเอง  ตราบใดที่เรายังไม่รู้จักตนเอง  เราก็จะเป็นทุกข์อยู่ร่ำไป เพราะได้เท่าไรก็ไม่พอใจเสียที            แม้ไม่มีใครมาทำอะไรเราเลย เราก็ยังเป็นทุกข์อยู่นั่นเอง ทั้งนี้เพราะในส่วนลึกเราทะเลาะกับตัวเองอยู่เกือบตลอดเวลา   เมื่อใดที่เรารู้จักตัวเองอย่างแจ่มชัด  เราจะกลับมามีสันติกับตัวเอง    แล้วความสุขที่เคยสูญเสียไปก็จะกลับคืนสู่ชีวิตเรา

หนังสือเล่มนี้มีที่มาจากการบรรยายให้แก่คณะผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่โรงเรียนวรรณสว่างจิตที่มาปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๐  ต่อมาได้มีการรวมพิมพ์เป็นเล่มเมื่อปี ๒๕๕๑  บัดนี้ สำนักพิมพ์แสงดาวมีความประสงค์ขอพิมพ์ซ้ำ  ข้าพเจ้ายินดีอนุญาตตามความประสงค์ หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนช่วยให้ผู้อ่านพบความสุขที่มีอยู่แล้วในใจตน


พระไพศาล วิสาโล
๑ มกราคม ๒๕๕๘

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ธรรมกลางป่า สุขกลางใจ

โดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

เมื่อพาตัวมาอยู่ท่ามกลางป่าเขา

เราย่อมมิอาจพึ่งพาความสุขและความสะดวกสบาย

ซึ่งมีอยู่อย่างครบครันจากชีวิตในเมืองได้อีกต่อไป 

นั่นคือโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้

และเข้าถึงความสุขจากชีวิตที่เรียบง่าย 

รวมทั้งความสุขจากใจของเรา   

ต่อเมื่อตระหนักและสัมผัสได้ถึงความสุขกลางใจ

เราจึงจะมีอิสรภาพอย่างแท้จริง





คลิ๊ก => http://www.kanlayanatam.com/book/KlangPah.pdf




ที่มา : เว็บไซต์ชมรมกัลยาณธรรม
http://www.kanlayanatam.com/tammabook.htm

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


สุขในธรรม สุขในทำ

โดย พระไพศาล วิสาโล
จัดพิมพ์โดย โรงพยาบาลเลย
พิมพ์ครั้งที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘



คำปรารภ

ธรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงความดีและความจริงเท่านั้น หากยังแนบแน่นกับความสุขเป็นอย่างยิ่ง  เมื่อทำความดี รักษาศีล  ชีวิตย่อมราบรื่น ผาสุก ไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ  และเมื่อเข้าใจความจริงของชีวิต จิตย่อมสงบเย็น  แม้มีอะไรมากระทบ ก็ไม่หวั่นไหว  ครั้นเจ็บป่วยหรือพลัดพราก ก็ไม่เป็นทุกข์ เพราะรู้ว่ามันเป็นธรรมดา  ความสุขจากธรรมจึงเป็นความสุขที่ยั่งยืน และพบได้ทุกหนแห่ง

นี้เป็นความสุขที่เราพึงรู้จักและเข้าถึงให้ได้  แม้ยังต้องพึ่งพาความสุขจากวัตถุและสิ่งเสพอยู่ก็ตาม  อันที่จริงวัตถุและสิ่งเสพ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกทางกาย หากใช้เป็น  กล่าวคือส่งเสริมการทำความดีและเข้าถึงความจริง ก็ช่วยให้เราพบกับความสุขจากธรรมได้   ขณะเดียวกันความสุขจากธรรมก็ช่วยให้เราไม่เป็นทาสของวัตถุและสิ่งเสพ ทำให้จิตเป็นอิสระ ซึ่งหมายถึงความสุขที่ประณีตอย่างยิ่ง

ด้วยเหตุนี้ธรรมจึงมิใช่เรื่องไกลตัว หรือสิ่งที่น่าเบื่อแห้งแล้ง   เพียงแค่วางใจให้เป็น ก็จะพบสุขในธรรมได้ไม่ยาก และหากตั้งมั่นในธรรม ดำเนินชีวิตบนวิถีแห่งความดีและความจริง จิตก็จะแจ่มใส แช่มชื่น เบิกบานเป็นนิจ

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้มีที่มาจากคำบรรยายแก่คณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเลย ซึ่งมาปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าสุคะโตเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๒   ต่อมาคณะผู้จัดเห็นว่าคำบรรยายดังกล่าวมีประโยชน์แก่คนในวงกว้าง จึงเห็นควรพิมพ์เป็นหนังสือ  ทั้งนี้โดยมีคุณเสริมสุข ธัญญะวัน และเพื่อน ได้ช่วยกันดำเนินการจนหนังสือสำเร็จเป็นรูปเล่ม

ขอขอบคุณคุณเสริมสุขและคณะ  พร้อมกันนี้ก็ขออนุโมทนาโรงพยาบาลเลยที่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่มารับการอบรมครั้งนี้ ซึ่งแม้จะมิใช่เป็นการเสริมสร้างทักษะทางวิชาชีพโดยตรง แต่ก็เชื่อว่าจะช่วยเกื้อกูลให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข  ส่งเสริมการทำงานอย่างเป็นหมู่คณะ อันจะส่งผลดีต่อคนไข้และผู้รับบริการจากโรงพยาบาลในที่สุด


พระไพศาล วิสาโล
๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘


ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คำปรารภ

เมื่อถูกกลั่นแกล้งหรือถูกเอาเปรียบเบียดเบียน   เรามักหาทางตอบโต้ด้วยคำพูดที่เผ็ดร้อน หรือด้วยการกระทำที่รุนแรงพอ ๆ กัน  แต่ปฏิกิริยาดังกล่าวนอกจากไม่แก้ปัญหาแล้ว กลับทำให้ปัญหาลุกลามขึ้น สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับเรายิ่งกว่าเดิม  และบ่อยครั้งทำให้เราหลงติดอยู่ในวังวนแห่งการตอบโต้แก้แค้นไม่รู้จบ ในขณะที่ความโกรธเกลียดก็ฝังแน่นในใจเรามากขึ้น ทำให้จิตใจรุ่มร้อน หาความสงบไม่ได้

ไฟนั้นต้องดับด้วยน้ำเย็นฉันใด  ความเลวร้ายก็ต้องระงับด้วยความดีฉันนั้น  นี้มิใช่เป็นแค่ทฤษฎีหรือหลักการอันสวยหรู  หากเป็นความจริงที่ปฏิบัติได้และไม่เกินวิสัยปุถุชน ดังมีตัวอย่างมากมายของคนที่เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร โดยอาศัยน้ำใจไมตรี  นี้คือการกำจัดศัตรูที่แท้จริง  ขณะเดียวกันก็ปิดช่องมิให้ความเจ็บปวดรวดร้าว หรือความเคียดแค้นชิงชัง มาคุกคามจิตใจจนอยู่ร้อนนอนทุกข์   แม้กระทั่งความสูญเสียพลัดพรากก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังสร้างสรรค์ได้ หากรับมือด้วยเมตตาและกรุณา  หากเราปรารถนาชัยชนะ  นี้ใช่ไหมคือชัยชนะที่ประเสริฐและให้ผลยั่งยืน  เพราะเป็นชัยชนะที่ไม่ก่อเวรและไม่สร้างศัตรู

บทความทั้งห้าในหนังสือเล่มนี้ เคยตีพิมพ์ในที่อื่นมาก่อนแล้ว ในการพิมพ์ครั้งใหม่นี้ได้จัดทำรูปเล่มให้น่าอ่านมากขึ้น และมีเนื้อหาที่สอดรับกัน หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่านในการเอาชนะความทุกข์และภัยทั้งปวงด้วยความดี


พระไพศาล วิสาโล
อาสาฬหปุรณมี
๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2015, 01:11:13 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



สร้างภูมิคุ้มใจ

โดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

การสัมผัสกับเชื้อโรค

ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายฉันใด 

การสัมผัสกับความทุกข์

ก็ทำให้เรามีภูมิคุ้มกันจิตใจ 

หรือภูมิต้านทานความทุกข์ฉันนั้น 


 

พระไพศาล วิสาโล


คลิ๊ก => http://www.kanlayanatam.com/sangphoom.pdf



ที่มา : เว็บไซต์ชมรมกัลยาณธรรม http://www.kanlayanatam.com/
http://www.kanlayanatam.com/tammabook.htm