ผู้เขียน หัวข้อ: สัทธรรม ๗ ประการ - พระภาวนาเขมคุณ วิ. (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)  (อ่าน 780 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด




ในคำสอนพุทธศาสนาท่านก็ตรัสแสดงไว้
ห้วงบุญห้วงกุศลที่นำความสุขมาให้
หลักถึงสัทธรรมประการ
และฐานะเป็นที่ตั้งแห่งความหวัง ประการ

สัทธรรม ประการนั้นคือ..

ข้อ ๑ ข้อที่ว่าบุคคลรักตัวกลัวตาย
ไม่ต้องการความทุกข์ รักชีวิต
ไม่อยากให้ใครมาเข่นฆ่ามาทำร้ายชีวิต
รักตัวกลัวตาย ต้องการรักษาชีวิตตัวเอง
เช่นเดียวกันบุคคลอื่น..
ก็รักตัวกลัวตายกลัวทุกข์เช่นเดียวกัน
การที่จะมีใครมาฆ่า มาทำร้ายชีวิตเรา
ก็ย่อมจะไม่เป็นที่รักเป็นที่พอใจ
บุคคลอื่นก็เช่นเดียวกัน
ถ้ามีใครมาเข่นฆ่าก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจ
สิ่งใดที่เราไม่รักไม่พอใจ
บุคคลอื่นก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจเหมือนกัน
สิ่งใดที่เราไม่รักไม่พอใจ
เราจะเอาสิ่งนั้นไปกระทำกับบุคคลอื่นได้อย่างไร
จะเอาความตายไปสู่เขา ไปเข่นฆ่าได้อย่างไร
เราเองก็รักตัวกลัวตาย คนอื่นก็รักตัวกลัวตาย
เมื่อพิจารณาได้อย่างนี้แล้วก็พึงงดเว้นจากปาณาติบาต
เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
แล้วก็ชักชวนผู้อื่นให้งดเว้นจากการฆ่าด้วย
แล้วก็สรรเสริญบุคคลที่เว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วย
ทำได้อย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นผู้มีกายสมาจารครบทั้ง ๓ ประการ
อันนี้เป็นข้อที่หนึ่ง

ข้อที่ ๒ ก็คือ ข้อที่ว่าบุคคลถ้าจะมาเอาของเรา
จะมาถือเอาของเราที่เราไม่ได้ให้
ด้วยการลักขโมยก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
อนึ่งบุคคลอื่นก็เช่นเดียวกัน
ก็ย่อมจะไม่พอใจ
ถ้าเราจะไปลักไปขโมยเอาของเขา
เขาก็ไม่พอใจไม่ชอบใจ
ฉะนั้น..สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
สิ่งนั้นก็ไม่เป็นที่รักที่พอใจของคนอื่น
การที่เรามีสิ่งที่ไม่รักไม่พอใจ
แล้วเราจะเอาไปใส่คนอื่นได้อย่างไร
เมื่อพิจารณาอย่างนี้ก็พึงเว้นจากอทินนาทาน
ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ด้วยการลักขโมย
แล้วก็ชักชวนผู้อื่นให้เว้นจากอทินนาทาน
สรรเสริญบุคคลที่เว้นจากอทินนาทาน
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าเป็น..
ผู้มีกายสมาจารที่สมบูรณ์ทั้ง ๓ ประการ
จะเห็นว่าไม่ใช่ว่าเราจะต้องเว้นฝ่ายเดียว
ชักชวนผู้อื่นด้วย สรรเสริญด้วยในการเว้น

ข้อที่ ๓ การที่จะมีบุคคลมาล่วงละเมิดในคู่ครองของเรา
เราก็จะต้องไม่พอใจที่จะมาล่วงละเมิดในคู่ครองสามีภรรยาของเรา
ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจ
เช่นเดียวกันบุคคลอื่น
ถ้าหากเราจะไปล่วงละเมิดในคู่ครองของเขา
ก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจ
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
สิ่งนั้นก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจของคนอื่น
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
เราจะนำไปใส่ให้กับคนอื่นได้อย่างไร
เมื่อพิจารณาอย่างนี้ก็เว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร
ชักชวนผู้อื่นให้เว้น สรรเสริญบุคคลที่เว้น
กายสมาจารก็จะครบบริบูรณ์ทั้ง ๓ ประการ

ประการที่ ๔ เห็นว่าการที่ใครจะมาพูดหลอกลวงเรา
ด้วยคำเท็จย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจ
เช่นเดียวกันถ้าเราจะไปทำลายประโยชน์ผู้อื่น
ด้วยการพูดจากหลอกลวงเขา
ก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจเช่นเดียวกัน
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจ
บุคคลอื่นนั้นก็ไม่เป็นที่รักที่พอใจ
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
เราจะนำไปกระทำกับคนอื่นได้อย่างไร
เมื่อพิจารณาอย่างนี้ก็พึงเว้นจากการพูดเท็จ
ชักชวนผู้อื่นให้เว้นจากการกล่าวเท็จ
สรรเสริญในการเว้นจากการกล่าวเท็จ
วจีสมาจารก็จะสมบูรณ์ทั้ง ๓ ประการ

ประการที่ ๕ ข้อที่ว่าบุคคลจะมายุยงเราให้แตกแยกจากมิตร
ด้วยการกล่าวส่อเสียดย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
บุคคลอื่นก็เช่นเดียวกัน
ถ้าเราจะไปยุยงให้เขาแตกแยกจากกัน
ด้วยการกล่าวคำส่อเสียด ก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจของผู้อื่น
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
สิ่งนั้นก็ไม่เป็นที่รักที่พอใจของบุคคลอื่น
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
เราจะนำไปกระทำกับบุคคลอื่นได้อย่างไร
พิจารณาอย่างนี้แล้วก็พึงเว้นจากการพูดยุยงส่อเสียด
ชักชวนให้ผู้อื่นเว้นจากการพูดยุยงส่อเสียด
สรรเสริญบุคคลที่เว้นจากการพูดยุยงส่อเสียด
วจีสมาจารก็จะสมบูรณ์ทั้ง ๓ ประการ

ประการที่ ๖ ข้อว่าบุคคลจะมาพูดกับเราด้วยคำหยาบคายด่าทอ
ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา บุคคลอื่นก็เช่นเดียวกัน
ถ้าเราจะไปพูดกับเขาด้วยคำหยาบคายด่าทอ
ก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจของเขา
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
สิ่งนั้นก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจของคนอื่น
การที่เราจะกระทำในสิ่งที่เราไม่พอใจไม่ชอบใจ
ไปกระทำกับผู้อื่นนั้นเราจะกระทำได้อย่างไร
พิจารณาอย่างนี้แล้วก็พึงเว้นจากการพูดหยาบคาย
ชักชวนให้ผู้อื่นเว้นจากการพูดหยาบคาย
สรรเสริญในการเว้นจากการพูดหยาบคาย
วจีสมาจารก็จะบริสุทธิ์ทั้ง ๓ ประการ

ประการที่ ๗ ข้อว่าบุคคลจะมาพูดกับเราด้วยคำเพ้อเจ้อไร้ประโยชน์
พูดจาเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้ประโยชน์
ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา อนึ่งบุคคลอื่นก็เช่นเดียวกัน
การที่เราจะไปพูดจาเหลวไหลไร้ประโยชน์กับเขา
ก็ย่อมไม่เป็นที่รักที่พอใจเช่นเดียวกัน
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจกับเรา
สิ่งนั้นก็ไม่เป็นที่พอใจชอบใจของบุคคลอื่น
สิ่งใดไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
เราจะนำสิ่งนั้นไปกระทำกับบุคคลอื่นได้อย่างไร
พิจารณาอย่างนี้แล้วก็พึงงดเว้น
จากการพูดเหลวไหลไร้สาระไม่เป็นประโยชน์กับบุคคลอื่น
ชักชวนให้ผู้อื่นได้เว้นจากการพูดจาเพ้อเจ้อ
สรรเสริญในการเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
วจีสมาจารก็จะสมบูรณ์ทั้ง ๓ ประการ

นี่เป็นสัทธรรม ประการ
ที่จะทำให้สำเร็จตามที่ปรารถนาที่พราหมณ์ได้ถาม


............................
ธัมโมวาท โดยพระวิปัสสนาจารย์
‎หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา








ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook วัดมเหยงคณ์ ธัมโมวาท
https://web.facebook.com/PageWatMaheyong
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 24, 2022, 05:12:34 pm โดย ยาใจ »