ผู้เขียน หัวข้อ: ● ธรรมมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย - พระภาวนาเขมคุณ วิ.(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)  (อ่าน 1078 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



"แม้การขาดสติสัมปชัญญะ
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของการไม่มีสติสัมปชัญญะ
ควรตอบว่า มนสิการโดยไม่แยบคาย"


การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย
เรียกว่า มนสิการโดยไม่แยบคาย
หรือเรียกว่า อโยนิโสมนสิการ
การคิดพิจารณาที่ไม่แยบคาย
คือ คิดไม่เป็น คิดไม่ถูก คิดไปในทางที่ไม่ดี
มันก็ขาดสติ เป็นอาหารของการขาดสติสัมปชัญญะ


"แม้มนสิการโดยไม่แยบคาย
เราก็กล่าวว่ามีอาหารมิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของมนสิการโดยไม่แยบคาย
ควรตอบว่า ความไม่มีศรัทธา"

ไม่มีศรัทธา ไม่มีความเชื่อ ความเลื่อมใส
ไม่เชื่อบุญไม่เชื่อผลบุญ ไม่เชื่อบาป ไม่เชื่อผลบาป
ไม่เชื่อว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆ ตน
ไม่เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ขาดศรัทธา


"แม้ความไม่มีศรัทธาเราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของความไม่มีศรัทธา
ควรตอบว่าการไม่ฟังพระสัทธรรม"

ไม่ได้ยินได้ฟังพระสัทธรรมคำสั่งสอน
ที่พระองค์ตรัสไว้ชี้ถึงความเป็นจริงของชีวิต
ของธรรมชาติ ขาดการฟังพระสัทธรรม



ธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย
เขมรังสิยาจารย์
เขมรังสี ภิกขุ






ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook วัดมเหยงคณ์ ธัมโมวาท
https://web.facebook.com/PageWatMaheyong

และ ขอบคุณ Facebook Kanlayanatam
https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 27, 2023, 05:05:18 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



"แม้การไม่ได้ฟังพระสัทธรรม
เราก็กล่าวว่ามีอาหารมิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของการไม่ได้ฟังพระสัทธรรม
ควรตอบว่าเพราะไม่ได้คบสัตบุรุษ"

ไม่ได้คบคนดี คนมีศีล มีธรรม
สัตบุรุษคือคนดี ก็เลยไม่ได้ฟังธรรม


"การที่ไม่ได้คบสัตบุรุษที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้การไม่ได้ฟังพระสัทธรรมบริบูรณ์


การไม่ได้ฟังพระสัทธรรมที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ความไม่มีศรัทธาบริบูรณ์


ความไม่มีศรัทธาบริบูรณ์
ย่อมทำให้มนสิการโดยไม่แยบคายบริบูรณ์

การมนสิการโดยไม่แยบคายบริบูรณ์
ย่อมทำให้ความไม่มีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์

ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้การไม่สำรวมอินทรีย์บริบูณ์

การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้ทุจริต ๓ บริบูรณ์

ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้นิวรณ์ ๔ บริบูรณ์

นิวรณ์ ๔ ที่บริบูรณ์
ย่อมทำให้อวิชชาบริบูรณ์"

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอวิชชา
มีอาหารอย่างนี้ บริบูรณ์อย่างนี้"


ท่านแสดงถึงธรรมที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย
ธรรมก็มีเหตุมีปัจจัย
ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ
ไม่ใช่เกิดขึ้นมาลอยๆ ได้



ธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย
เขมรังสิยาจารย์
เขมรังสี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 20, 2023, 09:27:14 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



"แม้ศรัทธา เราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของศรัทธา
ควรตอบว่า การได้ฟังพระสัทธรรม"

พระสัทธรรมคำสั่งสอนที่พระองค์ตรัสไว้
เหมือนอย่างที่เรากำลังฟังอยู่นี่
ทำให้เกิดศรัทธาเพิ่มพูนขึ้น


"แม้การได้ฟังพระสัทธรรม
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของการได้ฟังพระสัทธรรม
ควรตอบว่า การคบสัตบุรุษ"


การคบคนดี คนมีศีล มีธรรม
ได้กัลยาณมิตรที่ดี อย่างที่หลายๆ ท่าน
ถ้าไม่มีเพื่อนที่ดีก็คงไม่ได้มา
เมื่อไม่ได้มาก็ไม่ได้ฟังธรรม
อาศัยคบกัลยาณมิตร คนดี คนมีศีล มีธรรม
ก็ชวนให้เรามาทำความดี เราก็เลยได้มา

เมื่อมาก็ได้ฟังธรรม นี่เพราะคบสัตบุรุษ
บางคนถ้าตามลำพังก็ไม่มีโอกาสจะได้เข้าวัด
อาศัยสัตบุรุษ บางทีพ่อแม่เป็นสัตบุรุษชักชวนลูก
บางทีลูกเป็นสัตบุรุษชักชวนพ่อแม่
บางทีเพื่อนเป็นสัตบุรุษชักชวนเพื่อน
บางทีเจ้านายเป็นสัตบุรุษก็ชักชวนลูกน้อง
บางทีลูกน้องเป็นสัตบุรุษก็ชักชวนเจ้านาย
ได้เข้าสู่วัด สู่ศาสนา ก็ได้ฟังธรรม



“ธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย”
เขมรังสิยาจารย์
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 20, 2023, 10:19:19 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ความสุขนั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน

๑. สามิสสุข … ความสุขที่อิงอามิส

๒. นิรามิสสุข … ความสุขที่ปราศจากอามิส

สามิสสุข ความสุขที่อิงอามิส
ความสุขที่มีเหยื่อล่อ
คือต้องมีกามคุณอารมณ์
คืออารมณ์อันน่าปรารถนา น่าพอใจ
ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
ที่น่าพอใจน่าปรารถนา
เมื่อได้เห็นภาพที่ถูกใจ มีความสุข
ได้ฟังเสียงที่ถูกใจ มีความสุข
ได้กลิ่นหอม มีความสุข
ได้ลิ้มรสอร่อย มีความสุข
ได้สัมผัสทางกายที่ดี มีความสุข

ความสุขอีกอย่างหนึ่ง
ที่ไม่ต้องมีกามคุณอารมณ์ ไม่ต้องมีเหยื่อล่อ
สามารถมีความสุขได้
ความสุขที่ไม่ต้องมีเหยื่อล่อที่เรียกว่า นิรามิสสุข
คือเป็นความสุขที่เกิดจากความสงบ
ถ้าสามารถทำให้เกิดความสงบได้
กายสงบ ใจสงบ ความสุขจะเกิดขึ้น

อย่างมาวันนี้ ได้ลิ้มรสบ้างแล้วใช่ไหม
ได้ลิ้มรส มีความสุขไหม
ได้มีอาหารมีเครื่องดื่มบริการ ได้ลิ้มรส
พอได้ลิ้มรสที่ถูกใจที่อร่อย ก็มีความสุข
อย่างนี้เรียกว่าความสุขอิงอามิส

หรือว่าสัมผัสทางกายขณะนี้
มีโผฏฐัพพะมากระทบทางกาย
มีความเย็น มาสัมผัสที่กาย
รู้สึกไหมว่ามีความสุขทางกาย
เย็นขณะนี้มีความสุขไหม
นี่เรียกว่าความสุขอิงอามิส
ได้มีเก้าอี้นั่ง สัมผัสสะดวกสบาย ไม่ปวดขา
มีความสุขไหม?

นี่ความสุขอิงอามิส
เรียกว่าความสุขที่มีเหยื่อล่อ
คือต้องได้เสพอารมณ์
ในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะ
ที่น่าปรารถนาที่น่าพอใจ ก็มีความสุข
ความสุขอย่างนี้ก็ต้องรู้จักระมัดระวัง
ไม่เข้าไปหลงใหลติดใจเพลิดเพลินในกามสุข
เพราะว่ามันจะมีทุกข์ตามมาได้

ในกามสุข ในกามคุณอารมณ์นี้มีสภาพเที่ยงหรือไม่เที่ยง?
มันก็มีความแปรเปลี่ยนใช่ไหม?
มีความแปรเปลี่ยน
ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล เปลี่ยนแปลงไหม?
มีความเปลี่ยนแปลงไปโดยธรรมดา
ฉะนั้นการที่เข้าไปเกี่ยวข้องในกามคุณอารมณ์
ต้องรู้เท่าทันว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน เป็นของชั่วคราว
ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ รู้จักสำรวม
เสวยกามคุณอารมณ์อย่างรู้เท่าทัน
ก็จะได้ไม่ทุกข์ไม่เศร้าโศกตามมา

ทุกวันนี้ที่มีข่าวเข่นฆ่าประหัตประหารกัน
มีไหมที่เกี่ยวข้องในเรื่องกามคุณอารมณ์
ฆ่าใส่รถลงไปในแม่น้ำ ผ่านมาสามปี
ก็หนีไม่พ้นเรื่องกามคุณอารมณ์
ถ้าไปเกี่ยวข้อง พอไม่ได้อย่างปรารถนาก็โกรธแค้นเข่นฆ่า
มีอยู่ทุกวัน

อย่างน้อยความสูญเสียความพลัดพรากจะต้องเกิดขึ้น จริงไหม
เรามีสิ่งใดที่ยั่งยืนตลอด ไม่เปลี่ยนแปลง มีไหม?
ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ต้องสูญเสีย ต้องพลัดพราก
ไม่พลัดพรากจากกันตอนนี้มีชีวิตอยู่
ก็ต้องพลัดพรากกันตอนตาย
ไม่จากเป็นก็จากตาย

เขาไม่จากเรา เราก็จากเขาแน่นอน

ฉะนั้นถ้าหากว่าเราเข้าใจในเรื่องกฎธรรมชาติอย่างนี้
เราเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยความรู้เท่าทัน
เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ความสูญเสียเกิดขึ้น
ก็จะได้บรรเทาความโศกเศร้าลง บรรเทาความทุกข์ลงได้


.............................
ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2023, 05:06:43 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ตรัสต่อไปว่า "แม้นิวรณ์
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของนิวรณ์
ควรตอบว่าทุจริต ๓"

การประพฤติทุจริตนี่เอง
ทำให้นิวรณ์ต่างๆ กลุ้มรุมจิตใจคือ
การประพฤติกายทุจริต
มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์
ประพฤติผิดในกาม เป็นต้น
มีวจีทุจริต พูดโกหก
พูดหยาบคาย พูดเพ้อเจ้อ พูดส่อเสียด
มีอภิชฌาเพ่งเล็งจะเอาทรัพย์
เพ่งเล็งจะเอาของของผู้อื่น
มีพยาบาทอาฆาต โกรธแค้น
มีมิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด
ปฏิเสธบุญบาป ให้ทานไม่มีผล
การบูชาไม่มีผล การเซ่นสรวงไม่มีผล
ชาตินี้ไม่มี ชาติหน้าไม่มี
สัตว์ที่เป็นโอปปาติกะก็ไม่มี
ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว
คุณบิดามารดาไม่มี
สมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติรู้แจ้งเห็นจริงไม่มี
ถ้ามีทุจริตทางกาย ทางวาจา ทางใจ
อย่างนี้ ก็เป็นอาหารของนิวรณ์


ธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย
เขมรังสิยาจารย์
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2023, 05:08:05 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


ตรัสว่า "แม้ทุจริต ๓
เราก็กล่าวว่า มีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของทุจริต
ควรตอบว่า การไม่สำรวมอินทรีย์"

การไม่สำรวมอินทรีย์ คือ ไม่ได้ระวัง
ในการเห็น ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส
คิดนึก ปล่อยให้บาปเกิดขึ้น
เกิดความโลภบ้าง เกิดความโกรธ
เกิดความหลง ในขณะตาเห็นรูป หูฟังเสียง
จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัสถูกต้อง
อกุศลได้เกิดขึ้น บาปได้เกิดขึ้น
ไม่สำรวม ไม่สำรวมอินทรีย์


"แม้การไม่สำรวมอินทรีย์
เราก็กล่าวว่ามีอาหาร
มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร
อะไรเป็นอาหารของการไม่สำรวมอินทรีย์
ควรตอบว่า การไม่มีสติสัมปชัญญะ"

ขาดสติสัมปชัญญะ
ก็เลยไม่ได้ระมัดระวังในการดู
การฟัง การดมกลิ่น การลิ้มรส



ธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย
เขมรังสิยาจารย์
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2023, 05:09:33 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


เพราะฉะนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสว่า

"การคบสัตบุรุษที่สมบูรณ์
ย่อมทำให้การฟังพระสัทธรรมที่สมบูรณ์
การฟังพระสัทธรรมที่สมบูรณ์
ย่อมทำให้ความมีศรัทธาสมบูรณ์
ความมีศรัทธาที่สมบูรณ์
ย่อมทำให้มนสิการโดยแยบคายสมบูรณ์
มนสิการโดยแยบคายที่สมบูรณ์
ย่อมทำให้สติสัมปชัญญะสมบูรณ์
สติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์
ย่อมทำให้การสำรวมอินทรีย์สมบูรณ์

การสำรวมอินทรีย์ที่สมบูรณ์
ย่อมทำให้สุจริต ๓ สมบูรณ์
สุจริต ๓ ที่สมบูรณ์
ย่อมทำให้สติปัฏฐาน ๔ สมบูรณ์
สติปัฏฐาน ๔ ที่สมบูรณ์
ย่อมทำให้โพชฌงค์ ๗ สมบูรณ์
เมื่อโพชฌงค์ ๗ สมบูรณ์
ย่อมทำให้วิชชาและวิมุตติสมบูรณ์"


ตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
วิชชาและวิมุตติมีอาหารอย่างนี้
สมบูรณ์อย่างนี้ เปรียบเสมือน
ฝนที่ตกบนยอดเขา เมื่อตกหนักเข้า หนักเข้า
น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ลุ่ม ทำให้ซอกเขาห้วยลำธารเต็ม

เมื่อซอกเขา ลำธาร ห้วย เต็มเปี่ยมแล้ว
ย่อมทำให้หนองเต็ม เมื่อหนองเต็ม
ย่อมทำให้บึงเต็ม เมื่อบึงเต็มแล้ว
ย่อมทำให้แม่น้ำน้อยเต็ม แม่น้ำน้อยเต็มแล้ว
ย่อมทำให้แม่น้ำใหญ่เต็ม เมื่อแม่น้ำใหญ่เต็ม
ก็ทำให้มหาสมุทรสาครเต็ม
มหาสมุทรสาครมีอาหารอย่างนี้ เต็มเปี่ยมอย่างนั้"



ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ
ต้องอาศัยเหตุปัจจัยต่างๆ
เพราะฉะนั้นการที่เราเข้าวัดปฏิบัติธรรม
เราก็มาสร้างเหตุปัจจัย
ของการเป็นผู้ได้สดับตรับฟังธรรม
ของการเป็นผู้จะได้มีศรัทธา
จะได้มีการคิดพิจารณาโดยแยบคาย
โดยถูกต้อง มีสติสัมปชัญญะ
มีความสำรวมอินทรีย์เกิดขึ้น มีสุจริต ๓
การเจริญสติปัฏฐาน ๔ ของเรา
จะได้เจริญก้าวหน้าสมบูรณ์
โพชฌงค์ ๗ จะได้ปรากฏสมบูรณ์ขึ้น
และจะได้เข้าถึงวิชชา ความรู้แจ้ง
วิมุตติความหลุดพ้น ดับทุกข์ให้ตนเองได้



“ธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย”
เขมรังสิยาจารย์
เขมรังสี ภิกขุ