ผู้เขียน หัวข้อ: ☆*: .。. เวลา... ชีวิต...เพื่อสิ่งใด - พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.(เขมรังสี ภิกขุ)  (อ่าน 1906 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


คนในสมัยพุทธกาล
เวลาเขาฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า
เกิดความแจ่มแจ้งในธรรม
จะลุกขึ้นประกาศตนเองว่า
"ข้าแต่พระโคดม
ภาษิตของท่านพระโคดม
ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก
พระโคดมทรงประกาศธรรมแจ่มแจ้ง
โดยประการต่างๆ เปรียบเหมือน
บุคคลหงายของคว่ำ เปิดของที่ปิด
บอกทางแก่ผู้หลงทาง
หรือตามประทีปในที่มืด
ด้วยตั้งใจว่าคนตาดีจักเห็นรูป
ข้าพระองค์ขอถึงท่านพระโคดม
พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ

  ขอท่านพระโคดม
จงทรงจำข้าพระองค์ว่า
เป็นอุบาสกผู้ถือสรณะ
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจน
ตลอดชีวิต"


“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ




☆*: .。. 。.  .。。.  .。。.  .。。.  .。。. 。。. 。.  .。。.  .。。.  .。.。.:*☆

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  Facebook Kanlayanatam
https://web.facebook.com/profile.php?id=100064859643754
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 07, 2025, 06:25:34 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


☆*: .。. บุคคลในโลกนี้
แม้จะอยู่ในพระพุทธศาสนาก็ยังหลงทาง
เพราะว่ายังไม่เข้าถึงธรรมะอย่างแท้จริง
หลงยึดติดในสิ่งไร้สาระ เอามาเป็นสาระ
เสียเงินเสียทอง เสียเวลาไปมากต่อมาก


โยมคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า
ไปหาเจ้าเข้าทรงให้ช่วยสามี
ที่เป็นโรคมะเร็งให้หายป่วย
เสียเงินไปเป็นแสน ไม่กล้าบอกใคร
อายเขา นี่เรียก ว่า ถูกหลอก


“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 04:06:52 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


ให้เราพิจารณาหลักธรรมคำสอน
ในพระพุทธศาสนาให้ดี
ศาสนานี้สอนให้เชื่อกรรมและผลของกรรม
เราจะสุข จะทุกข์ เกิดจากกรรมที่เราทำไว้

ไม่มีใครที่ไหน
มาดลบันดาลให้เราสุขทุกข์ได้
เราอาจจะมองใกล้ตัวว่า
คนนั้นหยิบยื่นสิ่งนั้นให้
คนโน้นทำไม่ดีกับเรา แต่ที่จริงแล้ว
ถ้าสืบสาวไปหาเหตุจริงๆ มันเกิดจากกรรม
เพราะอะไรจึงมีคนมาช่วยเรา
ก็เพราะบุญของเราเองมีอยู่
เรามีบุญแบบนั้นจึงได้รับสิ่งเหล่านั้น
หรือเพราะว่าเรามีบาปแบบนั้น
เราจึงถูกกระทำไม่ดี
ต้นเหตุจริงๆ ก็คือบาปที่เราทำไว้


“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:52:13 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


ถ้าเราไม่ทำบาป ประกอบแต่ความดี
เราก็ไม่ต้องไปอ้อนวอนให้ใครมาช่วย
ไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าวเทวดา
ที่ไหนมาช่วย บุญมีแล้ว บุญช่วย
ถ้าจะมีเทวดามาช่วย
ก็เพราะบุญของเรานั่นแหละ
ถ้าเราไม่มีบุญ
ก็ไม่มีเทวดาที่ไหนมาช่วยได้
ที่เขามาช่วยเพราะเรามีบุญ
บุญมันพาให้มีสิ่งนั้น บุคคลนั้นมาทำให้


ถ้าเราทำบาปไว้ก็ไม่มีใครช่วยได้
เราจะต้องเสวยผลบาป
ต้องรับความทุกข์ตามบาปที่เราทำไว้



“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 08, 2023, 08:37:49 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



เราต้องมีหลักให้กับตัวเราเอง
ความสุข ความทุกข์
เกิดจากการกระทำของเราเอง
เราลิขิตตัวของเราเอง
กรรมที่เราทำไว้นั่นแหละเป็นตัวลิขิต
ชีวิตจะดี ไม่ดี ก็เพราะเราลิขิต
การกระทำของเราเอง
ฉะนั้นเราต้องลิขิตดีๆ
คือ กระทำในสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลไว้
เว้นบาปทั้งหลายออกไป
และทำใจของเราให้บริสุทธิ์


อันนั้นเรียกได้ว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด
ที่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งหลาย
ด้วยการที่เราต้องปฏิบัติธรรม
เจริญภาวนา ให้จิตมีปัญญา
ชำระจิตให้สะอาดบริสุทธิ์หลุดพ้น
ถ้าเรายังเวียนว่ายตายเกิดต่อไป
เราก็ต้องเสวยผลบาปผลบุญอยู่อย่างนี้



“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:52:37 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ในอดีต เราทำบาปไว้มาก
ทำบุญก็มี ทำบาปก็มี
แม้ชาตินี้ปัจจุบันนี้
เราก็ทำไว้มาก ทั้งทำบาปทำบุญ
ตอนเป็นเด็ก เป็นหนุ่มเป็นสาว
เช่น ฆ่าสัตว์ ที่นั่งกันอยู่นี้
เชื่อว่าไม่มีใครเลยที่ไม่เคยฆ่าสัตว์
เราเป็นเพชฌฆาตมาแล้ว
เราต้องคดีกันมาแล้ว
คือฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำลายชีวิตผู้อื่น
นั่นคือบาปที่เราทำไว้ ลักขโมย
ฉ้อโกง เบียดบังทรัพย์สิน
ที่ไม่ใช่ของตนมาเป็นของตน
เราอาจจะเคยกระทำมา
บางท่านก็อาจจะประพฤติผิดในกาม
โกหกหลอกลวง พูดเท็จ
เราล้วนเคยทำกันมาแล้วทั้งนั้น

สิ่งที่เราทำลงไปแล้ว
เป็นบาปติดตัวเราไป


คราวใดเวลาใดบาปนั้นให้ผล
เราก็ต้องเสวยผลบาปนั้นตามที่เราทำไว้

อายุสั้นพลันตายเพราะฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
เบียดเบียนชีวิตเขา ร่างกายเราก็มีโรคภัยมาก



เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:52:50 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



ถ้าเราหวังจะไม่ให้บาปส่งผลในชาตินี้
ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีการ ๓ อย่าง คือ


ตั้งใจว่าเราจะไม่ทำบาปชนิดนั้นอีก

ทำบุญกุศลเป็นประจำ

อย่าเก็บเอาบาปมาคิดมานึกอีก

ทำ ๓ อย่างนี้ได้ชาตินี้แหละ
เราก็จะรอดปลอดภัย
จากวิบากกรรมที่เราทำไว้
แต่รอดได้เฉพาะชาตินี้
ชาติหน้าต่อๆ ไป
ถ้าเราไปเติมบาป ไม่เติมบุญ
บาปก็ให้ผลได้ มันไม่ได้หมดไป
แต่เราสามารถทำให้บาปไม่ส่งผล
ด้วยการไม่เติมบาปใหม่
และใส่ใจในการทำบุญทำกุศลให้ต่อเนื่อง
บุญมีมากแล้วบาปก็ไม่มีผล


“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:53:02 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


เราได้ชีวิตมาไม่เหมือนกันเกิดมา
สวยบ้าง ขี้เหร่บ้าง รวยบ้าง จนบ้าง
พิการบ้าง สมบูรณ์บ้าง ผิวพรรณงามบ้าง
ไม่งามบ้าง ล้วนแล้วแต่เป็นวิบากกรรม
เป็นผลของกรรมที่เราทำไว้
ผลของบุญของบาปที่ทำไว้ มันหล่นมาอย่างนี้
แล้ววิบากของกรรมให้ผลแล้ว เราก็ต้องเสวยผล
เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ สูงต่ำพิกลพิการ
ก็ต้องใช้หนี้กรรมไปอย่างนี้



“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:53:14 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


เราสามารถจะเอาสิ่งที่เราได้มา
เป็นทุนเป็นบุญขึ้นมาใหม่
ลงทุนใหม่ทำให้มันดีใหม่ อาศัยสังขาร
ร่างกายที่เกิดมานี้มาทำใหม่ให้มันดี
เรายอมรับว่าชาตินี้ไปได้แค่นี้
แต่ว่าชาติต่อไปต้องให้มันดีกว่านี้
ให้มันเจริญกว่านี้ มีร่างกายมีชีวิตมา
เอามาลงทุนในการทำความดี

ชีวิตยังมีเวลาอยู่ แต่ก็ไม่มาก
ชีวิตแต่ละคนไม่นาน
ไม่เกิน ๑๐๐ ปีก็ต้องตาย
สมัยปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยประมาณ ๗๕ ปี


เราเกิดมาได้กี่ปีแล้ว ยังเหลืออีกกี่ปี

ยิ่งอายุเลย ๗๕ ไปแล้ว
มันต้องรู้ตัวแล้วว่า
ใกล้จะหมดเวลาในชีวิตแล้ว
ไม่รู้วันไหนจะตายวันตายพรุ่งแล้ว
คนที่อายุ ๓๐, ๔๐, ๕๐ ก็อย่าประมาท
บางทีอาจจะแซงคิวตายก่อนคนแก่ก็ได้
พ่อแม่อายุมาก ๘๐, ๙๐
แต่ลูกอาจจะตายก่อนก็ได้ มันไม่แน่


“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:53:26 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


เวลาในชีวิตที่ยังมีเหลืออยู่ไม่มากนี้
เราอยากทำอะไรที่เป็นบุญเป็นทุนต่อไป
ให้ภพหน้าเจริญกว่านี้
มีความสุขความสมบูรณ์กว่านี้

อย่าให้ชีวิตตกต่ำ แต่ละวันหนึ่งๆ
ต้องดูว่าเราทำอะไรที่เป็นสาระ
เป็นประโยชน์ เป็นบุญบ้าง
เราทำมาหาเลี้ยงชีพหาเงินหาทอง
เพื่ออะไร ทำงานหาเงิน

มีเงินเท่าไรถึงจะมีความสุข
ดูคนที่มีเงินมากๆ
ยังไม่เห็นมีความสุขที่แท้จริง
เราจะมีบ้านใหญ่ขนาดไหนจึงจะมีความสุข
มีอาหารขนาดไหน

ชีวิตคนเราวันหนึ่งกินข้าวไม่กี่จาน
ฆราวาสกินมื้อหนึ่งอย่างมาก ๒ จาน
วันละ ๓ มื้อ บางคน ๔ มื้อ


เป็นนักบวชเหลือ ๒ มื้อ เช้าถึงเที่ยง
หรือว่ามื้อเดียว ชีวิตมันอาศัยแค่นั้น


กินได้แค่นั้น ถึงจะมีสมบัติมากมาย
ก็กินไม่ได้มากกว่านั้น

เรานอน ใช้เนื้อที่เท่าไร
ที่นอนวาหนึ่งแค่นั้น
เสื้อผ้าใช้นุ่งห่มแค่พอปกปิดร่างกาย
จะมีไว้มากมาย มันก็ไม่ได้ให้อะไรกับเรา
ที่เป็นสุขอย่างแท้จริง สิ่งทั้งหลายที่เรามี
ในโลกียสมบัติ ยังไม่ใช่เป็นที่พึ่งที่จะดับทุกข์ได้จริง


“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:53:40 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



☆*: .。. เวลาในชีวิตที่ยังมีเหลืออยู่ไม่มากนี้
เราอยากทำอะไรที่เป็นบุญเป็นทุนต่อไป
ให้ภพหน้าเจริญกว่านี้
มีความสุขความสมบูรณ์กว่านี้

อย่าให้ชีวิตตกต่ำ

☆*: .。. แต่ละวันหนึ่งๆ
ต้องดูว่าเราทำอะไรที่เป็นสาระ
เป็นประโยชน์ เป็นบุญบ้าง
เราทำมาหาเลี้ยงชีพหาเงินหาทอง
เพื่ออะไร ทำงานหาเงิน
มีเงินเท่าไรถึงจะมีความสุข
ดูคนที่มีเงินมากๆ ยังไม่เห็นมีความสุขที่แท้จริง

☆*: .。. เราจะมีบ้านใหญ่ขนาดไหนจึงจะมีความสุข
มีอาหารขนาดไหน ชีวิตคนเราวันหนึ่ง
กินข้าวไม่กี่จาน ฆราวาสกินมื้อหนึ่ง
อย่างมาก ๒ จาน วันละ ๓ มื้อ บางคน ๔ มื้อ


เป็นนักบวชเหลือ มื้อ
เช้าถึงเที่ยง หรือว่ามื้อเดียว


☆*: .。. ชีวิตมันอาศัยแค่นั้น กินได้แค่นั้น
ถึงจะมีสมบัติมากมายก็กินไม่ได้มากกว่านั้น
เรานอน ใช้เนื้อที่เท่าไร ที่นอนวาหนึ่งแค่นั้น
เสื้อผ้าใช้นุ่งห่มแค่พอปกปิดร่างกาย
จะมีไว้มากมาย มันก็ไม่ได้ให้อะไร
กับเราที่เป็นสุขอย่างแท้จริง
สิ่งทั้งหลายที่เรามีในโลกียสมบัติ
ยังไม่ใช่เป็นที่พึ่งที่จะดับทุกข์ได้จริง



“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:53:52 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



☆*: .。. เมื่อเป็นเช่นนั้นจะคิดพิจารณาอย่างไร
เราอาศัยชีวิตให้พออาศัยดำรงอยู่ได้
พอมีพอกินเพื่อทำความดีเพื่อพัฒนาชีวิต
ให้ชีวิตแต่ละวันได้พัฒนาได้สะสมกุศล
บุญบารมีไว้ ทุกลมหายใจ
เราพยายามสะสมเจริญสติภาวนาอยู่เสมอ
สมบัติอื่นๆ ก็พออาศัยกันไป
เราจะมีมากมันก็ใช้ไม่ได้ทั้งหมด
ตายแล้วก็ต้องทอดทิ้งไป เอาไปไม่ได้


☆*: .。. สมบัติส่งได้แค่โรงพยาบาล
ลูกหลานส่งได้แค่เชิงตะกอน
บาปบุญเป็นทุนรอน
ส่งไปภพภายภาคหน้า

☆*: .。. สมบัติทั้งหลายเอาไปไม่ได้
นอกจากทรัพย์ภายในคือบุญกุศล
แม้แต่ร่างกายนี้ เราก็ต้องทอดทิ้งเน่าเปื่อยผุพัง


“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:54:03 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คนโบราณทำอะไร
ก็จะเป็นปริศนาธรรมสอนคนรุ่นหลังไว้
เวลาคนตายก็มีการรดน้ำ
ดึงมือศพมาอยู่เหนือขัน
ญาติพี่น้องก็ไปรดน้ำ
เพื่อให้คนรุ่นหลังได้พิจารณาว่า
ตอนเกิดมาทีแรกเป็นเด็กกำมือแน่น
เหมือนจะไขว่คว้าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของตน


แต่เมื่อตายลงทุกคนแบมือออก
เอาน้ำไปรด น้ำก็ไหลออก
ไม่สามารถจะกำไว้ได้เลย
แบมือออกเป็นสัญลักษณ์เตือน
ผู้อยู่เบื้องหลังให้ได้สำนึกว่า
เขาเอาอะไรไปไม่ได้เลย



“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
พระราชภาวนาวชิรญาณ
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 03:55:54 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด


เราจะมาโลภโมโทสันอะไรนักหนา
โลภจนกระทั่งฉ้อโกงทุจริตผิดศีลผิดธรรม
ทำไปทำไมในเมื่อมันได้มาก็แค่นั้น
ชีวิตเราไม่ต้องการอะไรมากมายขนาดนั้น
ไม่คุ้มกันที่เราจะต้องไปชดใช้หนี้กรรม
เรามีชีวิตอยู่อย่างสุจริตไม่ดีกว่าหรือ
ความซื่อสัตย์สุจริตมันกินไม่หมด

คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ชีวิตไปรอด
ไม่อด ไม่หมด ไม่ยากไร้ ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก
คนเห็นแก่ได้ โลภโมโทสัน โกงทุจริต
สุดท้ายก็ต้องเดือดร้อน สูญเสีย
ประสบหายนะมากกว่า
บางทีโรคภัยเบียดเบียน
เสียเงินเสียทองยิ่งกว่าที่ได้มา



“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 04:03:22 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด



คนโบราณจึงเตือนไว้หลายๆ อย่าง
เวลาสวดศพ พอพระจะสวด
ก็เอามือไปเคาะโลงเรียกคนตาย
จะเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก เป็นญาติ
บอกเคาะป๊อกๆ "ตั้งใจฟังนะ พระจะสวด"
คนที่นั่งอยู่ก็ฟังเสียงเคาะด้วย
นั่นเขาก็เตือนคนที่ไปร่วมงาน
ที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ได้คิด
ไม่ใช่ว่าจะเคาะให้ศพขึ้นมาฟังจริงๆ
ถ้าลุกขึ้นมาจริงๆ ก็คงวิ่งหนีกันหมด
พระก็อาจจะไม่อยู่ตรงนั้น

เอาอาหารไปตั้ง
เขาก็บอกให้รู้ว่ากินไม่ได้แล้วตอนนั้น
เห็นมีแต่แมวกินได้ เป็นการเตือน
ให้ผู้ยังมีชีวิตอยู่ว่าตอนดีๆ ต้องให้กิน
บางทีพ่อแม่ตอนดีๆ ไม่ให้กิน
ตายแล้วเอาไปให้กิน
ตอนแข็งแรงไม่ยอมให้
แล้วคอยคะยั้นคะยอให้กินในวันที่ป่วยหนัก
จะกินก็กินไม่ค่อยได้
ตอนตายแล้วเขาก็สอนให้รู้ว่าเห็นไหม
เอาอาหารไปตั้งไว้ ลุกขึ้นมากินไม่ได้
มีแต่แมวกิน เคาะโลงเรียกให้ลุกก็ไม่ลุก


“เวลา ชีวิต เพื่อสิ่งใด”
พระราชภาวนาวชิรญาณ วิ.
เขมรังสี ภิกขุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 04, 2023, 04:03:51 pm โดย ยาใจ »