น้ำใจธรรม.เนต
Please
login
or
register
.
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
เพียงแค่ติดตั้ง - SMF!
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
น้ำใจธรรม.เนต
»
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์
»
บทความธรรม
(ผู้ดูแล:
ยาใจ
) »
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
หน้า:
1
[
2
]
ผู้เขียน
หัวข้อ: ✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿ (อ่าน 1305 ครั้ง)
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #15 เมื่อ:
มีนาคม 14, 2025, 11:16:56 am »
✿
พละ
๕
เป็นธรรมะที่สำคัญมาก
ในพุทธศาสนา มีอะไรบ้าง
(๑)
ศรัทธา
(๒)
ปัญญา
(๓)
วิริยะ
(๔)
สมาธิ
(๕)
สติ
✿
ทั้ง ๕ ประการเป็นสิ่งดีทั้งนั้น แต่ต้องมีสมดุล
คือ สมดุลระหว่างศรัทธากับปัญญา
ศรัทธามากไปก็งมงายต้องมีปัญญามากำกับ
ปัญญามากไปก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
เพราะไม่เชื่ออะไรเลย พอไม่เชื่ออะไรเลย
ก็เลยไม่ยอมทำอะไร แม้ได้ฟังคำสอน
ของพระพุทธเจ้า ก็ไม่เชื่อเพราะขาดศรัทธา
✿
มีแต่การตั้งคำถาม จึงไม่เกิดการปฏิบัติ
ถ้ามีปัญญามาก
แม้แต่ศีล ๕ ก็ยังมี
ความคลางแคลงสงสัยว่าปฏิบัติแล้ว
ได้ผลอะไร แก้ทุกข์ได้หรือ
✿
แต่ถ้ามีศรัทธา แม้จะไม่รู้ว่าศีลดีอย่างไร
ก็ขอสมาทานก่อน ลองปฏิบัติก่อน
แล้วค่อยดูว่ามีผลดีหรือไม่
✿
แต่ถ้าศรัทธาไม่มีปัญญากำกับ
ก็หลงเชื่อคนที่เขาพาเราหลงผิดได้ง่าย
ตอนนี้มีเยอะมากเลย
ความเชื่อที่ทำให้คนงมงาย
สายมูอะไรต่างๆ กำลังสะพรั่งเลย
✿
เพราะว่ามีแต่ศรัทธาโดยขาดปัญญา
แต่คนอีกจำนวนหนึ่งก็มีปัญญามาก
แต่ขาดศรัทธา จึงไม่ปฏิบัติอะไรเลย
เพราะยังมีความสงสัย เก่งในทางสงสัย
เก่งในทางตั้งคำถาม หรือหาข้อวิพากษ์วิจารณ์
✿
วิริยะมากไปแต่ไม่มีสมาธิ ใจก็ไม่สงบ
แต่ถ้ามีสมาธิมากไปก็เฉื่อยชา
สมดุลระหว่างศรัทธากับปัญญา
สมดุลระหว่างวิริยะกับสมาธิ
เกิดขึ้นได้เพราะสติ
✿
สติคือพละตัวที่ ๕ อยู่กลางๆ
ไม่ได้จับคู่กับใครเพราะว่าเป็นตัว
ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างพละอีก ๔ ประการ
สติมีมากๆ ไม่เสียหาย
ไม่ต้องมีอะไรมาถ่วงดุล
ไม่เหมือนกับปัญญา
มีมากไปก็จะเกิดปัญหาได้
ต้องมีศรัทธามาถ่วง
อันนี้สำหรับปัญญาที่เป็นของปุถุชน
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2025, 11:35:19 am โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #16 เมื่อ:
มีนาคม 14, 2025, 11:20:22 am »
✿
โพชฌงค์
๗
ก็เหมือนกัน จะมี
๗
ตัว
แบ่งเป็น ๓ คู่ ธัมมวิจยะกับอุเบกขาต้องสมดุลกัน
วิริยะ
กับ
สมาธิต้องสมดุลกัน
ปัสสัทธิ
กับ
ปีติต้องสมดุลกัน
ตัวที่ทำให้สมดุลได้คือตัวที่ ๗ คือสติ
✿
โพชฌงค์ ๗ ถ้าเข้าใจไม่ถูก ปฏิบัติไม่เป็น
ที่ฟุ้งแล้วก็ยิ่งฟุ้งใหญ่ หรือว่าที่สงบอยู่แล้ว
ก็ยิ่งกลายเป็นเฉื่อยเลย
พระพุทธเจ้า
เปรียบเหมือนกับว่าไฟที่ลุกแรง
เราต้องเอาหญ้าสดไปดับ
ขืนใช้หญ้าแห้งไปดับ ไฟก็ยิ่งแรง
ส่วนไฟที่อ่อนๆ ต้องใส่หญ้าแห้งเข้าไป
เพื่อทำให้ไฟลุก ถ้าไฟอ่อนๆ ใช้หญ้าสดมันก็ดับ
✿
ฉะนั้นเวลาจิตกำลังฟุ้งซ่าน
ถ้าเราเอาธัมมวิจย
เอาวิริยะ เอาปีติใส่เข้าไป
ยิ่งฟุ้งซ่านเข้าไปใหญ่เลย
ต้องใช้ธรรมะอีกหมวดหนึ่ง
ก็คืออุเบกขา สมาธิ และปัสสัทธิ
✿
แต่ถ้ารู้สึกเฉื่อย ซึม
ขืนเอาอุเบกขา สมาธิ แล้วก็ปัสสัทธิเข้าไป
ยิ่งเฉื่อยหนักเข้าไปใหญ่ ที่ถูกคืออะไร
ใช้ธัมวิจยะ ใช้วิริยะ ใช้ปีติเข้ามา
จิตจึงจะตื่นตัวกระฉับกระเฉง
✿
ด้วยเหตุนี้ท่านจึงสอน
ให้รู้จักใช้พละ
๕
อย่างสมดุล
ให้มีสมดุลระหว่างพละ
๕
สมดุลระหว่างโพชฌงค์
๗
อาตมาพูดมาทั้งหมด เพื่อชี้ให้เห็นว่า
✿
สมดุลชีวิตนี้มีความสำคัญมาก
มีสมดุลหลายคู่ที่เราไม่ควรมองข้าม
และทั้งหมดหรือทุกคู่ สติเป็นส่วนสำคัญ
ที่จะสร้างให้เกิดสมดุลขึ้นมา
✿
ในการดำเนินชีวิต
เราต้องอาศัยธรรม
แต่ไม่มีธรรมข้อใดโดดๆ
ที่เมื่อทำให้มากๆ แล้วจะดีขึ้น ยกเว้นสติ
✿
สติยิ่งมากยิ่งดี
พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า
สติ
เป็นสิ่งจำเป็นในทุกสถานการณ์
เวลาพูดถึงสติก็รวมถึง
สัมปชัญญะ
(ความรู้สึกตัว)
ด้วย และสติที่มากขึ้น
จะทำให้เกิดความสมดุลในชีวิต
ในระดับต่างๆ อย่างที่พูดมา
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2025, 06:11:44 pm โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #17 เมื่อ:
มีนาคม 23, 2025, 10:56:47 am »
✿
คำถาม :
ทำอย่างไรจะไม่เปรียบเทียบผู้อื่น
ว่าเขาดีกว่า เรา หรือรู้สึกอิจฉาลึกๆ บางทีเราไม่รู้ตัว
✿
พระอาจารย์ไพศาล_วิสาโล
ตอบ :
คำตอบคือก็รู้ตัว
เช่น รู้ตัวว่าอิจฉา
ไม่เสียหายนะที่จะมีความอิจฉาเกิดขึ้น
แต่ขอให้รู้ตัว ธรรมดาของมนุษย์
มักมีการเปรียบเทียบโดยเฉพาะ
คนที่ยังไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
ยังเอาคุณค่าหรือความสุของตัวเอง
ไปผูกติดอยู่กับสิ่งภายนอก
เช่น เงินเดือน ชื่อเสียง หน้าตา
✿
ถ้าเราเอาความสุขไปผูกติดอยู่
กับเงินเดือน ชื่อเสียงหน้าตา
ก็จะไม่มีความสุขเลย เพราะไม่ว่า
เราจะรวยแค่ไหน เราก็จะเห็นคนอื่น
ที่รวยกว่าเรา มันจะมีคนที่รวยกว่าเราอยู่เสมอ
ไม่ว่าเราจะสวยแค่ไหน
ย่อมมีคนสวยกว่าเราเสมอ
ไม่ว่าเราจะดังแค่ไหน
ย่อมมีคนที่ดังกว่าเราอยู่เสมอ
✿
ฉะนั้นถ้าเราเอาคุณค่าตัวเอง
ไปผูกติอยู่กับสิ่งเหล่านี้
เราจะมีความอิจฉาอยู่เรื่อยๆ
เพราะเราจะเห็นคนที่เขารวยกว่า
ดีกว่า สวยกว่า อยู่เสมอ
✿
แต่ถ้าคุณเอาความสุข
หรือคุณค่าของคุณ
ไปผูกติดอยู่กับคุณธรรมภายใน
คุณก็จะเปรียบเทียบกับคนอื่นน้อยลง
และอิจฉาคนน้อยลง จะว่าไปแล้ว
คนที่เข้าถึงความสุขภายใน
คนที่เห็นคุณค่าของตัวเองว่า
แท้จริงแล้วอยู่ที่คุณธรรมภายใน
ย่อมไม่อิจฉาคนอื่น เพราะไม่สนใจ
ที่จะเปรียบเทียบตนเองกับใคร
✿ อาตมาตอนที่บวชใหม่ๆ
บวชได้
๒-๓ เดือนแรก
อาตมาอิจฉาพระที่สึกไป
อิจฉาเพราะคิดว่าเมื่อสึกแล้ว
เขาจะได้ไปดูหนัง จะได้ไปกินโค้ก
จะได้ไปเที่ยวห้าง ส่วนเรา
ต้องมานั่งดักดานอยู่ในวัด
คิดแบบนี้ก็รู้สึกอิจฉาเขา
✿
แต่พออาตมาเข้าถึงความสุขจากการปฏิบัติ
มีความสุขภายในแล้ว ก็เลิกอิจฉาพระที่สึก
เขาจะสึกก็สึกไป ฉันไม่สน สงสารด้วยซ้ำ
ที่เขาต้องไปเจอทุกข์ในโลกภายนอก
ไม่อิจฉาเพราะอะไร
เพราะมีความสุขภายในแล้ว
พอใจกับชีวิตที่มีอยู่แล้ว
จะอิจฉาคนอื่นทำไม
คนที่อิจฉา
เพราะเขายังไม่พบความสุขภายใน
ยังไม่เห็นคุณค่าภายใน
เขาเห็นคนอื่นที่เขามีเงินมากกว่า
ดังกว่า สวยกว่า เขาก็เลยอิจฉา เลยเป็นทุกข์
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
FB : Kanlayanatam
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 23, 2025, 11:11:14 am โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #18 เมื่อ:
มีนาคม 23, 2025, 10:59:04 am »
✿
คำถาม :
ขอให้พระอาจารย์ช่วยแนะนำ
การมีสติ สร้างสมดุลระหว่าง
สภาวะสังขตธรรม กับ อสังขตธรรม
ในทางธรรมและทางโลก ต้องมีสติระลึกรู้
อย่างไรจึงไม่หลงตนเอง
✿ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
ตอบ
:
สติที่ทำให้ไม่หลงตนเอง
และทำให้เกิดความสงบ
สุดท้ายทำให้เกิดความสว่าง ก็คือ สัมมาสติ
ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการเจริญสติปัฏฐาน
๔
อย่างเช่นที่อาตมาบอกไปแล้วว่า
สติมี ๒ ประเภท ๒ ระดับ
สามัญสติ
กับ
สัมมาสติ
สามัญสติ
คือ
ระลึกได้
ต้องอาศัยการทำซ้ำๆ เราจะจดจำอะไรได้
เช่น จดจำคำศัพท์ต่างประเทศได้
ก็ต้องเห็นซ้ำๆ เห็นบ่อยๆ ท่องอยู่เรื่อยๆ
ถ้าเราท่องศัพท์ได้เยอะ ได้มาก ได้บ่อย
เราก็จะจำศัพท์ได้ เราก็จะระลึกได้ไว
✿
ที่จริงสัมมาสติก็เหมือนกัน
คุณจะมีความระลึกรู้กายและใจ
คุณก็ต้องปฏิบัติซ้ำๆ ก็คือ
เจริญสติรู้กาย รู้เวทนา แล้วก็รู้จิต รู้ธรรม
✿
เริ่มต้นด้วยการรู้กายก่อน เดินก็รู้ว่าเดิน
หรือว่าตามลมหายใจก็รู้ว่าตามลมหายใจ
ถ้าเป็นการปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน
ก็รวมทั้งการยกมือเคลื่อนไหว
พลิกมือไป พลิกมือมา ก็รู้ ทำซ้ำๆ
เป็นหมื่นเป็นแสนครั้ง
จนกระทั่งเกิดความรู้สึกตัวได้ไว
✿
เมื่อเกิดความรู้สึกตัวได้ไว รู้กายได้เร็ว
ต่อไปก็จะรู้ใจ รู้ความคิด รู้ความนึก
รู้อารมณ์ได้เร็ว และพอรู้ใจได้เร็ว
ไม่ว่าจะเป็นความคิดหรืออารมณ์
ต่อไปก็จะรู้เวทนาได้ดีขึ้น
รู้เวทนาคือว่าไม่ใช่แค่รู้สึกว่าปวดเท่านั้น
แต่ว่ายังเห็นความปวดด้วย คือไม่เป็นผู้ปวด
✿
ส่วนใหญ่พอมีความปวดแล้ว
รู้เวทนาประเดี๋ยวเดียวก็เข้าไปเป็น
มีผู้ปวดเกิดขึ้น แต่ถ้าเห็นความปวด
มีสติรู้เวทนาก็คือ เห็นความปวดไม่เป็นผู้ปวด
ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อรู้กาย รู้ใจก่อน ถึงจะรู้เวทนาได้
✿
พอเรารู้เวทนา
หลังจากที่เรารู้กายรู้ใจ
จิตฟุ้งซ่านน้อยลง ทำให้รู้สึกตัวได้ไวขึ้น
พอรู้สึกตัวได้ไวขึ้น
ใจก็จะสงบได้เร็วแล้วก็ต่อเนื่อง
จากนั้นก็จะเห็นความจริงของกายและใจ
เห็นธรรมชาติของกายและใจ
ว่าไม่เที่ยง ว่าเป็นทุกข์ ว่าไม่ใช่ตัวตน
✿
แต่ก่อนเวลาคิดก็สำคัญมั่นหมายว่า
ฉันคิด แต่ก่อนเวลาเศร้าเกิดขึ้น
ก็สำคัญมั่นหมายว่า
ฉันเศร้า มีฉันเป็นผู้เศร้า
มีฉันเป็นผู้โกรธ มีฉันเป็นผู้เกลียด
รวมทั้งมีฉันเป็นผู้ทุกข์
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 23, 2025, 11:17:04 am โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #19 เมื่อ:
มีนาคม 23, 2025, 11:01:47 am »
✿
พอสติแก่กล้า สัมมาสติคล่องแคล่วฉับไว
เรารู้สึกตัวได้ไวก็จะเห็นว่าทุกข์ไม่ใช่เรา
ความโกรธไม่ไช่เราความเกลียดไม่ใช่เรา
ความคิดไม่ใช่เรา ก็จะเริ่มเข้าใจเรื่องอนัตตา
✿
เราก็จะเห็นได้ว่า
แท้จริงแล้วไม่มีตัวฉันเลย
มีแต่รูปกับนาม มีแต่กายกับใจ
ความสำคัญมั่นหมายในตัวฉันก็จะหมดไป
✿
ถึงตรงนี้ก็จะเริ่มเข้าใจความจริง
ที่เรียกว่า ปรมัตถสัจจะ คือไม่มีตัวกู ของกู
และต่อไปก็จะเห็นชัด
ในเรื่องของอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
จะเห็นว่าสิ่งที่เราเคยยึดมั่นว่า
สัตว์ ตัวตน บุคคล เรา เขา
มันเป็นแค่สมมติ เห็นความจริง
ในระดับปรมัตถธรรมชัดขึ้น
การเห็นความจริงในระดับปรมัตถ์
ช่วยให้เราเข้าถึงสิ่งที่เราเรียกว่า อสังขตธรรม
✿
คือธรรมที่ปราศจากการปรุงแต่ง
อันที่จริงอสังขตธรรม ท่านมุ่งไปที่นิพพาน
ซึ่งจะเข้าถึงได้ก็เพราะเข้าใจแจ่มชัด
ในปรมัตถธรรม
จนรู้ว่าไม่มีอะไรที่ยึดติดถือมั่นได้
นี้คือสิ่งที่จะช่วยให้เข้าถึงอสังขตธรรม
✿
จะว่าปรมัตถธรรมเป็นเรื่องอสังขตธรรม
ส่วนสมมติเป็นเรื่องของสังขตธรรม
หรือเรื่องของการปรุงแต่งก็ได้
สมมติเป็นเรื่องของโลกิยธรรม
ส่วนปรมัตถุธรรมเป็นเรื่องของโลกุตตรธรรม
ซึ่งเข้าถึงได้จากการที่เราเจริญสัมมาสติอยู่บ่อยๆ
จนกระทั่งเกิดปัญญา
เห็นความแตกต่าง
ระหว่างสมมติกับปรมัตถ์ได้
✿
✿
....
เพราะฉะนั้น
สัมมาสติ
จึงสำคัญมาก
โดยเฉพาะ
สัมมาสติ
ที่อาศัยการปฏิบัติแนว
สติปัฏฐาน ๔
....
✿
✿
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 23, 2025, 11:25:05 am โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #20 เมื่อ:
มีนาคม 26, 2025, 05:27:59 pm »
✿
วิธีแก้นิสัยขี้อิจฉา เบื้องต้นก็คือ
หนึ่งรู้ตัวก่อน รู้ตัวว่าอิจฉา ความรู้ตัว
การมีสติทำให้ความอิจฉาฝ่อลง
แต่ต่อไปเมื่อคุณพบความสุขภายใน
เมื่อคุณเห็นคุณค่าของตัวเองอย่างแท้จริง
เมื่อคุณเคารพตัวเอง เมื่อคุณรู้สึกว่า
ชีวิตได้รับการเติมเต็มแล้ว จะไม่อิจฉาใคร
จะมีก็แต่ความสงสาร มีแต่ความเมตตา
หรือถึงแม้ยังหวั่นไหวใจกระเพื่อมอยู่บ้าง
ที่คนอื่นเขามีมากกว่า ก็ลองเจริญพรหมวิหาร ๔
โดยเฉพาะมีมุทิตาจิตอยู่เสมอ
✿
เรายังอยากได้เงินเดือนเยอะ
อยากได้โบนัสมาก แต่พอรู้ว่าเพื่อน
ได้โบนัสมากกว่าได้เงินเดือนมากกว่า
เราก็มีมุทิตา ยินดีด้วย เพราะเห็นว่าเขามีลูก
เขามีพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดู ส่วนเราเป็นคนโสด
เราไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินมาก
แต่เขายังต้องการใช้เงินเยอะ
เราก็ยินดีที่เขามีเงินเดือนเพิ่มขึ้น
มีโบนัสมาก จะได้มีกำลังดูแลลูก
ดูแลพ่อแม่ได้มากขึ้น
✿
เราไม่อิจฉาเพราะมีมุทิตา
จึงควรเจริญมุทิตาจิตเยอะๆ
ใครเขาได้รับคำชม ได้รับรางวัล
ได้เครดิต
แม้จะเป็นเครดิตจากงานที่เราทำ
✿
เราก็ไม่อิจฉาเขา เราก็ไม่โกรธเขาเลย
เรามีแต่มุทิตาจิตให้เขา ตรงนี้เราทำได้
และควรทำบ่อยๆ เจริญมุทิตาจิต
รวมทั้งเจริญสติ และสุดท้าย
เมื่อคุณพบความสุขภายใน
คุณก็จะไม่อิจฉาใคร
✿
พระที่แท้ท่านไม่อิจฉา
เศรษฐีร้อยล้านพันล้านหรอก
ทั้งๆ ที่ท่านมีน้อยกว่าเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน
เพราะท่านมีความสุข
ท่านพบอิสรภาพแล้ว
พระพุทธเจ้าจึงไม่อิจฉาพระเจ้าพิมพิสารเลย
✿
พระพุทธเจ้าไม่เคยอิจฉาพระเจ้าพิมพิสาร
แม้พระเจ้าพิมพิสารมีทรัพย์มากกว่า
พระพุทธเจ้าเยอะ มีปราสาทที่สุขสบาย
มีบริวารเยอะ ทั้งนี้เพราะพระองค์
เข้าถึงความสุขที่ประเสริฐแล้ว
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2025, 06:16:12 pm โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #21 เมื่อ:
มีนาคม 26, 2025, 06:00:37 pm »
✿
คำถาม :สัญญาจำได้หมายรู้
แตกต่างจากความทรงจำทั่วไปอย่างไร
✿
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
ตอบ
:
ความทรงจำทั่วไป ท่านจัดว่าเป็นเรื่องของสติ
ถ้าสติคุณดี คุณจะจดจำหรือระลึกถึง
สิ่งที่เป็นอดีต สิ่งที่เคยเรียน
สิ่งที่เคยผ่านตาได้ ส่วนสัญญา
คือความจำได้หมายรู้ เห็นอะไร
ก็รู้ว่ามันคืออะไร เช่น คุณเห็น
เบอร์โทรศัพท์เลข
๙
ตัว คุณบอกได้
เลยว่าเป็นโทรศัพท์ของใคร
ของสมหญิง หรือสมชาย
อย่างนี้เป็นเรื่องของสัญญา
✿
แต่ถ้าถามว่าโทรศัพท์ของสมหญิง
ของสมชายเบอร์อะไร คุณตอบได้
นั่นเป็นเพราะสติ คือความสามารถ
ในการระลึกได้ แต่ถ้าคุณเห็น
เบอร์โทรศัพท์ของสมหญิงแล้ว
คุณตอบได้นี่คือเบอร์โทรศัพท์ของสมหญิง
นี้เป็นเพราะสัญญา หรือความจำได้หมายรู้
เห็นหน้าปั๊บก็รู้เป็นใคร
สมหญิง หรือสมชาย
อันนี้เป็นเพราะสัญญา
✿
แต่ถ้าถามว่า สมชาย
สมหญิงหน้าตาเป็นอย่างไร
หรือเวลามีใครพูดถึงสมชายและสมหญิง
เรานึกภาพของเขาออก นี่เรียกว่าจำได้
คือสติ เข้าใจไหม
สัญญาทำงาน
เมื่อมีสิ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า
พูดอีกอย่าง สัญญาทำงาน
เมื่อเห็นสิ่งนั้นปรากฏอยู่ตรงหน้า
✿
บอกได้ว่าคืออะไร
แต่สติทำงานเมื่อสิ่งนั้น
ไม่ได้อยู่ต่อหน้า
แต่ทำให้คุณระลึกได้
เห็นความแตกต่างไหม
สัญญาจัดว่าเป็นขันธ์หนึ่ง
ส่วนความระลึกได้คือสติ
จัดอยู่ในขันธ์ที่ชื่อว่าสังขาร
✿
สังขารเป็นขันธ์กองใหญ่
ซึ่งรวมไปถึงสติและความระลึกได้
สัญญาเป็นขันธ์อีกกองหนึ่งแยกกัน
คนละขันธ์แต่เกี่ยวกัน
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2025, 06:18:47 pm โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #22 เมื่อ:
มีนาคม 26, 2025, 06:01:57 pm »
✿
คำถาม :
เวลานั่งสมาธิเกิดความฟุ้งซ่าน
เรื่องโน้นเรื่องนี้ เราควรตามดูสิ่งที่คิด
หรือเราควรหยุดความคิดแล้วไม่สนใจมัน
✿
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
ตอบ :
ไม่ควรสนใจมัน ไม่ต้องตามมันไป
แต่ก็ไม่ต้องถึงกับหยุดความคิด
✿
นักปฏิบัติจำนวนมาก
ไม่ชอบความฟุ้งซ่าน
เพราะคาดหวังหรือปรารถนาความสงบ
นี่ก็คือกับดักของนักปฏิบัติธรรม
ความฟุ้งซ่านไม่ใช่ปัญหาของการปฏิบัติ
✿
ปัญหาของการปฏิบัติก็คือ
การไม่ชอบความฟุ้งซ่าน
และที่ไม่ชอบความฟุ้งซ่านเพราะอะไร
เพราะว่าต้องการความสงบ
แต่ยิ่งต้องการความสงบ
ก็ยิ่งไม่ชอบความฟุ้งซ่าน จึงเป็นทุกข์
ทุกข์ที่มันเกิดขึ้น และทุกข์เพราะ
พยายามกดข่มมันแต่ไม่สำเร็จ
✿
ดังนั้นถามว่ามีความฟุ้งซ่านเกิดขึ้น
แล้วควรทำอย่างไร คำตอบคือ ช่างมัน
อย่าไปสนใจมัน
✿
ที่จริงการเรียกชื่อความคิด
ที่ผุดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจว่า
"ความฟุ้งซ่าน"
ก็ส่ออยู่ในตัวแล้วนะว่าไม่ชอบ
เราไม่ชอบความคิดที่ผุดขึ้นมา
เราก็เลยเรียกว่าความฟุ้งซ่าน
เหมือนกับน้ำที่เจิ่งนองขึ้นมา
ถ้าเราไม่ชอบเราก็เรียกว่าน้ำท่วม
แต่ถ้าเราลองเรียกว่าน้ำรอระบาย
เราก็จะรู้สึกดีขึ้น
สมัยก่อนเขาไม่เรียกว่าน้ำท่วม
เขาเรียกว่าน้ำหลาก
ชื่อมันบ่งบอกเป็นนัยยะว่า
ชอบหรือไม่ชอบ
สมัยก่อนชาวบ้านเรียกน้ำหลาก
เขาไม่รังเกียจเลยเมื่อมีน้ำหลาก
แต่พอเราไม่ชอบมันเราก็เรียกว่าน้ำท่วม
แต่พอเราเปลี่ยนชื่อเป็นน้ำรอระบาย
ก็รู้สึกดีนะ
✿
ความคิดที่ผุดขึ้นมา
ถ้าเราเรียกว่าความฟุ้งซ่าน
แสดงว่าเราไม่ชอบ สิ่งที่ตามมา
คือการพยายามกดข่มมัน
แต่ถ้าเรามองว่าความคิดที่ผุดขึ้นมา
คือ ความคิดที่รอการเห็น รอการรู้จัก
✿
เราจะไม่เห็นความจำเป็นต้อง
ไปกดข่มมัน
อย่าไปเรียกมันว่า ความคิดฟุ้งซ่าน
เรียกว่าความคิดที่รอการรู้จัก
เหมือนกับน้ำ ไม่ใช่น้ำท่วม
แต่เป็นน้ำที่รอการระบาย
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2025, 06:21:47 pm โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #23 เมื่อ:
มีนาคม 26, 2025, 06:05:41 pm »
✿
เคยมีพระถามหลวงพ่อชาว่า
เวลานั่งสมาธิแล้วจิตมันเตลิด
ภาวนาอย่างไรจึงจะสงบ
หลวงพ่อชาตอบว่าอย่างไร
ท่านตอบว่า "เตลิดก็ช่างมัน
เดี๋ยวมันขี้เกียจคิดมันก็หยุดเอง"
✿
ท่านบอกว่าจิตมันเตลิดก็ช่างมัน
เพราะฉะนั้นฟุ้งซ่านก็ช่างมัน
หลวงพ่อเทียนท่านสอนเลยว่า
อย่าไปห้ามความคิด ยิ่งคิดยิ่งรู้
✿
การปฏิบัติหรือการฝึกจิต
ถ้าเราคิดว่าจะไม่ให้ฟุ้งซ่าน
หรือต้องการขจัดความฟุ้งซ่าน
แบบนี้ก็ผิดตั้งแต่แรก
เหมือนกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก
ที่เหลือก็ย่อมกลัดผิดไปเรื่อยๆ
✿
อาจารย์ของอาตมา
คือ หลวงพ่อคำเขียน ท่านบอกว่า
"คิดดีก็ช่าง คิดไม่ดีก็ช่าง"
คิดก็รู้ ไม่คิดก็รู้ ฟุ้งก็รู้ ส่งออกก็รู้
รู้อย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไร ง่ายจะตาย
✿
แต่เพราะเราชอบไปจัดการ
เราชอบจัดการกับโลกภายนอก
จัดการกับคนนั้นคนนี้ จัดการกับหมา
จัดการกับเพื่อนบ้าน จัดการกับลูกน้อง
จัดการกับใครต่อใครมากมาย
✿
สุดท้ายก็ยังมาจัดการ
กับอารมณ์ความคิด
ปล่อยมันไปเถอะ ไม่เป็นไร ช่างมัน
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2025, 06:24:56 pm โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #24 เมื่อ:
มีนาคม 26, 2025, 06:07:41 pm »
✿
ต้องปรับความคิดของเราเสียใหม่ว่า
เราไม่ได้ฝึกจิตเพื่อไม่ให้ฟุ้ง
เราฝึกเพื่อรู้ทันความฟุ้ง
การปฏิบัติส่วนใหญ่
ปฏิบัติเพื่อไม่ให้จิตมันไปที่อื่น
แต่ว่าการปฏิบัติที่อาตมาฝึกมา
กับหลวงพ่อเทียน หลวงพ่อคำเขียน
ท่านบอกว่าปฏิบัติเพื่อให้กลับมา
หลวงพ่อคำเขียนท่านใช้คำว่า
"มันเก่งตรงที่กลับมา"
✿
การปฏิบัติส่วนใหญ่พยายามบังคับจิต
ไม่ให้ไปที่อื่น การปฏิบัติที่เราคุ้นเคย
คือควบคุมจิตไม่ให้ไป แต่การปฏิบัติ
ที่เป็นการเจริญสติคือ ฝึกเพื่อให้มันกลับมา
✿
กลับมาบ่อยๆ กลับมาไวๆ
วัดความก้าวหน้า
ด้วยการที่มันกลับมาบ่อยๆ
อย่าไปวัดตรงที่มันไป เพราะถ้าคุณคิดว่า
ความก้าวหน้าของการปฏิบัติ
อยู่ที่ความนิ่งของใจ ไม่ไปไหนเลย
คุณจะพยายามบังคับจิตไม่ให้ไป
ไม่ให้มันฟุ้ง
✿
คุณจะพยายามห้ามจิตไม่ให้คิด
พยายามกดข่มความคิด
รวมทั้งจ้องเพ่ง แล้วคุณก็จะเครียด
แล้วคุณก็จะผิดหวัง
เพราะจิตย่อมไม่เป็นไปตาม
ความคาดหวังของคุณ
✿
เป็นเพราะพยายามควบคุมความคิด
พระบางรูปปฏิบัติอยู่ดีๆ
ก็เอารองเท้าแตะฟาดหัว
พร้อมกับกันด่าตัวเองว่า
ทำไมคิดมากเหลือเกิน
✿
ฆราวาสบางคนนั่งสมาธิอยู่ดีๆ
ก็เอามือทุบอกตัวเอง
เพราะมันคิดไม่หยุด
คิดมากเหลือเกินๆ
ผิดหวัง โมโหตัวเอง เลยลืมตัว
ทุบอกตัวเอง
นี้เป็นเพราะไม่ชอบความฟุ้งซ่าน
เพราะต้องการสงบเพราะต้องการบังคับจิต
เราไม่จำเป็นต้องหยุดความคิด
หรือกดข่มความคิด แค่ไม่สนใจมันก็พอ
หรือแค่รู้เฉยๆ เป็นวิธีง่ายๆ แต่ทำได้ยาก
✿
เพราะว่าใจเราชอบไปจัดการทุกอย่าง
มนุษย์สมัยนี้ชอบจัดการทุกอย่าง
เพราะฉะนั้นจึงไปจัดการกับอารมณ์
โดยไม่รู้ตัว ก็เลยทุกข์
ฉะนั้นเลิกจัดการกับความคิด
และอารมณ์บ้างก็ดีเหมือนกัน
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2025, 06:27:27 pm โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #25 เมื่อ:
เมษายน 06, 2025, 07:58:32 am »
✿
คำถาม :
ทำไมการยอมรับความจริง
จึงเป็นเรื่องยาก ควรจะทำใจอย่างไร
✿
พระอาจารย์ไพศาลวิสาโล ตอบ :
ยอมรับความจริงไม่ใช่เรื่องยาก
ถ้าความจริงนั้นถูกใจเรา
แต่ที่ยากคือยอมรับความจริงที่ไม่ถูกใจเรา
หรือที่ไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง ตรงนี้ยาก
✿
เพราะว่าเรามีความคาดหวังบางอย่าง
ที่สวนทางกับความจริง เพราะเราคาดหวัง
หลายสิ่งหลายอย่างที่ล้วนแต่เป็นไปเพื่อความถูกใจ
✿
เราต้องรู้จักยอมรับความจริงที่ไม่ถูกใจเรา
ความจริงที่ไม่เป็นดั่งใจ เพราะอะไร
เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว
ป่วยการที่จะบ่นโวยวายตีโพยตีพาย
เพราะการบ่นโวยวายตีโพยตีพายโอดครวญ
✿
นอกจากไม่ทำให้ความจริงเปลี่ยนแปลง
ไปทางที่ถูกใจเราแล้ว มันยังเป็นการซ้ำเติม
เพิ่มทุกข์ให้เราด้วย
✿
เวลาป่วยถ้าเราไม่ยอมรับความป่วย
เราจะไม่ได้ป่วยแต่กาย แต่ป่วยใจ
เวลาเงินหาย ของหาย เราจะไม่ได้เสียแต่เงิน
ใจเราจะเสียด้วยถ้าเราไม่ยอมรับ
✿
ถ้าไม่อยากซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับใจ
เราก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้
พอเรายอมรับความจริงได้
การปล่อยการวางสิ่งนั้น
ปล่อยวางเหตุการณ์นั้นก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย
ทำให้ใจเราโล่งโปร่งสามารถคิดหาทางแก้ไข
หรือทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
แต่ถ้าเราไม่ยอมรับ
ใจเราบ่นโวยวายตีโพยตีพาย
นอกจากจะซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเองแล้ว
✿
เรายังไม่มีปัญญามากพอ
หรือไม่เกิดปัญญามากพอ
ที่จะแก้ปัญหาให้ถูกต้องตามความเป็นจริง
แต่ว่าการยอมรับ เป็นศิลปะอย่างหนึ่งของชีวิต
✿
โดยเฉพาะนักปฏิบัติ
เรามักถูกฝึกมาให้เพียรพยายาม
เพื่อบรรลุถึงสิ่งที่พึงปรารถนา
ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม
✿
ซึ่งก็ดีนะ ดีกว่าไปวิงวอนร้องขอ
เดี๋ยวนี้เราวิงวอนร้องขอมาก
เราอยากได้อะไร เราไม่ยอมลงมือทำ
เราวิงวอนร้องขอ เป็นกันเยอะ
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2025, 08:30:59 am โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #26 เมื่อ:
เมษายน 06, 2025, 08:03:52 am »
✿
เป็นเรื่องดีถ้าหากว่าเรามีความเพียร
เพื่อบรรลุถึงสิ่งที่ปรารถนา
ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม
ทางโลกก็คือการมีสุขภาพดี
ความร่ำรวย ความสำเร็จ
✿
ทางธรรมก็ได้แก่ การมีจิตที่สงบ
มีสติ มีสมาธิ หรือการได้บรรธุรรมขั้นสูง
✿
จนถึงนิพพาน
✿
✿
แต่การมีความเพียรเพื่อจะบรรลุ
ให้ถึงสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างเดียวยังไม่พอ
เราต้องฝึกยอมรับหากว่าไม่บรรลุ
หรือไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการด้วย
✿
การที่เรามีกำลัง มีพลัง มีความขยัน
ในการบรรลุถึงความสำเร็จในการงาน
เราศึกษาหาความรู้
เราอ่านคัมภีร์ How to นั้นดีอยู่
แต่ถ้าหากไม่สำเร็จ
เกิดความล้มเหลว
ก็ต้องยอมรับให้ได้
✿
นี่คืออีกครึ่งหนึ่งของสิ่งที่เราควรมี
ซึ่งสมัยนี้มักจะมองข้าม
ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่สนใจ
ในทางโลกหรือทางธรรม
ทำไมถึงเป็นสิ่งสำคัญ ก็เพราะว่า
โลกนี้เราไม่สามารถบรรลุ
หรือได้รับทุกอย่างที่ปรารถนา
แม้เราพยายายามเต็มที่แล้ว
✿
บางครั้งมันก็ไม่สำเร็จ
คุณดูแลตัวเองอย่างเต็มที่
แต่สุดท้ายคุณก็เป็นโรค เจ็บป่วย
คุณพยายามฝึกจิตเต็มที่แล้ว
แต่สุดท้ายคุณก็ยังฟุ้งอยู่
✿
แต่ถ้าคุณยอมรับความป่วยได้
คุณยอมรับความฟุ้งได้ ใจก็จะไม่ทุกข์
เราไม่สามารถจะบรรลุ
ถึงสิ่งที่ปรารถนาได้ทุกอย่าง
เพราะมันไม่อยู่ในอำนาจของเรา
เราจึงต้องเตรียมใจพร้อมรับ
กับสิ่งที่เราไม่ปรารถนาด้วย
อันนี้รวมถึงความแก่ ความเจ็บ
ความพลัดพรากสูญเสีย ความตาย
✿
ต้องฝึกใจยอมรับสิ่งที่ไม่ปรารถนา
อย่าสนใจแต่เพียงธรรมะ
ที่ช่วยทำให้เราบรรลุถึงสิ่งที่ปรารถนา
เช่น
อิทธิบาท ๔
เราต้องสนใจธรรมะ
ที่ช่วยทำให้เรายอมรับสิ่งที่ไม่สมหวัง
ไม่ปรารถนาด้วย เช่น สติ อุเบกขา
ครึ่งหลังนี่คือสิ่งที่มักจะถูกมองข้าม
แม้กระทั่งนักปฏิบัติ
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2025, 08:25:24 am โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
ยาใจ
Administrator
Hero Member
กระทู้: 15628
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿
«
ตอบ #27 เมื่อ:
เมษายน 06, 2025, 08:07:19 am »
✿
เวลาฟุ้งซ่านก็หงุดหงิด หัวเสีย เครียด
บางคนเวลาป่วย ป่วยกายไม่พอ
ป่วยใจด้วย อันที่จริงการป่วยใจ
เพราะยอมรับความป่วยกายไม่ได้
นี่เป็นเรื่องธรรมดา คนทั่วไปก็เป็น
✿
คนทั่วไปเวลาป่วย
ป่วยทั้งกายป่วยทั้งใจ
เพราะใจไม่ยอมรับการป่วยกาย
ไม่ยอมรับทุกขเวทนาที่เกิดขึ้น
จึงป่วยใจไปด้วย เช่น หงุดหงิด โมโห
✿
แต่นักปฏิบัติจำนวนไม่น้อย
มีความคาดหวังว่า ป่วยกายแต่ใจไม่ป่วย
✿
ขอให้ใจสงบ
ครั้นใจไม่สงบก็ทุกข์เลย
ทุกข์เพราะยอมรับไม่ได้ที่ใจป่วย
คนธรรมดาโดนธนูสองดอกคือ
ป่วยกายและป่วยใจ
เพราะยอมรับความป่วยกายไม่ได้
✿
แต่นักปฏิบัติบางคนโดนธนูสามดอก
คือ ป่วยกาย และป่วยใจ
เพราะยอมรับความป่วยกายไม่ได้
และทุกข์ใจอีกขั้นหนึ่ง
เพราะยอมรับความทุกข์ใจไม่ได้
ตัดพ้อว่า ทำไมฉันปฏิบัติมาตั้งนาน
จิตยังแส่ส่าย หงุดหงิด โมโห
ทำไมฉันยังทุกข์ใจ
ทำไมใจยังกระสับกระส่าย
ทำไมใจไม่สงบเลย
ไหนครูบาอาจารย์บอกว่า
ถ้าปฏิบัติธรรมแล้วจะป่วยแต่กาย ใจไม่ป่วย
ทำไมฉันปฏิบัติแล้ว
จึงป่วยทั้งกายป่วยทั้งใจ
ฉันนี่แย่มากเลย
บางคนก็บ่นว่า
ทำไมการปฏิบัติธรรมไม่ช่วยฉันเลย
ทำไมใจฉันยังทุกข์อยู่
บางคนก็โทษตัวเองว่าปฏิบัติอย่างไร
ทำมาหลายปีแล้ว ยังทุกข์อยู่
หาความสงบใจไม่ได้เลย
แบบนี้เรียกว่าโดนธนูสามดอกเลยนะ
ดอกที่สามคือยอมรับไม่ได้ที่ใจป่วย
ไม่นิ่ง ไม่สงบ เพราะอะไร
เพราะคาดหวังว่าปฏิบัติธรรม
แล้วใจต้องไม่ป่วย ต้องนิ่ง ต้องสงบ
✿
การปฏิบัติธรรมบางครั้ง
ถ้าเราวางใจผิด จะคาดหวังผลสูง
คาดหวังมาก ครั้นสิ่งที่เกิดขึ้น
ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ก็ทุกข์เลย
และทุกข์มากด้วย
คุณต้องฝึกให้ใจพร้อมยอมรับทุกอย่าง
แม้กระทั่งเวลาใจป่วย เวลาใจแส่ส่าย
✿
มีหลายคนเป็นอย่างนี้
คาดหวังจากการปฏิบัติธรรมว่า
เวลาเจ็บป่วย ใจต้องไม่ป่วย
ใจต้องสงบ แต่พอใจป่วย
ใจทุกข์ร้อน ใจหงุดหงิด
ก็โทษตัวเองว่าปฏิบัติไม่ได้เรื่อง
หรือไม่ก็โทษการปฏิบัติว่า
ไม่ได้ช่วยตัวเองเลย
แต่พอจะให้กินยาระงับปวดก็ไม่ยอมกิน
✿
เพราะถือว่าฉันเป็นนักปฏิบัติธรรม
จะกินยาระงับปวดได้ยังไง
คนธรรมดาเขายอม
เพราะเขาไม่มีภาพนักปฏิบัติธรรม
ป่วยกาย ก็กินยา ปวดมากๆ ก็รับมอร์ฟีน
✿
แต่หลายคนจิตใจรุ่มร้อนหงุดหงิด
ไม่ใช่เพราะป่วยกายเท่านั้น
แต่เพราะคิดว่าการปฏิบัติ
ไม่ช่วยให้ตัวเองใจสงบได้
แต่พอจะให้รับยามอร์ฟีนก็ไม่รับ
ฉันเป็นนักปฏิบัติจะมากินมอร์ฟีนได้ยังไง
ผลก็คือทรมานมากเลย
นี่เป็นเพราะไม่ยอมรับตัวเอง
ไม่ยอมรับตัวเองว่า
มีข้อจำกัดในการปฏิบัติ
แล้วก็ไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับกายและใจ
✿
ถ้ายอมรับสักอย่าง
อย่างน้อยยอมรับว่าตัวเราปฏิบัติได้แค่นี้
เมื่อปวดมากๆ ทำใจไม่ได้ สมาธิเอาไม่อยู่
ขอมอร์ฟีนก็แล้วกัน
ก็ช่วยลดความทรมานได้
แต่เมื่อไม่ยอมรับตัวเองว่ายังปฏิบัติไม่พอ
และไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับกายและใจ
ใจจึงเป็นทุกข์มาก
✿
ฉะนั้นการยอมรับ เป็นสิ่งสำคัญมาก
ซึ่งนักปฏิบัติจำนวนไม่น้อย
ไม่สนใจที่จะฝึกตรงนี้ เพราะคาดหวัง
หรือเล็งผลเลิศจากการปฏิบัติ
ไม่คิดที่จะฝึกใจยอมรับ
หากการปฏิบัติธรรมไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง
✿
ฝึกเอาไว้เพราะว่าโลกและชีวิต
ไม่เป็นอย่างใจเราปรารถนาเสมอไป
…
“สร้างสมดุล ด้วยสติ”
พระอาจารย์ไพศาล
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 06, 2025, 08:19:19 am โดย ยาใจ
»
เข้าสู่ระบบ
พิมพ์
หน้า:
1
[
2
]
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
น้ำใจธรรม.เนต
»
สาระธรรม,ความรู้ที่เป็นประโยชน์
»
บทความธรรม
(ผู้ดูแล:
ยาใจ
) »
✿ สร้างสมดุล ด้วยสติ - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ✿