« เมื่อ: สิงหาคม 18, 2012, 11:29:51 am »
เรื่อง ธรรมะใกล้ตัว
โดย พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
คุณดังตฤณขอให้หลวงพ่อช่วยเขียนบทความ เพื่อลงหนังสือธรรมะออนไลน์ หลวงพ่อนึกภาพของหนังสือชนิดนี้ไม่ออก
จึงไม่ทราบว่าควรจะเขียนเรื่องอะไรดี แต่ก็ปฏิเสธคุณดังตฤณไม่ลง เพราะรักน้ำใจและเคยช่วยกันเผยแผ่ธรรมะมานานแล้ว
ไหน ๆ หนังสือของคุณดังตฤณก็ชื่อว่า “ธรรมะใกล้ตัว” หลวงพ่อจึงขอเล่าให้พวกเราฟังเกี่ยวกับความใกล้ตัวของธรรมะเสียก่อน เพราะ “ชาวพุทธ” จำนวนมากมักคิดว่าธรรมะเป็นเรื่องไกลตัว เช่น
1. ธรรมะเป็นเรื่องของคนอื่น เช่น คนแก่ คนเจ็บหนักคนอกหัก นักโทษประหาร หรือเป็นเรื่องของพระ ฯลฯ
2. ธรรมะอยู่ที่อื่น เช่นอยู่กับพระหรืออยู่กับวัด และ
3. ธรรมะเป็นเรื่องในเวลาอื่น คือ เวลาในอนาคต ส่วนปัจจุบันขอเอาเวลาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ เสียก่อน เอาไว้แก่แล้วจึงจะค่อยหันมาศึกษาธรรมะ เป็นต้น
กล่าวโดยสรุป คนส่วนมากมักเห็นว่า ธรรมะเป็นเรื่องของใครก็ได้ ที่ไม่ใช่ตัวเรา ความรู้สึกเหล่านี้เกิดจากทัศนะที่ว่าธรรมะเป็นเรื่องไกลตัวทั้งสิ้น
แต่ถ้าพวกเราได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ดี จะพบว่าธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างยิ่ง หลวงพ่อจึงเห็นว่าคุณดังตฤณมาถูกทางแล้ว ที่ชวนให้พวกเราสนใจธรรมะใกล้ตัว
คำว่า “ ใกล้ตัว ” มีความหมายได้หลายนัย อย่างแรกก็คือ ใกล้ในด้านตัวบุคคลหมายความว่า ถ้าจะแสวงหาธรรมะก็ไม่ต้องไปแสวงหาที่คนอื่น เพราะธรรมะอยู่กับคนที่เราใกล้ชิดที่สุด คือตัวเราเอง ซึ่งในประเด็นนี้ขอให้ลองศึกษาอริยสัจจ์ดูได้
ในบรรดาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น อริยสัจจ์เป็นธรรมที่ครอบคลุมธรรมทั้งปวง ถ้าปราศจากอริยสัจจ์ก็คือปราศจากพระพุทธศาสนา และอริยสัจจ์ข้อแรกนั้นเริ่มต้นด้วยทุกขสัจจ์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงระบุไว้ชัดเจนเลยว่าอุปาทานขันธ์คือทุกข์
สิ่งที่เรียกว่าอุปาทานขันธืก็คือรูปนาม/กายใจของเรานี้เอง และทรงสอนว่าภารกิจต่อทุกข์คือการรู้ ดังนั้น ถ้าพวกเราเพียงแต่สนใจคอยตามรู้กาย ตามรู้ใจของตนเองเนือง ๆ ก็คือการทำกิจต่อทุกขสัจจ์แล้ว
หากเราตามรู้จนจิตยอมรับความจริงว่ากายนี้ ใจนี้ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง จิตก็จะเข้าถึงธรรมในระดับพระโสดาบัน หากเรียนรู้จนจิตปล่อยวางความยึดถือกายและใจ จิตก็จะเข้าถึงธรรมในระดับพระอรหันต์
พวกเราเห็นหรือยัง ว่าธรรมะเป็นเรื่องใกล้ตัวเพราะเป็นเรื่องของตัวเราเอง ดังนั้น ธรรมะจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวในอีกแง่มุมหนึ่งคือ ใกล้ในด้านสถานที่ เพราะไม่ว่าเราอยู่ที่ไหน ธรรมะก็อยู่ที่นั่น เราไม่จำเป็นต้องเที่ยวแสวงหาธรรมะไกลตัวเลยเพียงมีสติตามรู้กายใจของตนเองด้วยจิตที่ตั้งมั่นมีสัมมาสมาธิ เราจะอยู่ที่ไหน เราก็เห็นธรรมะที่นั่น
อีกอย่างหนึ่ง ธรรมะเป็นของใกล้ตัวในด้านเวลา เพราะธรรมะไม่ได้อยู่ในอดีตหรืออนาคตอันห่างไกล แต่ปรากฏอยู่ที่กายที่ใจในปัจจุบันนี้เอง พวกเราควรหยุดการแสวงหาธรรมภายนอก แล้วพัฒนาสติและสัมมาสมาธิขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเรียนรู้ทุกข์คือกายกับใจของเราเองที่กำลังปรากฏในปัจจุบัน แล้วจะพบว่าความทุกข์ทางใจเริ่มหล่นหายเป็นลำดับ ๆ ไปทีเดียว
จากวารสารกัลยาณธรรม ฉบับที่ 25 มิถุนายน 2555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 15, 2012, 07:53:41 am โดย ยาใจ »

เข้าสู่ระบบ