ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 106852 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด




ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 17, 2018, 02:19:38 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด




  เลิกจมทุกข์ 


ความเศร้าโศกหดหู่ ก็เช่นเดียวกับอารมณ์อกุศลอื่น ๆ เมื่อเกิดขึ้นในใจ จะพยายามครองใจเราให้นานที่สุด มันจะสั่งใจเราให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อจะได้เศร้าโศกไม่เลิกรา ใครชวนไปไหน มันจะสั่งให้เราปฏิเสธ เพื่อจะได้นั่งเจ่าจุกคิดถึงเรื่องนั้นเป็นวัน ๆ เท่านั้นไม่พอ มันยังสั่งให้เราฟังเพลงเศร้า ๆ เพื่อจะได้เศร้าหนักขึ้น ใครเปิดเพลงสนุกสนานให้เราฟัง หวังให้คลายความเศร้าโศก เราจะไม่พอใจทันที เพราะในยามนั้นเราอยู่ในอำนาจของความเศร้าจนเกือบหมดเนื้อหมดตัว

การออกไปช่วยเหลือผู้อื่น หรือนึกถึงคนที่ทุกข์ยาก เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ใจเราหลุดจากความเศร้าโศกหรือหดหู่ได้ เราอาจใช้ความสูญเสียพลัดพราก เป็นแรงผลักดันในการทำสิ่งดีงามก็ได้ มองในแง่หนึ่งนั่นคือการเปลี่ยนความพลัดพรากสูญเสียให้เป็นพลังสร้างสรรค์

หญิงผู้หนึ่งสูญเสียลูกสาววัยเด็กทั้งสามคน รวมทั้งพ่อแม่ผู้ชราในกองเพลิง ซึ่งไหม้บ้านเธอต่อหน้าต่อตา โดยที่เธอช่วยคนเหล่านั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ตอนนั้นใจเธอแทบสลาย

อย่างไรก็ตาม ในงานศพของคนทั้งห้า แทนที่เธอจะคร่ำครวญถึงคนเหล่านั้น เธอเชิญชวนให้ญาติมิตรที่มาร่วมงาน นึกถึงลูก ๆ ของเธอ ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่น “โปรดรักษาเด็กน้อยเหล่านี้ไว้ในหัวใจของคุณด้วยการแสดงความรักพร้อมกับการกระทำที่เปี่ยมด้วยเมตตาอันบริสุทธิ์ ด้วยการรักซึ่งกันและกัน และหาทางช่วยเหลือผู้อื่นทุกวัน” ไม่เพียงแต่พูด เธอยังก่อตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนที่ทุกข์ยากตามเจตนารมณ์ดังกล่าว

มีน้อยคนที่สูญเสียคนรักพร้อมกันมากมายขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความเศร้าโศกท่วมท้นใจเธอมากมายเพียงใด ใครที่เจอความสูญเสียเช่นนี้คงยากที่จะประคองตนให้เป็นผู้เป็นคนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน แต่เป็นเพราะการนึกถึงผู้อื่นและลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อคนเหล่านี้ เธอจึงคลายจากความเศร้าโศก ใช่หรือไม่ว่าการทำสิ่งดีงามดังกล่าว ช่วยให้การตายของลูกเธอเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ไม่ไร้ประโยชน์ หรือเป็นแค่เคราะห์กรรมอันเลวร้ายที่บั่นทอนจิตใจอย่างเดียว

ไม่เพียงช่วยเหลือผู้คนที่ทุกข์ยากเท่านั้น แม้แต่การช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง ก็ช่วยเยียวยาจิตใจได้ ผู้เฒ่าคนหนึ่งสูญเสียภรรยาที่อยู่ร่วมกันมานานกว่า ๖๐ ปี เขารู้สึกหดหู่ หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ถึงกับพยายามฆ่าตัวตาย จนลูกต้องพาไปอยู่บ้านพักคนชรา จะได้มีเพื่อนและคนช่วยดูแล

แต่ตลอดสามเดือนที่นั่น เขายังคงหงอยเหงาเซื่องซึม เก็บตัวอยู่แต่บนเตียง ไม่พูดจากับใคร และไม่ยอมกินอะไรเลย จนหมอคิดว่าเขาคงไม่รอดแล้ว เพราะหมดแรงจูงใจในการมีชีวิต แต่แล้ววันหนึ่งเจ้าหน้าที่บ้านพักคนชราก็เอานกแก้วมาให้เขาคู่หนึ่ง ทีแรกเขาไม่มีทีท่าสนใจมัน ต่อมาก็เริ่มหันมาจ้องดูมันบ้าง วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่มาให้อาหารนก เขาก็เล่าให้ฟังว่า นกเป็นอย่างไร และมันชอบอะไรบ้าง เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงให้เห็นถึงความสนใจสิ่งนอกตัว แทนที่จะจมอยู่กับตัวเอง

ไม่นานเขาก็เริ่มกิน สวมเสื้อผ้าเอง และเดินออกจากห้อง เมื่อเขารู้ว่าบ้านพักแห่งนี้เอาหมามาเลี้ยง เขาก็เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ ขออาสาพาหมาไปเดินเล่น สามเดือนหลังจากนั้นเขาก็กลับเป็นปกติ และกลับบ้านได้

ความเมตตามีอานุภาพในการเยียวยา ช่วยให้พลังชีวิตที่ถูกกดทับกลับคืนมา ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ไม่ได้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นเท่านั้น หากยังมีอานิสงส์แก่ตัวเราเองอย่างที่นึกไม่ถึง


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 12, 2018, 04:27:46 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



ทำอย่างไรถึงมีสติรู้สึกตัวเร็วขึ้น?


ปุจฉา - กราบนมัสการเจ้าค่ะ การมีสติในชีวิตประจำวันนั้น จะมีวิธีฝึกอย่างไรให้ “รู้สึกตัว” ได้เร็วขึ้นเจ้าคะ โยมพยายามเจริญสติในชีวิตประจำวัน ทว่ากว่าจะรู้สึกตัว รู้อีกทีก็หมดวันแล้วเจ้าค่ะ และหากยังไม่สามารถ “รู้ซื่อๆ” หรือ “รู้เฉยๆ” ได้ มักจะดิ้นกระโจนตามสิ่งที่มากระทบ ณ ขณะนั้นเสมอ ควรจะมีวิธีจัดการตัวเอง หรือทำอย่างไรดี กราบขอพระอาจารย์เมตตาชี้แนะเจ้าค่ะ

พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - เวลาทำอะไร ก็ให้ใจอยู่กับสิ่งนั้น หรือทำสิ่งนั้นด้วยใจเต็มร้อย ไม่พะวงหรือคิดถึงเรื่อง รวมทั้งไม่ทำอย่างอื่นในเวลาเดียวกัน เช่น ขณะที่กำลังอาบน้ำ ใจก็อยู่กับการอาบน้ำ พูดง่าย ๆ ตัวอยู่ไหน ใจอยู่นั่น ไม่ใช่ว่า ขณะที่อาบน้ำ ก็นึกถึงงานว่า เช้านี้จะต้องนัดพบใครบ้าง มีอะไรที่จะต้องปรึกษาหารือเพื่อนร่วมงานบ้าง พูดอีกอย่างคือ เวลาทำอะไร ก็ขอให้ทำทีละอย่าง ไม่ใช่ว่า กินข้าวไปด้วย คิดงานไปด้วย หรือเล่นไลน์ไปด้วย

พยายามทำอย่างนี้ตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าล้างหน้า เก็บที่นอน หรือทำกิจใด ๆ ก็ตาม แม้เป็นงานเล็กงานน้อย หรือเป็นกิจวัตรประจำวัน ก็ให้ทำอย่างมีสติ ใจอยู่กับสิ่งนั้น จะเผลอไปบ้างก็ไม่เป็นไร รู้ตัวเมื่อไหร่ก็พาใจกลับมาอยู่กับสิ่งนั้น ทำใหม่ ๆ เราจะเผลอหรือลืมตัวมากกว่ารู้ตัว แต่ต่อไปจะรู้ตัวมากขึ้น ใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวไวขึ้น

อย่าไปกังวลว่าใจจะกระโจนไปตามสิ่งที่มากระทบอยู่เรื่อย ๆ นั่นเป็นธรรมดาของจิต สิ่งสำคัญอยู่ที่การพยายามกลับมารู้ตัวให้ไวขึ้น นั่นเป็นงานของสติ ถ้าสติระลึกได้ไวขึ้น (ว่ากำลังทำอะไรอยู่ขณะนั้น ๆ) ความรู้สึกตัวก็จะเกิดขึ้นเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น

เวลาอยู่ว่าง ๆ ไม่ได้ทำอะไร เช่น นั่งรถ หรือคอยคน ก็อย่าอยู่เฉย ๆ ใจจะลอยได้ง่าย ลองคลึงนิ้วหรือกระดิกนิ้ว เบา ๆ ส่วนใจก็รับรู้อาการเคลื่อนไหวของนิ้วไปด้วย ไม่ต้องถึงกับไปเพ่งมัน แค่รับรู้เบา ๆ แม้ว่าทำไปสักพัก ใจจะลอยไปที่อื่น อดีตบ้าง อนาคตบ้าง แต่สักพักความรู้สึกที่นิ้วจะเรียกใจกลับมา หรือ “สะกิด”ให้ใจมีสติ กลับมาอยู่กับปัจจุบัน วิธีนี้เป็นการฝึกสติในชีวิตประจำวัน ที่ทำได้ง่าย และทำได้บ่อย ๆ แม้แต่เวลาอยู่ในห้องน้ำ ก็ทำได้




ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 17, 2018, 10:55:10 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



เป็นมิตรกับตัวเอง


การพึ่งตัวเอง ไม่หวังพึ่งพาความสุขจากสิ่งใด ๆ จะช่วยให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง และเป็นสุขในทุกหนแห่ง ไม่ว่าสิ่งต่าง ๆ จะผันผวนแปรปรวนอย่างใด เราจะไม่มัวคาดหวังสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นดั่งใจ เพราะรู้ว่ามันไม่อยู่ในอำนาจของเรา แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยสิ่งต่าง ๆ หากยังพร้อมจะเข้าไปเกี่ยวข้องดูแลโดยทำตามเหตุปัจจัย มิใช่เพราะความยึดติดถือมั่นอยากให้เป็นตามใจปรารถนา

ความสุขที่แท้อยู่ที่การพึ่งตน ซึ่งที่จริงก็คือการพึ่งธรรม ดำเนินชีวิตตามธรรมและอย่างถูกธรรมนั่นเอง



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ҾѸ 28, 2018, 07:18:57 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



  รู้ทันกิเลส

เวลาเกิดความอยากได้นั่นได้นี่ เรามักทำตามความอยากทันที คือขวนขวายไปหามันมา จึงไม่มีโอกาสที่จะเห็นหรือรู้ทันความอยาก แต่หากเราลองไม่ทำตามมันดูบ้าง เช่น ไม่ซื้อหรือผัดผ่อนไปก่อน มันจะแสดงตัวให้เราเห็นอย่างชัดเจน ด้วยการ “โวยวาย”หรือดิ้นรนผลักดันให้เราคล้อยตามมันให้ได้ ตรงนี้เองหากเราลองตั้งสติและดูมันไปเรื่อย ๆ ไม่ช้าไม่นานมันก็จะสงบลงไปเอง

อารมณ์ที่บั่นทอนจิตใจ ไม่ว่าความโกรธหรือความอยาก เปรียบเสมือนโจรที่กลัวคนเห็น ทันทีที่ถูกเห็น มันก็จะทนเฉยไม่ได้ ต้องล่าถอยไป เช่นเดียวกับความมืดที่แพ้แสงสว่าง




ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 17, 2018, 02:22:10 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด




“อยู่ดี” กับ “ตายดี” เป็นสิ่งที่ไปด้วยกัน หากว่าการอยู่ดีนั้นหมายถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า หมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว รวมทั้งลดละความเห็นแก่ตัวและอารมณ์อกุศลที่สร้างความทุกข์ให้แก่จิตใจ (ไม่ใช่ “อยู่ดีกินดี” หรืออยู่อย่างอัครฐาน พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ) การตายดีก็เป็นอันหวังได้

ในทำนองเดียวกันหากฝึกจิตอยู่เสมอเพื่อการตายดี ย่อมส่งผลให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นไปในทางที่ดีงาม เช่น เห็นความสำคัญของการอยู่อย่างไม่ประมาท มีศรัทธาในสิ่งดีงาม ขณะเดียวกันก็รู้จักปล่อยวาง


พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 19, 2018, 08:19:59 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด




  ทุกวันนี้เรามีชีวิตที่สบายกว่าเมื่อก่อนมาก ความทุกข์ทางกายลดน้อยถอยลงไปมาก เพราะมีเครื่องทุ่นแรงและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แม้กระนั้นความทุกข์ใจก็ไม่ได้ลดลงเลย กลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เห็นได้จากคนที่เป็นโรคจิต โรคประสาท และโรคซึมเศร้า ซึ่งมีจำนวนมากขึ้น เช่นเดียวกับผู้ที่เจ็บป่วยเพราะความวิตกกังวลรุมเร้า

  บ่อยครั้งเรามักโทษสิ่งภายนอกว่าเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ใจ เช่น ดินฟ้าอากาศ รถติด เพื่อนร่วมงาน คนรอบข้าง เศรษฐกิจ การเมือง แต่หากใคร่ครวญให้ถ่องแท้ จะพบว่าสาเหตุแท้จริงนั้นอยู่ที่ใจเรานี้เอง เป็นเพราะเราไม่ยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น หรือเก็บเอาคำต่อว่าด่าทอของคนอื่นมาทิ่มแทงจิตใจตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงรู้สึกเจ็บปวด ขุ่นเคือง โกรธแค้น เป็นเพราะใจที่มองลบคิดร้าย เราจึงกลัดกลุ้มและวิตกกังวลกับอนาคตทั้ง ๆ ที่มันยังไม่เกิด ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เรากล่าวโทษสิ่งรอบตัวว่าผิดพลาดเพราะมันไม่เป็นไปตามใจเรา แต่ลืมมองว่าเป็นเพราะความหลงของเราต่างหากที่อยากให้ทุกสิ่งเป็นไปดังใจหวัง

  ความทุกข์ใจนั้นเกิดเพราะความหลงของเรายิ่งกว่าอะไรอื่น เริ่มตั้งแต่หลงอยากให้โลกเป็นไปตามใจเรา เมื่อผิดหวัง เกิดความโกรธเคืองและเศร้าโศกตามมา ก็หลงแบกความผิดหวัง และหลงยึดอารมณ์เหล่านั้น ทั้ง ๆ ที่ทุกข์จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ใจก็ไม่ยอมปล่อย ยังคงแบกต่อไปเพราะลืมตัว แต่เมื่อใดที่เราเกิดความตื่นรู้ เริ่มจากรู้ตัวว่าหลงแบกหลงยึด การปล่อยวางก็จะเกิดขึ้น และเมื่อรู้ความจริงว่าทุกอย่างแปรเปลี่ยนเป็นนิจ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยต่าง ๆ มากมาย ไม่อยู่ในอำนาจของใคร ที่จะบงการให้เป็นไปดังใจหวังได้ อีกทั้งยังไม่อาจยึดติดถือมั่นให้เที่ยงแท้ได้ เมื่อนั้นความทุกข์ก็จะจางคลายไป

  ทุกข์นั้นคลายได้เมื่อใจตื่นรู้ ดังนั้นจึงควรหมั่นฝึกใจให้มีความรู้ตัวอยู่เสมอ อันจะเป็นบาทฐานสู่การรู้ความจริงอย่างแจ่มแจ้ง จนไม่ยึดติดถือมั่นให้เกิดทุกข์อีกต่อไป ในขณะที่พยายามทำกิจเพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาต่าง ๆ ก็ควรทำจิตรักษาใจไม่ให้เป็นทุกข์เพราะปัญหาเหล่านั้น


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล





ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 25, 2018, 07:01:29 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



  คิดเป็น คิดถูก เป็นสุขทุกเมื่อ 

ความรังเกียจชิงชังมักทำให้เราเผลอทำสิ่งที่เกินเลย (over-react) จนได้ไม่คุ้มเสีย

ดังนั้นก่อนที่จะจัดการกับปัญหาใด ๆ ควรหันมาสำรวจตนเองเสียก่อนว่า เรามีความรังเกียจชิงชังมากไปหรือเปล่า มองให้ดีอาจพบว่า

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราไม่ได้สร้างความทุกข์ให้แก่เรามาก

เท่ากับความรู้สึกลบต่อสิ่งนั้น บ่อยครั้งเพียงแค่เราลดความรู้สึกดังกล่าวลง สิ่งนั้นก็ไม่กลายเป็นปัญหาอีกต่อไป


เสียงธรรมจากพระอ.ไพศาล วิสาโล
ตามลิงค์นี้เข้าไปฟังหรือดาวน์โหลด



  ===>  https://drive.google.com/file/d/1oa99wFDsE5U5aOH1H_ta6kFrr12b_m-X/view



*--------------------------------------------------------------------*




คุกของใจ


เสียงธรรมรับอรุณวัดป่าสุคะโต

จากหลวงพ่อไพศาล วิสาโล

พูดหลังทำวัตรเช้าใหม่ล่าสุด

ตามลิงค์นี้เข้าไปฟังหรือดาวน์โหลด



  ===> https://drive.google.com/file/d/1d8ftL5Yi5HHm6qmGA2LxkmZsPiXRYZoK/view



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 19, 2018, 08:41:13 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



เมื่อเจอเหตุการณ์ไม่พึงปรารถนา แทนที่จะต่อสู้ขัดขืน อย่างแรกที่ควรทำคือยอมรับมัน ไม่ปฏิเสธหรือต่อสู้ขัดขืน อย่างน้อย ๆ มันช่วยทำให้เราทุกข์ใจน้อยลง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นของหาย งานหนัก หรือความเจ็บป่วย เมื่อเจ็บป่วยแล้วบ่นตีโพยตีพาย คุณจะทุกข์กว่าเดิม ไม่ใช่แค่ทุกข์กายเท่านั้น แต่ทุกข์ใจด้วยแต่ถ้ายอมรับว่าเมื่อความป่วยเกิดขึ้นกับเราแล้ว ป่วยการที่จะตีโพยตีพายหรือปฏิเสธมัน แทนที่จะตีโพยตีพาย ไม่ดีกว่าหรือหากเราจะมาพิจารณาว่าจะรักษาตัวอย่างไรให้หายป่วย

การยอมรับไม่ใช่การยอมจำนน แต่หมายถึงการยอมรับความจริงว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ไม่ เสียเวลาหรือเสียอารมณ์ด้วยการตีโพยตีพายโวยวาย แต่เราจะยอมรับความจริงได้ก็ต้องมีสติรู้ทันใจของตัวเอง เพราะปฏิกิริยาแรกของใจก็คือการโวยวาย ต่อสู้ ขัดขืน ผลักไส เป็นธรรมดาของใจเมื่อเจอสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ใจก็จะผลักไสต่อต้านเป็นอย่างแรก ถ้าหนีไม่ได้ก็จะผลักไส แต่ถ้ามีสติรู้ทันอาการดังกล่าว มันก็จะคลายไป ช่วยทำให้ใจเราสงบ เพราะความสงบเกิดจากการยอมรับ แต่ถ้าเราดิ้นขัดขืนเมื่อไหร่ใจจะเป็นทุกข์ เร่าร้อนทันที


พระไพศาล วิสาโล


ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ҾѸ 05, 2018, 02:58:49 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



  คำถามเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนโลก 


เวลาเราเจอคนตำหนิต่อว่าเราก็ทุกข์

เพราะเรามัวแต่คิดในใจว่าทำไมมาว่าฉัน

ถือดียังไงมาว่าฉัน ถ้าคิดแบบนี้ถือว่าทุกข์นะ

แต่ถ้าเราเปลี่ยนคำถามใหม่ ว่าเราทำไม

ถึงอ่อนไหวถึงไปทุกข์ กับลมปากของเขา

คำด่าของเขาก็ไม่ต่างจากลมปากหรอก

มันมาแล้วมันก็ไป ลองถามแบบนี้กับตัวเองบ้าง


บางทีเราจะพบว่าเราไม่น่าโง่กับลมปาก

ของเขาเลย หลายคนเป็นทุกข์ ว่าทำไม

เพื่อนไม่เข้าใจฉัน พ่อแม่ไม่เข้าใจฉัน

ทำไมแฟนถึงไม่เข้าใจฉัน คนเรามักจะทุกข์

เมื่อคิดอย่างนี้ แต่เราลองเปลี่ยนคำถาม

เสียใหม่ว่าแล้วเราละเข้าใจเขาแล้วหรือยัง




เสียงธรรมจากพระอ.ไพศาล วิสาโล
ตามลิงค์นี้เข้าไปฟังหรือดาวน์โหลด

  ===>  https://drive.google.com/file/d/1gIN_ovJ3X162xraRbeAkvGcB9cigSyy3/view



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 25, 2018, 07:27:35 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



จิตที่ฝึกไว้ดีแล้ว สามารถที่จะทำให้เราเข้าถึงประโยชน์สูงสุดของความเป็นมนุษย์ได้ สามารถจะกลายเป็นมิตรที่ดีที่สุดของเรา

มิตรที่ดีที่สุดของเรา กับศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของเรา ไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย อยู่กลางใจเรานี้เอง

ถ้าฝึกจิตไว้ไม่ดีหรือไม่ฝึกเลย จิตก็จะกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุด แต่ถ้าฝึกไว้ดีก็จะกลายเป็นมิตรที่ประเสริฐที่สุด ที่สามาถจะทำให้เราได้พบกับความสุขที่แท้และอยู่เหนือความทุกข์ทั้งปวงได้


พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ҾѸ 09, 2018, 12:34:57 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด




ชั่วชีวิตของคนเรา มีวิชามากมายที่ต้องเรียนรู้ มิใช่เพื่อความอยู่รอดเท่านั้น แต่ยังเพื่อความเจริญก้าวหน้าและผาสุก วิชาเหล่านี้เปิดสอนทั้งในโรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย โดยมีการวัดผลอย่างจริงจัง แต่มีวิชาหนึ่งที่มักถูกละเลย และแทบไม่มีสอนในสถาบันการศึกษาใด ๆ นั่นคือ วิชาชีวิต

มีวิชามากมายที่เรียนอย่างหน้าดำคร่ำเครียดในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ครั้นสอบผ่านแล้วหลายคนแทบไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์เลย แต่วิชาชีวิตนั้นหาเป็นเช่นนั้นไม่ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ตลอดเวลา วิชามากมายเรียนแล้วช่วยให้ร่ำรวยมีสถานภาพทางสังคม แต่ไม่ได้ช่วยแก้ทุกข์ได้เลย ไม่ว่ายามเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกต่อว่าด่าทอ สูญเสียคนรัก หรือล้มป่วย ในขณะที่วิชาชีวิตนั้นช่วยให้เราก้าวข้ามปัญหาชีวิตไปได้ด้วยดี แม้ประสบกับความผันผวนปรวนแปรในชีวิต จิตก็ยังเป็นปกติสุขอยู่ได้

วิชาชีวิตช่วยให้เราไม่จมทุกข์ หรือซ้ำเติมตนเองยามประสบปัญหา ขณะเดียวกันก็ไม่หลงระเริงในลาภยศและความสำเร็จ มีภูมิคุ้มกันรักษาใจไม่ให้อารมณ์อกุศลครอบงำ และสามารถเป็นสุขได้ในทุกหนแห่ง เมื่อพลัดพรากก็ไม่เศร้าโศกเสียใจ เมื่อสูญเสียก็ไม่ตีอกชกหัว เมื่อเจ็บป่วยก็ไม่คร่ำครวญ และเมื่อจะตายก็ไม่พรั่นพรึง

วิชาชีวิตนั้นเรียนได้จากประสบการณ์ชีวิต โดยมีปัญหาต่าง ๆ เป็นทั้งการบ้านและบททดสอบ อีกทั้งมีความตายเป็นการสอบไล่ ชนิดที่ไม่มีการแก้ตัว หากสอบตกก็ทุรนทุรายก่อนตายโดยมีอบายเป็นที่หมาย หากสอบได้ก็จากไปอย่างสงบและเข้าถึงสุคติ น่าเสียดายที่คนจำนวนไม่น้อยพากันสอบตก เพราะไม่คิดว่าจะมีการสอบไล่ชนิดนี้รออยู่ จึงมิได้เตรียมตัวแม้แต่น้อย หรือหนักกว่านั้นคือไม่คิดว่ามีวิชาชีวิตที่ต้องเรียนเลยด้วยซ้ำ ทั้งชีวิตจึงปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไป แต่ผู้มีปัญญานั้นย่อมตระหนักเสมอว่า ชีวิตนี้มีขึ้นเพื่อการเรียนรู้ และการเรียนรู้ที่สำคัญคือวิชาชีวิต ดังนั้นจึงหมั่นศึกษาหาบทเรียนจากวิชานี้อยู่เสมอ รางวัลที่ได้คือเมื่อยังมีลมหายใจก็เป็นสุขในทุกที่ ครั้นวาระสุดท้ายมาถึงก็พร้อมรับความตายด้วยใจสงบ


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ҾѸ 05, 2018, 03:05:14 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



หลายคนคิดว่าเวลาของพ่อแม่ยังมีอีกมาก จึงละเลยที่จะใช้เวลานั้นเพื่อท่าน ทั้ง ๆ ที่นั่นคือโอกาสทองที่เหลือน้อยลงทุกที สุดท้ายเมื่อท่านจากไป ก็มาเสียใจ รู้สึกผิดภายหลัง

มีคนจำนวนไม่น้อยที่เมื่อพบว่าพ่อแม่ป่วยหนักอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต เขาทำใจไม่ได้ที่จะให้ท่านตายตามวิถีธรรมชาติหรือตามจังหวะของสังขาร แต่จะทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อชีวิตท่านให้ยืนยาวมากที่สุด ในขณะที่พี่น้องที่ดูแลท่านมาแต่แรกโดยตลอด รู้ดีว่าการยื้อชีวิตอย่างนั้นเป็นการทรมานคนไข้ เพราะต้องเจาะคอ ใส่ท่อ ใช้เครื่องช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ สารพัดที่คนที่ดูแลพ่อแม่มาตลอดตระหนักดีว่า หากท่านจากไปอย่างธรรมชาติ นั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับท่าน

แต่คนที่ไม่เคยมีเวลาให้กับพ่อแม่เลย เมื่อจังหวะนี้มาถึง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ท่านจากไปอย่างธรรมชาติ แต่เขาจะยื้อเอาไว้ให้ได้นานที่สุดในนามของความกตัญญู แล้วก็ไม่ตระหนักเลยว่าการทำเช่นนั้น ทำให้ท่านทุกข์ทรมานอย่างไรบ้าง บางทีท่านส่งสายตาวิงวอน เพราะพูดไม่ได้ แต่ถึงตอนนั้นใคร ๆ ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะว่าหากถอดท่อหรือปิดเครื่องก็ไม่มั่นใจว่า การทำเช่นนั้นจะเป็นปาณาติบาตหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องยื้อไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้เพียงเพื่อตอบสนองความรู้สึกของลูกว่าได้ทำดีที่สุดแล้วกับพ่อแม่ ทั้ง ๆ ที่ตอนที่ท่านยังสุขสบายดีอยู่ ลูกกลับไม่มีเวลาให้ท่านเลย ครั้นท่านป่วยและพร้อมจะตายกลับพยายามยืดชีวิตท่าน กลายเป็นการเพิ่มหรือยื้อความทุกข์ทรมานของท่าน

แต่ถ้าเราทำหน้าที่ที่ดีที่สุดกับท่านแล้ว ในขณะที่ท่านมีสุขภาพดี เมื่อถึงเวลาที่ท่านจากไปก็ยอมรับได้ ครั้นท่านจากไปก็ไม่รู้สึกผิด เพราะมั่นใจว่าได้ทำหน้าที่ที่สมควรทำต่อท่านแล้ว


พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ҾѸ 14, 2018, 03:34:19 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



ความสุขมิใช่อภิสิทธิ์ของคนรวย แต่เป็นสมบัติของทุกคน จริงอยู่เงินทองสามารถบันดาลความสะดวกสบายให้เกิดขึ้นได้ แต่ความสะดวกสบายหาใช่ความสุขไม่ คนจำนวนไม่น้อยมีความทุกข์ทั้ง ๆ ที่ชีวิตเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ใช่หรือไม่ว่าคนสมัยนี้มีชีวิตที่สะดวกสบายและมั่งคั่งกว่าคนสมัยก่อนมาก แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความเครียด ความเจ็บป่วยทางจิต และอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าด้วยเช่นกัน

เจอสิ่งดี ๆ เช่น โชคลาภไม่ได้เป็นหลักประกันว่าใจจะดีหรือมีความสุขเสมอไป ในทำนองเดียวกันแม้เจอสิ่งร้าย ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าใจจะย่ำแย่หรือเป็นทุกข์ไปด้วย เจออะไรไม่สำคัญเท่ากับว่าใจเป็นอย่างไร หากใจมีสติ ปัญญา หรือวางใจถูก แม้เจอสิ่งร้าย ๆ ใจก็ยังเป็นปกติ หรือมีความสุขได้ หลายคนไม่เพียงก้าวข้ามความยากลำบากและความสูญเสียพลัดพรากไปได้เท่านั้น หากยังเข้มแข็ง มั่นคง และฉลาดกว่าเดิม

ใจที่ฝึกไว้ดีแล้ว นอกจากจะเป็นปกติในยามเจอเหตุร้ายแล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ด้วย ดังนั้นแทนที่จะร่ำร้องเรียกหาหรืออธิษฐานขอให้เจอสิ่งดี ๆ ควรที่เราจะให้ความสำคัญกับการหมั่นฝึกใจให้ดี มีคุณภาพ เพราะนี้ต่างหากที่เป็นหลักประกันแห่งความสุขที่แท้จริง


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ҾѸ 14, 2018, 03:37:53 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8905
    • ดูรายละเอียด



ชายหนุ่มทำโทรศัพท์มือถือหาย รู้สึกเป็นทุกข์อย่างมากเพราะเพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน แถมราคาก็แพงด้วย จึงไปหาหลวงพ่อขอคำปรึกษา เผื่อจะได้ของคืนมา

หลวงพ่อฟังปัญหาแล้ว แทนที่จะซักถามเรื่องโทรศัพท์มือถือ กลับถามว่า

“มีทองไหม ?”

“มีครับ”

“อีกไม่นานทองก็จะหาย” แล้วท่านก็ถามต่อว่า “มีรถไหม ?”

“มีครับ”

“อีกไม่นานรถก็จะหาย...แล้วมีแฟนไหม?”

“มีครับ”

“อีกไม่นานแฟนก็จะหาย”

ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็ได้คิด ปัญหาถูกเปลื้องไปจากใจ กราบหลวงพ่อแล้วเดินออกจากกุฏิด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น

ชายหนุ่มไม่รู้สึกเป็นทุกข์ที่สูญโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป เพราะได้คิดว่านั่นเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความสูญเสียอีกมากมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เขาคงระลึกได้อีกด้วยว่าความสูญเสียพลัดพรากนั้นเป็นธรรมดาของชีวิต หลวงพ่อไม่ได้แช่งว่า ทอง รถ และแฟนของเขาจะมีอันเป็นไป หากแต่ท่านพูดถึงสัจธรรมของชีวิตที่ไม่มีใครหนีพ้น เพราะมีกับเสียนั้นเป็นของคู่กัน

คนเรามักลืมคิดถึงธรรมดาของชีวิตที่ต้องมีการพลัดพรากสูญเสีย เมื่อมีหรือได้อะไรก็ตามก็ทึกทักเอาว่ามันจะต้องอยู่กับเราไปตลอด เรายอมไม่ได้ที่มันจะพรากจากเราไป (เว้นเสียแต่ว่าเราเป็นฝ่ายละทิ้งมันไปเอง) น้อยนักที่เราจะเผื่อใจนึกถึงความไม่เที่ยงของสิ่งที่เรามี


พระไพศาล วิสาโล


ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ՉҤ 15, 2018, 06:56:16 AM โดย ยาใจ »