ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 74985 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7900
    • ดูรายละเอียด




ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 17, 2018, 02:19:38 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7900
    • ดูรายละเอียด




  เลิกจมทุกข์ 


ความเศร้าโศกหดหู่ ก็เช่นเดียวกับอารมณ์อกุศลอื่น ๆ เมื่อเกิดขึ้นในใจ จะพยายามครองใจเราให้นานที่สุด มันจะสั่งใจเราให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อจะได้เศร้าโศกไม่เลิกรา ใครชวนไปไหน มันจะสั่งให้เราปฏิเสธ เพื่อจะได้นั่งเจ่าจุกคิดถึงเรื่องนั้นเป็นวัน ๆ เท่านั้นไม่พอ มันยังสั่งให้เราฟังเพลงเศร้า ๆ เพื่อจะได้เศร้าหนักขึ้น ใครเปิดเพลงสนุกสนานให้เราฟัง หวังให้คลายความเศร้าโศก เราจะไม่พอใจทันที เพราะในยามนั้นเราอยู่ในอำนาจของความเศร้าจนเกือบหมดเนื้อหมดตัว

การออกไปช่วยเหลือผู้อื่น หรือนึกถึงคนที่ทุกข์ยาก เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ใจเราหลุดจากความเศร้าโศกหรือหดหู่ได้ เราอาจใช้ความสูญเสียพลัดพราก เป็นแรงผลักดันในการทำสิ่งดีงามก็ได้ มองในแง่หนึ่งนั่นคือการเปลี่ยนความพลัดพรากสูญเสียให้เป็นพลังสร้างสรรค์

หญิงผู้หนึ่งสูญเสียลูกสาววัยเด็กทั้งสามคน รวมทั้งพ่อแม่ผู้ชราในกองเพลิง ซึ่งไหม้บ้านเธอต่อหน้าต่อตา โดยที่เธอช่วยคนเหล่านั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ตอนนั้นใจเธอแทบสลาย

อย่างไรก็ตาม ในงานศพของคนทั้งห้า แทนที่เธอจะคร่ำครวญถึงคนเหล่านั้น เธอเชิญชวนให้ญาติมิตรที่มาร่วมงาน นึกถึงลูก ๆ ของเธอ ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่น “โปรดรักษาเด็กน้อยเหล่านี้ไว้ในหัวใจของคุณด้วยการแสดงความรักพร้อมกับการกระทำที่เปี่ยมด้วยเมตตาอันบริสุทธิ์ ด้วยการรักซึ่งกันและกัน และหาทางช่วยเหลือผู้อื่นทุกวัน” ไม่เพียงแต่พูด เธอยังก่อตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนที่ทุกข์ยากตามเจตนารมณ์ดังกล่าว

มีน้อยคนที่สูญเสียคนรักพร้อมกันมากมายขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความเศร้าโศกท่วมท้นใจเธอมากมายเพียงใด ใครที่เจอความสูญเสียเช่นนี้คงยากที่จะประคองตนให้เป็นผู้เป็นคนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน แต่เป็นเพราะการนึกถึงผู้อื่นและลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อคนเหล่านี้ เธอจึงคลายจากความเศร้าโศก ใช่หรือไม่ว่าการทำสิ่งดีงามดังกล่าว ช่วยให้การตายของลูกเธอเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ไม่ไร้ประโยชน์ หรือเป็นแค่เคราะห์กรรมอันเลวร้ายที่บั่นทอนจิตใจอย่างเดียว

ไม่เพียงช่วยเหลือผู้คนที่ทุกข์ยากเท่านั้น แม้แต่การช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง ก็ช่วยเยียวยาจิตใจได้ ผู้เฒ่าคนหนึ่งสูญเสียภรรยาที่อยู่ร่วมกันมานานกว่า ๖๐ ปี เขารู้สึกหดหู่ หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ถึงกับพยายามฆ่าตัวตาย จนลูกต้องพาไปอยู่บ้านพักคนชรา จะได้มีเพื่อนและคนช่วยดูแล

แต่ตลอดสามเดือนที่นั่น เขายังคงหงอยเหงาเซื่องซึม เก็บตัวอยู่แต่บนเตียง ไม่พูดจากับใคร และไม่ยอมกินอะไรเลย จนหมอคิดว่าเขาคงไม่รอดแล้ว เพราะหมดแรงจูงใจในการมีชีวิต แต่แล้ววันหนึ่งเจ้าหน้าที่บ้านพักคนชราก็เอานกแก้วมาให้เขาคู่หนึ่ง ทีแรกเขาไม่มีทีท่าสนใจมัน ต่อมาก็เริ่มหันมาจ้องดูมันบ้าง วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่มาให้อาหารนก เขาก็เล่าให้ฟังว่า นกเป็นอย่างไร และมันชอบอะไรบ้าง เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงให้เห็นถึงความสนใจสิ่งนอกตัว แทนที่จะจมอยู่กับตัวเอง

ไม่นานเขาก็เริ่มกิน สวมเสื้อผ้าเอง และเดินออกจากห้อง เมื่อเขารู้ว่าบ้านพักแห่งนี้เอาหมามาเลี้ยง เขาก็เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ ขออาสาพาหมาไปเดินเล่น สามเดือนหลังจากนั้นเขาก็กลับเป็นปกติ และกลับบ้านได้

ความเมตตามีอานุภาพในการเยียวยา ช่วยให้พลังชีวิตที่ถูกกดทับกลับคืนมา ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ไม่ได้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นเท่านั้น หากยังมีอานิสงส์แก่ตัวเราเองอย่างที่นึกไม่ถึง


ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 12, 2018, 04:27:46 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7900
    • ดูรายละเอียด



ทำอย่างไรถึงมีสติรู้สึกตัวเร็วขึ้น?


ปุจฉา - กราบนมัสการเจ้าค่ะ การมีสติในชีวิตประจำวันนั้น จะมีวิธีฝึกอย่างไรให้ “รู้สึกตัว” ได้เร็วขึ้นเจ้าคะ โยมพยายามเจริญสติในชีวิตประจำวัน ทว่ากว่าจะรู้สึกตัว รู้อีกทีก็หมดวันแล้วเจ้าค่ะ และหากยังไม่สามารถ “รู้ซื่อๆ” หรือ “รู้เฉยๆ” ได้ มักจะดิ้นกระโจนตามสิ่งที่มากระทบ ณ ขณะนั้นเสมอ ควรจะมีวิธีจัดการตัวเอง หรือทำอย่างไรดี กราบขอพระอาจารย์เมตตาชี้แนะเจ้าค่ะ

พระไพศาล วิสาโล วิสัชนา - เวลาทำอะไร ก็ให้ใจอยู่กับสิ่งนั้น หรือทำสิ่งนั้นด้วยใจเต็มร้อย ไม่พะวงหรือคิดถึงเรื่อง รวมทั้งไม่ทำอย่างอื่นในเวลาเดียวกัน เช่น ขณะที่กำลังอาบน้ำ ใจก็อยู่กับการอาบน้ำ พูดง่าย ๆ ตัวอยู่ไหน ใจอยู่นั่น ไม่ใช่ว่า ขณะที่อาบน้ำ ก็นึกถึงงานว่า เช้านี้จะต้องนัดพบใครบ้าง มีอะไรที่จะต้องปรึกษาหารือเพื่อนร่วมงานบ้าง พูดอีกอย่างคือ เวลาทำอะไร ก็ขอให้ทำทีละอย่าง ไม่ใช่ว่า กินข้าวไปด้วย คิดงานไปด้วย หรือเล่นไลน์ไปด้วย

พยายามทำอย่างนี้ตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าล้างหน้า เก็บที่นอน หรือทำกิจใด ๆ ก็ตาม แม้เป็นงานเล็กงานน้อย หรือเป็นกิจวัตรประจำวัน ก็ให้ทำอย่างมีสติ ใจอยู่กับสิ่งนั้น จะเผลอไปบ้างก็ไม่เป็นไร รู้ตัวเมื่อไหร่ก็พาใจกลับมาอยู่กับสิ่งนั้น ทำใหม่ ๆ เราจะเผลอหรือลืมตัวมากกว่ารู้ตัว แต่ต่อไปจะรู้ตัวมากขึ้น ใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวไวขึ้น

อย่าไปกังวลว่าใจจะกระโจนไปตามสิ่งที่มากระทบอยู่เรื่อย ๆ นั่นเป็นธรรมดาของจิต สิ่งสำคัญอยู่ที่การพยายามกลับมารู้ตัวให้ไวขึ้น นั่นเป็นงานของสติ ถ้าสติระลึกได้ไวขึ้น (ว่ากำลังทำอะไรอยู่ขณะนั้น ๆ) ความรู้สึกตัวก็จะเกิดขึ้นเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น

เวลาอยู่ว่าง ๆ ไม่ได้ทำอะไร เช่น นั่งรถ หรือคอยคน ก็อย่าอยู่เฉย ๆ ใจจะลอยได้ง่าย ลองคลึงนิ้วหรือกระดิกนิ้ว เบา ๆ ส่วนใจก็รับรู้อาการเคลื่อนไหวของนิ้วไปด้วย ไม่ต้องถึงกับไปเพ่งมัน แค่รับรู้เบา ๆ แม้ว่าทำไปสักพัก ใจจะลอยไปที่อื่น อดีตบ้าง อนาคตบ้าง แต่สักพักความรู้สึกที่นิ้วจะเรียกใจกลับมา หรือ “สะกิด”ให้ใจมีสติ กลับมาอยู่กับปัจจุบัน วิธีนี้เป็นการฝึกสติในชีวิตประจำวัน ที่ทำได้ง่าย และทำได้บ่อย ๆ แม้แต่เวลาอยู่ในห้องน้ำ ก็ทำได้




ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 17, 2018, 10:55:10 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7900
    • ดูรายละเอียด



เป็นมิตรกับตัวเอง


การพึ่งตัวเอง ไม่หวังพึ่งพาความสุขจากสิ่งใด ๆ จะช่วยให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง และเป็นสุขในทุกหนแห่ง ไม่ว่าสิ่งต่าง ๆ จะผันผวนแปรปรวนอย่างใด เราจะไม่มัวคาดหวังสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นดั่งใจ เพราะรู้ว่ามันไม่อยู่ในอำนาจของเรา แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยสิ่งต่าง ๆ หากยังพร้อมจะเข้าไปเกี่ยวข้องดูแลโดยทำตามเหตุปัจจัย มิใช่เพราะความยึดติดถือมั่นอยากให้เป็นตามใจปรารถนา

ความสุขที่แท้อยู่ที่การพึ่งตน ซึ่งที่จริงก็คือการพึ่งธรรม ดำเนินชีวิตตามธรรมและอย่างถูกธรรมนั่นเอง



ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 17, 2018, 10:57:30 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7900
    • ดูรายละเอียด



  รู้ทันกิเลส

เวลาเกิดความอยากได้นั่นได้นี่ เรามักทำตามความอยากทันที คือขวนขวายไปหามันมา จึงไม่มีโอกาสที่จะเห็นหรือรู้ทันความอยาก แต่หากเราลองไม่ทำตามมันดูบ้าง เช่น ไม่ซื้อหรือผัดผ่อนไปก่อน มันจะแสดงตัวให้เราเห็นอย่างชัดเจน ด้วยการ “โวยวาย”หรือดิ้นรนผลักดันให้เราคล้อยตามมันให้ได้ ตรงนี้เองหากเราลองตั้งสติและดูมันไปเรื่อย ๆ ไม่ช้าไม่นานมันก็จะสงบลงไปเอง

อารมณ์ที่บั่นทอนจิตใจ ไม่ว่าความโกรธหรือความอยาก เปรียบเสมือนโจรที่กลัวคนเห็น ทันทีที่ถูกเห็น มันก็จะทนเฉยไม่ได้ ต้องล่าถอยไป เช่นเดียวกับความมืดที่แพ้แสงสว่าง




ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/Zensukato/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 17, 2018, 02:22:10 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7900
    • ดูรายละเอียด




“อยู่ดี” กับ “ตายดี” เป็นสิ่งที่ไปด้วยกัน หากว่าการอยู่ดีนั้นหมายถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า หมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว รวมทั้งลดละความเห็นแก่ตัวและอารมณ์อกุศลที่สร้างความทุกข์ให้แก่จิตใจ (ไม่ใช่ “อยู่ดีกินดี” หรืออยู่อย่างอัครฐาน พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ) การตายดีก็เป็นอันหวังได้

ในทำนองเดียวกันหากฝึกจิตอยู่เสมอเพื่อการตายดี ย่อมส่งผลให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นไปในทางที่ดีงาม เช่น เห็นความสำคัญของการอยู่อย่างไม่ประมาท มีศรัทธาในสิ่งดีงาม ขณะเดียวกันก็รู้จักปล่อยวาง


พระไพศาล วิสาโล



ที่มา : Facebook ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
https://www.facebook.com/visalo/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: Ҥ 17, 2018, 02:20:00 PM โดย ยาใจ »