ผู้เขียน หัวข้อ: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล  (อ่าน 352676 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #45 เมื่อ: เมษายน 16, 2015, 11:19:47 am »



พุทธศาสนามามองว่า ทุกข์นั้นเป็นธรรมดาโลก เป็นธรรมชาติพื้นฐานของสังขารหรือสิ่งทั้งปวง ไม่มีอะไร ที่ไม่ถูกบีบคั้นกดดันและเสื่อมสลายไปในที่สุด

ดังพระพุทธองค์ตรัสว่า

"มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป"

ทันทีที่เกิดมา ทุกข์ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรา ไม่ว่าสุขอย่างไรก็หนีทุกข์ไม่พ้น

ไม่เพียงเราทุกคนถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้วเท่านั้น แต่ยังมีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าด้วย

กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าการพ้นทุกข์นั้นเกิดขึ้นไม่ได้ การพ้นทุกข์ หรือใจไม่ถูกบีบคั้นด้วยความทุกข์นั้น เกิดขึ้นได้เมื่อมีปัญญาเห็นว่าทุกอย่างเป็นทุกข์ทั้งนั้น ไม่อาจหวังความสุขจากมันได้


พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2015, 11:35:29 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #46 เมื่อ: เมษายน 16, 2015, 03:25:41 pm »



รู้เท่าทันอารมณ์

“อารมณ์ทั้งหลายถ้าเราเห็นมันเป็นศัตรู

มันก็จะเป็นศัตรูกับเรา ถ้าเราผลักไสมัน

มันก็จะต่อสู้ แต่ถ้าเราเห็นมันเป็นแค่อาคันตุกะ

ที่จรเข้ามาและไม่ผลักไสไล่ส่งมัน ขณะเดียวกัน

ก็ไม่ทำตามอำนาจของมัน คือเป็นกลางๆ

อยู่เฉยๆ มันก็จะคลายพิษสงลง รังควานเราน้อยลง

แทนที่จะเป็นศัตรูก็กลายเป็นเพื่อนบ้านที่รู้เวลา

อ้อยอิ่งสักพักก็รู้ว่าถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว มันไปเอง

โดยที่เราไม่ต้องขับไสไล่ส่งมันเลย การรู้เฉย ๆ
 
ไม่ต้องทำอะไรจึงเป็นวิธีการที่เราไม่ควร

มองข้ามไม่ว่าจะเป็นนักภาวนาหรือไม่ก็ตาม”


พระไพศาล วิสาโล


ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต เพื่อธรรมะและธรรมชาติ

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%95-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4/704694382956471[/color]

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #47 เมื่อ: เมษายน 17, 2015, 09:25:29 am »



ขณะเดียวกันทุกอย่างก็ล้วนเกิดดับ
ไม่จีรังยั่งยืน
จึงไม่อาจและไม่ควรยึดติดถือมั่น

จิตที่ปล่อยวาง
ไม่ยึดติดถือมั่นว่าต้องเที่ยงและเป็นสุข
เป็นจิตที่ความทุกข์บีบคั้นไม่ได้
แม้ต้องอยู่ท่ามกลางความทุกข์ก็ตาม


พระไพศาล วิสาโล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 17, 2015, 09:30:49 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #48 เมื่อ: เมษายน 20, 2015, 12:04:55 pm »



ความทุกข์ของคนเรานั้นล้วนเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก แทบทุกกรณีปัจจัยภายในเป็นตัวการสำคัญที่สุด เพราะไม่ว่าปัจจัยภายนอกจะเป็นอย่างไร หากเราวางใจได้ถูกก็ไม่ทุกข์ใจ

ดังนั้นเมื่อเรามีความทุกข์ อย่าโทษปัจจัยภายนอกอย่างเดียว ควรมองมาที่ตัวเองด้วยว่า มุมมอง ทัศนคติ และท่าทีของเรามีส่วนเพียงใดที่ทำให้เราทุกข์ใจ

พระไพศาล วิสาโล




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 20, 2015, 12:06:44 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #49 เมื่อ: เมษายน 20, 2015, 12:09:25 pm »



ถ้าเราใช้ความรู้สึกเป็นใหญ่

อยากได้อะไรก็ทำตามความอยากนั้น

ก็อาจนำไปสู่ความทุกข์ หรือ

อาจสร้างปัญหาหรือความเดือดร้อน


พระไพศาล วิสาโล

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #50 เมื่อ: เมษายน 27, 2015, 11:08:48 am »



เด็กชายอีกคนหนึ่ง อายุประมาณสี่ขวบ เป็นคนกลัวโป๊ะมาก เวลาพ่ออุ้มลงโป๊ะเพื่อนั่งเรือข้ามแม่น้ำ เด็กจะกลัวมาก ดิ้นสุดฤทธิ์ เพื่อให้พ่อพาออกจากโป๊ะ พ่อก็พยายามพูดกับลูก ใช้เหตุผลกับลูกว่า อย่ากลัว ลูกอยู่กับพ่อแล้ว พ่ออุ้มลูกไว้แน่น ลูกไม่ต้องกลัว เด็กก็ยังกลัว โวยวาย ดิ้นไม่หยุด เป็นอย่างนี้ประจำ พ่อก็ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร

วันหนึ่งเขาอุ้มลูกชายลงโป๊ะ ลูกก็ดิ้นเหมือนเคย ร้องโวยวาย พ่อก็พูดกับลูกว่า ตอนนี้ลูกกลัวใช่มั้ย ลูกตอบว่า ใช่

พ่อถามต่อว่า กลัวมันเป็นยังไง ตอนนี้หัวใจเป็นยังไง เด็กตอบว่า หัวใจมันเต้นเร็ว พ่อถามถึงร่างกายส่วนอื่น เด็กก็ตอบว่าตอนนี้ตัวเกร็ง ขนลุกเลย

ทีนี้พ่อถามถึงความรู้สึกว่า แล้วใจเป็นยังไง เด็กตอบว่า ใจมันกลัว มันหนัก พูดคุยสักพักเด็กก็นิ่ง หยุดดิ้น เสร็จแล้วก็ปล่อยมือออกจากตัวพ่อ แล้วก็ลงมาวิ่งเล่นบนโป๊ะ กลายเป็นว่าเด็กไม่กลัวโป๊ะแล้ว ความกลัวมันหายไปเลย

สิ่งที่พ่อทำก็คือทำให้ลูกได้ "เห็น" ความกลัวของตัว ได้ดูกายดูใจ กายเป็นอย่างไร ใจเป็นอย่างไร แค่รู้หรือเห็นมัน ความกลัวก็หายไป

เห็นได้ว่า การดู การรู้ หรือการเห็นเฉย ๆ นั้นมีพลังสามารถปลดเปลื้องอารมณ์ต่างๆ ออกจากใจได้ แต่เคล็ดลับอันนี้ผู้คนไม่ค่อยตระหนักเท่าไร ส่วนใหญ่จะพยายามกดข่ม ต่อต้าน เช่น เวลาเด็กกลัวก็บอกลูกว่าอย่ากลัวๆ พอเด็กโกรธก็บอกว่าอย่าโกรธๆ หรือแม้กระทั่งเวลาเกิดขึ้นกับตัวเองก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน อันนั้นเป็นวิธีหนึ่งแต่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด วิธีที่ดีกว่านั้นคือการมีสติดูมัน เห็นมัน รู้เฉยๆ โดยไม่ต้องทำอะไร

การเจริญสติก็คือการฝึกจิตให้มีนิสัยที่จะรู้เฉยๆ เห็นอย่างที่มันเป็น ไม่ต้องทำอะไรกับมัน ไม่ต้องตีค่าว่าดีหรือชั่ว เพราะถ้าตีค่าว่าดีก็อยากจะยึดครอง ถ้าตีค่าว่าชั่วก็อยากจะผลักไส ให้เห็นอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่เห็นตามที่เราอยากจะให้มันเป็น วางใจเป็นกลาง ไม่ตีค่าไม่ตัดสิน ช่วยให้เราเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง จนกระทั่งได้เห็นถึงสภาวะที่เป็นปรมัตถ์ของมัน

การตัดสินอารมณ์ต่างๆ ว่าดีหรือชั่ว บวกหรือลบ อันนี้ยังเป็นสมมติอยู่ แต่ถ้าเราเห็นจนกระทั่งว่ามันเป็นแค่สภาวธรรมที่เกิดขึ้น ความโกรธกับความเมตตาที่จริงก็เป็นธรรมเหมือนกัน และก็ตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์เหมือนกัน ความเมตตาที่เกิดขึ้นในใจก็สอนธรรมได้ ความโกรธที่เกิดขึ้นในใจก็สอนธรรมให้กับเราได้เช่นกัน เช่น สอนเรื่องไตรลักษณ์ สอนให้เห็นว่ามันไม่จีรัง มันไม่เที่ยง มันไม่ใช่ตัวตน

การเจริญสติเมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องยกระดับเป็นวิปัสสนา คือการเห็นสิ่งต่างๆ ตามที่เป็นจริง โดยไม่มีการให้ค่าไม่ตัดสินตามสมมติ

แต่ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับเราก่อนถึงตรงนั้น คือทำให้เราอยู่เหนืออารมณ์ได้ ไม่ปล่อยให้มันมารังควานจิตใจ จนเกิดความรุ่มร้อน เกิดความรู้สึกบีบคั้น แค่เห็นมัน ดูมัน มันจะเกิดขึ้นก็ช่างมัน จะมองมันว่าเป็นเพื่อนก็ได้ เป็นเพื่อนหรือแขกที่มาเยี่ยม อยากจะเข้ามาก็เชิญ เราไม่ผลักไส เราไม่ทำอะไรกับเธอทั้งสิ้น


พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2015, 11:12:20 am โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #51 เมื่อ: เมษายน 27, 2015, 11:14:02 am »



การมีสตินั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะเวลาเจอวัตถุสิ่งของต่าง ๆ มันเป็นสิ่งทดสอบสติเราได้มาก เพราะเวลานี้เราหลงรักวัตถุมาก เรารักตัวเองน้อย เรารู้สึกว่าเราไม่มีค่า เราก็เลยไปให้ค่ากับวัตถุ เพราะคิดว่ามันจะทำให้เรามีคุณค่าสูงขึ้น เวลาเจอสิ่งของต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมก็เลยอยากได้ แต่ถ้าเรามีสติเราจะรู้เลยว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่วัตถุสิ่งของเหล่านี้ แต่อยู่ที่ใจของเรา

พระไพศาล วิสาโล


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2015, 01:04:29 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #52 เมื่อ: เมษายน 27, 2015, 11:24:57 am »



ความอยาก - ความพร่อง

พอใจเราเกิดความอยากก็เร่เข้าหาวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ กล้อง ขนม เสื้อผ้า เพลง เราคิดว่าความสุขของเราอยู่ตรงโน้น ที่เราทุกข์เพราะเรายังไม่ได้สิ่งที่เราอยาก เราจึงดิ้นรนอยากได้สิ่งนั้นมาครอบครองให้ได้ แต่ถ้าเรามีสติเราจะรู้เลยว่าใจของเราต่างหากที่เป็นตัวการ เราทุกข์ไม่ใช่เพราะว่าเงินในกระเป่าเรามีน้อย แต่เพราะใจของเรามันพร่องต่างหาก

พระไพศาล วิสาโล



ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #53 เมื่อ: เมษายน 28, 2015, 06:47:44 am »



สัมมาสติในชีวิตประจำวัน

สติไม่ได้เป็นแค่เบรก มันเป็นคันเร่งด้วย อย่างเวลานักศึกษาเฉื่อยขึ้นมา ไม่อยากจะทำงาน ไม่อยากจะไปเรียนหนังสือ สติก็จะเตือนและเร่งให้เราตื่นตัว เร่งให้เราสกัดความขี้เกียจความเซ็งออกไป

เราเฉื่อยเพราะอะไร เพราะเราเป็นทาสของอารมณ์ เราปล่อยให้มันครอบงำเรา รั้งเราเอาไว้ กิเลสมันจะหาเหตุผลมาอ้างนะว่า ยังเช้าอยู่ อย่าเพิ่งไปเลย หรือว่าหลับจนตะวันโด่ง มันก็จะบอกว่าสายแล้วอย่าไปเลย นี่คืออุบายของกิเลส กิเลสมันหลอกเรา แต่ถ้ามีสติ เราจะรู้มันว่านี่เป้นอุบายของกิเลส เราจะไม่ยอมเชื่อ เราจะกระตือรือร้นขยันขันแข็งขึ้นมา

พระไพศาล วิสาโล

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #54 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2015, 01:00:46 pm »



การทำงานสามารถเป็นการปฏิบัติธรรมได้ตลอดเวลา หากเราทำด้วยแรงจูงใจที่เป็นกุศล เช่น ทำเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น หรือเพื่อฝึกฝนพัฒนาตน โดยมุ่งให้มีความเห็นแก่ตัวน้อยลง อดทนมากขึ้น หรือทำโดยมีธรรมะเข้ามากำกับ เช่น ทำด้วยความซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อหน้าที่ หรือทำด้วยความปรารถนาดีต่อส่วนรวม

พระไพศาล วิสาโล
ได้ทั้งงาน ได้ทั้งธรรม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2015, 01:08:10 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #55 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2015, 01:03:51 pm »



ความร่ำรวยที่สุด คือ สันโดษ
สันโดษ คือ ความร่ำรวยอย่างยิ่ง
เพราะร่ำรวยแบบนี้แล้วชีวิตเป็นสุข
แต่ถ้าร่ำรวยแบบอื่นแล้วชีวิตไม่เป็นสุข
เพราะมันไม่รู้จักพอ



พระไพศาล วิสาโล


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2015, 01:05:39 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #56 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2015, 01:07:29 pm »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #57 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2015, 01:10:38 pm »



คนเรามักลืมคิดถึงธรรมดาของชีวิตที่ต้องมีการพลัดพรากสูญเสีย เมื่อมีหรือได้อะไรก็ตามก็ทึกทักเอาว่ามันจะต้องอยู่กับเราไปตลอด เรายอมไม่ได้ที่มันจะพรากจากเราไป (เว้นเสียแต่ว่าเราเป็นฝ่ายละทิ้งมันไปเอง)

น้อยนักที่เราจะเผื่อใจนึกถึงความไม่เที่ยงของสิ่งที่เรามี และในบรรดาสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เรามีนั้น มีสิ่งหนึ่งที่เราแทบจะไม่ยอมนึกถึงวันที่จะต้องพลัดพรากจากมันไป สิ่งนั้นคือชีวิตของเราเอง

พระไพศาล วิสาโล

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #58 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2015, 01:22:57 pm »



ชีวิตกับกาลเวลาที่จากไป

เป็นเพราะเราใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน เลยไม่รู้ว่าเสียเวลาไปกับเรื่องอะไรบ้าง การมองชีวิตในภาพรวม ในภาพกว้างจึงสำคัญมาก

สมมติว่าคนเราอายุ 70 ปีโดยเฉลี่ย เขาพบว่าชีวิตคนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บนเตียง คือ นอน 20 ปี นี่อาจจะน้อยไปด้วย เพราะส่วนใหญ่เรานอนวันละ 1 ใน 3 หรือ 8 ชั่วโมง ถ้าอายุ 70 ปี ก็นอนมากกว่า 23 ปี ส่วนเวลาที่ใช้ในการทำงานทั้งชีวิตก็ประมาณ 10 ปี ที่น่าตกใจคือคนส่วนใหญ่ใช้เวลาดูโทรทัศน์ทั้งชีวิต 12 ปี...

ถามว่าเวลาว่างที่เหลือนี้เราจะใช้ทำอะไร จะใช้ไปกับการเที่ยวห้างฯ ใช้เวลากับการเล่นเกมส์ หรือใช้เวลากับสิ่งที่ไม่เป็นสาระ

คนมักจะบอกว่าไม่มีเวลาทำสมาธิ ไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม ไม่มีเวลาให้ลูก ไม่มีเวลาให้พ่อแม่ แต่มีเวลาหรือเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นสาระ เช่น อยู่หน้าจอโทรทัศน์ 12 ปี อันนี้เป็นการประเมินของฝรั่ง พวกเราอาจจะไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่ถ้าเราไม่มองชีวิตแบบนี้บ้าง เราจะไม่เฉลียวใจเลยว่า เราใช้เวลาหมดไปกับเรื่องที่ไม่เป็นสาระมากมายแค่ไหน



พระไพศาล วิสาโล




ที่มา : Facebook วัดป่าสุคะโต เพื่อธรรมะและธรรมชาติ

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%95-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4/704694382956471?pnref=story
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2015, 01:58:03 pm โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15628
    • ดูรายละเอียด
Re: *รวม * คติธรรม - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
« ตอบ #59 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2015, 01:58:38 pm »