ผู้เขียน หัวข้อ: ลักษณะตัดสินธรรมวินัย  (อ่าน 6187 ครั้ง)

shad

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 217
    • ดูรายละเอียด
ลักษณะตัดสินธรรมวินัย
« เมื่อ: ???Ҥ? 19, 2012, 10:00:29 AM »
อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรค สังขิตตสูตร
http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=23&A=5908&Z=5933


สังขิตตสูตร
 
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี ครั้งนั้นแล พระนางมหาปชาบดีโคตมีเสด็จเ​ข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึง​ที่ประทับ ถวายบังคมแล้วประทับยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
 
ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรร​มโดยย่อแก่หม่อมฉัน ซึ่งหม่อมฉันได้ฟังแล้ว จะพึงเป็นผู้หลีกออกจากหมู่​อยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่เถิด ฯ
 
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

ดูกรโคตมี ท่านพึงรู้ธรรมเหล่าใดว่า ธรรมเหล่านี้เป็นไป
๐ เพื่อความกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด
๐ เป็นไปเพื่อประกอบสัตว์ไว้ ไม่เป็นไปเพื่อพรากสัตว์ออก
๐ เป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลส ไม่เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเ​ลส
๐ เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักม​าก ไม่เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
๐ เป็นไปเพื่อความไม่สันโดษ ไม่เป็นไปเพื่อความสันโดษ
๐ เป็นไปเพื่อความคลุกคลีด้วย​หมู่คณะ ไม่เป็นไปเพื่อความสงัด
๐ เป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ไม่เป็นไปเพื่อปรารภความเพี​ยร
๐ เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ย​งยาก ไม่เป็นไปเพื่อความเป็นคน
 เลี้ยงง่าย

ดูกรโคตมี ท่านพึงทรงจำไว้โดยส่วนหนึ่​งว่า "นี้ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัยไม่ใช่คำสั่งสอน​ของพระศาสดา ฯ"

ดูกรโคตมี ท่านพึงรู้ธรรมเหล่าใดว่า ธรรมเหล่านี้เป็นไป
 
๐ เพื่อคลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อความกำหนัด
๐ เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไ​ว้ ไม่เป็นไปเพื่อประกอบสัตว์ไ​ว้
๐ เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส ไม่เป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลส
๐ เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย ไม่เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักมาก
๐ เป็นไปเพื่อสันโดษไม่เป็นไป​เพื่อไม่สันโดษ
๐ เป็นไปเพื่อความสงัด ไม่เป็นไปเพื่อความคลุกคลีด้วยหมู่คณะ
๐ เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร ไม่เป็นไปเพื่อความเกียจคร้​าน
๐ เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ย​งง่าย ไม่เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงยาก

ดูกรโคตมี ท่านพึงทรงจำไว้โดยส่วนหนึ่​งว่า "นี้เป็นธรรมเป็นวินัย เป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา ฯ"

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 19, 2012, 10:06:53 AM โดย shad »

shad

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 217
    • ดูรายละเอียด
ลักษณะตัดสินธรรมวินัย
« ตอบ #1 เมื่อ: ???Ҥ? 19, 2012, 10:04:31 AM »
อังคุตตรนิกาย สันตกนิบาต ปัณณาสก์ วินัยวรรคที่ ๓
http://84000.org/tipitaka/read/?23/80/146


[๘๐] ครั้งนั้นแล ท่านพระอุบาลีเข้าไปเฝ้าพระ​ผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวา​ยบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคโปรดแสดงธรรมโดยย่อแก่ข้าพระ​องค์ ที่ข้าพระองค์ได้สดับแล้ว จะพึงเป็นผู้หลีกออกจากหมู่​อยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่เถิด ฯ
 
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

ดูกรอุบาลี เธอพึงรู้ธรรมเหล่าใดแลว่า

๐ ธรรมเหล่านี้ไม่เป็นไป เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน โดยส่วนเดียว

เธอพึงทรงธรรมเหล่านั้นไว้โ​ดยส่วนหนึ่งว่า นี้ไม่ใช่ธรรม นี้ไม่ใช่วินัย นี้ไม่เป็นคำสั่งสอนของศาสด​า

อนึ่ง เธอพึงรู้ธรรมเหล่าใดแลว่า

๐ ธรรมเหล่านี้เป็นไป เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน โดยส่วนเดียว

เธอพึงทรงจำธรรมเหล่านี้ไว้​โดยส่วนหนึ่งว่า นี้เป็นธรรมนี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสั่งสอนของศาสดา ฯ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 19, 2012, 10:06:29 AM โดย shad »

shad

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 217
    • ดูรายละเอียด
Re: ลักษณะตัดสินธรรมวินัย
« ตอบ #2 เมื่อ: ???Ҥ? 19, 2012, 10:10:59 AM »
จากพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม
พระพรหมคุณาภรณ์


ลักษณะตัดสินธรรมวินัย 8 หรือ หลักกำหนดธรรมวินัย 8 (criteria of the Doctrine and the Discipline)
       
ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อ
1. วิราคะ คือ ความคลายกำหนัด, ความไม่ติดพัน เป็นอิสระ (detachment; dispassionateness) มิใช่เพื่อความกำหนัดย้อมใจ, การเสริมความติด

2. วิสังโยค คือ ความหมดเครื่องผูกรัด, ความไม่ประกอบทุกข์ (release from bondage) มิใช่เพื่อผูกรัด หรือประกอบทุกข์

3. อปจยะ คือ ความไม่พอกพูนกิเลส (dispersion of defilements) มิใช่เพื่อพอกพูนกิเลส

4. อัปปิจฉตา คือ ความอยากอันน้อย, ความมักน้อย (wanting little) มิใช่เพื่อความอยากอันใหญ่, ความมักใหญ่ หรือมักมากอยากใหญ่

5. สันตุฏฐี คือ ความสันโดษ (contentment) มิใช่เพื่อความไม่สันโดษ

6. ปวิเวก คือ ความสงัด (seclusion; solitude) มิใช่เพื่อความคลุกคลีอยู่ในหมู่

7. วิริยารัมภะ คือ การประกอบความเพียร (energy; exertion) มิใช่เพื่อความเกียจคร้าน

8. สุภรตา คือ ความเลี้ยงง่าย (being easy to support) มิใช่เพื่อความเลี้ยงยาก

ธรรมเหล่านี้ พึงรู้ว่าเป็นธรรม เป็นวินัย เป็นสัตถุสาสน์ คือคำสอนของพระศาสดา;
หมวดนี้ ตรัสแก่พระนางมหาปชาบดีโคตมี

Vin.II.259;
A.IV.280. 
วินย. 7/523/331;
องฺ.อฏฺฐก. 23/143/289.

ลักษณะตัดสินธรรมวินัย 7 หรือ หลักกำหนดธรรมวินัย 7 (criteria of the Doctrine and the Discipline)

1. เอกันตนิพพิทา (ความหน่ายสิ้นเชิง, ไม่หลงใหลเคลิบเคลิ้ม — disenchantment)
2. วิราคะ (ความคลายกำหนัด, ไม่ยึดติดรัดตัว เป็นอิสระ — detachment)
3. นิโรธะ (ความดับ, หมดกิเลสหมดทุกข์ — extinction)
4. อุปสมะ (ความสงบ — calm; peace)
5. อภิญญา (ความรู้ยิ่ง, ความรู้ชัด — discernment; direct knowledge)
6. สัมโพธะ (ความตรัสรู้ — enlightenment)
7. นิพพาน (นิพพาน)

ธรรมเหล่านี้ พึงรู้ว่าเป็นธรรม เป็นวินัย เป็นสัตถุสาสน์ คือคำสอนของพระศาสดา; ห
มวดนี้ ตรัสแก่พระอุบาลี

A.IV.143.  องฺ.สตฺตก. 23/80/146