จากพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม
พระพรหมคุณาภรณ์
ลักษณะตัดสินธรรมวินัย 8 หรือ หลักกำหนดธรรมวินัย 8 (criteria of the Doctrine and the Discipline)
ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อ
1. วิราคะ คือ ความคลายกำหนัด, ความไม่ติดพัน เป็นอิสระ (detachment; dispassionateness) มิใช่เพื่อความกำหนัดย้อมใจ, การเสริมความติด
2. วิสังโยค คือ ความหมดเครื่องผูกรัด, ความไม่ประกอบทุกข์ (release from bondage) มิใช่เพื่อผูกรัด หรือประกอบทุกข์
3. อปจยะ คือ ความไม่พอกพูนกิเลส (dispersion of defilements) มิใช่เพื่อพอกพูนกิเลส
4. อัปปิจฉตา คือ ความอยากอันน้อย, ความมักน้อย (wanting little) มิใช่เพื่อความอยากอันใหญ่, ความมักใหญ่ หรือมักมากอยากใหญ่
5. สันตุฏฐี คือ ความสันโดษ (contentment) มิใช่เพื่อความไม่สันโดษ
6. ปวิเวก คือ ความสงัด (seclusion; solitude) มิใช่เพื่อความคลุกคลีอยู่ในหมู่
7. วิริยารัมภะ คือ การประกอบความเพียร (energy; exertion) มิใช่เพื่อความเกียจคร้าน
8. สุภรตา คือ ความเลี้ยงง่าย (being easy to support) มิใช่เพื่อความเลี้ยงยาก
ธรรมเหล่านี้ พึงรู้ว่าเป็นธรรม เป็นวินัย เป็นสัตถุสาสน์ คือคำสอนของพระศาสดา;
หมวดนี้ ตรัสแก่พระนางมหาปชาบดีโคตมี
Vin.II.259;
A.IV.280.
วินย. 7/523/331;
องฺ.อฏฺฐก. 23/143/289.
ลักษณะตัดสินธรรมวินัย 7 หรือ หลักกำหนดธรรมวินัย 7 (criteria of the Doctrine and the Discipline)
1. เอกันตนิพพิทา (ความหน่ายสิ้นเชิง, ไม่หลงใหลเคลิบเคลิ้ม — disenchantment)
2. วิราคะ (ความคลายกำหนัด, ไม่ยึดติดรัดตัว เป็นอิสระ — detachment)
3. นิโรธะ (ความดับ, หมดกิเลสหมดทุกข์ — extinction)
4. อุปสมะ (ความสงบ — calm; peace)
5. อภิญญา (ความรู้ยิ่ง, ความรู้ชัด — discernment; direct knowledge)
6. สัมโพธะ (ความตรัสรู้ — enlightenment)
7. นิพพาน (นิพพาน)
ธรรมเหล่านี้ พึงรู้ว่าเป็นธรรม เป็นวินัย เป็นสัตถุสาสน์ คือคำสอนของพระศาสดา; ห
มวดนี้ ตรัสแก่พระอุบาลี
A.IV.143. องฺ.สตฺตก. 23/80/146