ผู้เขียน หัวข้อ: รวมเรื่องของ "ฟัน" กินแบบไหน ลดเสี่ยง ไม่ต้องหาหมอฟัน  (อ่าน 1010 ครั้ง)

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11018
    • ดูรายละเอียด
รู้หรือไม่ ยาสีฟัน ก็มีหมดอายุได้
« ตอบ #30 เมื่อ: ?Ѹ??¹ 29, 2020, 07:05:38 AM »



      ยาสีฟันก็มี ‘หมดอายุ’ ได้!?!

รู้ไหมว่า แม้แต่ยาสีฟันก็มีหมดอายุกับเค้าได้นะ!

การหมดอายุของยาสีฟันก็ไม่ต่างจากเครื่องสำอางอื่น ๆ
คือ เกิดจากส่วนประกอบในยาสีฟันเสื่อมสภาพ
ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปากจึงลดลง


   อายุของยาสีฟัน
หากไม่มีวันหมดอายุระบุไว้
ส่วนใหญ่แล้ว ยาสีฟันจะมีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ผลิต
ดังนั้น หากมียาสีฟันเก่าเก็บ ก่อนจะใช้ ให้รีบเช็ควันหมดอายุหรือวันผลิตก่อนเลย

ลักษณะของยาสีฟันที่เสื่อมสภาพ 
1. เนื้อยาสีฟันแห้ง/หนืดผิดปกติ
2. เนื้อยาสีฟันแยกชั้น/ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน
3. เนื้อยาสีฟันเปลี่ยนสี/พบสิ่งแปลกปลอมในยาสีฟัน
ซึ่งอาจเกิดจากการเจริญเติบโตของเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียในเนื้อยาสีฟัน

ทั้งนี้ หากยาสีฟันที่ใช้มีลักษณะเสื่อมสภาพดังกล่าว
แม้จะยังไม่หมดอายุ ฟันดีดี ก็ไม่แนะนำให้ใช้นะ

ในทางกลับกัน แม้ยาสีฟันจะเพิ่งหมดอายุ
แต่ถ้าไม่มีลักษณะการเสื่อมสภาพใด ๆ
เราก็อาจพอใช้ต่อไปได้จร้า

อย่าลืมกดติดตามเพจ 'ฟันดีดี' เอาไว้ เพื่อล้วงความลับใหม่ ๆ สนุกสุดฟันไปด้วยกันกับทีมแพทย์และทีมงานฟันดีดีนะจ๊ะ

  แหล่งข้อมูล:
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 08, 2020, 05:21:27 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11018
    • ดูรายละเอียด





 
     เลือดออกตามไรฟัน
4 สาเหตุพบบ่อย และวิธีแก้  




    สาเหตุ   

1. เหงือกอักเสบ

   เกิดจาก: การดูแลสุขอนามัยในช่องปากไม่ดี ทำให้มีคราบเชื้อโรคสะสมบริเวณขอบเหงือก
หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เหงือกอักเสบ เช่น คุณแม่ตั้งครรภ์ สูบบุหรี่ เป็นต้น

   การป้องกัน: แปรงฟันให้สะอาดแบบ 2-2-2 ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
และไปพบหมอฟันทุก 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

----------

2. โรคลักปิดลักเปิด

   เกิดจาก: การขาดวิตามินซีเป็นเวลานาน

   การป้องกัน: รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ ผักสีเขียวเข้ม กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ ฯลฯ ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

----------

3. แปรงฟันแรง หรือใช้ไหมขัดฟันผิดวิธี

   เกิดจาก: การแปรงฟันแรงเกินไป การแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันขนแข็ง
หรือการใช้ไหมขัดฟันไม่ถูกวิธี

   การป้องกัน: แปรงฟันแบบขยับปัดเบา ๆ ด้วยแปรงสีฟันขนนุ่ม
ถ้ากลัวไม่สะอาดก็ปัดซ้ำหลาย ๆ ครั้งได้นะ
การใช้ไหมขัดฟันก็เช่นกัน ควรใช้ทุกวันและค่อย ๆ ฝึกให้ทำได้อย่างถูกวิธี

----------

4. การติดเครื่องมือจัดฟัน

   เกิดจาก: เครื่องมือจัดฟันจะทำให้ทำความสะอาดช่องปากได้ยากขึ้น จึงอาจมีเหงือกอักเสบและเลือดออกตามไรฟันได้ง่ายขึ้น

   การป้องกัน: แปรงฟันให้สะอาดและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 09, 2020, 03:04:45 PM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11018
    • ดูรายละเอียด
‘ฟันผุ’ ติดต่อได้ !
« ตอบ #32 เมื่อ: ???Ҥ? 09, 2020, 03:03:13 PM »



  ‘ฟันผุ’ ติดต่อได้ ! 
ถ้ารักหนู คุณปู่คุณย่าดูแลฟันตัวเองด้วยนะ

ปู่ย่าตายายหลาย ๆ ท่าน คงมีบทบาทสำคัญในการเลี้ยงดูหลาน ๆ
และแน่นอนว่าถ้าเราป่วย ก็คงไม่มีใครอยากให้หลานรักติดโรคจากเราอย่างแน่นอน

แล้วรู้หรือไม่ว่า โรคฟันผุ สามารถติดต่อไปยังหลาน ๆ รวมถึงคนอื่นในครอบครัวได้!
จะเป็นยังไง ฟันยังดี จะเล่าให้ฟัง

รู้จักกับ ‘เชื้อฟันผุ’
ฟันผุเกิดจากการทำความสะอาดช่องปากและฟันที่ไม่ดีเพียงพอ
ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟันไม่สะอาด มีเศษอาหารตกค้างตามซอกฟัน รวมถึงการใส่ฟันทดแทนที่สกปรก ฯลฯ

พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้ ‘เชื้อฟันผุ’ ขยายเผ่าพันธุ์ในช่องปากอย่างสนุกสนาน และปล่อยกรดออกมาทำลายฟันจนเกิดฟันผุขึ้น

ติดต่อได้อย่างไร?
เชื้อที่อยู่ในน้ำลายคุณปู่คุณย่าสามารถแพร่กระจายไปยังหลาน ๆ ได้ผ่านการเคี้ยวหรือเป่าอาหารให้ การใช้ช้อนหรือหลอดดูดน้ำร่วมกัน รวมถึงการหอมหรือจุ๊บปากเด็ก

หลายคนอาจจะบอกว่าไม่เห็นเป็นไรเลย ฟันแท้ยังไม่ขึ้น ฟันน้ำนมจะผุก็ปล่อยไป
ฟันยังดี ขอบอกว่า นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด! เพราะจริง ๆ แล้วฟันน้ำนมที่ผุ
นอกจากจะลุกลามไปยังซี่อื่น ๆ ได้แล้ว ยังทำให้เด็กรู้สึกปวดฟัน ทานอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลกับการเจริญเติบโต อีกทั้งในกรณีที่ฟันน้ำนมผุจนต้องถอนไปก่อนเวลาอันควร ก็อาจทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นตามมาซ้อนเกได้ในอนาคตด้วย

ดังนั้น ปู่ย่าตายายอย่างเรา ๆ จึงควรดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดี ไม่ปล่อยให้มีฟันผุ จะได้ช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อฟันผุไปสู่หลานรักนะคะ

พบกับ ฟันยังดี เกร็ดความรู้เรื่องสุขภาพช่องปากและฟันสำหรับ ‘คนวัยเก๋า’
โดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สามารถติดตามฟันยังดี ได้ที่
1. LINE: @funyoungdee และ 2. กดไลค์กดติดตาม Facebook ฟันยังดี








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 20, 2020, 07:17:44 AM โดย ยาใจ »

ยาใจ

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11018
    • ดูรายละเอียด
รู้ได้อย่างไรว่า ‘เหงือกอักเสบ’
« ตอบ #33 เมื่อ: ???Ҥ? 20, 2020, 07:10:25 AM »




  แดง/บวมหนัก 
น่ากลัวนัก ‘เหงือกอักเสบ’

เหงือกอักเสบ มีโอกาสเกิดได้กับทุกคน
และถ้าปล่อยไว้ ก็อาจถึงขั้นต้องบ๊ายบาย ฟันดีดี ได้นะ!

  รู้ได้อย่างไรว่า ‘เหงือกอักเสบ’ 

ในขณะที่เหงือกซึ่งมีสุขภาพดีจะมีสีชมพูอ่อน
ขอบเหงือกแน่นกระชับรับกับฟันของเรา
เหงือกที่อักเสบจะมีลักษณะดังนี้

  - เหงือก/ขอบเหงือกแดงเข้ม
  - เหงือกบวม
  - มีเลือดออกตอนแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน


ทั้งนี้ ถ้าปล่อยเอาไว้จนเหงือกอักเสบเรื้อรัง ก็อาจเป็น 'สาเหตุหนึ่ง'
ที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์อักเสบ อวัยวะรอบๆ ฟันถูกทำลาย
ฟันโยก จนต้องบ๊ายบายฟันไปในที่สุด

พฤติกรรมทำเสี่ยง ‘เหงือกอักเสบ’
จริง ๆ แล้ว สาเหตุหลักของการเกิดเหงือกอักเสบ ก็คือ
'เชื้อแบคทีเรีย' ที่อยู่ตามขอบเหงือกและซอกฟัน
โดยอยู่รวมกันและเรียกว่า คราบจุลินทรีย์ คราบพลัค หรือขี้ฟัน
ถ้าเราแปรงฟันได้สะอาดหมดจดทุกวัน
เชื้อโรคเหล่านี้ก็จะถูกกำจัดออกไปก่อนที่จะปล่อยสารพิษ
และทำให้เหงือกอักเสบ


ดังนั้น การดูแลความสะอาดของช่องปากและฟันไม่ดี
ปล่อยให้มีเชื้อโรคสะสมเป็นเวลานาน
จึงเป็น ปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่ทำให้เหงือกอักเสบ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบางอย่างก็อาจทำให้เหงือกอักเสบรุนแรงขึ้นได้
ปัจจัยเหล่านั้น เช่น
มีปากแห้ง/น้ำลายน้อย
มีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ มีประจำเดือน หรือใช้ยาคุมกำเนิด
กินยาบางชนิด เช่น ยารักษาอาการชัก ฯลฯ
มีภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น เป็นลูคีเมีย โรคเอชไอวี ฯลฯ

เพื่อป้องกันเหงือกอักเสบ
ฟันดีดี แนะนำให้ทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดหมดจด
ด้วยการแปรงฟัน 2-2-2 ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
ยิ่งถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ด้วยแล้ว
ยิ่งต้องดูแลความสะอาดของช่องปากและฟันให้ดีสุด ๆ ไปเลยนะ

แหล่งข้อมูล:
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย








ขอบคุณข้อมูลจาก : Facebook ฟันดีดี
https://www.facebook.com/betterteeththailand/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ???Ҥ? 20, 2020, 07:20:34 AM โดย ยาใจ »